Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 4 ตอนที่ 120 คุณไปนั่งเล่นที่ห้องฉันสิ

             

            เมื่อได้ยินคำพูดของเว่ยอวี่เหอร่างของเว่ยเกาหยวนก็แข็งทื่อ พร้อมหรี่ตาลงเล็กน้อย 

            “อวี่เหอ ลูกคิดว่าใคร?”

            เว่ยอวี่เหอกระซิบชื่อหนึ่งที่ข้างหูของเขา 

            “เป็นไปไม่ได้!” เว่ยเกาหยวนส่ายหน้าปฏิเสธ “เขาไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้ได้แน่”

            “พ่อคะ หนูหวังว่าพ่อจะมีสติมากกว่านี้ ตอนที่พ่อได้รับตำแหน่งมาจากคุณปู่เขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่า เขาไม่เห็นด้วยสองปีที่ผ่านมานี้ในตระกูลเว่ยเกิดเรื่องน้อยใหญ่มากมายอีกทั้งเรื่องเหล่านั้นก็เกิดภายในตระกูล พ่อน่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ” เว่ยอวี่เหอมีสีหน้าตึงเครียด 

            “ดูอย่างการเสียชีวิตของคุณแม่ คุณหมอจะบอกว่าแม่ฆ่าตัวตายเพราะโรคซึมเศร้าแต่ก่อนหน้านี้แม่เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมาก แม้เธอจะเป็นโรคซึมเศร้าแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะฆ่าตัวตาย เธอรักพวกเราขนาดนั้นแล้วทำไมถึงทิ้งพวกเราไปล่ะ?”

            “หลังจากแม่เสียชีวิตไปแล้วหมอชันสูตรศพได้พบยาของโรคซึมเศร้าที่ปนอยู่กับเครื่องดื่มเป็นจำนวนมากตัวอย่างประเภทนี้หากใช้ในจำนวนน้อยก็สามารถจะระงับความตื่นเต้นได้แต่หากใช้ในจำนวนมากก็อาจจะทำให้เป็นโรคซึมเศร้า และมีแนวโน้มจะฆ่าตัวตายในตอนนั้นคนที่ใช้ยาประเภทนี้ก็มีอยู่คนเดียว นั่นก็คือ…”

            “พอแล้ว!” เดิมทีเว่ยอวี่เหออยากจะพูดต่อ แต่ก็ถูกเว่ยเกาหยวนที่มีดวงตาแดงก่ำพูดแทรกขึ้น 

            “อวี่เหอ ลูกไปดูอาการของคุณปู่ก่อน ขอพ่ออยู่เงียบๆ คนเดียว”

            เมื่อเห็นพ่อมีท่าทางเช่นนี้เว่ยอวี่เหอก็ถอนหายใจแล้วเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ 

            ภายในห้องประชุมเหลือเว่ยเกาหยวนอยู่เพียงคนเดียวเขาเอามือประสานกัน แล้วหลับตาลงเป็นเวลานานเขาก็ลุกขึ้นไปมองแสงจันทร์ที่นอกหน้าต่าง

            ความจริงแล้วเขาก็เคยรู้สึกสงสัยเช่นนี้เหมือนกัน 

            เพียงแต่ว่าเขาไม่กล้าเชื่อและไม่คิดว่าคนๆ นั้นจะเป็นพี่ชายของเขา 

            พวกเขาทั้งสองคนเป็นพี่น้องพี่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งดังนั้นเขาจึงไม่อยากจะสงสัยและทำลายความสัมพันธ์ของพี่น้องลงแบบนี้ 

            แต่วันนี้เว่ยอวี่เหอพูดถึงการตายของภรรยาเขาขึ้นมาอีกครั้งหัวใจของเขาก็เริ่มสั่นไหว 

            เว่ยลี่จื้อกลับบ้านมาไม่ถึงสิบนาทีคุณพ่อก็ล้มและหยกอายุยืนชิ้นนั้นก็แตกเป็นสองส่วน

            ถ้าหากบอกว่าเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยมันก็คงจะปลอมมากเกินไป 

            แต่เมื่อนึกถึงสีหน้าโกรธแค้นของเว่ยลี่จื้อหลังจากรู้เรื่องมีคนโรยแป้งบนพื้นจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นเว่ยเกาหยวนก็ยากที่จะสงสัยว่าเขาเป็นคนทำ แต่หากเป็นฝีมือของเขาจริงๆคงพูดได้คำเดียวว่าเทคนิคการแสดงของเขานั้นอยู่ในจุดสูงสุดแล้ว

            “พี่ครับ ฉันหวังว่าคนนั้นจะไม่ใช่พี่”

            เว่ยเกาหยวนมองไปทางท้องฟ้ายามค่ำคืนสายตาซับซ้อน 

            ………………

            โครงการลี่ว์สุ่ย คฤหาสน์หมายเลข7 เฉวียนโจว 

            ห้องนอนใหญ่ภายในคฤหาสน์หมายเลข7 ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังโรมรันกันอยู่บนเตียง เสียงหอบหายใจดังขึ้นอย่างต่อเนื่องกลิ่นอายเหล่านี้ทำให้ผู้คนต้องใบหน้าร้อนผ่าว

            ห้านาทีต่อมาหลินอีหลุนที่เปลือยเสื้อผ้าด้านบนเอนตัวพิงหัวเตียง แล้วจุดบุหรี่ขึ้นสูบ 

            “ลงจากเตียงไป จากนั้นก็ไปเอาเงินจากแม่บ้านแล้วกลับไป”

            “คุณหลิน ฉันยังต้องการอยู่เลย…” สาวงามที่มีเสน่ห์เย้ายวนไม่ยอมจากไปเธอเกาะติดอยู่บนร่างกายของอีกฝ่ายแน่น พันรัดเขาเหมือนกับงูและพยายามจะจุดความปรารถนาของอีกฝ่าย 

            หลินอีหลุนมองมาที่เธอด้วยสายตาเย็นชา “เธออยากตายเหรอ?”

            “ขอโทษค่ะคุณหลิน ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!” ความลุ่มหลงในแววตาของหญิงงามคนนั้นจางหายไปในทันทีเมื่อเธอนึกถึงความน่ากลัวของชายที่อยู่ตรงหน้า เธอก็รีบผละตัวออกจากอีกฝ่ายเธอรีบแต่งตัวและพุ่งตัวออกจากห้องนอนนี้ทันที

            เมื่อคนจากไปแล้วหลินอีหลุนก็หันหน้ามองออกไปที่นอกหน้าต่าง ก่อนเผยรอยยิ้มออกมา “กลับมาเร็วขนาดนี้ภารกิจคงง่ายมากสินะ”

            ทันทีที่สิ้นเสียงเงาดำร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ริมหน้าต่าง 

            เขาสวมเสื้อผ้าสีดำทั้งร่างดังนั้นจึงมองเห็นหน้าตาได้ไม่ชัดเจน 

            “คุณหลิน ขอโทษด้วยครับ ภารกิจล้มเหลว!”

            “อะไรนะ?” หลินอีหลุนตกใจมาก จนทำให้ก้นบุหรี่หล่นมาโดนตัวเขาความร้อนนั้นทำให้เขาต้องกัดฟันกรอด 

            เขาสะบัดผ้าปูที่นอนออกไปแววตาเต็มไปด้วยความเย็นชา เขาพูดขึ้นเสียงทุ้มต่ำ “มันเกิดอะไรขึ้น?”

            หรือว่ายอดฝีมือระดับเซียนเทียนขั้นกลางสามคนจะไม่สามารถเอาชนะซูฮ่าวที่อยู่ในระดับเซียนเทียนขั้นต้น?

            เงาดำนั้นกดเสียงลงต่ำ “ข่าวกรองผิดพลาดตอนนี้ซูฮ่าวอยู่ในระดับเซียนเทียนขั้นกลางแล้ว อีกทั้งยังมีฝีมือแข็งแกร่งมากด้วยพลังของเขาเพียงคนเดียวสามารถสังหารคนทั้งสามได้ทั้งหมดไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว”

            “สมควรตาย!” หลินอีหลุนกำหมัดกรอด สีหน้าเหี้ยมเกรียม

            เขาคิดไม่ถึงว่าซูฮ่าวคนนั้นจะซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้

            เขาใช้เงินจำนวนมากเพื่อจ้างยอดฝีมือเซียนเทียนขั้นกลางทั้งสามคนแทนที่จะได้สังหารซูฮ่าว แต่กลับถูกซูฮ่าวฆ่าตายจนหมด 

            นี่เหมือนกับเสียทั้งภรรยาเสียทั้งลูกน้อง!

            เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆระงับโทสะภายในใจ แล้วพูดขึ้นเสียงเย็นว่า “ได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับซูฮ่าวมาหรือเปล่า?”

            “ในส่วนของความแข็งแกร่งจากที่ซูฮ่าวสามารถสังหารยอดฝีมือระดับเซียนเทียนขั้นกลางทั้งสามคนอย่างง่ายดายจึงคาดว่าความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายนั้นน่าจะอยู่ในระดับเซียนเทียนขั้นปลาย” เงาดำนั้นพูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา “นอกจากเรื่องนี้แล้วฉันพบว่าซูฮ่าวมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้หญิงที่ชื่อเย่จื่ออี๋อีกทั้งเย่จื่ออี๋คนนี้ก็มีภูมิหลังที่ยอดเยี่ยม”

            “หื้อ?” หลินอีหลุนชะงักไปเล็กน้อย เขาจุดบุหรี่ขึ้นสูบอีกครั้งหลังจากยกขึ้นสูบหนึ่งครั้ง เขาก็พูดขึ้นว่า “เล่ามาสิ”

            “เรื่องเป็นแบบนี้ครับ…” เงาดำร่างนั้นเราตั้งแต่ต้นจนจบ 

            “น่าสนใจ” หลังจากที่ฟังจบ หลินอีหลุนก็เผยรอยยิ้มออกมา

            คิดไม่ถึงเลยว่าภรรยาของเย่จื่ออี๋คือเฉินไห่คั่วบอสใหญ่แห่งเมืองเยว่โจวอีกทั้งจากคำเล่าของชายชุดดำเฉินไห่คั่วและซูฮ่าวเหมือนจะกำลังแย่งชิงเย่จื่ออี๋อยู่

            “คุณหลิน วันนี้ซูฮ่าวไปรับเด็กคนหนึ่งที่โรงเรียนพร้อมกับเย่จื่ออี๋ไม่รู้ว่าเป็นลูกของพวกเขาทั้งสองคนหรือเปล่า” ชายชุดดำคนนั้นหยิบมือถือขึ้นมาและเปิดภาพให้กับหลินอีหลุนดู

            ในภาพนั้นซูฮ่าวกำลังอุ้มเด็กคนหนึ่งอยู่เย่จื่ออี๋ยืนยิ้มสดใสอยู่ด้านข้าง ไม่ว่าอย่างไรดูแล้วก็เหมือนภาพครอบครัว 

            หลินอีหลุนคาบบุหรี่ไว้ในปากและเปิดดูรูปถ่ายใบอื่นๆ ก่อนจะขยี้ก้นบุหรี่ลง ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย 

            “โอเค ถ้าอย่างนั้นก็ใช้วิธีนี้แหละ!”

            ………………

            ห้องนอนชั้นสอง ภายในคฤหาสน์ 

            ซูฮ่าวถือโทรศัพท์แนบหูคุยกับหวังเฉิงเทียน

            “คุณซู เรื่องนี้ไม่มีปัญหา พรุ่งนี้ฉันจะตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดของกลุ่มบริษัทหลินชื่อก่อนเที่ยงพรุ่งนี้คุณวางใจได้เลยครับ” หวังเฉิงเทียนที่อยู่ปลายสายพูดขึ้นด้วยความเคารพ

            “โอเค” เดิมทีซูฮ่าวอยากจะวางแล้ว แต่เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงถามขึ้นว่า “คนรู้จักเฉินไห่คั่วบอสใหญ่แห่งเยว่โจวหรือเปล่า?”

            “เฉินไห่คั่ว?” หวังเฉิงเทียนตกใจ “ทำไมเขาถึงมาที่เฉวียนโจวล่ะ? หรือว่าคุณซูเคยเจอเขาแล้วอย่างนั้นเหรอ?”

            “ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ข้างๆ บ้านพักตากอากาศชิงอวิ๋น” ซูฮ่าวพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “คุณรู้เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเขาบ้างเล่าให้ฉันฟังหน่อย”

            “ฉันรู้แค่เล็กน้อยเท่านั้น จะว่าอย่างไรดีล่ะเยว่โจวเป็นศูนย์กลางภาพยนตร์และความบันเทิงภายในเมืองไห่เป่ยดาราและคนมีชื่อเสียงจำนวนมากล้วนจัดคอนเสิร์ตและรายการส่งตัวเองที่เยว่โจวในขณะเดียวกัน เยว่โจวก็มีทั้งภูเขาทั้งสายน้ำ เหมาะสำหรับการเป็นโลเคชั่นที่ดีในการถ่ายภาพยนตร์ดังนั้นผู้กำกับส่วนใหญ่จึงเช่าสถานที่เหล่านั้นในการถ่ายทำและเพราะเฉินไห่คั่วรู้ในเรื่องนี้เขาจึงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้กำกับและดาราจำนวนมากถือว่าเขามีชื่อเสียงอย่างมากในเยว่โจว” หวังเฉิงเทียนอธิบาย 

            “แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเรื่องที่สำคัญที่สุดเลยก็คือพี่สาวของเฉินไห่คั่วมีฐานะไม่ธรรมดาเธอเป็นภรรยาของเว่ยเกาหยวนหัวหน้าตระกูลเว่ยแม้ว่าเธอจะเสียชีวิตเนื่องจากอาการป่วยไปแล้วแต่ก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเรื่องที่เฉินไห่คั่วเป็นพี่เขยของเว่ยเกาหยวนได้”

            “ตระกูลเว่ยกับตระกูลมู่หรงเป็นสองตระกูลที่มีอำนาจสูงสุดในไห่เป่ยเรียกได้ว่าอำนาจล้นฟ้า ด้วยการแบ่งพื้นที่ไห่เป่ยดังนั้นเฉินไห่คั่วจึงได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้าตระกูลเว่ยทำให้เขาสถานะของเขาอยู่ในอันดับหนึ่งของบอสใหญ่ทั้งเจ็ด” 

            ซูฮ่าวขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “คุณก็มีคุณชายใหญ่ตระกูลมู่หรงอยู่เบื้องหลังไม่ใช่เหรอ? หรือว่ายังไม่สามารถเทียบเขาได้อีก?”

            “คุณซู ฉันขอพูดตามตรงนะครับ เมื่อเทียบกับเฉินไห่คั่วฉันยังอยู่ห่างจากเขาอีกไกล” หวังเฉิงเทียนหัวเราะอย่างกระดากอายแล้วพูดอย่างเก้อเขินว่า “ฉันแค่รู้จักกับคุณชายใหญ่มู่หรง แต่ก็ไม่ได้สนิทกันมากนักอีกทั้งคุณชายใหญ่มู่หรงก็มีชื่อเสียงไม่ดี แล้วยังเป็นแค่รุ่นเยาว์อำนาจไม่ได้มีเทียบเท่ากับฐานะพี่เขยตระกูลเว่ยของเฉินไห่คั่วเรียกได้ว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว”

            “ถ้าเป็นแบบคุณที่มีบุญคุณกับผู้เฒ่ามู่หรงละก็ ยังพอจะสู้กันได้แต่ถ้าเป็นฉันแล้วจะต้องแพ้อย่างแน่นอน”

            “อย่ามองว่าเทียนเสิ่นกรุ๊ปของฉันเป็นกลุ่มบริษัทอันดับหนึ่งของเฉวียนโจวความจริงแล้วเศรษฐกิจส่วนใหญ่ทั้งหมดของเฉวียนโจวถูกควบคุมตระกูลมู่หรงฉันเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น แต่เฉินไห่คั่วไม่เหมือนกันเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในเยว่โจวอยู่ในกำมือของเขา แม้กระทั่งในช่วงหกเดือนที่ผ่านมามือของเขาก็ยื่นออกไปที่เขตต่างๆ ”

            เมื่อได้ยืนดังนั้นในที่สุดซูฮ่าวก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเฉินไห่คั่วถึงได้มั่นใจในตัวเองขนาดนั้น

            ฐานะพี่เขยของหัวหน้าตระกูลเว่ยมีเงินมีอำนาจ แล้วจะให้ไม่มั่นใจในตัวเองได้อย่างไร?

            เมื่อเห็นว่าซูฮ่าวไม่พูดไม่จาหวังเฉิงเทียนก็ถามขึ้นอย่างระมัดระวัง “คุณซูคุณคงไม่มีความขัดแย้งอะไรกับเฉินไห่คั่วหรอกนะ?”

            “ไม่รู้ว่าควรจะพูดเรื่องนี้กับคุณอย่างไรดี เรื่องนี้เป็นเรื่องของฉันเองคุณไม่ต้องยุ่งหรอก”

            “ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นก็แค่นี้ก่อนนะครับ” หวังเฉิงเทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้ววางสายไป

            หากพูดตามความจริงเขาก็ไม่อยากให้ซูฮ่าวทะเลาะกับเฉินไห่คั่วหรอกท้ายที่สุดแล้วอีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนที่จะสามารถยั่วโมโหได้

            “เรื่องของหลินอีหลุนยังไม่ได้จัดการเลยตอนนี้ยังมีเฉินไห่คั่วที่ฐานะไม่ธรรมดาเพิ่มมาอีกไหนจะศิษย์พี่ที่ดุร้ายของหนิงไท่ ชีวิตชาตินี้ของฉันนี่มีสีสันไม่น้อยเลย!” ซูฮ่าววางโทรศัพท์ลงแล้วหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ง่าย

            แน่นอนว่าเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ 

            ในชาตินี้ไม่มีใครสามารถเหยียบย่ำเขาได้หากล้มเหลวในเมืองเล็กๆ อย่างไห่เป่ย ถ้าอย่างนั้นเขาจะสามารถเอาชนะศัตรูที่แท้จริงอย่างเยี่ยนจิงได้อย่างไร?

            “ติ๊งต่อง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วยคุณที่สามารถฉีกหน้าคนได้ยอดเยี่ยมรับรางวัลแต้มเสแสร้งหกสิบแต้ม ปล.วันนี้ระบบได้อัพเดทใหม่ต้องอัพเดทใบหน้าที่หล่อเหลา แต่จนปัญญาที่ค่าความหล่อเหล่ามีมากเกินไปดังนั้นการมอบรางวัลจึงเกิดความล่าช้าเล็กน้อยหวังว่าโฮสต์จะให้อภัยกับความหล่อเหลาของระบบด้วย” 

            “โอเค พวกเรามาเริ่มให้คะแนนดีกว่า ก่อนอื่น ในความเห็นของระบบที่หล่อเหลาพบว่ากระบวนท่าการเสแสร้งของโฮสต์ภายในร้านอาหารเทียนเสิ่นไม่เลวเลยต่อมาก็ได้โอ้อวดแบล็คการ์ดของท่านประธานซึ่งเป็นการเสแสร้งที่เหมือนมาก หนังยังมอบบทลงโทษให้แก่ฟั่นถ่งนับว่าเป็นการกระทำที่มีชั้นเชิง โดยสรุปแล้วคะแนนในการเสแสร้งครั้งนี้สูงถึงเจ็ดสิบคะแนน”

            “ส่วนการสังหารศัตรูในป่า พวกเขาไม่ยอมก็ต้องยินยอมแล้ว คนเขาจะมาฆ่าโฮสต์แต่โฮสต์กลับฆ่าคนเสียจนเกลี้ยง แต่ก็ดีนะโดยเฉพาะเหมือนตอนที่ตัวประกอบพูดนั่นนี่ราวถ้าไม่พูดอะไรออกมาก็จะไม่สามารถแสดงความแข็งแกร่งของตนเองออกมาได้ตัวเขาเองคิดว่ามันหล่อ แต่ความจริงแล้วมันโคตรจะปัญญาอ่อน”

            “โฮสต์ที่บกพร่องโปรดจำไว้ การเสแสร้ง ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ออกซิเจนแต่ต้องการความกล้าหาญมากกว่า อีกทั้งยังต้องทำตัวเผด็จการคนที่สามารถเสแสร้งนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะแข็งแกร่งเท่าไรแต่ขึ้นอยู่กับสามารถเปิดเผยความแข็งแกร่งต่อหน้าผู้คนมากขนาดไหน เช่นระบบอย่างฉันแม้จะมีหญิงสาวมากมายเข้ามารุมล้อม ดั่งแม่น้ำรั่วสามพันลี้ เพียงหนึ่งจอกดับก็กระหาย[1] ฉันที่หล่อเหลาและสง่างามขนาดนี้ หวังว่าโฮสต์จะให้ความเคารพต่อข้อนี้ด้วยขอบคุณฮับ!”

            ซูฮ่าวหน้าดำคล้ำ “ใครแม่งจะหน้าไม่อายขนาดนี้?”

            “เพราะหน้าตาดี ฉันเลยต้องชมตัวเองว่าหน้าตาดีทุกวันเพื่อไม่ให้คนอื่นมาหาว่าฉันขี้โม้ได้ การถ่อมตัวก็เป็นคุณธรรมที่ดีอย่างหนึ่งนะนอกจากนี้ยังเป็นความเสแสร้งที่มองไม่เห็นอีกด้วยคนหลายคนยังรู้สึกว่าฉันนั้นเก็บงำซ่อนตัวไม่พอ ฉันก็เลยต้องถามไปอย่างถ่อมตัวว่า ‘จะต้องเก็บงำความหล่ออย่างไรเหรอ?’ ”

            ซูฮ่าว “...”

            ระบบหลังจากนี้ถ้าฉันข้ามทางม้าลายกับคนแก่ ฉันจะไม่พยุง (ฝู) คนแก่แล้วเพราะฉันยอมแพ้ (ฝู)[2]นายแล้ว!

            เขาไม่สนใจระบบที่พูดมาก เขากำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำแต่ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น

            ซูฮ่าวชะงักไปเล็กน้อยแล้วเดินไปเปิดประตู 

            ในตอนนั้นร่างงดงามที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำก็สะท้อนเข้าสู่สายตาของเขา

            รูม่านตากระจ่างใสคิ้วเรียวดุจก้านหลิว ขนตายาวกระพือเล็กน้อย ผิวขาวงดงามไร้ที่ติริมฝีปากบางราวกลีบดอกกุหลาบ 

            ผมสีดำของไป๋เหวินหลิงยาวถึงบริเวณไหล่ราวน้ำตกใบหน้ารูปไข่แดงขึ้นเล็กน้อย 

            “ซูฮ่าว ฉันนอนคนเดียวนอนไม่หลับเลยคุณไปนั่งเล่นที่ห้องของฉันดีไหม?”

            ทันทีที่สิ้นเสียงร่างกายของซูฮ่าวก็แข็งทื่อ 

            สีหน้าเขาแปลกประหลาดเขากวาดสายตามองไป๋เหวินหลิงขึ้นลง หางตากระตุก

            “คุณแน่ใจเหรอ…ว่าจะให้ฉันไปเล่นกับคุณ?” 

            ………………

            [1]  แม่น้ำรั่วสามพันลี้เพียงหนึ่งจอกดับก็กระหาย (弱水三千,只取一瓢) สำนวนจีนหมายถึง ต่อให้คนบนโลกนี้มีมากมายแค่ไหนฉันก็จะขอรักแค่เธอเพียงคนเดียว

            [2] มุกพ้อเสียง “ฝู” คำแรกคือ (扶) หมายถึงพยุง “ฝู” คำที่สองคือ (服) หมายถึงยอมแพ้ ยอมรับความพ่ายแพ้

             

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน