“แล้วไงล่ะ? แต้มบุญนี้เป็ผลงานแกสินะ”
ฉันก็นึกอยากจะขอบคุณมันอยู่หรอก แต่วีรกรรมเก่าๆของมันยังค้ำคอฉันอยู่
“แหมป้า เราก็หามาด้วยกันไง”
“แต้มบุญน่ะ ป้าเรียกแมวมารับไปสิ”
.
“เออๆ ถือว่าแกก็มีความดีความชอบอยู่”
.
“ครับป้า ฮ่าๆ”
ฉันอยากจะหมั่นไส้ในท่าทีมันในตอนนี้อยู่เหมือนกัน แต่ครั้งนี้มันก็ทำดีจริงๆ
“แมว แกเป็ใคร”
ฉันร้องเรียกแมวคริสออกมา และก็เช่นเคย ไม่นานเราก็พบแมวตัวสีดำ ปรากฏออกมาอยู่ตรงหน้าเรา
“ว้าว พวกเธอนี่ ข้ามขั้นกันไปไกลเลยนะ”
“ ไหนดูสิ ปราบมารห้าแต้มได้ด้วยเหรอ? สุดยอดไปเลยๆ”
ไม่รู้ว่าแมวมันพูดจริงหรือประชดนะ แต่ฉันไม่เห็นสีหน้ามันดูตื่นเต้นเลยสักนิด
ต่างกับไอ้เด็ก คนข้างๆฉันมาก
“ใช่ครับ ผมเองครับ”
“ผมเหวี่ยงเนื้ออบซอสไปแปะบนหัวมันครับ”
ไอ้เด็กเบน มันพูดด้วยความตื่นเต้น และดูจะภูมิใจกับผลงานของตัวเองมาก
“งั้นเหรอ? ฉันไม่เคยรู้นะ ว่าเนื้ออบซอสมันใช้ปราบมารได้ด้วย”
“พวกเธอนี่เท่ดีจริงๆ ฮ่าๆ”
.
“ฮ่าๆๆ แล้วก็เก็บแต้มไปสักทีสิ”
ฉันยืนฟังอยู่นานแล้ว ฉันเลยแกล้งขำกับเขาดูบ้าง
“อ่อใช่ๆ ห้าแต้มนะ ทั้งหมดก็เป็....เออ...หกแต้ม!!!”
“หกแต้มเลยนะที่พวกเธอทำได้”
“อย่าลืมนะ ยังเหลืออีก 994 แต้ม ที่พวกเธอยังต้องเก็บมาให้ได้”
“เื่นั้นเราไม่ลืมหรอก”
.
“งั้นฉันไปน่ะ...”
.
“เดี๋ยว! เดี๋ยวเลย!”
“จงหยุดอยู่ตรงนั้นเลยแมว”
“ฉันมีเื่อยากจะถามแกอยู่นานแล้ว”
“แกควรจะบอกเราได้แล้วนะ ว่าเราทำอะไรได้บ้าง”
“แกจะให้เราค้นพบมันเองไปถึงเมื่อไร?”
.
“อ้าวเหรอ? ฉันไม่ได้บอกพวกเธอเหรอ ว่าพวกเธอทำอะไรได้บ้างน่ะ”
.
“ใช่! แกไม่เคยบอกเลย”
“แกเอาแต่บอกว่า ถ้าเราเจอมารแล้วเราจะรู้มันเอง”
.
“แล้วพวกเธอก็รู้มันเองแล้วจริงๆนิ”
.
“ก็ใช่! แต่ฉันอยากจะรู้มันทั้งหมดทีเดียวเลยได้ไหม?”
.
“อืม...ฉันนึกดูก่อนนะ...”
“อ่อ...พวกเธออยากทำอะไรพวกเธอก็นึกดูเอาแล้วกัน ฉันไปล่ะ”
.
“เดี๋ยวแมว! แมว! แมวคริส! ไอ้คริส!”
ไม่ทันแล้ว พอสิ้นเสียงมัน มันก็หายวับไปเช่นเคย
สรุปคือฉันก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความสามารถของนักปราบมารอีกเช่นเดิม
เสียเวลาจะไปถามมันจริงๆ
“ไม่เป็ไรหรอกป้า เราค่อยๆรู้ไปเรื่อย ๆอย่างนี้ก็ดีนะป้า”
“ผมว่ามันก็สนุกดี”
.
“สนุกเหรอ? แกสนุกไปคนเดียวเถอะ”
“เดี๋ยวนี้แกไม่กลัวมารแล้วเหรอ? ถ้ามารตัวต่อไป มันใหญ่เท่าบ้านล่ะ?”
“แกจะสนุกอยู่ไหม?”
ฉันก็แค่อยากจะรู้ว่าเราทำอะไรได้บ้างเท่านั้น ไม่รู้ว่าแมวคริสมันจะเก็บไว้ เป็ความลับทำไมนักหนา
“อ้าวป้า จะไปไหนล่ะ?”
.
“แปรงเป็คนเถอะเบน ฉันจะไปกินเนื้ออบซอส?”
ฉันคงจะหิว หรือนึกอยากขอบคุณเนื้ออบซอสหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ
ฉันถึงอยากจะกินมันในตอนนี้
“เนื้ออบซอสเหรอป้า ไปสิๆๆ ผมไปด้วย”
เราแปรงเป็มนุษย์กันอย่างเคยแล้วก็เดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยงตามเดิม
พอเริ่มถึงงานเลี้ยง ฉันก็เห็นว่ายังมีผู้คนมุ่งดูห้อมล้อมแท่นที่นั่งอันหรูหราของมารกบนั่นอยู่
จะว่าไปตอนที่มารกบมันะโหนีออกไปจากงานวันนี้ ไม่เห็นมีผู้คนวิ่งตามมันมาเลยนะ
ฉันเดินเข้าไปดูใกล้ๆ พบว่าที่ตรงนั้นที่เคยเป็ที่นั่งของมารกบนั้น ก็ยังมีท่านกบนั่งอยู่
“ป้าดู! มารกบมันยังอยู่”
เบนร้องเรียกให้ฉันดูว่ายังมีมารกบนั่งอยู่บนแท่นนั้นเหมือนเดิม
แต่...ไม่ใช่ ไม่ใช่มารกบแน่ๆ เพราะกบตัวนี้เล็กกว่ามารกบมาก ขนาดตัวมันเหมือนกับกบทั่วไปๆ
แล้วมันก็มีสีอย่างกบปกติ ไม่ใช่สีสะท้อนแสง ไม่มีรัศมีเปร่งประกายออกมารอบๆตัวมันอย่างมารกบด้วย
หรือว่ามารกบมันจะสิงร่างของกบตัวนี้ แล้วพอมันจะหนีพวกเราที่เป็นักปราบมาร
มันก็เลยออกจากร่างของกบตัวนี้ไป
“ไม่ใช่มารหรอกเบน เป็กบธรรมดาน่ะ”
.
“เหรอครับป้า”
“แล้วเราจะไม่บอกผู้คนเหรอป้า”
“ ว่าเขาไหว้กบธรรมดากันอยู่”
.
“แกอยากลองเข้าไปบอกเขาไหมล่ะ?”
“บางอย่างเราก็ต้องเรียนรู้เอง”
“เดี๋ยวเขาเห็นว่าการไหว้กบนี่ไม่มีผลอะไรกับชีวิตเขา”
“เขาก็คงเลิกกันไปเองแหละ”
ฉันบอกเบนมันไปอย่างนั้น แต่...เดี๋ยวนะ
เมื่อกี้นี้ฉันพูดเหรอว่า บางอย่างเราก็ต้องเรียนรู้เอง
หรือว่า...นี่จะเป็คำตอบที่แมวคริสมัน้าจะบอกกับพวกเรานะ
เราต้องเรียนรู้มันเองเหรอ?
“ป้า! ป้า! เร็วป้า! เนื้ออบซอส! มันจะหมดแล้วป้า! เร็วๆ!”
นาทีนี้ ฉันรู้สึกหมั่นไส้มันมาก ไอ้เด็กเบนน่ะ แต่ก็ไม่อยากจะไปขัดขวางอะไรมันหรอก
วันนี้ความตะกละของมัน เป็ประโยชน์กับเราจริงๆ
“เบน แกต้องเอามันมาให้ฉันชิ้นนึงเร็วๆ!”
.
ฉันตื่นมาในตอนเช้าไม่รู้ว่าเมื่อคืนหลับไปั้แ่เมื่อไร ั้แ่เราแปรงร่างเป็มนุษย์ได้ เราก็เริ่มใช้ชีวิตกันอย่างมนุษย์มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ลืมว่าที่จริงแล้ว เรากำลังทำอะไรกันอยู่
ฉันเดินออกมาจากห้องก็มาเจอไอ้เด็กเบนมันนอนอยู่ในห้องส่วนกลาง นอนอยู่กับพื้นห้องนั่นแหละ
“นี่แกเป็มนุษย์เต็มตัวแล้วเรอะ?”
“แกจะนอนทำไม? ในเมื่อผีอย่างแกไม่ต้องนอนก็ได้”
ฉันว่ามันไปอย่างนั้น ทั้งที่เมื่อกี้ ฉันก็เพิ่งตื่นนอนเหมือนกัน
“อารายน่ะป้า ผมจากินน ผมจากินนเนื้ออบซอสส”
ใช่ มันยังไม่ตื่นหรอก มันละเมอ
ในฐานะที่เมื่อวานมันก็มีความดีอยู่ ฉันเลยไม่อยากจะไปปลุกมัน
ฉันเลยเดินออกมานอกห้อง เดินไปตามทางเดิน ก็พอดีได้ยินเสียงแปลกๆดังมาจากนอกบ้าน
ฉันเลยเดินไปดูสักหน่อย มีผู้คนจำนวนหนึ่งยืนกันอยู่ตรงนั้น ถัดไปก็เป็ผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง กำลังเดินไปเก็บอะไรสักอย่างกันอยู่
อ๋อเก็บลูกธนู ผู้คนพวกนี้กำลังยิงธนูกันอยู่
“ธนูเหรอ? น่าสนใจดีนะป้า”
.
“เดี๋ยว นี่แกตื่นั้แ่เมื่อไร?”
.
“ก็ั้แ่ป้าเดินออกมานอนกห้องนั้นแหละ”
“ป้าเดินดังนะ ทำผมตื่นเลย ฮ่าๆ”
.
“เออ แล้วไง?”
.
“ก็ไม่แล้วไงหรอกป้า”
“แต่ธนูเนี่ย ผมว่ามันน่าสนใจอยู่นะป้า”
.
“น่าสนใจยังไง? แกยิงเป็เรอะ?”
“ผมก็ไม่แน่ใจนะ ผมต้องลองจับมันดูก่อน”
นี่ฉันคิดไปเองหรือเปล่านะ ฉันว่า ั้แ่ไอ้เบนมันเริ่มปราบมารได้เนี่ย
มันดูจะโตเป็ผู้ใหญ่ขึ้นนะ ดูแววตาที่มันมองธนูในตอนนี้สิ
ดูมันจะเอาจริงเอาจังมากเลยนะ