มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 53 ภารกิจพิชิตใจ

    หลังจากที่ตัวของหลินเทียนพูดคุยกับจูหยวนจางอยู่นานพอสมควรทำให้ตัวของเขารู้ว่านิสัยของชายผู้นี้ดีขึ้นเป็นอย่างมากและไม่เพียงแค่นั้นตัวของหลินเทียนยังมีโอกาสที่จะไปเยี่ยมชมสถานที่พักของศิษย์รับใช้ สภาพที่พักของพวกมันนั้นนับว่าย่ำแย่เป็นอย่างมากมันแย่ยิ่งกว่าของศิษย์ฝ่ายนอกเสียอีก“นี่คือทักษะวิชาชนิดหนึ่ง เจ้าจงตั้งใจฝึกฝนมันซ่ะ ทักษะวิชาเหล่านี้นั้นไม่ได้เน้นพลังเวทเป็นหลักแต่มันมุ่งเน้นที่พลังกายของเจ้าเอง ต่อให้เจ้าเป็นคนที่โง่เขลาแค่ไหนหรือจะเป็นบุคคลที่ไร้ซึ่งพรสวรรค์แต่ข้าเชื่อว่า หากเจ้าตั้งใจอย่างใจจริงมันจะต้องสำเร็จเป็นแน่” ทักษะที่หลินเทียนมอบให้แก่มันนี้นั้นเป็นทักษะวิชาการต่อสู้จากโรคเดิมของหลินเทียนทุกศาสตร์วิชาแห่งการต่อสู้ล้วนแล้วแต่รวมอยู่ภายในหนังสือเล่มนี้มันเป็นเล่มเดียวกันกับที่น้องสาวของเขานั้นเคยฝึกฝน“ขอบคุณนายท่าน ถึงแม้ว่าตัวของข้าผู้นี้จะเป็นบุคคลที่โง่เขลาแต่ตัวของข้านั้นจะพยายามให้ได้อย่างดีถึงที่สุด” จูหยวนจางกล่าวออกมาด้วยความซาบซึ้งใจอย่างถึงที่สุดการที่ตัวของมันมาเป็นศิษย์รับใช้นี้นั้นแทบที่จะไม่มีโอกาสได้ฝึกฝนเลย นับว่าเจ้านายของมันผู้นี้นั้นใจกว้างเป็นอย่างมากเพราะผู้คนโดยส่วนมากล้วนแล้วแต่หวงในตำราทักษะของตน แต่ตัวของหลินเทียนนั้นแตกต่างจากผู้อ่านอย่างสิ้นเชิงตัวของเขาในใจกว้างกว่าที่มันคาดคิดไว้เป็นอย่างมากนับว่าเป็นบุญวาสนาของมันอย่างแท้จริงที่ได้มาพบเจอกับหลินเทียน“นี่คือข้าแรงของเจ้า จงรับมันไว้เถอะครอบครัวของเจ้ากำลังลำบากอยู่ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจที่จะต้องการมัน” หลินเทียนให้เงินจูหยวนจางไว้ใช้จ่ายในแต่ละเดือนมากถึง 1 เหรียญทอง ซึ่งเงินขนาดนี้นั้นนับว่ามากมายเป็นอย่างมาก ถึงจะเป็นอย่างงั้นตัวของมันก็ยังไม่กล้ารับเพราะเกรงกลัวว่าตัวของหลินเทียนนั้นต้องการที่จะลองใจ“ขอบคุณนายท่านแต่ตัวของข้านั้นไม่กล้ารับ และทุกวันนี้ทางโรงเรียนจอมเวทเองก็ให้ค่าจ้างกับศิษย์รับใช้ทุกคนเป็นประจำทุกเดือนเดือนล่ะ 500 เหรียญเงิน นายท่านไม่จำเป็นที่จะต้องจ่ายค่าจ้างให้กับค่าก็ได้เพราะทางโรงเรียนก็จ่ายเงินจำนวนนี้อยู่แล้ว” จูหยวนจางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ซื่อสัตย์ถึงแม้ว่าตัวของมันนั้นจะอยากได้เงินจำนวนนี้มากก็ตาม“ครอบครัวของเจ้ากำลังลำบากก็ใช่เหรอรับเงินจำนวนนี้ไปเถอะ หากเจ้าอยากที่จะตอบแทนข้าจริงๆเจ้าก็จงที่จะแข็งแกร่งขึ้นซ่ะแล้วก็จงรักภักดีกับข้าด้วยนี่คือสิ่งตอบแทนที่ข้าต้องการ” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างถึงที่สุด หากเป็นสมัยก่อนเงินจำนวน 1 เหรียญทองนั้นนับว่ามากมายสำหรับเขาจริงๆแต่ในช่วงเวลานี้นั้นมันแตกต่างไปแล้วหลังจากที่ตัวของเขาได้มาเป็นนักเรียนจอมเวท แต่ทางด้านของศิษย์รับใช้นั้นชะตาชีวิตของพวกมันนั้นล้วนแล้วแต่ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากเดิมมากมายนัก“ขอบคุณนายท่าน ตัวข้านั้นไม่รู้ที่จะขอบคุณท่านอย่างไรดี” จูหยวนจางถึงกับหลั่งน้ำตาออกมามันคือน้ำตาของลูกผู้ชายชีวิตของมันนี้นั้นต้องแบกรับปัญหามากมายและตัวของมันคือความหวังของครอบครัวที่จะให้คนที่อยู่ข้างหลังเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นพ่อแม่ของเขานั้นทำงานหนักมาทั้งชีวิตทำให้ตอนนี้พวกเขามีสุขภาพที่ไม่ค่อยที่จะแข็งแรงมากนักแต่ด้วยเงินค่าจ้างของหลินเทียนนี้นั้นสามารถยกระดับครอบครัวของเขาให้อยู่ดีกินดีขึ้น แรกเริ่มเดิมทีนั้นศิษย์รับใช้จะมีหน้าที่ดูแลเหล่านักเรียนจอมเวทถึงตอนที่พวกมันเหล่านั้นเรียนจบ แต่ตัวของเขานั้นคาดหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เป็นข้ารับใช้ของหลินเทียนจนกว่าชีวิตของมันผู้นี้นั้นจะดับสิ้น“นายท่านได้โปรดรอข้า ตัวข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อท่านให้จงได้” พรสวรรค์ของจูหยวนจางในยามนี้นั้นแทบที่จะไม่ถึง 1 ดาวด้วยซ้ำ แต่ตัวของมันนั้นกับที่จะมีความฝันอีกครั้งฝันที่จะแข็งแกร่งเพื่อชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าของมันผู้นี้ นอกจากท่านพ่อท่านแม่แล้วคนที่ตัวของเขานับถือในยามนี้นั้นก็คือหลินเทียน“ฮ่า ฮ่า เจ้าไม่ต้องเคร่งเครียดถึงเพียงนั้น แต่ตัวของข้าเชื่อว่าคนทุกคนล้วนแล้วแต่มีความสามารถแฝงที่คอยแอบอยู่ภายในตัวแต่แค่ตัวของเจ้านั้นยังไม่เห็นมันเท่านั้น” คำพูดของหลินเทียนทำให้จูหยวนจางมีดวงตาที่สว่างไสวอีกครั้งคนไร้ซึ่งพรสวรรค์เช่นมันก็มีความสามารถแฝงกับเขาอย่างงั้นเหรอ ไม่มีใครเลยที่จะคาดหวังในตัวมันมีเพียงแต่ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าของมันเท่านั้นนอกจากหลินเทียนจะมีความสามารถที่โดดเด่นแล้วนั้นตัวของเขายังมีความสามารถในการซื้อใจผู้คนสภาพการของจูหยวนจางในยามนี้นั้นไม่ต่างอะไรไปจากชนชั้นสวะผู้หนึ่งมันคือสวะของสวะไม่มีผู้ใดที่จะอ่อนด้อยเท่ามันอีกแล้วภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้ แต่ใครจะไปคาดคิดว่าตัวของมันผู้นี้จะเป็นหนึ่งในบุคคลที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุดแต่ชายผู้นี้นั้นก็ยินดีที่จะติดตามหลินเทียนไปตลอดชั่วชีวิตของมัน
    ณ ส่วนลึกของป่าพฤกษาหมื่นปีในยามนี้นั้นทางด้านของ อาชามังกรมู่ซานกวนแล้วก็ท่านปู่ของมู่หลานหลานพวกเขาทั้งสองก็เดินทางกลับไปถึงที่พักชั่วคราวของตนแล้ว ผู้เห็นการมาถึงของพวกมันทั้งสองแล้วแสดงอาการตื่นเต้นยินดีอย่างถึงที่สุดเห็นทีจะหนีไม่พ้นมู่หลานหลาน เพราะตัวของนางนั้นต้องการที่จะทราบข่าวของหลินเทียนจากท่านพ่อแล้วก็ท่านปูของนางสีหน้าของพวกเขาทั้งสองในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดีดูเหมือนว่าคนทั้งสองจะมีเรื่องราวตั้งมากมายที่จะเล่าให้นางฟัน“ท่านปู่ หลินเทียนเป็นอย่างไรบ้างพวกท่านหายกันไปซ่ะนานเลย หากช้าอีกนิดข้ากับท่านย่าก็จะออกไปตามหาพวกท่านแล้ว” สาวน้อยนางนี้กล่าวถามกับท่านปู่ของนางด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นยินดีอย่างถึงที่สุดตัวของนางนั้นอยากจะทราบคราวเสียเหลือเกินว่าตัวของหลินเทียนในยามนี้นั้นเป็นอย่างไรบ้าง“ชิ ชิ แม่สาวน้อยตัวของเจ้าคงไม่ได้เป็นห่วงเฒ่าผู้ชราผู้นี้หรอกคงจะเป็นห่วงเจ้าหนุ่มน้อยหลินเทียนนั่นเสียมากกว่า” เฒ่าผู้ชรากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความน้อยใจเล็กน้อยภายในหัวใจของหลานสาวผู้นี้เอาแต่คิดถึงแต่เจ้าหนุ่มนั่นจนหลงลืมตาแก่เช่นมันไปแล้ว“นี่ตาเฒ่า หลานสาวของเจ้ากล่าวถามอะไรก็จงรีบตอบคำของนางซ่ะมั่วแต่ยอกย้อนอยู่ได้” ท่านย่าของมู่หลานหลานกล่าวออกมาด้วยความโกรธเคือง“ฮ่า ฮ่า ท่านแม่ใจเย็นๆก่อนท่านพ่อเพียงแค่อยากจะหยอกล้อ หลานหลานเท่านั้น เจ้าหนุ่มหลินเทียนนั่นความสามารถของมันนั้นไม่ธรรมดาเลย หากให้เวลามันสักหน่อยมันจะต้องเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ได้เป็นแน่และสักมันนึงมันจะต้องมายื่นอยู่ต่อหน้าเราด้วยความสามารถของมันเอง” น้อยครั้งจริงๆที่ท่านประมุขจะกล่าวชมคนผู้นึงอย่างไม่คาดปากและดูเหมือนว่าตัวของเขานั้นจะรู้สึกถูกใจในตัวหลินเทียนเข้าให้แล้วทางด้านของมู่ชิงเมื่อฟังคำของท่านพ่อบุญธรรม แววตาของนางในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความสว่างไสวราวกับว่าตัวของนางนั้นจะรู้สึกสนใจในตัวหลินเทียนเช่นกัน“ท่านพ่อชายหนุ่มผู้นี้บุคลิกท่าทางของเขาเป็นอย่างไรบ้าง” มู่ชิงกล่าวถามกับท่านประมุขด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความอยากรู้อยากเห็นราวกับว่าตัวของนางนั้นไม่ปกปิดความต้องการของนางเอง ด้วยเหตุนี้เองสร้างความไม่พอใจกับมู่หลานหลานแล้วก็ท่านย่าของนางเป็นอย่างมากราวกับว่าสตรีนั้นจะรับรู้ถึงความคิดของกันและกันต่างกับบุรุษที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้“ฮ่า ฮ่า หากจะให้ข้าพูดตามตรงท่วงท่าของมันนั้นเต็มไปด้วยความสง่างาม ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกหน้าตาตัวของมันล้วนมีพร้อมทุกด้าน นอกเหนือไปจากนั้นยังจะมีพรสวรรค์ของมันที่เป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาว ข้าเห็นด้วยตาของข้าเองว่าตัวของเขาในยามนี้นั้นสามารถที่จะเอาชนะผู้คนที่อยู่เหนือกว่าตนได้มากถึง 2 ระดับ หากจะให้ข้าพูดตามตรงหากจะหาชายผู้เพียบพร้อมเท่าหลินเทียนบนโลกใบนี้คงไม่มีคนที่ 2 อีกแล้ว” ด้วยคำพูดของท่านประมุขทำให้แววตาของมู่ชิงถึงกับสว่างไสว ไม่ว่านางจะทำอย่างไรนางจะต้องแย่งชิงชายหนุ่มผู้นี้ให้มาเป็นของนางให้จงได้ต่อให้ใช้วิธีใดนางก็ยอมขอเพียงได้ตัวหลินเทียนมาเป็นผู้ชายของนาง“มู่หลานหลานข้ามีภารกิจด่วนให้เจ้าทำก่อนที่พวกเราจะเดินทางกลับไปที่ทวีปของเราและภารกิจนี้นั้นจะต้องขอความร่วมมือจากท่านแม่ด้วย” ท่านประมุขกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างถึงที่สุด นี่ก็เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ชายผู้นี้นั้นไม่ได้อยู่อารมณ์ที่จริงจังเช่นนี้“ภารกิจอะไร” นางกล่าวถามท่านพ่อของนางด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์อย่างถึงที่สุดแต่ภายในส่วนลึกของจิตใจตัวของนางนั้นอดที่จะแอบที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้เกี่ยวกับท่าทางที่จริงจังของท่านพ่อของนาง“ภารกิจของเจ้าในครั้งนี้ก็คือ ภารกิจพิชิตใจพ่อปู่แม่ย่าของเจ้าไม่ว่าจะอย่างไร เจ้าจะต้องทำให้พ่อแม่ของหลินเทียนรู้สึกพึ่งพอใจในตัวเจ้าให้ได้เจ้ามีเวลาแค่ 3 วันเท่านั้น หลังจากนั้นพวกเราจะเดินทางกลับทวีปของเราในทันที” น้ำเสียงของท่านประมุขนั้นจริงจังเป็นอย่างมาก การที่จะได้หลินเทียนมาเป็นเขยของตนนั้นอีกวิธีหนึ่งคือจะต้องผูกสัมพันธ์กับพ่อแม่ของหลินเทียนให้ได้“ฮ่ะ อะไรนะ” ใบหน้าของสาวน้อยผู้นี้ถึงกับเขินอายอย่างถึงที่สุด นี่ท่านพ่อบ้าของนางนั้นกำลังคิดอะไรอยู่กัน แต่ถึงอย่างนั้นตัวของนางก็เต็มไปด้วยความเต็มใจหากนางอยากได้หัวใจของหลินเทียนนั้นนางจะต้องได้หัวใจจากพ่อแม่ของหลินเทียนก่อนนับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายนางเป็นอย่างมาก“ท่านพ่อข้าขอไปด้วย” มู่ชิงรีบชิงพูดในทันทีนางไม่มีวันที่จะยอมพลาดโอกาสครั้งสำคัญนี้เป็นอันขาด“นังผู้หญิงไร้ยางอายอย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าตัวของเจ้านั้นกำลังคิดอะไรอยู่” มู่หลานหลานถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่นังผู้หญิงสารเลวนี้นั้นไม่ปกปิดความต้องการของนางเอง“เอาล่ะ เอาล่ะ ไม่ต้องเถียงกันพวกเจ้าก็ไปด้วยกันทั้งคู่แหละ” ท่านประมุขกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบื่อหน่ายที่พวกนางนั้นยังทำตัวเข้ากันไม่ได้เสียทีตั้งแต่เด็กยันโตภารกิจพิชิตใจพ่อปู่แม่ย่าในครั้งนี้นั้น มีผู้เข้าร่วมภารกิจมากถึง 4 คนอย่างเหนือความคาดหมาย ทางฝั่งของมู่หลานหลานนั้นมีท่านย่าของนางติดตามไปด้วย ส่วนทางด้านของมู่ชิงนั้นมีสาวใช้ชราซึ่งเป็นผู้ติดตามมาจากตระกูลเดิมของนางพลังฝีมือของผู้ติดตามของนางผู้นี้นั้นนับว่าร้ายกาจเป็นอย่างมาก 

    คล้ายกับเรื่องมหาปราชญ์ต่างโลก ที่คุณอ่าน