“อ่า...เหนื่อยมาก!!” เฟยอี้หลินทิ้งตัวลงนอนบนเตียงในเรือนของตนร่างกายรู้สึกอ่อนล้าจากการออกไปเดินข้างนอกไม่น้อยถึงอย่างนั้นกลับรู้สึกสนุกที่ได้เห็นผู้คนพูดคุยหยอกล้อกันตลอดสองข้างทางบ้างก็ได้เห็นชาวไร่ชาวนาเดินจูงควาย แบกจอบ เสียมไปทำงาน
“คุณชายน้อยบ่าวนำน้ำใส่น้ำแข็งมาให้เ้าคะ” เสียงอาซินดังขึ้นหน้าประตูเรือน
“น้ำแข็ง!!” เฟยอี้หลินเด้งตัวขึ้นนั่งบนเตียงทำไมเขาพึ่งจะรู้ว่าโลกนี้มีน้ำแข็งอยู่ด้วยเนี้ย
คนที่เมื่อสักครู่ยังแสดงท่าทางห่อเหี่ยวเพราะอากาศร้อนดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีสองขาก้าวลงจากเตียงวิ่งไปยังประตู
ปัง!!
ประตูเรือนเปิดออกอย่างกะทันหันทำอาซินใจนถาดที่ถือมาด้วยหลุดมือ
“หว่า คุณชายน้อยเดินช้า ๆหน่อยเ้าคะเดี๋ยวก็หกล้มเอาหรอก” อาซินลนลานก้มลงเก็บถาดซึ่งร่วงลงพื้นขึ้นมาไม่ได้โกรธเคืองที่คุณชายน้อยทำให้ใแต่กับเป็ห่วงกลัวคุณชายน้อยาเ็
เบี้ยหวัดนางจะหายไปไม่ได้
“อาซินข้ามีความคิดดี ๆ เื่หนึ่ง”
“เชิญคุณชายน้อยกล่าวเ้าคะ” แค่เห็นคุณชายน้อยตื่นเต้นดวงตาเป็ประกายนางก็พร้อมสนับสนุนคุณชายน้อยเต็มที่ ขอเพียงเื่ที่จะกล่าวไม่อันตรายก็พอ
“อาซินมีกระดาษหรือไม่”
“มีเ้าคะ”
ในตอนที่กำลังจะเอ่ยปากถามหาปากกาเขาก็เปลี่ยนความคิดโลกนี้ไม่มีทางจะมีปากกาหรือดินสอสิ่งที่ใช้เขียนถ้าหากไม่ใช่พู่กันก็คงจะเป็อะไรสักอย่างซึ่งใช้เขียนแทนได้ อีกอย่างเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ใช้เขียนในโลกนี้คืออะไรจึงต้องเปลี่ยนประโยคที่จะพูดออกมา พอคิดได้ดังนั้นจึงกล่าวขึ้นมาว่า “ข้าอยากได้ของที่สามารถเอามาเขียนได้”
“ข้าจะรีบไปนำมาให้เ้าค่ะ”กล่าวจบก็รีบวิ่งไปหยิบของที่เขา้ามาให้
“นะ..นายน้อยของที่้า ฮึก ได้แล้วเ้าค่ะ” อาซินพูดเสียงขาดห้วง หอบหายใจแรง ยื่นกระดาษกับแท่งเขียนมาให้
“ขอบใจมากอาซิน เ้านั่งพักก่อน”อาซินทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นไม่สนใจภาพลักษณ์ซึ่งไม่มีเหลืออยู่แล้ว
“ไหน ๆ ดูสิ” เฟยอี้หลินตั้งใจจะนั่งลงบริเวณขอบธรณีประตูแต่กลับถูกอาซินห้ามเอาไว้ก่อน
“ไปนั่งที่ศาลาดีกว่าเ้าคะ” เฟยอี้หลินพยักหน้าแล้วคนทั้งสองก็ย้ายไปยังศาลาแทนความวุ่นวายของสองนายบ่าวไม่มีทางที่คนในบ้านจะไม่รู้คุณท่านที่ไม่ได้ออกไปไหนเดินมาสมทบกับบุตรชายคนเล็กมองความครื้นเครงที่มีให้เห็นเกือบทุกวัน
ถึงจะมีความสุขที่บุตรชายร่าเริงแต่ในความสุขนั้นก็มีความหนักใจผสมอยู่
อี้เออร์ถึงวัยต้องแต่งงานแล้วเกอที่ออกไปเที่ยวข้างนอกไม่เว้นแต่ละวันจะต้องไม่เป็ที่้าของบุรุษบ้านไหนอย่างแน่นอนแต่เื่ที่เฟยอันฟางกังวลไม่ใช่เื่ที่บุตรชายจะไม่ได้แต่งงานเขากังวลกลัวว่าการกระทำเช่นนี้จะทำให้ผู้คนนินทาจนกระทั่งส่งผลถึงความรู้สึกของบุตรชายและทำให้เขาเ็ป
“อี้เออร์ทำอะไรอยู่หรือลูก” เฟยอันฟางนั่งลงข้างๆ บุตรชาย
“ท่านพ่อลูกกำลังวาดรูปของใช้บางอย่างอยู่ขอรับ”พูดจบก็ยื่นของที่อยู่ในมือในดู เฟยอันฟางก้มมองแล้วพยักหน้ายิ้ม ๆถึงจะไม่เข้าใจว่าของสิ่งนี้มีไว้ทำอะไรแต่ก็ยังคงสนับสนุนให้กำลังใจ
“แถวนี้มีร้านช่างที่สามารถสั่งทำของได้หรือไม่ขอรับ”เห็นประกายคาดหวังในดวงตาบุตรชายมีหรือที่ท่านเ้าบ้านจะกล้าปฏิเสธถึงแม้แคว้นนี้จะไม่มีเขาก็จะออกประกาศจนตามหาช่างฝีมือมาให้ได้
“มี ร้านช่างอยู่ไม่ไกลจากจวนเท่าไรเดินทางเพียงหนึ่งจิบชาก็ถึง”(หนึ่งจิบชา = 5 นาที )
“ดีเลยขอรับท่านพ่อ ไปกันเถิดขอรับ” เฟยอี้หลินวางของที่อยู่ในมือลง จับมือบิดามากุมเอาไว้ดวงตาสดใสฉายแววตื่นเต้นดีใจมองบิดานิ่ง
“อาซินไปบอกบ่าวรับใช้ให้เตรียมรถม้าข้าจะพาอี้เออร์ไปร้านนายช่าง”ได้มองดวงตาซึ่งเต็มไปด้วยความสุขเฟยอันฟางก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นลูบศีรษะบุตรชายทั้งยังออกคำสั่งเสียงหนักแน่น
“เ้าค่ะ” เมื่อเห็นอาซินกำลังจะเดินออกไปเฟยอี้หลินจึงเอ่ยห้ามเอาไว้แล้วหันมาหาบิดา
“ท่านพ่อ ทำไมเราไม่เดินไปละขอรับ”
“พ่อกลัวลูกจะร้อน” อากาศตอนนี้ร้อนอบอ้าวเกินไปไม่เหมาะจะปล่อยให้บุตรชายออกไปเดินข้างนอก เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้
ส่วนอาซินที่ได้ยินประโยคดังกล่าวก็อยากจะแย้งออกไปว่า นายท่านไม่ต้องเป็ห่วงคุณชายน้อยเลยเ้าค่ะเพราะคุณชายน้อยไปเดินเที่ยวตลาดและกลับจวนมาได้ยังไม่ถึงหนึ่งเค่อดี
ส่วนเื่ที่เฟยอี้หลินออกไปเดินเล่นข้างนอกและพึ่งจะกลับมานั้นท่านเ้าบ้านยังไม่ทราบเื่เพราะตอนออกไปเขาได้สั่งคนเฝ้าประตูไม่ให้รายงานเื่ที่ออกไปเที่ยวในวันนี้ให้บิดาทราบเอาไว้ก่อนแล้ว
เขาอยากดื้อดึงดูบ้างเพราะจากเวลาที่กล่าวออกมาก็สามารถคาดเดาได้ว่าระยะทางไปบ้านนายช่างไม่ได้ไกลมากเท่าไหร่แต่ด้วยความห่วงใยที่บิดามีให้จึงได้ยอมพยักหน้า “ลูกเข้าใจแล้วขอรับ”
“อาซินนิ่งอยู่ทำไมรีบไปสิ”
“เ้าค่ะ”
“ข้าอยากให้ท่านม้วนสเตนเลส”
“สเตนเลส?” นายช่างเผยสีหน้าไม่เข้าใจใส่เฟยอี้หลินั้แ่เกิดมาพึ่งจะเคยได้ยินคำนี้
เฟยอี้หลินกวาดตามองของที่คล้ายคลึงกับสเตนเลสเขาชี้มือไปทางนั้นแล้วเอ่ย
“สิ่งนั้นขอรับข้าอยากให้นายช่างช่วยใช้สิ่งนั้นทำของขึ้นมาตามภาพที่ข้าวาด ความสูงประมาณสามนิ้วยาวหนึ่งนิ้วครึ่ง มีหนึ่งชิ้นเป็แผ่นยาวขนาดหกนิ้วกว้างครึ่งนิ้ว” นายช่างพยักหน้าตอบรับเรื่อย ๆ สิ่งที่เฟยอี้หลิน้าให้ช่างทำออกมาคือพิมพ์สำหรับทำไอศกรีม เขา้าจะทำไอศกรีมแท่งทานเองในเมื่อโลกนี้ไม่มีถ้าหากเขา้าที่จะกินก็มีแต่ต้องทำขึ้นมาเท่านั้นดีที่ที่บ้านมีฐานะไม่ต้องกังวลเื่เงินทุนในการสร้าง
“นำของทั้งสามชิ้นมาประกบกันให้ชิ้นที่เล็กและยาวกว่าอยู่ตรงกลาง ปลายด้านหนึ่งให้เว้นว่างเอาไว้ที่สำคัญตรงจุดที่เชื่อมต่อกันของชิ้นงานทั้งสามชิ้นห้ามมิให้มีรอยรั่วนะขอรับท่านเข้าใจที่ข้าพูดใช่หรือไม่”เขาอธิบายทุกอย่างที่ถูกเขียนจนหมดแล้วเงยหน้ามองนายช่างเฟยอันฟางที่ยืนมองบุตรชายพูดจาฉะฉานก็ได้แต่รู้สึกภาคภูมิใจอี้เออร์ของตนเติบโตขึ้นถึงเพียงนี้แล้ว
นายช่างพยักหน้ารับอีกครั้ง “ข้าเข้าใจคุณชายน้อยท่านวาดละเอียดถึงเพียงนี้หากข้ายังไม่สามารถทำออกมาได้ก็อย่าได้เรียกข้าว่านายช่าง”แล้วเริ่มต้นทำงานทันที
ด้วยความที่เฟยอี้หลิน้าพิมพ์สำหรับทำไอศกรีมภายในวันนี้เขาจึงต้องเสียค่าเร่งงานให้นายช่างอีกทั้งยังถือเป็ความโชคดีที่นายช่างสนใจแบบที่เขาวาดมาจึงยอมตอบตกลงรับทำให้
แม้ว่าพิมพ์สำหรับทำไอศกรีมนี้จะต้องเสียเงินไปถึงหนึ่งเหลี่ยงก็ตามทั้งที่ถ้าคิดในราคาปกติจะถูกกว่ากันตั้งครึ่งหนึ่ง
“อี้เออร์ลูก้านำเ้าสิ่งนี้มาทำอะไร” เขามองสิ่งที่บุตรชายถืออยู่ในมือก็ได้แต่สงสัยเ้าสิ่งนี้มีช่องว่างเพียงนิดจะสามารถใส่อะไรเข้าไปได้
“ท่านพ่อรอดูสักครู่ ลูกจะแสดงให้ดู” เฟยอี้หลินอมยิ้ม คิดไปถึงความอร่อยของไอศกรีมหวาน ๆ เย็น ๆกับบรรยากาศร้อน ๆ ตอนนี้ ถ้าได้กัดเข้าปากไปสักคำรับรองว่าต้องสุดยอดมากแน่
แต่ยังไม่ทันที่จะได้ลงมือทำ ก็มีเสียงคุ้นเคยดังขึ้น
“กลับมาแล้วขอรับ” เฟยอี้หลงกล่าวหลังก้าวข้ามประตูเข้ามาแล้วเห็นพ่อกับน้องชายอยู่ด้วยกัน
“โอ๊ะ อี้เออร์กำลังทำสิ่งใดอยู่หรือ” เฟยอี้หลันกล่าว น้ำเสียงติดความสงสัย มองสิ่งของแปลกตาซึ่งอยู่ในมืออย่างอยากรู้อยากเห็นสองขาก้าวมาประชิดข้างตัวน้องชาย
“พี่ใหญ่พี่รองกลับมาได้เวลาพอดีเลยขอรับ” เสียงสดใสกับใบหน้ายิ้มแย้มทำเอาพี่ชายทั้งสองแทบตาบอดกับความเปล่งประกายของน้องชาย
“ว่าเช่นไรกำลังทำอะไรอยู่” เฟยอี้หลัน
“ของอร่อย คอยดูนะขอรับ” ว่าจบก็กลับไปสนใจพิมพ์ทำไอศกรีมอีกครั้งเขาจัดการคั้นน้ำแตงโม น้ำองุ่นออกมา รวมไปถึงน้ำตาลที่ได้บอกให้อาซินช่วยละลายเอาไว้ให้
เฟยอี้หลินตักน้ำแตงโมขึ้นชิม รสชาติหวานอร่อยอย่างที่้าก่อนจะหันไปชิมน้ำองุ่นที่มีรสเปรี้ยวแต่ไม่หวานก็ได้แต่หลับตาปี๋ ก่อนจะเติมน้ำตาลลงไปตักขึ้นชิมอีกครั้งพอได้รสชาติหวานอมเปรี้ยวอย่างที่้าก็พยักหน้า
เขาหันไปให้ความสนใจกับองุ่นและแตงโมที่เหลือหั่นผลไม้ทั้งสองอย่างเป็ลูกเต๋าเล็ก ๆ จากนั้นใส่ลงไปในพิมพ์ทำไอศกรีมสุดท้ายก็เติมน้ำผลไม้ลงไปจนเต็มวางไม้ไผ่ที่เหลาจนเกลี้ยงเกลารูปร่างคล้ายกับไม้จับไอศกรีมสมัยใหม่ลงไป
นำพิมพ์ไอศกรีมเข้าห้องเย็น คนทั้งหมดมองตามการกระทำของเฟยอี้หลินในระหว่างนั้นก็เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจไม่เอ่ยถาม
จนตอนนี้ได้จังหวะเสียที แต่เฟยอี้หลินก็ห้ามเอาไว้ก่อนรอจนไอศกรีมที่แช่เอาไว้แข็งตัวก็นำออกมา จุ่มพิมพ์ลงในน้ำผสมเกลือแกว่งจนไอศกรีมละลายและสามารถถอดออกจากพิมพ์ได้จึงยกพิมพ์ออกจากน้ำ
เขาหยิบแท่งหนึ่งส่งให้บิดาเป็คนแรกก่อนจะส่งให้มารดาและพี่ชายทั้งสองคน
เฟยอี้หลินสาธิตวิธีการทานให้คนในครอบครัวดูแค่กัดเข้าไปคำเดียวความเย็นสดชื่นและรสชาติหวานละมุนก็กระจายไปทั่วโพรงปาก ไอศกรีมเนี่ยช่วยขจัดความอ่อนล้าและความเหนื่อยให้กลับมาสดชื่นได้ดีจริงๆ
อร่อยจนกระทั่งเผลอส่งเสียงออกมา
“อืออ อร่อยมาก!!” พูดจบก็กัดเข้าไปอีกคำความเย็นสดชื่นทำเฟยอี้หลินถึงกับต้องกุมศีรษะ เพราะรู้สึกปวดหัวจี๊ด ๆ
“ลองทานดูขอรับ”หลังรู้สึกดีขึ้นก็เอ่ยกับคนในครอบครัวดวงตาและใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง
คนทั้งหมดมองของที่อยู่ในมือ สีสันสวยงามดูน่าอร่อยไม่น้อยก่อนจะตัดสินใจกัดเข้าปาก
“สะ..สิ่งนี้มันอะไรกัน อร่อย อร่อยมากเลยอี้เออร์”เฟยอี้หลินกล่าวใบหน้าตกตะลึงก้มมองของที่อยู่ในมือแล้วกัดเข้าปากอีกคำ
“อื้ม รสชาติหวานเย็นแปลกใหม่มาก” เซวี่ยหลินยกมือขึ้นวางบนแก้มหลับตาซึมซับรสชาติ อากาศร้อน ๆได้ทานของหวาน ๆ เย็น ๆ ทำให้นางรู้สึกสดชื่นขึ้นมาไม่น้อย
“อี้เออร์ลูกพ่อสุดยอด !! คิดค้นของทานเล่นเช่นนี้ออกมาได้”เฟยอันฟางพยักหน้าภูมิใจในบุตรชาย ปากก็อ้าออกกัดไอศกรีมเข้าไปอีกคำบ่าวรับใช้ที่เห็นต่างก็รอบกลืนน้ำลาย ท่าทางที่ท่าน ๆในบ้านแสดงออกมาดูน่าอร่อยไม่น้อย
“น้องชายของพี่เก่งที่สุด” เฟยอี้หลงยกมือลูบหัวน้องชายด้วยความรักใคร่แต่มือยังคงส่งของแปลกใหม่เข้าปากเรื่อย ๆ
เฟยอี้หลินมีความสุข พึงพอใจในผลลัพธ์ที่ได้เห็นเป็อย่างมาก
คิดแล้วก็กัดไอศกรีมเข้าปากไปอีกคำ
รสชาติหวานสดชื่นผสมเข้ากันได้ดีกับความรู้สึกเย็นของน้ำแข็งในตอนที่กัดถูกผลไม้ซึ่งหั่นเป็ชิ้น ๆ ความหนุบหนับของผลไม้ที่พอให้ได้เคี้ยวกรุบๆ ยิ่งอร่อยขึ้นไปอีกหลายเท่า
“อ่า อร่อยสุด ๆ ไปเลย” คนทั้งหมดต่างดื่มด่ำกับรสชาติแปลกใหม่ไม่นานไอศกรีมที่อยู่ในมือก็หมดลง
“หมดแล้วเหรอ พี่ยังอยากจะกินอีก” เฟยอี้หลันรู้สึกเสียดาย ของอร่อยเช่นนี้เขายังทานไม่พอ
“ทำเพิ่มได้ขอรับ พี่รองอยากจะลองดูไหมขอรับ”
“ได้สิ” เฟยอี้หลันก้าวไปยังตำแหน่งที่น้องชายยืนก่อนหน้าก่อนจะเริ่มทำตามที่เห็นรอบแรก