หมานผิงนอนลงข้างๆ สามีเพื่อนที่หลับไปแล้ว เธอลืมตามองเพดานนี่ก็เกือบจะสามเดือนแล้วที่เธออยู่ที่นี่ เมื่อวานนี้เพื่อนของเธอถามว่า
“หมานผิง เธอวางแผนว่าจะทำยังไงต่อไปจ๊ะ”
“เฟยหลิง เธอถามฉันแบบนี้หมายความว่ายังไง เธอรังเกียจฉันกับลูกใช่ไหม”
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เพียงแค่ฉันเห็นว่าเธออยู่ที่นี่นานแล้ว เลยคิดว่าเธออาจจะเบื่อก็ได้”
“ไม่จำเป็ต้องพูดอ้อมค้อม ถ้าเธออยากจะไล่ฉันกับลูกก็บอกมาตามตรง” เป็จังหวะที่สามีของเพื่อนกลับมาจากทำงานพอดี
เชนอันยูเปิดประตูเข้ามาเห็นก็ใ คิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเพื่อนของภรรยาถูกเปิดเผย จึงรีบเดินเข้ามาโอบกอดภรรยาเพื่อปลอบใจ
“เฟยหลิงเกิดอะไรขึ้น” ก่อนที่จะหันไปมองหมานผิงด้วยสายตาดุนิดหน่อย ทั้งๆ ที่เป็หมานผิงที่ร้องไห้ไม่ใช่เมียของเขา
“เฟยหลิง อยากให้ฉันย้ายออกไปจากที่นี่ค่ะ”
เชนอันยูได้ยินก็ใจหายเล็กน้อยคิดว่า ถ้าเป็เช่นนั้นจริงเขาคงไม่มีที่ปลดปล่อยอารมณ์ยามเหงา แต่จะปล่อยให้เป็อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้ สักวันหนึ่งภรรยาคงต้องรู้แน่ จึงคิดว่าหมานผิงย้ายออกไปก็คงดี
“ความจริงแล้วผมก็มองหาที่อยู่ให้คุณอยู่เหมือนกันนะ เพราะว่าที่นี่มันคับแคบ” เขาเคยคิดว่าถ้าหาที่อยู่ไม่ไกลให้หมานผิงอยู่ เขาก็จะสามารถไปหาและมีอะไรกับเธอได้อย่างสบายใจ
เมื่อหมานผิงได้ยินอย่างนั้นก็รู้เลยว่าไม่ได้การแล้ว ผู้ชายคนนี้ยังเห็นเมียตัวเองดีกว่าเธอ ดังนั้นเธอต้องทำอะไรสักอย่าง
วันนี้วันเสาร์ เยว่เฟยหลิงและลูกพากันออกไปข้างนอก หมานผิงคิดว่าวันนี้เธอต้องทำให้ความแตกให้ได้ หลังจากเข้าไปบอกลูกสาวให้ออกมากินข้าว เมื่อกินเสร็จก็บอกให้ลูกกลับไปอยู่ในห้องเหมือนเดิม
“จำเอาไว้ถ้าฉันไม่บอกให้ออกมา ห้ามออกมาเข้าใจไหม” หมานลี่ฮุยพยักหน้ารับ
หมานผิงหันไปมองนาฬิกาคิดว่าไม่น่าจะเกินห้าโมงเย็นเพื่อนคงพาลูกๆ กลับบ้านเพราะเป็เวลาอาหารเย็นเธอต้องกลับมาทำหน้าที่แม่และเมียที่ดี หมานผิงหันไปมองห้องนอนของเพื่อน เธอเดินเข้าไปเคาะประตู
"ฉันเข้าไปได้ไหมคะ"
"เข้ามาสิครับ"
หมานผิงเข้าไปโอบคอและลูบไล้แผงอกของสามีเพื่อน "คุณกำลังทำอะไรอยู่คะ"
"ผมกำลังตรวจบันทึกประจำวันของครูที่โรงเรียน คุณมีอะไรเหรอครับ"
หมานผิงเริ่มรุกหนัก เธอใช้ปากขบและเลียที่หูของเขาเบาๆ คราวนี้เธอแสร้งพูดขึ้นว่า "ถ้าหากตอนนี้คุณไม่ว่าง ฉันก็คงทำได้แค่นี้" พูดแล้วก็ทำทีเป็คลายอ้อมกอด
"ใครบอกว่าผมไม่ว่าง สำหรับคุณผมว่างเสมอ"
"จริงเหรอคะ"
"จริงสิครับ"
"ดีจังเลยค่ะ เพราะวันนี้ฉันอยากมีอะไรกับคุณแบบพิเศษกว่าทุกครั้ง แต่ก่อนอื่นฉันอยากจะขออนุญาตคุณก่อน" หมานผิงพูดและใช้มือคลึงลูกปิงปองของเขาไปด้วย
"ขออนุญาตผม คุณอยากขออนุญาตผมเื่อะไรเหรอครับ"
"ฉันเรียกคุณว่า อันยู ได้ไหมคะ"
"ฮา ฮา เื่แค่นี้เองได้สิครับ"
“ขอบคุณค่ะ อันยูคะ ฉันมีบางอย่างที่อยากจะถามคุณแต่ว่าฉันอายจังเลยค่ะ”
“คุณถามผมมาได้เลยไม่ต้องอาย” เชนอันยูพูดและใช้มือลูบก้นงอนของเพื่อนเมีย
“จริงๆ นะคะ” เชนอันยูคิดว่าเธอจะถามเกี่ยวกับเื่ ที่เขาคงเดาไม่ถูก
“จริงสิครับ ถามผมมาสิ”
“ไม่รู้ว่าเื่บนเตียงฉันสู้เฟยหลิงได้ไหม” พูดและใช้มือคลึงเ้าน้องชายของเขาไปด้วย
“ได้สิ อะไรทำให้คุณคิดว่าคุณสู้เฟยหลิงไม่ได้”
“ก็เพราะว่าเฟยหลิงนั้นเก่งทุกอย่าง สวยก็สวย” หมานผิงเว้นวรรคสักพักแล้วก็พาใบหน้าของเธอมาซบเข้าที่หน้าอกของเชนอันยู
“ฉันยังมีอีกอย่างที่อยากจะถามคุณค่ะ"
"อะไรเหรอครับ"
"ฉันอยากรู้ว่ายังมีท่าไหนบ้างที่คุณยังไม่เคยทำกับเฟยหลิง” หมานผิงทำเป็หยุด
“ผมไม่รู้ว่าจะตอบคุณว่ายังไงดี” เชนอันยูจึงลุกขึ้นมาคร่อมตัวของหมานผิงและพรมจูบไปทั่วใบหน้าของเธอ หมานผิงปล่อยให้เขาจูบและบีบเต้าของเธอไปเรื่อยๆ จนแก่นกายของเขาเริ่มแข็งตัว
เธอก็ขอให้เขานอนหงาย ทำท่าหกเก้า ใบหน้าของเขาและเธออยู่ตรงจุดสำคัญของกันและกัน เธอเงยหน้ามองนาฬิกาอีกครั้งก่อนที่จะบอกให้เขาเป็ฝ่ายที่อยู่ข้างบนแต่ก็ยังอยู่ในท่าเดิม ก่อนที่ใช้ปากแก่นทองของเขา จนเชนอันยูถึงกับครางซี้ดออกมา ท่าง่ายๆ แค่นี้แต่เขากลับไม่เคยทำมาก่อน จากนั้นเชนอันยูก็ก้มหน้าใช้ลิ้นละเลงเล่นกับติ่งเกสรอันสวยงามของเพื่อนเมีย
หมานผิงแอบมองนาฬิกาอีกครั้ง เธอยิ้มที่มุมปาก อีกไม่ถึง 10 นาที เพื่อนของเธอก็คงกลับมา ก่อนที่จะขอให้สามีเพื่อนเปลี่ยนท่านำแก่นกายของเขาสอดเข้าโพรงรักของเธอ ซึ่งเขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย หมานผิงจับสะโพกของเขาให้ผุดเข้าออกอย่างเร็วและแรงขึ้น จากนั้นก็แสร้งครางดังกว่าเดิม
เสียงครางของทั้งคู่ดังจนคนที่อยู่นอกประตูบ้านยังได้ยิน เยว่เฟยหลิงที่กำลังจะเปิดประตูได้ยิน แต่ตอนแรกยังไม่แน่ใจ จึงเงี่ยหูฟังอีกครั้ง คราวนี้ไม่ผิดแน่ เธอจึงบอกลูกสาวให้พาลูกชายคนเล็กไปเล่นที่บ้านเพื่อนบ้านก่อน เมื่อลูกทั้งสองไปแล้วเยว่เฟยหลิงก็เปิดประตูเข้ามา หมานลี่ฮุยรีบหลบเข้าห้องทันทีที่เห็นเมียเ้าของบ้านกลับมา
เยว่เฟยหลิงเดินตามเสียงที่ได้ยินจนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องนอนของเธอ มือเธอสั่นเล็กน้อย ภาวนาว่าอย่าให้เป็อย่างที่ได้ยินเลย เมื่อเปิดประตูออกภาพตรงหน้าทำให้เยว่เฟยหลิงหยุดนิ่งทำอะไรไม่ถูก ก้าวขาไม่ออก อยากร้องก็ร้องไม่ออก
เชนอันยูไม่รู้ว่าภรรยากำลังมองเขาอยู่ เพราะตอนนี้เขาได้แต่หลับตาอ้าปากและขยับแก่นกายเข้าออกรูรักของเพื่อนเมียอย่างเมามัน ส่วนหมานผิงก็มองเพื่อนที่มองมาที่เธอและยิ้มเยาะในขณะเดียวกันก็ครางออกมา ยิ่งเห็นเพื่อนมองหมานผิงก็ยิ่งครางและออกคำสั่ง
"อันยูคะ กระแทกเข้ามาแรงๆ เลยค่ะ" เชนอันยูก็หลับหูหลับตาทำตาม
"อา อย่างนั้นแหละค่ะ คนดีของฉัน"
เสียงเนื้อกระทบดัง "ตั๊บ ตั๊บ ตั๊บ" ก้องบ้าน
เมื่อตั้งสติได้เยว่เฟยหลิงปิดประตูเสียงดังปั้ง เธอยืนหันหลังพิงประตู เชนอันยูได้ยินเสียงประตูปิดคิดว่าภรรยาคงกลับมาแล้ว แต่ตัณหาราคะที่ดำเนินอยู่ทำให้เขาไม่สามารถหยุดได้จนกว่าจะได้ปล่อยน้ำขุ่นมัวออกจากตัว
เสียงสามีและเพื่อนครางออกมาอย่างสุขสมทำให้ขาทั้งสองของเยว่เฟยหลิงอ่อนยวบลงทันทีเธอนั่งลงร้องไห้อยู่หน้าประตูห้องนอน เยว่เฟยหลิงได้ยินเสียงประตูบ้านเปิดออก ก็รู้ว่าเป็ลูกๆ จึงพยายามพาตัวเองลุกขึ้น เชนเม่ยอิงเห็นคุณแม่เดินตัวเซ จึงรีบเข้ามาพยุง
“คุณแม่ เป็อะไรไปคะ” สองพี่น้องรีบเข้ามาพยุงคุณแม่ไปนั่งที่เก้าอี้
เยว่เฟยหลิงไม่นั่งที่เก้าอี้ประจำของเธอที่ลูกๆ พามานั่ง วันนี้เธออยากนั่งหันหลังให้ห้องนั้น เชนเม่ยอิงและน้องชายงง ก่อนที่รีบเดินเข้าไปเอาน้ำในครัวมาให้แม่ดื่ม
“คุณแม่ดื่มน้ำหน่อยนะคะ” ปกติแล้วเยว่เฟยหลิงจะเอ่ยขอบใจลูกทุกครั้งที่ลูกทำอะไรให้ แต่วันนี้เธอไม่มีแม้แต่แรงจะพูด
ภายในห้องนอนของเยว่เฟยหลิง คนที่อยู่ข้างในกำลังคุยกันว่าใครจะออกไปก่อนดี
“คุณออกไปก่อนเถอะค่ะ” หมานผิงบอกเชนอันยู
“ผมว่าคุณออกไปก่อนดีกว่า” หมานผิงจึงเดินเข้ามาบีบมือของเขาเพื่อให้กำลังใจและปลอบฝ่ายชาย
“ตอนนี้เด็กๆ อยู่ข้างนอก ฉันคิดว่าคุณออกไปก่อนจะดีกว่า และเมื่อมีจังหวะฉันค่อยออกไป คุณคิดว่ายังไงคะ” เชนอันยูพยักหน้าตกลง
เสียงประตูห้องนอนของพ่อและแม่ถูกเปิดออกเชนเม่ยอิงหันไปมอง เห็นว่าคุณพ่อมีสีหน้าเครียด จึงถามขึ้นว่า
“คุณพ่อคะไม่รู้ว่าคุณแม่เป็อะไรไปค่ะ” เชนอันยูไม่กล้าตอบลูกสาว ลูกชายจึงเข้าไปจับแขนของพ่อ เชนอันยูสะดุ้ง
เชนอันเกาใที่พ่อสะดุ้ง อีกทั้งท่าทางของพ่อกับแม่ก็แปลกไป แต่ก็ยังยืนอยู่ข้างๆ พ่อ
“คุณพ่อครับ คุณพ่อถามคุณแม่หน่อยสิครับว่าเป็อะไร”