โม่จ้านฝันตื่นหนึ่ง
ภายในฝันนั้นตนถูกขังไว้ในสถานที่ลักษณะคล้ายกล่องทรงยาวมิต่างกับโลงศพร่างทั้งร่างชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ รู้สึกอึดอัดเสียจนแทบหายใจมิออกโม่จ้านพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิตทว่ามิว่าจะทำอย่างไรก็มิอาจทำลายกำแพงหนาแข็งแรงลงได้เสี้ยวนาทีที่จวนจะขาดอากาศหายใจโม่จ้านที่รู้ตัวว่าโดนผีอำตัดสินใจชกหน้าตนเองสุดกำลังไปหนึ่งทีจึงสามารถปลุกตัวเองให้ตื่นได้สำเร็จ
ภายในห้องเงียบสงัดยังคงไร้ซึ่งผู้คนแม้จะมีกำแพงกั้นก็ยังได้ยินเสียงระฆังดังเลือนราง โม่จ้านอ้าปากหาวออกมามั่นใจแล้วว่าความง่วงงุนได้สลายหายไปจนหมด ถึงแม้ตัวเขาจะฝันร้ายแต่ก็ยังคงนอนเต็มอิ่ม
“ตอนนี้น่าจะเป็เวลาแปดโมงเช้าของวันที่สองหากมีอะไรให้กินก็คงจะดี…”
โม่จ้านที่ได้รับสมญานามว่า‘นาฬิกาชีวิตมนุษย์’ ค่อนข้างมั่นใจในลางสังหรณ์ของตนเองมิน้อยหลังจากนั้นท้องที่ว่างเปล่าที่ยังคงมีน้ำย่อยไหลทะลัก ประเดี๋ยวบีบรัดเข้าหากันประเดี๋ยวเกิดเป็ความแสบร้อนก็ทำให้โม่จ้านผู้รักในการกินทนมิไหวอย่างยิ่ง
ที่แท้าาปีศาจก็หิวเป็เช่นกัน? ยังนึกว่าาาปีศาจกินพลังเวทเป็อาหารหรืออาจจะมีการสังเคราะห์แสงหรือระบบหมุนเวียนนอกร่างกายเสียอีก? และกลายเป็เผ่าพันธุ์ที่มิต้องกินอาหารแล้วเห็นทีว่าตัวเขาคงจะคิดมากเกินไป
“นี่! เ้าพวกคนที่อยู่ข้างนอก!อยากจะให้ข้าอดตายเสียก่อนใช่หรือไม่!” โม่จ้านร้องะโไปทางประตูใหญ่น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังกระทบกำแพงหลายต่อหลายครั้ง แน่นอนว่ามิมีเสียงตอบรับใดๆตอบกลับมา ซึ่งก็มิผิดไปจากที่คาดนัก หากคนข้างนอกสามารถได้ยินเสียงข้างในเช่นนั้นเ้าเด็กน้อยคงมิมีทางร้องไห้เสียงดังถึงเพียงนั้น
ไก่ย่าง ไก่ทอด ซาลาเปาเกี๊ยว หมูตุ๋นน้ำแดง ข้าคิดถึงพวกเ้าเหลือเกิน…
เมื่อคิดว่าตนเองอาจต้องกลายเป็าาปีศาจที่อดตายตนแรกโม่จ้านก็อดนึกถึงยามที่สมาชิกในครอบครัวทั้งห้าผลัดกันทำกับข้าวไม่ได้ในตอนนั้นเด็กน้อยทั้งสามที่ยังคงร่ำเรียนหนังสือบีบบังคับให้พ่อกับแม่จัดการแข่งขันทำอาหารผลที่ได้คืออาหารฝีมือสาวใช้ที่เชี่ยวชาญงานกลับไม่ถูกปากคนทั้งครอบครัวมากที่สุดแต่น้องชายที่เพิ่งเข้าครัวเป็ครั้งแรกกลับได้รับคำชมเป็เสียงเดียวกันเรียกได้ว่าตอนนั้นเป็่เวลาที่มีความสุขมากที่สุด
ในขณะที่โม่จ้านกำลังหวนนึกถึงความทรงจำเก่าๆจนมิอาจถอนตัวกลับ ประตูบานใหญ่ฉาบทองก็ค่อยๆ แง้มออกเป็ซอกเล็กหนึ่งศีรษะสวมหมวกเหล็กชะโงกเข้ามาสิ่งที่เผยออกมานอกหมวกเหล็กกับเสื้อเกราะเห็นจะมีเพียงดวงตาทั้งสองข้างที่จดจ้องาาปีศาจผู้ถูกคุมขังไว้กลางห้องอย่างมิละสายตาด้านหลังศีรษะมีมือตกกระข้างหนึ่งตบลงบนบ่าเป็เชิงบอกให้เขาอย่าขวางหน้าประตู
“…?!”
ท้องที่ว่างเปล่าทำให้ประสาทการรับกลิ่นของโม่จ้านไวกว่าปกติกลิ่นหอมของอาหารเรียกสติของโม่จ้านให้กลับสู่ความเป็จริงทันทีโม่จ้านเงยหน้าขึ้นมองเห็นเงาร่างหนึ่งสูงร่างหนึ่งต่ำของคนสองคนเดินลงมาตามขั้นบันไดสายตาอันแหลมคมของโม่จ้านปะทะเข้ากับกล่องอาหารในมือของคนตัวเล็กโม่จ้านถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างอดมิได้
ชายชราสวมชุดคลุมสีขาวคล้ายพระสังฆราชมีท่าทีเหนื่อยหอบกำลังเดินตามคนรูปร่างผอมเตี้ยที่เดินลงบันไดอยู่ด้านหน้าด้วยฝีเท้าคล่องแคล่ว
“ท่านพระบุตรศักดิ์สิทธิ์ลำดับสองรอข้าด้วยขอรับกระดูกของข้าแก่ชราถึงเพียงนี้แล้วมิอาจวิ่งทันท่าน”
“ดังนั้นข้าถึงบอกว่าให้ข้าเอามาส่งเองก็พอแล้วมิใช่หรือ?” คนตัวเล็กถอดหมวกเกราะออกเผยให้เห็นใบหน้าองอาจหล่อเหลาของเด็กหนุ่มกับเส้นผมสีน้ำเงินเงางาม“อีกเื่หนึ่งข้าบอกไปแล้วมิใช่หรือปู่ลู่อี้ว่าให้เรียกข้าว่าเยวียเฮ่อเอ่อร์ก็พอแล้วเรียกพระบุตรศักดิ์สิทธิ์ครั้งแล้วครั้งเล่าทำเอาข้ารู้สึกอึดอัดจะตายอยู่แล้ว”
“ขออนุญาตให้ข้าปฏิเสธเถิดขอรับการที่ท่านใกล้ชิดสนิทสนมนับเป็วาสนาของลู่อี้ทว่ายังคงต้องแยกแยะระดับขึ้นให้ชัดเจนขอรับ”
ชายชราเคราขาวค้อมเอวอยู่ครึ่งค่อนวันมิใช่เื่ง่ายกว่าจะกลับมาเหยียดหลังตรงอีกครั้งภายในน้ำเสียงเจือด้วยความหยามเหยียดที่มีต่อาาปีศาจอย่างมิอาจปกปิด
“ที่สำคัญจะปล่อยให้พระบุตรศักดิ์สิทธิ์ลำดับสองมาอยู่ใกล้กับเ้าสิ่งมีชีวิตโสมมเช่นนี้ได้อย่างไรขอรับ?”
“ยิ่งไปกว่านั้นเขายังอดอาหารมาสิบกว่าวันแล้ววันนี้ก็จะต้องมิยอมกินอีกเป็แน่ขอรับคาดว่าเขาคงอยากทำให้ตนเองอดตายเพื่อล้มการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงแต่โชคดีที่ท่านสมเด็จพระสันตะปาปาฉีดยาบำรุงร่างกายให้เขาดังนั้นต่อให้เขาคิดจะอดตายก็มิมีทางทำสำเร็จ”
ชายชราเคราขาวเหลือบมองโม่จ้านปราดหนึ่งแค่นเสียงเย้ยหยันดัง “ชิ” ก่อนหันไปเผยยิ้มอ่อนโยนให้กับเด็กน้อย
“แต่ว่านะปู่ลู่อี้ ยาบำรุงร่างกายนั้นคงล้ำค่ามากกระมังข้าจำได้ว่ามีเพียงยามที่มือสังหารของพระวิหารต้องซ่อนตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่เท่านั้นจึงจะสามารถได้รับเช่นนั้นเหตุใดจึงเอามาใช้กับาาปีศาจเล่า?” เด็กน้อยนามว่าเยวียเฮ่อเอ่อร์ขมวดคิ้วเอ่ยถามไปทางชายชราเคราขาวด้วยสีหน้าสงสัย
“แค่กๆ...เอ่อ หลังเติบใหญ่ท่านก็จะได้ทราบขอรับ”ใบหน้าของชายชราแข็งทื่อทันใดรอยยับย่นบนใบหน้ามิอาจปกปิดสีหน้ากระอักกระอ่วนเอาไว้ได้
เพื่อให้ผู้อื่นได้ตายให้ผู้คนดูกระทั่งยาที่ใช้ในการเคลื่อนทัพยังหยิบเอามาใช้นับว่าโเี้อำมหิตมิน้อยเลยจริงๆ... โม่จ้านแขวะอยู่ในใจ
ที่แท้าาปีศาจคนก่อนยอมเป็หยกแตกเสียยังดีกว่ากลายเป็กระเบื้องสมบูรณ์กระนั้นกลับเศร้าโศกกระทั่งตายก็ยังมิอาจยอมตายได้ ภายใต้สถานการณ์น่าเวทนาเช่นนี้นับได้ว่าช่างสิ้นหวังเหลือเกิน
“ข้าจะกิน” โม่จ้านยอมเทหมดหน้าตักอิ่มตายย่อมดีกว่าหิวตาย
ชายชราส่งสายตาประหลาดใจออกมาทว่าเด็กน้อยกลับสนใจใคร่รู้เป็อย่างยิ่ง เยวียเฮ่อเอ่อร์ยังเคลื่อนย้ายโต๊ะตัวหนึ่งที่มิรู้ว่าไปเอามาจากที่ใดจัดวางกล่องอาหารและชุดรับประทานอาหารแต่ละชิ้น จากนั้นมองไปทางชายชรา
“ปู่ลู่อี้ รีบปล่อยเขาเร็วเข้า ข้าอยากดูเขากินข้าว!”
มุมปากของโม่จ้านอดหยักยกมิได้ดูาาปีศาจกินข้าวมันน่าตื่นเต้นถึงเพียงนั้นเชียวรึ?
“เพราะถึงอย่างไรก็มีวงเวทย์ดูดพลังและวงเวทย์ิญญาเขาคงก่อเื่อันใดมิได้...”
ชายชราทำปากยื่นก่อนล้วงเอากุญแจออกมาอย่างมิยินยอมนักจัดการไขแม่กุญแจใหญ่ที่คล้องโซ่ตรวนหนาเอาไว้ เมื่อมิมีโซ่ตรวนหนักอึ้งพันธนาการโม่จ้านที่ตัวอ่อนล้าและแผ่นหลังที่ปวดเมื่อยเหยียดเอวไล่ความเกียจคร้านััได้ถึงความผ่อนคลายของกล้ามเนื้อในแต่ละส่วน
การเป็อิสระนี่ช่างยอดเยี่ยมจริงๆโม่จ้านคิดด้วยความรู้สึกตื้นตัน
แม้ว่าจะถูกปลดพันธนาการทว่าร่างกายกลับยังมิค่อยมีเรี่ยวแรงนัก คาดว่า ‘วงเวทย์ดูดพลังปีศาจ’นั้นคงจะร้ายกาจมากจริงๆ โม่จ้านเดินมาข้างโต๊ะแล้วนั่งขัดสมาธิอย่างตรงไปตรงมาจับช้อนและส้อมก่อนจะเริ่มขยับแก้มเคี้ยว
“นั่น ลุง...”
โม่จ้านแทบสำลักอาหารตนที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์ในโลกก่อนเพิ่งจะเคยโดนเรียกว่าลุงเป็ครั้งแรกความรู้สึกค่อนข้างซับซ้อนทีเดียว
“ท่านเป็าาปีศาจจริงหรือ?” เด็กน้อยมองพิจารณาบุรุษร่างกายกำยำตรงหน้าอย่างระแวดระวัง
โม่จ้านปรายตามองเด็กน้อยปราดหนึ่งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์หากข้ามิใช่าาปีศาจ เช่นนั้นพวกเ้าจับข้ามาเล่นบ้านตุ๊กตาหรืออย่างไร?
คล้ายกับเด็กน้อยจะรับรู้ได้เช่นกันว่าตนถามคำถามโง่ๆออกไป จึงเกาหัวพลางหัวเราะออกมาเบาๆ
“ท่านาาปีศาจ ท่านแข็งแรงกำยำถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?”
โม่จ้านนิ่งเงียบประโยคนี้ฟังดูเหมือนนักเรียนใหม่ถามครูอยู่ในโรงยิม
“ฝึกฝนตนเองให้หนักรอกระทั่งเ้าล้มพวกคนโง่เง่าในกองอัศวินที่สวมชุดเกราะสีเงินเป็ประกายเ่าั้ลงกับพื้นได้หมดเ้าก็จะกลายเป็คนที่แข็งแกร่งเหมือนกับข้าเอง”
กินอิ่มแล้วอารมณ์ดีขึ้นโม่จ้านมิถือสาหากจะพูดจาหยอกล้อกับเ้าเด็กคนนี้มากสักหน่อยทั้งยังถือโอกาสหันไปเหลือบมองตาเฒ่าที่แทบจะยื่นหูเข้ามา
“เ้าคนชั่ว!ห้ามเ้าหยามเกียรติกองอัศวินของสันตะสำนักอันศักดิ์สิทธิ์!” ชายชราเต้นเร่าๆ ด้วยความโกรธอย่างที่คิดเอาไว้ในใจของท่านาาปีศาจรู้สึกลำพองเป็อย่างยิ่ง
เยวียเฮ่อเอ่อร์แอบหัวเราะด้วยความพอใจเช่นกันเขายิ่งรู้สึกสนใจาาปีศาจที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าเดิมเด็กน้อยคิดอยากจะส่งนิ้วออกไปจิ้มแขนของาาปีศาจทว่ากลับถูกชายชราที่มีท่าทีใมิต่างกับนกเห็นคันธนูดึงกลับไปในทันทีทันใด
“ท่านพระบุตรศักดิ์สิทธิ์ละเว้นข้าเถิด...หากท่านยังเล่นสนุกต่อไปมิแน่ว่าอาจจะถูกาาปีศาจจับกินเข้าไปนะขอรับ...”
“ข้ามินึกสนใจของดิบอย่าเอาความชอบของเ้ามาครอบใส่หัวของข้า” โม่จ้านยักไหล่
เยวียเฮ่อเอ่อร์มิเชื่อคำพูดของชายชราอย่างเห็นได้ชัดเขาขัดขืนมือของลู่อี้แล้ววิ่งรอบตัวโม่จ้านสองรอบ
“พระบุตรศักดิ์สิทธิ์ลำดับสอง ได้เวลาแล้วขอรับเขาเองก็กินเสร็จแล้วเช่นกัน พวกเราก็ควรกลับได้แล้วขอรับ”
ความหงุดหงิดของชายชราปะทุหนักยิ่งกว่าเดิมเขาเข้ามาดึงแขนของเด็กน้อยด้วยสีหน้าบึ้งตึง มืออีกข้างหนึ่งคิดอยากจะยกโซ่ตรวนขึ้นมาพันรอบกายโม่จ้านทว่ากลับถูกน้ำหนักของโซ่ตรวนกดทับจนซวนเซ
“......อุ๊บ...ฮ่าๆๆๆๆๆ””
โม่จ้านมองลู่อี้ที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นจนในที่สุดก็กลั้นหัวเราะเอาไว้มิไหว สีหน้าของชายชราแปรเปลี่ยนเป็แดงก่ำขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางขอให้เยวี่ยเฮ่อเอ่อร์มาช่วยเหลือ
เด็กน้อยเยวียเฮ่อเอ่อร์กลั้นหัวเราะขณะเอาสายโซ่พันธนาการรอบกายโม่จ้านยังมิวายแอบลูบคลำกล้ามเนื้อกับต้นขาแข็งแรงของโม่จ้านไปหนึ่งทีตามด้วยเผยสีหน้าอิจฉาออกมา เด็กน้อยมิสามารถเอื้อมมือไปถึงเสาเหล็ก้าได้ยังคงต้องให้ชายชราเหยียบโต๊ะเล็กขึ้นไปมัดให้อย่างขาสั่นคนที่เคารพผู้ใหญ่และรักเด็กมาแต่ไหนแต่ไรอย่างโม่จ้านเห็นแล้วรู้สึกมิค่อยสบายใจนักกลัวว่าหากอีกฝ่ายล้มลงมาเพราะยืนมิมั่นคงท้ายที่สุดยังต้องโทษว่าเป็ความผิดของตนอีก
สายโซ่หนักอึ้งพันรอบกายของาาปีศาจอีกครั้งถึงแม้การมัดเอาไว้เช่นนี้จะดูแ่าพอประมาณแล้วทว่าความเป็จริงกลับหลวมยิ่งนัก คล้ายกับเพียงเอามาห้อยคล้องไว้เท่านั้น
...ระดับฝีมือเช่นนี้ยังนับว่าด้อยกว่าพวกอัศวินใจดำมือหนักพวกนั้นอยู่มากโข โม่จ้านพึมพำในใจพลางพยายามใช้ลิ้นดึงเนื้อเส้นหนึ่งที่ติดอยู่ในซอกฟันออกมาตาคมจ้องมองแผ่นหลังหนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่ปิดประตูลงก่อนตัดสินใจเอ่ยถามออกไปหนึ่งประโยคอย่างอดมิได้
“ในเมื่อข้าทำความชั่วมากมายถึงเพียงนี้เหตุใดจึงยังมอบของกินให้ข้าอีก?”
“ท่านเทพแห่งแสงสว่างรักทุกสรรพสิ่งต่อให้เ้าเป็เชื้อสายของเผ่าปีศาจ ก็ยังให้อาหารก่อนจะมอบโทษตาย”
......เฮอะๆ ไสหัวไป