เสียดายที่ยามนี้ไม่ว่าเสียงอะไรก็ไม่เข้าหัวของซู่หรานแล้ว ลูกศรดอกแรกถูกปล่อยออกไป กระเด้งออกอีกครั้ง ครั้งนี้มีรอยหมึกเปื้อนบนแผ่นป้ายหยก รอยนั้นไม่ได้อยู่ตรงกลางแผ่นป้าย แต่อยู่เยื้องไปทางซ้ายเกือบตกขอบ
หลายคนที่เห็นรอยนั้นต่างส่ายหัว
“แผ่นป้ายหยกกว้างเพียงนั้น หากยิงไม่โดนข้าถึงจะแปลกใจ” ชายหนุ่มคนหนึ่งเริ่มวิพากษ์วิจารณ์
“ข้าว่าท่านโหวคงอยากให้พวกเรามีอารมณ์ขันกันสักเล็กน้อย ฮ่าๆ ๆ”
“นางไม่รู้จักอาย แต่ข้าอายแทน” แม้แต่เหล่าบรรดาฮูหยินก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์แล้ว
แต่เสียงนินทาและเสียงหัวเราะพวกนั้นก็ค่อยๆ หายไป เมื่อซู่หรานเริ่มปล่อยลูกศรดอกต่อไปเรื่อยๆ
รอยเปื้อนหมึกพวกนั้นกำลังเรียงตัวกันทีละจุดต่อกันจนเริ่มเป็ตัวหนังสือภาพมงคลคู่ 囍 เพื่ออวยพรกับคู่บ่าวสาว ความแรงของคันธนูทำให้รอยเปื้อนหมึกบางจุดแตกกระจาย ยิ่งทำให้ภาพอักษรงดงามยิ่งขึ้น
ซู่หรานไม่จำเป็ต้องพูดสักคำก็ปิดปากคนที่กำลังนินทาดูถูกเธอได้ แม้ตัวเธอจะไม่สนใจ แต่ขุนนางหวังก็รู้สึกตื้นตันในความสามารถของลูกสาวคนนี้ของเขามาก
ตอนนี้แม้แต่เ้าบ่าวของงานแต่งครั้งนี้ ก็มายืนมองดูการแสดงพร้อมกับเหล่าขุนนางยศใหญ่โตทั้งหลาย ทุกคนต่างเหงื่อแตกใในฝีมือของการยิงธนูของซู่หรานที่เป็เพียงสตรี
“ดี ดีมาก ฮ่าๆ ๆ ๆ ยอดเยี่ยมยิ่งนัก” ท่านโหวจิ้งะโออกไป
ซู่หรานยิงลูกศรดอกสุดท้ายออกไป เธอจงใจยิงตรงกลางจนแผ่นหยกเริ่มร้าว เมื่อลูกศรเด้งออกและรอยร้าวนั้นเริ่มขยายเพิ่มขึ้นจนแม้แต่คนที่ยืนอยู่ขอบสระบัวยังมองเห็น ผู้คนเริ่มกระซิบกระซาบไม่แน่ใจว่าซู่หรานจะทำสิ่งใด โดยเฉพาะใต้เท้าเหมินที่เอาแต่อ้าปากค้างในฝีมือของซู่หรานมานาน ตอนนี้เขาเริ่มหน้าซีด
“เ้า!! นางคนสารเลว เ้าคิดจะทำลายแผ่นป้ายหยก ทำลายงานมงคลนี้หรือ สารเลวยิ่งนัก” ใต้เท้าเหมินะโออกไป
ซู่หรานยืนมองสักครู่ แผ่นหยกยังคงไม่แตก มันเพียงเกิดรอยร้าวเท่านั้น เธอมองรอบตัว ตอนนี้ลูกศรถูกเธอใช้ไปจนหมดแล้ว ซู่หรานตัดสินใจดึงปิ่นปักผมของตัวเองออกมา วางคันธนูไว้บนโต๊ะ และตั้งท่าปาปิ่นปักผม
เสียงบรรเลงดนตรีหยุดไปนานแล้ว เพราะนักดนตรีต่างตื่นเต้นจนลืมบรรเลงเพลง ทุกคนจ้องมองไปที่ซู่หรานเป็ตาเดียว
“เ้า! ใครก็ได้ รีบไปห้ามนางคนเลวนั่นเร็วๆ สิ” ใต้เท้าเหมินยังคงะโออกไป ด่าทอซู่หรานด้วยคำหยาบคาย แสดงความกระวนกระวายออกมาชัดเจน แต่เ้าบ่าวของงานแต่งครั้งนี้อย่าง จิ้งหยาง ผู้เป็ลูกชายคนโตของท่านโหวจิ้งกลับสั่งคนไปห้ามใต้เท้าเหมินให้หุบปาก เพราะเขาเป็ทหารกล้า ชอบคนมีฝีมือ อยากเห็นว่าซู่หรานจะทำอะไรต่อไป
ซู่หรานยกเท้าขึ้นข้างหนึ่ง หมุนสองสามรอบตามแบบนักกีฬาพุ่งแหลน เพื่อส่งให้การปาปิ่นปักผมพุ่งออกไปแรงขึ้น โดยไม่สนใจภาพลักษณ์ของลูกสาวขุนนางที่ดีสักนิด
ผู้คนต่างทำท่าราวกับหยุดหายใจ ระหว่างที่ปิ่นปักผมนั่นพุ่งไปปักตรงกลางแผ่นหยก จากนั้นรอยร้าวก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนแตกออกในที่สุด แผ่นป้ายหยกร่วงกราวบนพื้นท่ามกลางสายตาคนนับร้อย ไม่มีใครกล้าส่งเสียง ในขณะที่ซู่หรานยืนยิ้มมองผลงานของตัวเองด้วยความภาคภูมิ
“ยอดเยี่ยม” จิ้งหยาง เ้าบ่าวของงานะโชื่นชม
“ยอดเยี่ยมจริงๆ ฮ่าๆ ๆ ๆ” ท่านโหวจิ้งก็ลุกขึ้นยืนชื่นชมอีกคน
ซู่หรานหันไปมองทางเสียงชื่นชม ก่อนจะย่อตัวขอบคุณท่ามกลางความเงียบงันของผู้ชม
จิ้งซานสังเกตเห็นบางอย่างบนเรือท้องแบน เขาเห็นว่ามันหล่นลงมาจากป้ายหยกที่แตกเป็เสี่ยงๆ เขาใช้วิชาตัวเบาะโออกไปยังเรือกลางสระบัว สำรวจเศษแผ่นหยกที่แตกเป็ชิ้นๆ พวกนั้นอยู่สักครู่ เก็บบางอย่างและะโกลับมายังลานกว้างที่ซู่หรานยืนอยู่
เขารีบเดินจนคล้ายว่าแทบจะวิ่งไปตรงหน้าท่านโหว ยื่นของบางสิ่งให้ท่านพ่อของเขาดู
“ท่านพ่อ นี่เป็ถุงหอมของไทเฮาที่หายไปขอรับ” จิ้งซานเอ่ย เขารู้เพราะเพิ่งรับคดีวุ่นวายนี้มาเมื่อไม่กี่วันก่อน
“อะไรนะ!!” ท่านโหวสร่างเมาทันที
“ถุงหอมติดเศษหินบางอย่างที่สีคล้ายแผ่นหยก ประสานด้วยขี้ผึ้งที่จะละลายตามกาลเวลา แผ่นป้ายนั่นจะถูกเก็บในห้องสมบัติของพี่ใหญ่หลังงานแต่งใช่หรือไม่ขอรับ ข้าคาดว่า..เมื่อเวลาผ่านไป ต้องมีคนหาเื่มาค้นจวนพี่ใหญ่ ผู้ทำตั้งใจซ่อนเอาไว้ในแผ่นป้าย เพื่อป้ายสีความผิดลักขโมยของราชสำนักให้พี่ใหญ่แน่นอน” จิ้งซานสันนิษฐาน
“เด็กๆ จับตัวใต้เท้าเหมินเอาไว้” ท่านโหวสั่งออกไป ทหารหลายนายวิ่งไปจับตัวใต้เท้าเหมิน
“ข้าไม่ผิด ข้าไม่เกี่ยวข้อง ข้าไม่รู้เื่ ท่านโหว ท่านโหว ท่านแม่ทัพได้โปรดไต่สวน ข้าไม่เกี่ยวข้อง อุก!...” ใต้เท้าเหมินยังคงะโจนกระทั่งถูกคนจับตัวต่อยไปทีหนึ่ง เขาล้มลงและจุกจนพูดไม่ออก
“นางหนู เ้ารู้เื่นี้อยู่แล้วใช่หรือไม่” ท่านโหว หันไปไปถามซู่หรานเสียงดุดัน
“เรียนท่านโหว ข้ารู้บางอย่างจริงๆ เ้าค่ะ แต่ไม่รู้ว่าในแผ่นป้ายจะเป็สิ่งของของราชสำนัก เมื่อบ่าย ข้าและสาวใช้กำลังนั่งหลบผู้คนอยู่ใต้ต้นหลิวนั่น ข้าได้ยินเสียงคนพูดคุยถึงเื่ชั่วที่ตั้งใจจะทำกับน้องสาวของข้า
ข้าจึงให้สาวใช้แอบตามเขาไป นางหายไปจนค่ำและกลับมาพร้อมข่าวที่ว่าเขาซ่อนบางสิ่งไว้ในแผ่นป้าย และยังวางแผนซ้อนแผนหลอกให้น้องสาวของข้าเข้าไปถูกพิษเสพสังวาสบนเรือ ้าให้น้องข้าทำตัวน่าอายต่อหน้าผู้คน จากนั้นน้องสาวข้าจะได้เสื่อมเสียชื่อเสียงจนไม่มีผู้ใดอยากมาสู่ขอ เพื่อที่เขาจะได้แต่งนางเป็อนุภรรยาได้เ้าค่ะ
ตัวข้าแม้เป็เพียงลูกอนุ แต่นางเป็น้องสาวที่รักข้ามาก ข้าไม่อาจปล่อยเื่นี้ให้ผ่านไปง่ายๆ โดยไม่ลงมือทำสิ่งใด จึงโกหกเื่ที่นางเจ็บมือและแย่งการแสดงความสามารถของนางมา ขอท่านโหวโปรดให้อภัยที่โกหก แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่น หากข้าพูด ข้าเกรงว่าจากชื่อเสียงของข้า คงไม่มีผู้ใดเชื่อคำพูดของข้า ข้าได้แต่ต้องลงมือเช่นนี้เ้าค่ะ”
“ให้อภัยอันใดกัน เ้าเพิ่งช่วยตระกูลจิ้งของข้าเอาไว้ ไม่เช่นนั้นข้าคงถูกปะาเก้าชั่วโคตรโทษฐานฏไปแล้ว ข้าต้องขอบคุณเ้าถึงจะถูก บอกมาเ้าอยากได้อะไรเป็สิ่งตอบแทน”