บทที่ 4 : ประทับใจ
“ไอ้เตยเอ้ย...จะสายตลอดไปเลยหรือไง คราวนี้เล่นสายั้แ่วันจันทร์เลย จะโดนด่าไหมเนี่ย”
หลังผ่านสัปดาห์แรกของการทำงานไป กมลทิพย์เริ่มปรับตัวกับที่ทำงานใหม่ได้เล็กน้อย แต่สิ่งที่ยังคงต้องใช้เวลาปรับอีกมาก คือเื่นิสัยส่วนตัวของเธอเอง ที่มักทำอะไรสายตลอดแต่ไหนแต่ไรมา
หญิงสาวออกจากบ้านเพื่อไปทำงานเกือบ 8 โมงเช้าอีกครั้ง และคาดว่าวันนี้ยังไงก็สายกว่าทุกครั้งเป็แน่ ใบเตยสตาร์ทรถแล้วเหยียบคันเร่งเกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงอีกครั้ง และเป็ไปตามคาด เมื่อใกล้ถึงสำนักงานเวลาก็ปาเข้าไป 8 นาฬิกา 15 นาที เข้าให้แล้ว ด้วยวันนี้มีรถติดมากกว่าวันอื่นๆ
เธอเลี้ยวรถยนต์ส่วนตัวรุ่นเก่าสีเทาเข้าจอดบริเวณหน้าตึกแถวสำนักงาน และพบว่าวันนี้มีรถกระบะคาดป้ายบริษัทจอดเทียบอยู่ถึง 3 4 คัน หญิงสาวเริ่มมีอาการร้อนรน ใจคอไม่ดี ด้วยคาดว่าวันนี้อาจมีงานอะไรเป็พิเศษ และเธอต้องตกข่าวสารแน่
“สวัสดีค่ะ...สวัสดีค่ะ”
เป็ครั้งแรกที่ใบเตยได้พบพนักงานคนอื่นๆ ของโครงการ เธอยกมือสวัสดีทุกคนที่พบเจอในเช้าวันนี้ ทุกคนกำลังช่วยกันยกกล่องอุปกรณ์เครื่องมือมากมายขึ้นรถกระบะ รวมทั้งน้ำตาลที่บัดนี้กำลังช่วยกันยกโต๊ะและเก้าอี้พลาสติกขึ้นรถ โดยมีน้ำใจเป็ผู้ช่วยประคองเก้าอี้สีน้ำเงินที่ถูกซ้อนเป็แถวยาวขึ้นบนกระบะ
“พี่น้ำตาล วันนี้มีงานอะไรกันเหรอคะ?”
“อ้าวน้องเตย มาแล้วเหรอ พี่ลืมบอกน้องไป ว่าเช้านี้เรามีประชุมใหญ่ที่หน้างาน”
“ค่ะพี่ แล้วหนูต้องทำอะไรบ้างคะ?”
“เดี๋ยวน้องไปช่วยไอ้กุ้งยกเก้าอี้หลังบ้านไปขึ้นรถกก็ได้”
“ค่ะพี่”
ใบเตยรวบผมยาวสีดำของเธอมัดเป็หางม้าไว้ด้านหลัง ก่อนเดินเข้าไปด้านหลังห้องสำนักงาน
“เตย มาแล้วเหรอ”
จป.กุ้งที่ยืนเช็ดเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินอยู่เอ่ยทักพนักงานใหม่ขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“ค่ะ ขอโทษด้วยนะ เตยมาสายอีกแล้ว”
“ไม่เป็ไรหรอก วันนี้ทุกคนวุ่นวายกันหมด คงไม่มีใครว่าเตยหรอก”
“คือเตยเพิ่งรู้ว่าเขามีประชุมกัน ทำไมเขาไม่ประชุมกันที่นี่เหรอกุ้ง”
“ช่างครามให้ขนของไปเพิงหน้างาน จะได้เห็นของจริง แล้ววันนี้รวมคนทั้งโครงการ นั่งในออฟฟิศไม่พอหรอก”
“รวมทั้งโครงการนี่ ประมาณ 50 คนใช่ไหม วันก่อนเตยนั่งดูรายชื่อที่ฝ่ายบุคคลส่วนกลางส่งมาให้”
“ใช่ครับ ตอนนี้มีประมาณ 50 คน แต่เดี๋ยวก็จะมีเพิ่มอีก ผมว่าน่าจะเฉียดร้อย”
“พนักงานเป็ร้อยเลยเหรอคะ ทำไมเยอะจัง”
“มีหลายส่วนนะครับ เดี๋ยวทางสำนักงานใหญ่คงส่งผังโครงการมาให้เตยนะ”
ใบเตยช่วย จป.กุ้ง เช็ดเก้าอี้อย่างขมักเขม่น จากนั้นก็มีชายฉกรรรูปร่างล่ำสันเข้ามาช่วยยกเก้าอี้ที่เช็ดแล้วไปขึ้นรถอีกที ใบเตยจำหน้าใครยังไม่ได้เลย ในใจกำลังคำนวณข้อมูลจำนวนพนักงานที่ได้ฟังมาเมื่อครู่ และคิดว่างานนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด ด้วยเธอต้องติดต่อและดูแลพนักงานในโครงการเกือบร้อยชีวิตในอนาคต
“ไอ้กุ้ง ถ้าเอาเก้าอี้ไปครบแล้ว แกไปหน้างานกับช่างก่อนเลยนะ ฉันจะปริ้นเอกสารอีกแปปนึงแล้วจะรีบตามไป”
“อื้อ เตยไปหน้างานด้วยกันเลยไหม?”
“เอ่อ เดี๋ยวเตยไปพร้อมกับพี่น้ำตาลได้ไหมคะ”
“ได้สิ น้องเตยช่วยพี่ดูเอกสารก่อน แล้วค่อยไปพร้อมพี่”
หญิงสาวผิวขาวผมหางม้ายิ้มออกมาแล้วไปช่วยน้ำตาลปริ้นเอกสารต่อ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดเรียงกันอยู่หน้าสำนักงาน บัดนี้กำลังค่อยๆ ทยอยออกตัวไปยังหน้างานกระทั่งเหลือเพียงรถกระบะสีขาวคันสุดท้าย
“เสร็จละ ไปกัน...น้องเตยขับรถมีเกียร์เป็ป่ะ?”
“ไม่เป็ค่ะพี่ ขอโทษด้วยนะคะ”
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวพี่ขับ อ่ะ น้องเตยช่วยถือเอกสารไป”
ว่าแล้วรถยนต์ก็ค่อยๆ เคลื่อนออกจากหน้าสำนักงาน มุ่งไปยังสายทางที่เชื่อมระหว่างอำเภอเมืองลำพูนกับต่างอำเภอ
“หน้างานที่เราจะไปกันไกลไหมคะ?”
“ไม่ไกลเท่าไหร่จ้า แต่ไปถึงอาจจะร้อนหน่อยนะ งานของพวกผู้ชายก็อย่างนี้แหละน้อง”
“เตยไหวค่ะพี่”
“ทำงานกับผู้ชายเยอะๆ ต้องทำใจนะ บางทีใครพูดอะไรก็อย่าไปถือสา”
“ค่ะพี่”
สองสาวพูดคุยแลกเปลี่ยนเื่ราวกันได้เพียงเล็กน้อย รถยนต์ก็เข้าจอดบริเวณไหล่ทาง ใบเตยมองเห็นกลุ่มชายหลายสิบคนกำลังนั่งเรียงกันบนเก้าอี้พลาสติก โดยมีฟ้าครามยืนอยู่ด้านหน้าพวกเขา น้ำตาลลงจากรถแล้วเดินตรงดิ่งไปหาฟ้าคราม เธอยื่นเอกสารที่เตรียมมาให้นายช่างใหญ่ ด้านใบเตยเดินไปยืนอยู่ข้างๆ กุ้ง ที่บัดนี้ยืนอยู่ด้านข้างลำโพง
การประชุมดำเนินไปเรื่อยเรื่อย โดยเริ่มที่การแนะนำตัวของแต่ละกลุ่ม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เคยผ่านมา จากนั้นฟ้าครามจึงเริ่มอธิบายแผนงานภาพรวมให้ทุกคนได้รับทราบ ฟ้าครามที่พูดในหัวข้อของตนเองจบเรียบร้อยแล้ว ได้ยื่นไมโครโฟนให้กับชายที่ยืนข้างๆ ชายผู้ที่ดูมีอายุมากกว่าฟ้าครามเกือบสิบปีได้ เขาแนะนำตนเองกับทุกคนในฐานะวิศวกร นามว่า ขนุน
นายช่างฟ้าครามกระซิบอะไรบางอย่างกับน้ำตาลที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา จากนั้นน้ำตาลก็ได้เร่งฝีเท้าเดินไปที่รถกระบะที่เธอขับมา แล้วขับออกไปในทันที ใบเตยที่เห็น เรียกตามน้ำตาลไม่ทัน ทำให้เธอเริ่มคิดมาก ว่าจะกลับไปยังสำนักงานอย่างไร ด้วยไม่สนิทกับใครเลยสักคน
“เดี๋ยวประชุมเสร็จเตยขอติดรถกุ้งกลับสำนักงานด้วยได้ไหม?”
“ผมยังไม่ได้กลับไปน่ะสิ ต้องอยู่ช่วยทีมสำรวจต่อ เดี๋ยวผมถามช่างครามให้นะ”
“อา...อื้ม”
การประชุมกินเวลายาวไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มหลังจากนั้น ยังไม่มีวี่แววว่าน้ำตาลจะกลับมา หลังจากประชุมเสร็จ ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำงานของตนเอง ฟ้าครามเองก็เช่นเดียวกัน เขายืนคุยกับทีมวิศวกรอยู่อีกพักหนึ่งก็เดินไปยังรถกระบะประจำตำแหน่งเพื่อไปทำงานต่อ
“ช่างคราม...”
“ว่าไงกุ้ง”
“ช่างกลับสำนักงานไหมครับ? พอดีเตยไม่มีรถกลับ”
“แล้วขามามายังไงอ่ะ?”
“มากับพี่น้ำตาลค่ะ แต่พี่น้ำตาลไปไหนแล้วไม่รู้”
“อ่อ พอดีพี่มีงานด่วน เลยให้ไอ้ตาลมันไปคุยให้ งั้นน้องเตยมากับพี่ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ค่ะพี่”
ใบเตยเดินตามช่างฟ้าครามไปขึ้นรถ หัวใจเธอเต้นกระหน่ำแทบทะลุออกมานอกอก นับเป็ครั้งแรกที่เธอได้ใกล้ชิดกับฟ้าครามมากขนาดนี้ หลังจากได้พบกันสัปดาห์ที่แล้ว ในรถเขามีเอกสารกระจายเต็มไปหมด แต่ก็ดูสะอาดสะอ้านกว่าที่คาดไว้ รถยนต์ค่อยๆ เคลื่อนตัวออก ใบเตยเองก็มองสำรวจไปรอบๆ บริเวณ แล้วก็ต้องมาหยุดที่ท่อนแขนและมือหนาของฟ้าคราม ที่มันช่างดูบึกบึนแข็งแรงเสียเหลือเกิน ผิวนั้นก็เนียนใส แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยมาจากเสื้อคลุมที่ถูกพาดไว้บริเวณเบาะรถนั่นอีก
“น้องเตยเคยไปจนถึงสุดสายทางที่โครงการเราทำไหมครับ?”
“ยังเลยค่ะ...”
“…”
“พี่ครามช่วยพาเตยไปดูหน่อยได้ไหมคะ”
ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตัวใดเข้าสิง ใบเตยที่หัวใจเต้นแรง กล่าวบางอย่างออกไปโดยที่เ้าตัวเองก็ไม่ได้คาดคิด แล้วก็ต้องมารู้สึกผิด ที่ตนเองนั้นอาจขอมากเกินไป เธอเป็เพียงพนักงานตัวเล็กๆ คนหนึ่ง จะใช้งานหัวหน้าใหญ่ของโครงการแบบนี้ก็ดูจะไม่เหมาะสมมากนัก
แต่ฟ้าครามกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
“ได้สิครับ ปกติทุกวันพี่ตื่นมา อย่างแรกเลย พี่ต้องขับรถออกไปดูความเรียบร้อยทุกอย่างก่อน ตลอดสายทาง พอตอนเย็นหลังเลิกงาน พี่ก็จะขับวนอีกหนึ่งรอบ รวมๆ แล้ววันๆ หนึ่ง พี่ต้องขับรถไปกลับแบบนี้เกือบ 2 ชั่วโมง”
“ขยันจังเลยนะคะ”
“เป็หน้าที่นะครับ”
“พี่ครามก็พักที่ชั้นสองของสำนักงานเหมือนกันเหรอคะ?”
“ตอนนี้พี่พักที่บ้านเช่าครับ ห่างจากสำนักงานประมาณ 5 กิโลเมตร ไปทางในตัวเมือง”
“อ่าว หนูก็นึกว่า...”
“ครับ?”
“งั้น...พี่ครามก็ขับรถไกลขึ้นไปอีกสิคะ ต้องออกมาจากบ้านเช่ากี่โมงคะ”
“พี่ตื่น 7 โมงครึ่งนะครับ ตื่นแล้วก็ออกมาเลย”
แม้จะเป็การนั่งรถไปกับคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักได้หนึ่งสัปดาห์ และยังเป็ถึงหัวเรือหลักของโครงการหลายร้อยล้านนี้ แต่ใบเตยเอง กลับรู้สึกว่าสามารถพูดคุยกับฟ้าครามได้อย่างสบายใจ อาการเกร็งในตอนแรกหายไปอย่างหมดสิ้น เขาขับรถพาเธอไปตามสายทางและอธิบายตามจุดต่างๆ ว่ามีแผนงานจะทำอะไรบ้าง หญิงสาวที่รู้สึกผ่อนคลายมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า เธอชอบบรรยากาศนี้ ระหว่างเธอและฟ้าคราม มันคือบรรยากาศที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้พบ ั้แ่ที่เธอเข้ามาทำงานกับบริษัทนี้
“แล้ววันหยุดพี่ครามทำอะไรเหรอคะ?”
“พี่กลับบ้านที่เชียงใหม่ครับ”
“พี่ครามเป็คนเชียงใหม่เหรอคะ หนูนึกว่าคนที่นี่”
“ครับ บ้านพี่อยู่เชียงใหม่ ลูกเมียพี่ก็อยู่ที่นั่น”
“พี่ครามมีลูกแล้วเหรอคะ?”
“ครับ เพิ่งเกิดเมื่อปีที่แล้ว”
“วัยกำลังน่ารักเลยนะคะ แบบนี้คุณพ่อคิดถึงแย่แน่ๆ เลย”
“ใช่ครับ พี่ถึงต้องกลับทุกอาทิตย์ ฮ่าฮ่า”
แม้เื่ลูกเมียจะเป็ประโยคบอกเล่าที่ใบเตยไม่คาดคิดมาก่อน แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไร กลับตื่นเต้นแทนคุณพ่อมือใหม่มากกว่าเสียอีก
“น้องเตยล่ะครับ มีครอบครัวหรือยัง?”
“ยังค่ะพี่ เตยโสดร้อยเปอร์เซ็นต์ ฮ่าฮ่าฮ่า”
หญิงสาวผิวขาวผมสีดำหัวเราะออกมาอย่างเต็มเสียง ทำเอาคนที่กำลังขับรถข้างๆ เธอต้องเผลอหัวเราะตามออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“พี่ครามคะ...จริงๆ ตอนแรกเตยกังวลมากเลย ว่าจะเข้ากับที่นี่ได้ไหม แต่หลังจากที่ได้คุยกับพี่ครามแล้ว เตยรู้สึกสบายใจขึ้นมากเลยค่ะ”
“ไม่ต้องกังวลอะไรมากนะครับ ทุกคนที่มาที่นี่ ก็มาเพื่อทำงานกันทั้งนั้น ขอแค่ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ก็พอ เื่ตำแหน่งสูงต่ำมันไม่สำคัญกับพี่เลย ทุกคนสำคัญเท่ากันหมดนะ”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
ไม่เพียงพนักงานใหม่ที่ยิ้มออกมาเต็มใบหน้า ชายตัวสูงผู้แสนใจดีเองก็ลอบยิ้มออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ การได้บอกเล่าถึงแิในการทำงานเปรียบเสมือนการเตือนตัวเขาเองด้วย ว่าเขาเองก็มาที่นี่เพื่อสิ่งใด ประกายละอองเล็กๆ บางอย่างเกิดขึ้นในใจของเขาไม่ต่างกับหญิงสาว
“พี่ครามใจดีจังเลยนะคะ พี่น้ำตาลเองก็ใจดีมากๆ เลยเหมือนกัน”
“พวกพี่ก็ไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้นหรอกครับ น้องเตยอยู่ไปก็จะรู้เอง”
“…”
“น้องตองเองก็คุยด้วยง่ายเหมือนกันนะ พี่นึกว่าเราจะเป็คนเข้าถึงยากเสียอีก”
“ปกติก็เข้าถึงยากนะคะ แต่ไม่รู้ทำไม คุยกับพี่ครามแล้วรู้สึกสบายใจมากเลยค่ะ”
“นั่นสินะครับ ถ้ามีอะไรก็คุยกับพี่ได้นะ ถ้าพี่ช่วยได้พี่จะช่วย”
“ขอบคุณนะคะ”
ภายในห้องโดยสารรถกระบะสีขาว อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ของสองเพื่อนร่วมงานที่ยิ่งได้พูดคุยยิ่งรู้สึกเข้าใจอีกฝ่าย และััได้ถึงความสนิทสนมทางใจที่มากล้นอย่างไม่คาดคิด กระทั่งรถกระบะได้วนกลับมาถึงหน้าตึกแถวสำนักงาน ใบเตยมองเข้าไปด้านในห้องกระจกและพบว่าบัดนี้น้ำตาลได้กลับมาประจำโต๊ะแล้ว และเธอกำลังขมักเขม่นจ้องคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานบางอย่างอยู่ น้องใหม่เอื้อมมือเพื่อปลดเข็มขัดนิรภัย แต่ไม่ว่าพยายามออกแรงกดลงบริเวณที่ปลดล็อคมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถปลดออกได้
“มาพี่ช่วย”
หัวเรือใหญ่และเพื่อนใหม่ของใบเตยที่นั่งมองหญิงสาวอยู่พักใหญ่โน้มตัวเข้าใกล้หญิงสาว ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งคืบ ใบเตยใเล็กน้อย เธอเงยหน้ามองชายหนุ่มในระยะใกล้ชิดตาไม่กระพริบ โดยที่บัดนี้เขาเองยังคงพยายามใช้สองมือปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยให้หญิงสาวอยู่
“ปกติมันก็ไม่ติดแบบนี้นะ”
ปึ่ก!
“โอ๊ย”
ด้วยความที่หนุ่มร่างใหญ่ออกแรงมากเกินไป ทำให้เขาเผลอกระแทกศีรษะของตนเองเข้ากับหญิงสาวจนต้องได้ยินเสียงร้องของคนข้างๆ ดังออกมา และไม่ทันได้คาดคิด ฟ้าครามเอื้อมมือประคองใบหน้าของใบเตยเอาไว้แล้วโน้มใบหน้าของเขาเข้าใกล้กับศีรษะที่ถูกกระแทรกเมื่อครู่
“แตกไหมครับ...พี่ทำแรงไปหน่อย ขอโทษนะ”
หญิงสาวผู้ที่เพิ่งกลับมาเป็โสดได้ไม่นาน มีหัวใจที่สั่นรัวอย่างรุนแรง ชายตรงหน้ามีพลังดึงดูดอย่างมหาศาล เธอไม่สามารถห้ามปรามความรู้สึกวาบหวามบางอย่างในหัวใจได้เลย รวมไปถึงประโยคที่เขาได้พูดกับเธอเมื่อครู่ เธอเองก็คิดไปถึงเื่อื่นอันไม่พึงประสงค์เสียแล้วในตอนนี้
“ไม่เป็ไรค่ะพี่คราม”
ฟ้าครามเลื่อนสายตาจากหน้าผากมนมาจ้องตาตรงๆ กับใบเตย แววตานั้นยิ่งจ้องลึกยิ่งฉายแววความ้าบางอย่างออกมาให้ผู้จ้องมองได้เห็นอย่างเด่นชัด
“พี่เป่าให้นะครับ ไม่ว่ากันนะ”
“ค่ะพี่คราม”
ฟ้าครามเคลื่อนหน้าเข้าใกล้ใบเตยขึ้นอีก เขายกตัวขึ้นแล้วประทับริมฝีปากหนาลงบนหน้าผากมนของหญิงสาว นิ่งค้างเช่นนั้นเนิ่นนาน
“ดีขึ้นไหมครับ?”
“...”
หลังผละออกจากหน้าผากมนนั้น ดวงตาสองคู่กลับมาสบมองกันอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่างแล่นผ่านกันไปมาระหว่างคนสองคน แม้จะเพิ่งรู้จักแต่กลับรู้สึกอยากได้รับรสััแสนดีมากกว่านี้
“หลุดแล้วครับ เราเข้าไปข้างในกันเถอะนะ”
เป็ฟ้าครามเองที่มองหลบสายตาของอีกฝ่ายก่อน เขากดปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยอีกไม่กี่ครั้งเข็มขัดก็หลุดออกอย่างง่ายดาย เขาจึงเดินลงรถแล้วนำเข้าไปในสำนักงานห้องแถวก่อน ปล่อยให้ใบเตยยังคงนั่งนิ่งเหมือนถูกต้องมนต์ จิตใจล่องลอยอยู่อย่างนั้นต่ออีกพักใหญ่

โปรดติดตามตอนต่อไป