"ต่งเสี่ยวเสี่ยว!"
ป้าเฮ่อได้ยินคนพูดถึงลูกชายตัวเองแบบนั้นแววตาจึงลุกโชนด้วยความโกรธทันที เธอคว้าท่อนไม้ข้างๆ ขึ้นมาอย่างเหลืออด
เธอโบกไม้ไปมาพร้อมด่าเสียงดัง"ไม่ยอมไปรักษาลูกชายของฉันก็ว่าแย่แล้ว ยังมาพูดจาถากถางอีก!
"ดี!วันนี้ฉันจะแทงตาเธอให้บอดไปข้างหนึ่งเลย!"
ป้าเฮ่อส่งเสียงเอะอะโวยวายอยู่ตรงนั้นหวังเต๋อจู้ คนขับรถม้า ปล่อยบังเหียนลง "สหายฉินฉันว่าฉันไปช่วยเธอดีกว่า"
"อย่าเลยครับ" ฉินไห่หยางยื่นมือห้ามเขา "ม้าคุ้นเคยกับลุงมากกว่าผมเป็นห่วงพ่อ เดี๋ยวผมไปดูเองครับ"
"ไห่เยว่ เธออยู่ดูแลพ่อที่นี่อย่าซนนะ"
ฉินไห่หยางกลับมาสุขุมขึ้นมาในทันทีเขากำชับทุกอย่างเรียบร้อย แล้วค่อยๆ เดินเข้าไป
ฉินซู่นอนอยู่บนรถม้าในหัวคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ นับครั้งไม่ถ้วน
ถ้าเขาหายเมื่อไหร่เขาจะไม่ปล่อยคนพวกนี้ไปแน่
"ป้าคิดจะแทงตาฉันให้บอดงั้นเหรอ?"ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินแบบนั้นก็แค่นหัวเราะ
สองมือรวบแขนเสื้อขึ้น"ในเมื่อป้าอยากจะมีเรื่องนักฉันก็จะให้ป้าได้รู้รสชาติของความเจ็บปวดเองยังไงซะทุกคนก็เห็นอยู่แล้วว่าป้าเป็นคนเริ่มก่อน"
ว่าแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็หยิบไม้กวาดข้างๆมาปัดลงบนพื้น
ฝุ่นที่ฟุ้งขึ้นมาทำให้ป้าเฮ่อแสบตาเธอไม่รู้ว่าควรจะหันไปทางไหน
ทุกคนถอยห่างไปสิบกว่าเมตรคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอมีแค่ลูกชายเท่านั้น
เธอจึงฟาดไม้ไปสุดแรง และ 'ผลัวะ!' มันฟาดเข้าที่เฮ่อเจี้ยนหมิงเต็มๆ
"โอ๊ย!"
เฮ่อเจี้ยนหมิงร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวดต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ปัดฝุ่นจากพื้นขึ้นมาอีก
"นางผู้หญิงสารเลว!แกกล้าดียังไงมาตีลูกชายฉัน!" ป้าเฮ่อได้ยินเสียงร้องของลูกชายตัวเองก็คิดว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นคนตีเขา
เธอถือท่อนไม้ในมือหลับหูหลับตาฟาดมั่วไปหมด
ต่งเสี่ยวเสี่ยวค่อยๆเดินอ้อมไปข้างหลังเฮ่อเจี้ยนหมิง ก่อนจะยื่นมือผลักเขาไปข้างหน้า
ท่อนไม้จึงกระแทกเข้ากับเขาอีกครั้งจนล้มคว่ำลงไปกับพื้น
ชาวบ้านที่ยืนดูอยู่ข้างๆแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่
นี่มันละครน้ำเน่าอะไรกัน?
สะใจเกินไปแล้ว!
"แม่...แม่..." คราวนี้เฮ่อเจี้ยนหมิงจำฝังใจเลยทีเดียว เขาเอามือกุมเอวที่เจ็บพลางล้มลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ อีกมือหนึ่งยกขึ้นมา "คนที่แม่ตีอยู่คือผม"
พอได้ยินแบบนี้ ป้าเฮ่อก็ตกใจจนสะดุ้งเฮือกรีบโยนท่อนไม้ในมือทิ้งลงบนพื้น
ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็หยิบไม้กวาดมาตั้งไว้ข้างตัวฝุ่นที่ฟุ้งอยู่รอบๆ ตัวก็ค่อยๆ จางลง ป้าเฮ่อถึงสามารถลืมตาขึ้นได้
พอเห็นลูกชายตัวเองถูกตีจนนอนคว่ำอยู่บนพื้นเธอก็โกรธจนกระทืบเท้าไปมา "ต่งเสี่ยวเสี่ยวฉันจะไปแจ้งความ ฉันจะบอกว่าเธอทำร้ายคน" ป้าเฮ่อพูดพลางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเหมือนครั้งก่อนสองมือตบเข่า "ชีวิตฉันทำไมถึงได้อาภัพขนาดนี้นะ?"
"ลูกชายฉันไปล่าสัตว์ในป่าเพราะตามนังสารเลวนี่ไป เลยถูกพิษงูพ่นใส่จนเป็นแบบนี้แล้วยังใช้แผนชั่วให้ฉันฟาดโดนลูกตัวเองอีก!"
"โอ๊ย" ป้าเฮ่อปาดน้ำหูน้ำตามือแทบจะยกไม่ขึ้น "ชีวิตฉันมันอาภัพเกินไปแล้วใครจะช่วยฉันได้บ้าง"
ระหว่างที่เธอกำลังร้องไห้เสียใจอยู่นั้นเองป้าหลิวก็เดินออกมาจากบ้าน ถือถังน้ำสาดมาทางนี้
ถึงแม้จะไม่โดนตัวพวกเขาแต่หยดน้ำที่กระเซ็นขึ้นจากพื้นก็เปื้อนผมของสองแม่ลูก
"ร้องโวยวายอะไรนักหนา!"ป้าหลิวแค่นเสียงเย็นชา "มาอาละวาดที่นี่ตั้งหลายวันแล้วไม่คิดจะสงบปากบ้างรึไง?"
"แก..." ป้าเฮ่อเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนดินดูทุลักทุเลไปหมด "นางสารเลวต่งนั่นมันให้ผลประโยชน์อะไรแก?แกถึงได้ช่วยมัน!"
"ผัวะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวฟาดไม้กวาดออกไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ป้าเฮ่อถูกตีจนผมเพ้ายุ่งเหยิงใบหน้าถูกข่วนจนเป็นรอย
"อ๊าก!"
นางลุกขึ้น และพุ่งเข้าไป"ฉันจะจัดการแกซะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นอีกฝ่ายพุ่งมาก็รีบเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะยื่นเท้าขัดขาเต็มแรง ป้าเฮ่อล้มหน้าคะมำลงไปทันที
ต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงกอดอกแล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฮ่อเจี้ยนหมิง
เธอย่อตัวลงแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย"วันนั้นเกิดอะไรขึ้น นายน่าจะรู้ดีแก่ใจ"
"ถ้าไม่ใช่เพราะฉันช่วยนายเอาไว้ป่านนี้แผลของนายคงจะแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพลางลดเสียงลงเพื่อไม่ให้คนรอบข้างไม่ได้ยินที่เธอพูด
แต่พอเฮ่อเจี้ยนหมิงได้ยินคำพูดนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนทันที แววตาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
"แม่ พวกเราไปกันเถอะ" เฮ่อเจี้ยนหมิงพูดพลางดึงป้าเฮ่อ
แต่วันนี้ป้าเฮ่อโดนเล่นงานหนักขนาดนี้เธอจะยอมไปง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน
เธอปัดมือลูกชายออก"แกจะกลัวนางสารเลวคนนี้ทำไมกัน? ฉันมีวิธีจัดการมันอีกเยอะ!"
พอเห็นว่าแม่กำลังจะพุ่งตัวเข้าไปอีกเฮ่อเจี้ยนหมิงก็คว้าไหล่เธอเอาไว้แน่น "แม่ไม่อยากให้ผมไปอยู่ในเมืองแล้วเหรอ?"
ประโยคนี้เหมือนน้ำเย็นสาดลงมาดับความโกรธของป้าเฮ่อทันที
เฮ่อเจี้ยนหมิงไม่สนใจว่าจะเสียหน้าหรือไม่รีบลากแม่ของตัวเองออกไปจากที่นี่ทันที
ละครฉากนี้จบลงสักทีแต่ก็ยังมีคนไม่น้อยแอบซุบซิบกันอยู่ลับหลัง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเงยหน้ามองดูแล้วส่วนใหญ่เป็นพวกชอบนินทาในหมู่บ้าน
เธอหยิบไม้กวาดขึ้นมา ปัดฝุ่นออกเบาๆก่อนจะพูดเสียงเรียบ "ช่วยหัดระวังปากกันหน่อยนะคะถ้าฉันได้ยินอะไรอีก วันนี้เรื่องที่เกิดกับป้าเฮ่อ อาจจะเกิดขึ้นกับพวกคุณก็ได้"
พูดจบเธอก็ตวัดสายตามองคนพวกนั้นจึงเดินจากไปด้วยความไม่พอใจ
พอทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ให้หวังเต๋อจู้ขับรถม้ามาจอดที่หน้าประตูบ้านเธอหันไปเห็นฉินไห่หยางกำก้อนหินยืนอยู่ห่างๆ
"ไม่เป็นไรแล้ว" ต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นว่าฉินไห่หยางเป็นห่วงเธอถึงสองครั้งแล้วก็ลูบหัวเขาเบาๆ "เด็กๆ ต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุขสิอย่าผูกความแค้นไว้ในใจเลยนะ"
ฉินไห่หยางก้มหน้าลงทิ้งก้อนหินลงในคูน้ำข้างๆ
หวังเต๋อจู้ขับรถม้ามาจอดที่หน้าประตูต่งเสี่ยวเสี่ยวจนปัญญาจริงๆจึงไปรบกวนคนข้างบ้านสองคนมาช่วยกันประคองฉินซู่เข้าไปในบ้าน
เสิ่นต้าลี่ก็มาด้วย
"พี่ฉินเป็นยังไงบ้าง?" ทุกคนยกเข้าไปนั่งในบ้านได้สักพัก ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รีบยกน้ำมาให้ดื่ม
พอได้ยินเสิ่นต้าลี่ถามแบบนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ยิ้มกว้าง "ไม่เป็นอะไรมากแล้วคงต้องพักฟื้นสักครึ่งปีถึงจะหายดี"
"ดีแล้วๆ"
หลังจากดื่มน้ำเสร็จต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจจะชวนพวกเขาอยู่ทานอาหาร แต่ทุกคนก็หัวเราะเบาๆแล้วรีบกลับไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวที่ยุ่งมาตลอดทั้งวันเธอจึงบอกให้หวังเต๋อจู้พักทานข้าวที่นี่ก่อน
เขาเกาหัว "ฉันต้องรีบกลับแล้ว ฉันรับงานเอาไว้ ช่วงนี้มีคลินิกหมอที่ต้องการสมุนไพรชาวบ้านเก็บมาเยอะ ฉันต้องรีบไปส่งที่ตลาด"
หวังเต๋อจู้พูดพลางจะเดินออกไปต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินเรื่องสมุนไพรก็รีบเรียกเขาเอาไว้ก่อน
พูดคุยกันได้สักพักหวังเต๋อจู้ก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า "น้องสาว ถ้าสนใจก็ลองไปเก็บดูได้นะ เธอเชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรไม่ใช่เหรอ?"
"หมอที่ร้านขายยาบอกว่าสมุนไพรที่หมู่บ้านเราเก็บมาคุณภาพไม่ค่อยดี ถ้าหามาได้ในสภาพสมบูรณ์ราคาจะดีกว่านี้เยอะเลย!"
พอได้ยินแบบนี้ดวงตาของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
เธอกำลังกังวลว่าจะทำยังไงดีแต่นี่...โอกาสก็มาถึงแล้วไม่ใช่เหรอ?