"คำนับนายหญิงเ้าค่ะ" หญิงสาวย่อกายลงเล็กน้อย สองมือประสานสายตามองไปข้างหน้าหนึ่งก้าวไม่สอดส่ายไปทางใด
เยี่ยนฟางซินมองใบหน้างามและกิริยาอ่อนช้อยราวกับสตรีที่ได้รับการอบรมอยู่ในรั้วในวังมานานด้วยความพึงพอใจ อย่างนี้สินะบุตรชายที่ไม่เคยรับแม้แต่บ่าวสตรีไว้ข้างกายจึงแทบไม่ออกจากเรือนมานานนับเดือน
จ้าวซือหยางเป็หญิงสาวที่งดงาม สมแล้วที่ผู้คนจะร่ำลือกันว่านางเป็บุตรีแห่งสุ่ยซีตัวจริง ความงดงามจากรูปลักษณ์และกลิ่นอายแห่งความสงบอ่อนโยนแผ่กระจายออกมาจนชุดสีขาวที่นางสวมใส่อยู่ดูคล้ายว่าจะเปล่งแสงออกมาได้อยู่เนืองๆ
"เด็กดี มาเถิดข้ากับกวานเอ๋อร์ล้วนแล้วแต่ไม่ใส่ใจกับพิธีรีตองอันใด" เยี่ยนฟางซินยกมือข้างหนึ่งผายไปที่เก้าอี้ข้างตัวเป็สัญญาณให้หญิงสาวนั่งลงใกล้ๆ
อดีตฮองเฮาหัวใจแหลกสลายไปั้แ่ครั้งที่องค์ชายสามิซูซ่านถูกลอบสังหารโดยพระสวามี นางเป็เพียงบุตรีขุนนางเล็กๆ ในเมืองหลวง แต่ด้วยความงดงามเป็หนึ่งจึงเป็ที่ต้องตาจักรพรรดิิเทียน หลังจากที่บิดาเสียชีวิต สกุลเยี่ยนของนางมีบุตรชายน้อยและค่อยๆ ถอยห่างจากแวดวงขุนนางไปเรื่อยๆ นั่นทำให้พระสวามียิ่งวางใจสตรีที่ไร้เื้ัอย่างเยี่ยนฟางซิน แต่งตั้งให้นางเป็ฮองเฮาดูแลวังหลังอย่างเป็ธรรมมาโดยตลอด
ต่อมาเมื่อองค์ชายใหญ่ผู้เป็รัชทายาทต้องจบชีวิตไปอีกคน เยี่ยนฟางซินก็เมินเฉยกับทุกเื่ภายในวังหลวง องค์ชายที่ถือกำเนิดจากฮองเฮามีสามพระองค์คือองค์รัชทายาท องค์ชาย 3 และองค์ชาย 11 เมื่อเหลือเพียงิกวานที่อยู่ในการดูแลของผู้เป็พระอนุชาของสวามี สตรีที่ไร้เื้ัเช่นนาง ทำได้เพียงสวดมนต์ภาวนาอวยพรให้กับิกวานั้แ่เช้าจรดเย็น แม้ในวันที่ิกวานลงมือสังหารบิดา น้ำตาสักหยดยังไม่ไหลออกจากพระเนตรของฮองเฮา
เสียบุตรชายสองคน เสียสามีที่ลงมือฆ่าลูกในไส้จากน้ำมือของบุตรชายคนเล็ก เยี่ยนฮูหยินไม่นำพากับลาภยศสรรเสริญใดๆ ขอเพียงได้เห็นิกวานยังมีชีวิตอยู่ มีภรรยาที่คลอดหลานชายให้นาง เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
"ขอบคุณเ้าค่ะนายหญิง"
"กวานเอ๋อร์จะส่งเ้ากลับไปอยู่ที่หอจี้อิน เ้ารู้เื่นี้แล้วใช่หรือไม่"
"ทราบเ้าค่ะ"
"แล้วเ้าคิดเช่นไร"
จ้าวซือหยางบีบมือแน่นไม่รู้จะตอบเช่นไรดี หากตอบตามจริง นางย่อมดีใจจนเนื้อเต้นล่ะสิไม่ว่า บุรุษหยาบคายผู้นั้นทำราวกับว่าเขาเป็หมาป่าเลี้ยงแกะอย่างนางเอาไว้ในคอก นึกจะหยอกเย้าให้หวาดกลัวเมื่อใดก็ทำ จะถูกจับกินวันไหนก็ยังไม่รู้ตัว ไหนจะเื่ที่ตนเพิ่งทำร้ายเขาไปเมื่อคืนอีกเล่า! การได้กลับไปอยู่ที่หอจี้อินเป็สิ่งที่นางไม่คิดว่าเขาจะหยิบยื่นให้ด้วยซ้ำ
เยี่ยนฟางซินเห็นหญิงสาวนิ่งเงียบไปก็นึกว่านางกำลังเสียใจ เอื้อมมือไปกุมมือข้างหนึ่งของหญิงสาวมาปลอบโยนด้วยน้ำเสียงและสายตาอบอุ่นเกินจะเปรียบ
"กวานเอ๋อร์เป็คนอ่อนโยนกว่าที่เ้าคิดนัก แม้ว่าเขาจะแสดงตัวออกมาไม่ค่อยน่ารักเท่าใด แต่ข้าเชื่อว่าเขาย่อมมีเหตุผลที่ดี เ้าอย่าได้น้อยใจไป"
จ้าวฟางซินถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมา คำเรียกขานกวานเอ๋อร์ที่เปี่ยมไปด้วยความรักและเมตตาของมารดานั้นยังพอทำเนา แต่คำว่าน่ารัก ไม่สามารถนำมาทับซ้อนกับใบหน้าขมึงทึง การกระทำหยาบคายของชายหนุ่มได้สักนิด แต่..นางต้องน้อยใจด้วยหรือ?
อดีตฮองเฮาอดไม่ได้ที่จะมองไปที่หน้าท้องแบนราบเรียบของหญิงสาว บุรุษสตรีอยู่ในห้องเดียวกันนานนับเดือน ทั้งบุตรชายยังไม่ออกไปเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกอย่างที่เคย คนทั้งจวนมหาอุปราชรับรู้กันถ้วนทั่วว่าจ้าวซือหยางกำลังเป็ที่โปรดปรานของิเทียน แม้จะไม่เข้าใจว่าอยู่ดีๆ เหตุใดบุตรชายจึงส่งตัวหญิงสาวออกไปอีกครั้ง แต่นางก็ไม่กล้าทัดทาน
ถึงเวลานี้จ้าวซือหยางเพิ่งจะเข้าใจความคิดของสตรีสูงวัยเบื้องหน้า นางหน้าแดงตัวแดงเถือกขึ้นสีไปทั้งร่างด้วยความอับอาย จะไม่ให้ผู้อื่นคิดเห็นเป็อย่างอื่นก็คงจะเป็ไปไม่ได้ ยิ่งใน่แรกๆ มีท่านหมอเข้าไปตรวจอาการป่วย และให้ยารักษารอยฟกช้ำตามร่างกายของตน ยิ่งดูคล้ายว่านางกับท่านมหาอุปราชใหญ่เพิ่งจะผ่านศึการ่วมกันมาไม่มีผิดเพี้ยน
แต่เยี่ยนฮูหยินมองไปที่ท้องคนตนเนี่ยนะ!! หากนางกับเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันจริงๆ ก็คงจะไม่ตั้งครรภ์รวดเร็วจนมองเห็นได้ง่ายถึงเพียงนั้นกระมัง!!
จ้าวซือหยางถูกส่งกลับมาที่หอจี้อินโดยความช่วยเหลือจากเจียงจางสื่อ ทั้งหมดทั้งมวลระหว่างเส้นทางการเดินทาง ที่ต้องผ่านค่ายกองธงเขียวจนถึงบริเวณพื้นที่ก่อสร้างเขื่อน หญิงสาวรับรู้ได้ถึงสายตาเกรงอกเกรงใจ รวมทั้งเวทนาปะปนอยู่ในแววตาผู้คนเ่าั้อย่างจนใจและยอมรับสภาพ ดูท่าแล้วเื่ที่นางพักอยู่ในเรือนเดียวกับท่านมหาอุปราชใหญ่คงแพร่ออกไปจนรู้กันไม่น้อยทีเดียว
"หยางหยาง!" จวีลี่อิ่งกับหร่วนเซียหนิงปราดเข้ามากอดหญิงสาวทันทีที่เห็นนางลงจากเกวียนมาถึงบริเวณหน้างานของสตรีหอจี้อินฝั่งตะวันออก
จวีลี่อิ่งที่อ่อนไหวง่ายนั้นไม่ต้องกล่าวถึง นางร่ำไห้น้ำตาไหลนองเป็สายั้แ่มองเห็นหญิงสาวในระยะไกลแล้ว แต่หร่วนเซียหนิงยังคงรักษาอาการได้อยู่ นางพยายามข่มใจกัดริมฝีปากไม่ให้ร้องไห้ คิดจะเป็ที่มั่นให้สองสาวได้พักพิง
"เ้าไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะเราสองคนจะอยู่เคียงข้างเ้าเอง เ้าปลอดภัย มีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว" จวีลี่อิ่งมองขึ้นมองลงไปทั่วร่างกายหญิงสาวยังไม่พอ จับนางหมุนพลิกตัวรอบทิศ หงายมือสำรวจหาร่องรอยาแไปทั่ว
"ท่านทั้งสองคิดอะไรอยู่ ข้ากับท่านมหาอุปราชกวานไม่ได้เป็อย่างที่ทุกคนเข้าใจเสียหน่อยเ้าค่ะ" หญิงสาวตัดพ้อ เข้าใจความหมายที่จวีลี่อิ่งกล่าวเมื่อครู่
สองสาวมีหรือจะเชื่อ แต่พวกนางก็ไม่อยากกล่าวย้ำถึงเื่นี้ให้จ้าวซือหยางต้องเจ็บช้ำน้ำใจอีก นางถูกดูิ่เหยียดหยามทั้งร่างกายและจิตใจจากยมทูตกวาน ได้กลับมาในสภาพที่ไร้ร่องรอยขีดข่วนเท่านี้ก็นับว่าเป็บุญวาสนาของหญิงสาวแล้ว ดูท่าเื่ที่จ้าวซือหยางเป็ที่โปรดปรานของมหาอุปราชกวานนั้นคงจะจริง แต่จะไปคาดหวังอันใดกับบุรุษจิตใจโเี้ผิดมนุษย์เช่นนั้นได้ เวลานี้เขาคงคิดจะทอดทิ้งน้องสาวหยางหยางให้ได้รับความอับอายสาแก่ใจตนไปเท่านั้น
"ไม่ต้องพูดถึงเื่นั้นกันแล้ว แต่เอาจริงข้ารู้สึกเสียดายยิ่งนัก"
"เสียดายเื่อะไรหรือเ้าคะพี่เฟยหนิง"
"เสียดายที่เขามาตัดโอกาสการเป็บุตรีแห่งสุ่ยซีของเ้าไปได้นี่สิ"
จ้าวซือหยางยกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ แต่ดูจากสายตาที่หลบไปมาของพี่สาวทั้งสองคน นางก็เริ่มจะทำใจได้แล้วว่าคงไม่มีผู้ใดเชื่อว่าตนเองกับมหาอุปราชิไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอันใดกัน แม้จะเกือบไปแล้วก็ตามที
"บางทีเ้าอาจจะเป็บุตรีแห่งสุ่ยซีจริงๆ ก็ได้นะหยางหยาง เ้าอาจจะแค่หลงลืมมันไปก็เป็ได้ แต่เวลานี้..ร่างกายเ้าไม่ได้บริสุทธิ์แล้ว เทพธิดาสุ่ยซีต้นกำเนิดแม่น้ำสุ่ยซีนางเป็หญิงบริสุทธิ์ไร้มลทิน ความทุกข์ยากของมวลมนุษย์ทำให้เทพธิดาต้องหลั่งน้ำตาจนเกิดเป็แม่น้ำสายใหญ่ คำพยากรณ์ที่ว่าบุตรีแห่งสุ่ยซีจะถือกำเนิดจากน้ำเพื่อมาช่วยอาณาจักรเราอีกครั้ง ทุกคนจึงเพ่งเล็งมาที่หญิงสาวพรหมจรรย์ หากสูญสิ้นพรหมจรรย์อาจกระทำการไม่สำเร็จก็เป็ได้" จวีลี่อิ่งอธิบาย
ตรงข้ามกับใบหน้าเศร้าหมองว้าวุ่นใจของกลุ่มสตรีจากหอจี้อินฝั่งตะวันออก เ้าของเื่กลับรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ความคาดหวังเป็สิ่งที่น่ากลัวที่สุดตามความคิดของหญิงสาว นางรู้ดีว่าทั่วทั้งค่ายกองธงเขียวและกลุ่มแรงงานสร้างเขื่อน ทุกคนเทใจยกให้นางเป็บุตรีแห่งสุ่ยซีโดยไม่สนใจเื่ชื่อแซ่ของนางแม้แต่น้อย ในภายหน้าหากถ้อยคำในคำพยากรณ์เกิดขึ้นจริงแล้วนางไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ เวลานั้นสถานการณ์ของนางคงต้องย่ำแย่กว่านี้เป็แน่
จ้าวซือหยางเพิ่งจะตระหนักได้ว่า หากมหาอุปราชกวานไม่ได้มาข่มขู่ประจานตนในคราวนั้น หรือทำให้ชื่อเสียงของนางต้องแปดเปื้อนไปในคราวนี้ นางคงไม่หลุดพ้นต้องกลายเป็บุตรีแห่งสุ่ยซีอย่างที่คนอื่นเข้าใจผิดกันแน่นอน เป็ครั้งแรกที่หญิงสาวรู้สึกเป็หนี้บุญคุณิกวานบุรุษหยาบคายต่ำช้าผู้นั้น
นางเป็หญิงไม่บริสุทธิ์แล้วอย่างไร? ภายภาคหน้านางจะได้ไม่ต้องวุ่นวายถูกคนบังคับใจให้ออกเรือนไปกับผู้อื่น ยิ่งมีข่าวลือกับมหาอุปราชผู้เหี้ยมโหดยิ่งดี เพราะหลังจากนี้คงไม่มีบุรุษใดกล้ามาตอแยนาง ชีวิตที่เหลือในโลกใหม่นี้นางจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับผู้ใด ยิ่งคิดหญิงสาวยิ่งรู้สึกสดชื่นจนใบหน้าระบายไปด้วยรอยยิ้ม
"โธ่ เซียหนิง.. เ้าดูเอาเถิด จิตใจนางบริสุทธิ์งดงามถึงเพียงนั้น ไม่ว่าผู้อื่นจะปฏิบัติกับนางอย่างไร้เหตุผลเช่นไร หยางหยางของพวกเราก็ไม่เคยขุ่นเคือง แม้ว่านางจะสิ้นอิทธิฤทธิ์ไปแล้ว แต่ข้าก็พร้อมจะร่วมทางกับสตรีที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาเช่นนาง" จวีลี่อิ่งหัวใจอ่อนยวบยาบเมื่อเห็นรอยยิ้มงดงามจากจ้าวซือหยาง