เสียงแรกที่ปลุกหลินเยว่ให้ตื่นขึ้น ไม่ใช่เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวของซอมบี้ หรือเสียงปืนที่ดังสนั่น แต่เป็กลิ่นกาแฟจาง ๆ ที่ลอยมาแตะจมูก เธอลืมตาขึ้นช้า ๆ แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างที่แตกเป็ลำสีทอง ทอดลงบนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ ชั่วขณะหนึ่ง ทุกอย่างดูสงบเสียจนเธอเกือบลืมไปว่าโลกที่เธอรู้จักได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” เสียงอ่อนโยนของมีนดังขึ้นจากด้านข้าง หญิงสาวยื่นแก้วโลหะใบเล็กที่ส่งไอร้อนจาง ๆ ให้ “กาแฟสำเร็จรูปที่เจอในคลังค่ะ รสชาติอาจไม่ดีนัก แต่ช่วยให้รู้สึกเหมือนเป็เช้าวันปกติขึ้นมานิดหนึ่ง”
หลินเยว่รับแก้วมา พร้อมยิ้มอย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณ” เธอจิบกาแฟอุ่น ๆ ความขมปร่าช่วยปลุกประสาทััให้ตื่นตัว
มีนนั่งลงข้างเธอ “เมื่อคืนหัวหน้านอนหลับไหมคะ?”
หลินเยว่พยักหน้าเบา ๆ “หลับดีที่สุดั้แ่ทุกอย่างเริ่มต้น” เธอเหลือบมองไปทางประตูห้องเก็บสินค้า อาร์คยังคงยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้น ไม่ขยับไปไหนตลอดทั้งคืน เป็เสมือนเสาหลักที่มั่นคง
มีนยิ้มอย่างรู้ทัน “เพราะมีคนคอยเฝ้าให้หรือเปล่าคะ?”
หลินเยว่ชะงัก แก้มของเธอร้อนขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอหลบสายตาเล็กน้อย มีนหัวเราะเบา ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ ความเข้าใจที่ส่งผ่านแววตาทำให้หลินเยว่อบอุ่นใจ
ไม่นาน ผู้คนในห้องก็เริ่มตื่นขึ้นทีละคน ฟ้าช่วยต้นพับผ้าห่มอย่างเป็ระเบียบ นัทบิดตัวพร้อมบ่นว่าแผ่นหลังของเขาแทบหัก แต่ใบหน้ากลับเปื้อนรอยยิ้ม คินยังคงเฝ้ายามอยู่บนชั้นสินค้า ก่อนะโลงมารับกาแฟจากมีนอย่างคล่องแคล่ว เจย์กับด็อกเตอร์เริ่มวิเคราะห์เส้นทางใหม่ทันทีหลังตื่นนอนด้วยความกระตือรือร้น เรย์กับผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ ช่วยจัดเก็บสัมภาระด้วยสีหน้ากระตือรือร้นกว่าที่ผ่านมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกเหมือนครอบครัวมากขึ้นทุกขณะ
หลังอาหารเช้า หลินเยว่เรียกทุกคนมารวมตัวกัน แผนที่ที่เจย์วาดขึ้นอย่างคร่าว ๆ ถูกกางบนกล่องสินค้าขนาดใหญ่ เจย์ชี้ตำแหน่งเป้าหมาย “ฐานทัพสำรอง E-07 อยู่ห่างออกไปประมาณสิบแปดกิโลเมตร ถ้าไม่มีเหตุไม่คาดคิด เราน่าจะถึงภายในสองถึงสามวัน”
คินกอดอก สีหน้าจริงจัง “คำว่า ‘ถ้าไม่มีเหตุไม่คาดคิด’ ในโลกนี้ฟังดูเป็เื่ตลก”
นัทหัวเราะเสียงดัง “ก็แค่จัดการทุกอย่างที่ขวางทาง!”
ฟ้ายกมือเล็ก ๆ ขึ้นอย่างกล้าหาญ “หนูจะไม่เป็ภาระค่ะ!”
ต้นยกมือตามทันที “ผมด้วย!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นเบา ๆ ในห้องเก็บสินค้า ความกังวลเมื่อคืนถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น หลินเยว่กวาดสายตามองทุกคน เมื่อคืนพวกเขายังเป็กลุ่มคนแปลกหน้าที่บังเอิญมาพบกัน แต่เช้าวันนี้ พวกเขากลายเป็ทีมอย่างแท้จริง เป็ครอบครัวที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งไปด้วยกัน
เธอสูดหายใจลึก “จากนี้ไป เราจะเผชิญกับอันตรายมากกว่านี้อีกหลายเท่า” เธอหยุดเล็กน้อย ดวงตาของเธอสบกับทุกคนอย่างแน่วแน่ “ฉันไม่สัญญาว่าจะไม่มีใคราเ็ หรือไม่มีใครต้องสูญเสีย” ดวงตาของหลายคนสั่นไหว เพราะทุกคนรู้ดีว่านั่นคือความจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้ “แต่ฉันสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อพาพวกเรารอดไปด้วยกัน”
ความเงียบกินเวลาชั่วอึดใจ ก่อนนัทจะยกขวานขึ้นเหนือศีรษะ “ไปด้วยกัน!”
ฟ้ายกมือขึ้นตาม “ไปด้วยกันค่ะ!”
ต้นะโตามด้วยเสียงเล็ก ๆ “ไปด้วยกัน!”
เสียงตอบรับดังขึ้นจากทุกคนทีละคน มีน คิน เจย์ ด็อกเตอร์ เรย์ และผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ ทุกคนต่างส่งเสียงตอบรับด้วยความมุ่งมั่น ท้ายที่สุด อาร์คก้าวมายืนข้างหลินเยว่ ดวงตาสีแดงเข้มสบตาเธออย่างลึกซึ้ง “ไปด้วยกัน” เพียงสามคำ แต่กลับทำให้หัวใจของเธออบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เป็คำสัญญาที่หนักแน่นและจริงใจที่สุด
หลินเยว่ยิ้มออกมาอย่างเต็มที่เป็ครั้งแรกในรอบหลายวัน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น จากนั้นเธอก้าวไปยังประตูห้องเก็บสินค้า มือจับโลหะเย็นเฉียบอยู่ในฝ่ามือ เื้ัคือผู้คนที่เลือกจะเชื่อในตัวเธอ เบื้องหน้าคือโลกที่ล่มสลาย และเส้นทางที่อาจเปลี่ยนชะตาของมนุษยชาติ หลินเยว่เปิดประตู แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดเข้ามาอาบไล้ร่างของทุกคน
“ออกเดินทางกันเถอะ”
และในรุ่งอรุณของโลกใบใหม่ กลุ่มผู้รอดชีวิตเล็ก ๆ ก็เริ่มก้าวสู่โชคชะตาที่จะสั่นะเืทั้งโลกใบนี้