หัวใจของฉันเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก สายตาเบิกกว้างจ้องมองข้อความสั่นเตือนบนหน้าจอมือถือของคุณคาริมที่วางอยู่บนโต๊ะไม้หนาเื้ัอย่างชัดเจน ข้อความแจ้งเตือนสีแดงกะพริบวาบจากสายลับคนสนิทระบุว่าคนของซาเมียร์กำลังส่งกำลังพลติดอาวุธมาล้อมวิลล่าแห่งนี้เพื่อล้างแค้นและแย่งชิงตัวฉัน!
คุณคาริมที่เพิ่งสวมเสื้อคลุมสีเข้มเสร็จถึงกับชะงักงัน ร่างสูงใหญ่กำยำตระหง่านนิ่ง แววตาคมดุจเหยี่ยวที่เพิ่งผ่านพ้นศึกราคะอันเร่าร้อนพลันแปรเปลี่ยนเป็ความเกรี้ยวกราดดุดันในพริบตา เขากระชากโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านก่อนจะสบถภาษาอาหรับเสียงต่ำที่เปี่ยมไปด้วยโทสะ
"ทาริก! มีพวกหนูบุกเข้ามา... พวกคนของซาเมียร์!" คาริมตวาดสั่งการบอดี้การ์ดั์เสียงก้องห้องใต้ดิน
ทาริกซึ่งเพิ่งจัดแจงแต่งกายเสร็จรีบดึงหน้ากากความเคร่งขรึมกลับมาทันที แววตาของเขาแอบชำเลืองมองฉันที่นอนหอบหายใจโรยแรงอยู่บนเก้าอี้โซฟาหนานุ่ม ร่างกายอวบอัดของฉันยังมีคราบน้ำมันนวดสวาทอุ่นลื่นไหลชโลมเปรอะเปื้อนตามซอกแคมเนื้อและยอดปทุมถันคัพ E ที่ยังชูชันสั่นระริกจากบทลงทัณฑ์ 3P เมื่อครู่
"รับทราบครับท่านชีค ผมจะขึ้นไปควบคุมระบบป้องกันและต้านทานพวกมันไว้้า" ทาริกรายงานน้ำเสียงเฉียบขาดพลางกระชับปืนสั้นพกที่ซ่อนใต้เสื้อคลุม
"ดี! ส่วนมะนาว... เพื่อความปลอดภัยของเธอ ฉันจะล็อกประตูเหล็กหนานิรภัยกักตัวเธอไว้ในห้องใต้ดินนี้ ห้ามใครหน้าไหนเข้ามาแตะต้องสมบัติของฉันเด็ดขาด!" คุณคาริมหันมาสั่งเสียงกร้าว แววตาแฝงความหวงแหนอย่างบ้าคลั่ง
คาริมไม่พูดเปล่า เขาย่างสามขุมเข้ามาบีบปลายคางของฉันจนเชิดขึ้น มอบจูบที่หนักหน่วงป่าเถื่อนจนปากของฉันเจ็บระบมเป็การย้ำเตือนความเป็เ้าของ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปพร้อมกับทาริก เสียงระบบปลดล็อกประตูเหล็กหนาหนักดังครืดคราดและปิดลงกลอนสนิท ตัดขาดตัวฉันให้อยู่ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงระยิบระยับกะพริบเงียบเชียบ
ความมืดและความเงียบงันปกคลุมจนฉันได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นตึกตักด้วยความกลัว สองมือของฉันยังคงสั่นเทาพยายามกระชับผ้าห่มผืนหนามาโอบกอดร่างกายเปลือยเปล่าที่ยังเสียววาบค้างคาจากรสราคะที่ชายสองคนมอบให้ก่อนหน้านี้ ร่องรักของฉันตอดรัดขมิบเบาๆ ปล่อยหยาดน้ำหวานใสอบอวลผสมกับกลิ่นน้ำมันมะกอกสูตรพิเศษปะปนในอากาศ
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงปืนกลหนักเริ่มดังก้องกังวานสะท้อนผ่านผนังปูนหนาจาก้าป้อมปราการ เสียงะเิตูมใหญ่ทำให้พื้นห้องใต้ดินสั่นะเืจนโคมไฟสั่นไหว ฉันกรีดร้องออกเสียงเบาๆ มุดตัวหนีอยู่ซอกข้างเตียงนอนด้วยความตระหนกใสุดขีด กลัวว่าะเิจะถล่มห้องนิรภัยแห่งนี้ให้กลายเป็สุสานฝังร่างฉัน
*ครืด... แกรก...*
ทันใดนั้น เสียงกลไกประตูลับที่กำแพงด้านหลังห้องซึ่งซ่อนอยู่ใต้ชั้นวางของค่อยๆ เคลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ฉันเบิกตากว้างสะดุ้งสุดตัวคิดว่าเป็ศัตรูที่บุกเข้ามาแย่งชิงตัว ทว่าร่างสูงใหญ่กำยำที่ย่องก้าวเข้ามาผ่านความมืดกลับเป็ทาริก บอดี้การ์ดั์คนเดิม!
"มะนาว... เงียบๆ อย่าส่งเสียงเด็ดขาด" ทาริกกระซิบเสียงต่ำพลางพุ่งตัวเข้ามาช้อนร่างเปลือยของฉันขึ้น
"พี่ทาริก... ทำไมพี่..." ฉันละล่ำละลักถามด้วยความสับสนมึนงง
ทาริกไม่ตอบคำถาม เขาใช้คีย์การ์ดพิเศษและเศษเหล็กสะเดาะโซ่ล็อกกุญแจมือข้อเท้าที่คาริมล่ามขึงฉันไว้กับหัวเตียงนอนอย่างรวดเร็วและชำนาญคล่องแคล่ว เพียงไม่กี่วินาทีพันธนาการเหล็กกล้าก็หลุดออก ทาริกดึงผ้าห่มหนาออกแล้วคว้าผ้าคลุมไหล่ผืนบางสีขาวมาพันรอบร่างอวบอัดคัพ E ของฉันอย่างเร่งรีบ
"คนของซาเมียร์บุกเข้ามาเยอะเกินไป ป้อม้ากำลังจะต้านไม่ไหวแล้ว และท่านชีคคาริมเองก็กำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มมือปืน ฉันต้องพาร่างอวบอัดของเธอหนีออกไปทางอุโมงค์ระบายน้ำลับใต้ดินนี้เดี๋ยวนี้ นี่เป็โอกาสเดียวที่เราจะหนีพ้นจากขุมนรกนี้ไปสร้างชีวิตใหม่ด้วยกัน!" ทาริกเอ่ยแววตาจริงจังเปี่ยมไปด้วยความหวังและตัณหาหวงแหน
ทาริกกุมข้อมือฉันแล้วฉุดลากให้ก้าวตามเข้าไปในช่องประตูอุโมงค์ลับที่มืดมิดและเปียกชื้น ลมเย็นะเืพัดผ่านผิวเปลือยเปล่าใต้ผ้าคลุมบางเบาจนฉันหนาวสะท้าน ฉันไม่ได้สวมรองเท้าทำให้ฝ่าเท้าัักับตะไคร่น้ำและพื้นปูนเย็นเฉียบจนเกือบจะลื่นล้มหลายครั้ง
"ว้าย! พี่ทาริก... ฉันเจ็บเท้า..." ฉันอุทานเสียงกระซิบเบาๆ ยามสะดุดร่องพื้นน้ำ
ทาริกหันกลับมามองเรือนร่างของฉันที่สั่นเทิ้ม หน้าอกอวบอัดเต้าคัพ E กระเพื่อมไหวสู้แสงไฟฉายดวงเล็กในมือของเขา เขาไม่พูดพล่ามทำเพลงรีบโอบร่างกุมสะโพกผึ่งผายอวบอัดของฉันขึ้นพาดบ่ากว้างช้อนอุ้มตัวลอยพ้นน้ำ ทาริกใช้มือหนาหยาบกร้านบีบเค้นเนื้อก้นแน่นตึงชุ่มคราบน้ำมันนวดของฉันอย่างจงใจเพื่อพยุงเดิน แผ่นหลังและบ่าแกร่งของเขาเบียดเสียดแนบชิดกับอกนุ่มของฉันจนหัวใจฉันสั่นสะท้านด้วยตัณหาเสน่หาที่แทรกซึมเข้ามากลางศึกาะุปืน
พวกเราเดินทางผ่านอุโมงค์ระบายน้ำแคบๆ ที่ยาวเหยียดท่ามกลางความมืดสนิทและเสียงหยดน้ำดังก้อง จนกระทั่งมาถึงปากทางออกซึ่งเป็ท่อระบายน้ำเหล็กที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้หนามห่างจากตัววิลล่าป้อมปราการประมาณห้าร้อยเมตร ทาริกใช้พละกำลังร่างั์ดันฝาท่อออกแล้วส่งตัวฉันขึ้นไป้า ก่อนจะปีนตามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
สายลมหนาวของทะเลทรายปะทะผิวจนฉันกอดอกตัวสั่นระริก ทาริกพาฉันวิ่งลัดเลาะเนินทรายท่ามกลางแสงจันทร์สลัว มุ่งตรงไปยังซอกหินผาที่มีรถจี๊ปสีดำทหารจอดซ่อนพรางตาไว้ ทาริกเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารและดันร่างของฉันขึ้นนั่งเบาะหน้าอย่างรวดเร็ว
"ขึ้นไปรอข้างบนมะนาว! ฉันจะสตาร์ทเครื่องหนีออกนอกเขตนี้ทันที" ทาริกรีบะโขึ้นนั่งฝั่งคนขับและเสียบกุญแจรถเตรียมบิดสตาร์ทเครื่องยนต์
หัวใจของฉันเริ่มพองโตคิดว่าตัวฉันกำลังจะได้รับอิสรภาพหลุดพ้นจากกรงขังสวาทเสียที ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เครื่องยนต์รถจี๊ปคำรามขึ้นเบาๆ นั้นเอง ปลายกระบอกปืนพกกระบอกสั้นสีดำสนิทและเย็นเฉียบก็ยื่นทะลุช่องว่างเบาะนั่งคู่หน้ามาจากด้านหลัง จ่อนิ่งเข้าที่ต้นคอและไหล่กว้างของทาริกอย่างแม่นยำ!
"พวกแกคิดว่าจะทรยศหักหลังหนีพ้นสายตาของฉันไปได้ง่ายๆ งั้นรึ... ทาริก? มะนาว?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจและแหบพร่าอันคุ้นเคยดังมาจากเบาะหลังรถจี๊ป ฉันเบิกตากว้างด้วยความใสุดขีด หันขวับไปมองพบคุณคาริมนั่งอยู่ในมุมมืดเบาะหลัง เสื้อคลุมสีเข้มของเขาเปรอะเปื้อนคราบเืสดชิ้นใหญ่ตรงหัวไหล่ขวา แววตาคมดุจเหยี่ยวของเขาจ้องมองพวกเราสองคนในความมืดอย่างประสงค์ร้ายเยือกเย็นสะท้านทรวง!