“มันน่าตกใจตรงไหน?” อานนท์พูดอย่างเย็นชา
“ดูเหมือนนายจะยังไม่เข้าใจสินะ” คิมหันต์หรี่ตามองอานนท์ขณะพูด “ตามจริงแล้ว แม้แต่ฉันที่ค่อนข้างสนิทกับเธอก็ยังไม่รู้มาก่อนเลยว่าเธอเป็นคนทรงกษาปณ์”
หลังได้ยินแบบนั้น อานนท์ก็ตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างทันที
คิมหันต์มีสีหน้าพึงพอใจเมื่อเห็นท่าทางของอานนท์ เขากล่าวต่อว่า “ดูเหมือนนายจะเข้าใจแล้วสินะว่าเรื่องนี้มันร้ายแรงแค่ไหน”
อานนท์รอฟังต่ออย่างเงียบ ๆ แม้เขาพอจะเดาอะไรบางอย่างได้บ้างแล้วแต่เขาก็ไม่ค่อยแปลกใจสักเท่าไร เขามีชีวิตอยู่มานาน พบเจอผู้คนมาหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็มีชั่วทรยศหักหลังพวกพ้องอยู่เสมอ
“ปลายฝนกับฉันมีสถานะเดียวกัน เราทั้งสองเป็นทั้งคนทรงกษาปณ์ประจำอาณาจักรและลูกของกษัตริย์” คิมหันต์พูดอย่างจริงจัง “ดังนั้นโดยปกติพวกเราต่างได้รับการปกป้องด้วยการปิดเป็นความลับสุดยอดจนกว่าจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ หรือมีเหตุที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้เท่านั้นที่ความลับนี้จะถูกเปิดเผยออกมา”
“นายก็เห็นว่าเธอเที่ยวไปไหนมาไหนไปทั่ว” อานนท์กลอกตาขณะพูด “ไม่แปลกเลยถ้าจะมีคนรู้เรื่องเธอเข้า จริงไหมล่ะ?”
“ปกติเธอมักจะใช้ชื่อว่าปลายฝนถูกไหม?” คิมหันต์ไม่ตอบแต่ใช้คำถามเป็นคำตอบแทน “จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าตัวตนปลอมที่เจ้าหญิงธารารินทร์สร้างขึ้นคือปลายฝน”
“ก็น่าจะเยอะแยะไป เห็นเธอเที่ยวป่าวประกาศว่าตัวเองชื่อปลายฝนอยู่นะ” อานนท์พูดออกมาอย่างยียวน เขาพยายามทำทุกอย่างให้ดูไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
“แล้วจะมีใครรู้บ้างล่ะว่า หญิงสาวธรรมดาที่ชื่อปลายฝนมีเบื้องหลังเป็นเจ้าหญิง ถ้าไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอมาก่อน ในเมื่อเธอไม่เคยบอกใครก็ใครว่าตัวเป็นคือธารารินทร์” คิมหันต์พยายามโต้แย้ง
อานนท์ถอนหายใจ ดูเหมือนเขาจะไม่อาจบ่ายเบี่ยงได้อีกแล้ว เขากล่าวว่า “ก็ได้ ฉันยอมแพ้ ฉันเข้าใจแล้วว่ามีหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวเธอ”
อานนท์หยุดเว้นวรรคแล้วกลอกตาก่อนจะพูดต่อว่า “แล้วมันจะยังไง? พวกศิขามันจะบ้าพอประกาศสงครามเพื่อชิงตัวเธอไปเลยหรือยังไง? ยังไงเธอก็เป็นถึงเจ้าหญิงของอาณาจักร พ่อของเธอเป็นถึงพระราชา เขาคงไม่ปล่อยให้ศัตรูมาเอาตัวเธอไปง่าย ๆ หรอก ใช่ไหมล่ะ?”
“ฉันก็ไม่รู้ เพราะทางนี้ก็ยังไม่มีคำสั่งอะไรแบบนั้นออกมา” คิมหันต์มีสีหน้าที่มืดมนขณะพูดต่อว่า “แต่ฉันเกรงว่าจะมีอะไรร้ายแรงกว่านั้นเสียมากกว่า”
“ยังไง?” อานนท์ถามสวนทันควัน
“เท่าที่ฉันรู้ เป้าหมายคือคนทรงและกษาปณ์ประจำตัว” คิมหันต์ขมวดคิ้วอย่างหนักขณะกล่าวต่อว่า “แต่ฉันก็ยังบอกไม่ได้ว่าพวกชั่วนั่นจะใช้วิธีการไหนในการเอาตัวปลายฝนกับกษาปณ์มีนมา”
“อือ เข้าใจแล้ว ไว้ฉันว่าง ๆ จะไปบอกเธอหรือไม่ก็พระราชาให้แล้วกัน ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนแล้วกัน” อานนท์พยายามตัดบท
ตั้งแต่คุยมาเขายังไม่เห็นสาระสำคัญอะไรเลยที่คิมหันต์สู้อุตส่าห์เผยตัวเองกับเขาแบบนี้ ถ้าเพื่อแค่พยายามบอกว่าเป็นห่วงปลายฝนหรือช่วยดูแลปลายฝนด้วย ไม่ว่าเขามองอย่างไรก็ดูจะไม่จำเป็นเอาเสียเลย เพราะอย่างไรเสียเขาก็ได้ไล่ให้เธออยู่ห่าง ๆ จากเขาแล้ว เธอควรจะกลับไปอยู่โลกของเธอในพระราชวังแล้ว เมื่อเธออยู่ในพระราชวัง ความปลอดภัยย่อมดีที่สุดแล้ว แบบนั้นเขาก็ไม่เห็นว่าจะมีความจำเป็นใดที่เขาต้องห่วงใยเธออย่างที่คิมหันต์เป็นห่วงเลย
“ฉันต้องการให้นายช่วยฆ่ากุนซือมารให้หน่อย” คิมหันต์พูดออกมาตรง ๆ
เมื่อเห็นอานนท์จะจากไปจริง ๆ เขาตัดสินใจเลิกพูดอ้อมค้อมแล้ว นี่คือจุดประสงค์หลักที่จะเขายอมเสี่ยงเปิดเผยตัวกับอานนท์ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าอานนท์คือคนที่ทรงพลังอย่างที่สุด เพราะเขาคือคนที่กองทัพศิขาตามหามาตลอดหลายปี และอีกอย่างเขาต้องรีบแล้ว หากเขาชักช้าไปกว่านี้ ศัตรูอาจสงสัยได้
เหตุผลที่เขารู้ว่าอานนท์คือใคร เนื่องจากศูนย์บัญชาการระบุตำแหน่งการเกิดพลังเวทมนตร์ธาตุแสง และเขาได้รับคำสั่งให้ไปตรวจสอบ แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขาเจอ จึงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายคนนี้ แม้ความจริงแล้วอานนท์จะเลือกบอกว่าเป็นใครก็ได้ แต่อานนท์กลับไม่ได้ปฏิเสธออกมา
“ทำไมฉันต้องทำด้วย?” อานนท์พูดพร้อมกลอกตา “ถึงฆ่ากุนซือมารได้ ก็ยังเหลือพวกศิขาอีกเป็นกองทัพ สุดท้ายฉันก็ต้องไปไล่ฆ่าทั้งกองทัพให้เหนื่อยอยู่ดี แล้วฉันจะทำไปเพื่ออะไร?”
“เพราะเขาคือคนต้นเรื่องของทั้งหมดยังไงล่ะ”