ตอนที่ 20 คุณหนูโปรดกรุณา (2)
หลังโบยครบยี่สิบไม้ไม่มีขาดแม้แต่ครั้งเดียว เฉินซื่อก็หมดสติไป
ออกมาจากเรือนเล่อโซ่วแล้ว กู้อวิ๋นหวงเริ่มออกเดินอ้อมไปทางสวนดอกไม้
ชิงอวี้กับเจียงเย่ว์เหยาเดินตามด้านหลังนาง เจียงเย่ว์เหยาก้มหน้าก้มตา ชิงอวี้ตบแขนนางเบาๆ เป็นเชิงปลอบ เจียงเย่ว์เหยาจึงยิ้มให้นางเป็นการขอบคุณ แล้วกลับไปก้มหน้าต่อ นางยังคงคิดถึงเรื่องยาอวี้จือหนิงลู่เกา
สำหรับเรื่องนี้ ตั้งแต่เริ่มต้นมานางมีความรู้สึกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ เรื่องนี้พุ่งเป้ามาที่นางและท่านแม่
แต่นางคิดไม่ตก นางกับท่านแม่เป็นแค่ลูกกำพร้ากับหญิงหม้ายตามหาพ่อไม่เจอคู่หนึ่ง คนที่รู้ฐานะแท้จริง นอกจากกู้เจิ่น ฮูหยินผู้เฒ่ากู้และซุนหมอมอแล้วก็ไม่มีคนอื่นอีก ใครกันที่พุ่งเป้าคิดทำร้ายนางถึงปานนี้
เจียงเย่ว์เหยาเงยหน้าทอดสายตามองกู้อวิ๋นหวง เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น คนแรกที่ตัวเองสงสัยย่อมเป็นกู้อวิ๋นหวง แต่เมื่อนึกถึงนางที่ช่วยพูดแก้ต่างให้ตน จนตัวนางเกือบถูกลากไปพัวพันก่อนหน้านี้ ตนก็ตัดความคิดนี้ออกไปเล็กน้อย
เฉินซื่อลอบทำร้ายกู้หมิงจวิน นอกจากรับโทษโบยแล้ว ด้วยการโวยวายเอาเรื่องของอินซื่อกับกู้หมิงจวิน สุดท้ายนางก็ถูกโยนไปอยู่ห้องซักล้าง ไม่มีคนสนใจดูแล ทั้งยังมีอินซื่อกับกู้หมิงจวินคอยจับตามอง แผลบนตัวนางเกรงว่าผ่านไปหนึ่งเดือนก็คงไม่ทุเลาขึ้น
เจียงเย่ว์เหยากำมือแน่น นางจะต้องคิดหาวิถีทาง หาทางลากตัวผู้อยู่เบื้องหลังคนที่ทำร้ายนางออกมา และต้องหาวิธีช่วยท่านแม่ออกมาให้ได้
“เจ้าไม่มีอะไรอยากพูดกับข้าหรือ” เมื่อกลับถึงเรือนชิงจื่อ กู้อวิ๋นหวงนั่งลงในโถงบุปผา ดื่มน้ำชาถ้วยหนึ่ง มองเจียงเย่ว์เหยาที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วเอ่ยถาม
เจียงเย่ว์เหยาช้อนตาขึ้นสบกับคู่ดวงตาเย็นเยือกของนาง หัวใจหนาวสะท้าน คุกเข่าลง
“ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในเรือนเล่อโซ่ว เหตุผลที่ข้าพยายามปกป้องเจ้าทุกทาง เพราะเจ้าเป็นคนในเรือนชิงจื่อของข้า” กู้อวิ๋นหวงใช้เล็บเคาะผิวถ้วยชา “จริงดังที่อินอี๋เหนียงว่า แม่ของเจ้าไม่รู้หนังสือ แม้จะเคยเรียนวิชาแพทย์กับเจ้ามาบ้าง แต่กระทั่งท่านหมอโจวก็ยังไม่รู้ว่าใส่หญ้าเซียงสือลงไปผสมในยาอวี้จือหนิงลู่เกาได้อย่างไร คิดว่าแม่ของเจ้าก็คงจะทำไม่ได้เช่นกัน หลังออกมาจากเรือนเล่อโซ่ว ข้าจงใจเดินอ้อมสวนดอกไม้ รอให้เจ้าเปิดปากพูดมาตลอด แต่เจ้า ทำให้ข้าผิดหวังมาก”
“คุณหนูโปรดกรุณา” เจียงเย่ว์เหยาก้มศีรษะแตะพื้น “ตอนบ่าวกับท่านแม่เข้าจวนมา ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดสามสี่รอบแล้ว หากพกหญ้าเซียงสือเข้ามาจริง เกรงว่าคงเข้าจวนอัครเสนาบดีไม่ได้ อีกอย่างท่านแม่อยู่ในเรือนเล่อโซ่ว แม้จะได้รับความไว้วางใจจากฮูหยินผู้เฒ่าให้ดูแลของสำคัญล้ำค่า แต่ของล้ำค่าเหล่านั้นล้วนเก็บไว้ในห้องคลังย่อย ท่านแม่แค่ทำหน้าที่รักษากุญแจของห้องคลังย่อยเท่านั้น ถ้าไม่มีคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่า ก็ไม่มีทางกล้าเปิดห้อง หยิบของอะไรภายในนั้นออกมาเองโดยพลการแน่นอนเจ้าค่ะ”
“คำพูดเหล่านี้ เมื่อครู่ตอนอยู่ในเรือนเล่อโซ่ว เหตุใดเจ้าถึงไม่พูด” กู้อวิ๋นหวงถามขึ้น
เจียงเย่ว์เหยาน้ำตาร่วงเผาะ “บ่าวไม่กล้าพูดเจ้าค่ะ เรื่องครั้งนี้เห็นชัดว่าพุ่งเป้ามาที่ท่านแม่ บ่าวพูดไป ก็รังแต่จะทำให้ท่านแม่โดนลงโทษหนักกว่าเก่า”
“พุ่งเป้ามาที่แม่ของเจ้าอย่างนั้นรึ” กู้อวิ๋นหวงหัวเราะเบาๆ “เจ้าลองบอกข้ามาสิ แม่ของเจ้ามีอันใดคู่ควรให้คนหมายตา ถึงกับทำให้คนทุ่มเทพุ่งเป้าเล่นงานถึงขนาดนี้”
เจียงเย่ว์เหยาตัวแข็งทื่อไปเล็กน้อย หมอบลงกับพื้น ไม่กล้าเปล่งวาจาไปชั่วขณะ
กู้อวิ๋นหวงงอนิ้วดีดถ้วยชา “แม่ของเจ้าเพิ่งเข้าจวนอัครเสนาบดีมาครึ่งเดือน ก็ได้รับความสำคัญจากท่านย่าถึงเพียงนี้ แม้กระทั่งกุญแจห้องคลังย่อยที่ท่านพกไว้ไม่เคยห่างกายก็ยังยกให้นางจัดการดูแล เจียงเย่ว์เหยา เจ้าบอกข้ามา เจ้ากับแม่ แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่!”
“คุณหนู...” เจียงเย่ว์เหยากัดริมฝีปาก กล่าวอย่างน้อยใจ “แม้แต่คุณหนูก็ยังสงสัยบ่าวหรือเจ้าคะ”