สามารถกดซื้อเล่มอีบุ๊กได้ที่นี่เลยค่ะ https://www.mebmarket.com/index.php? action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNzQ0MDQwMiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjIxMjg1MCI7fQ
ตอน 1 วันวานดั่งกระสายอาชา
ครั้งอดีตเมื่อนานมาแล้วก่อนที่ความโกลาหลจะบังเกิด ย้อนไปเมื่อ 18 ปีก่อน
วังหลวงถูกปกครองอย่างทรงธรรมมาโดยตลอด
องค์ชายใหญ่ ก๋านลู่เปียน โอรสเืเนื้อเชื้อไขของฝ่าากับฮองเฮา ได้รับแต่งตั้งเป็รัชทายาท (ไท่จื่อ) ั้แ่วัยเยาว์
ทว่าการจะปกครองเมืองในอนาคตมิได้เป็กันง่ายดายปานนั้น เพื่อให้เป็ฮ่องเต้ผู้สืบทอดอำนาจที่สมบูรณ์แบบ
ฝ่าาทรงรับสั่งให้ไท่จื่ออย่างเขาร่ำเรียนวิชายุทธ ท่องตำรา ฝึกฝนทุกแขนงอย่างหนักจนแตกฉาน
ชีวิตไท่จื่อน้อยดำเนินไปอย่างน่าเบื่อหน่าย ซ้ำซากเช่นนี้ทุกวัน...
ณ สำนักศึกษาง้องไซ่
สำนักศึกษาง้องไซ่ เป็สถานศึกษาตำราของเหล่าคุณชายสกุลใหญ่ นักปราชญ์ที่เก็บซ่อนตนจากทุกหัวมุมเมืองถูกนำมาเป็ราชครูผู้สอนสั่ง
วันที่อากาศแสนร้อน หลังจากหมดเวลาเล่าเรียน เหล่าคุณชายน้อยต่างสกุล จับกลุ่มกันละเล่นตามประสาบุรุษ
"พวกเ้าละเล่นอะไรกัน ดูน่าสนุกจริงๆ ข้าโม่เติ้งถูขอร่วมละเล่นด้วยคน" คุณชายน้อยสกุลโม่ผู้ไม่เคยมีสหาย เพราะต้องฝึกวิชาดาบอย่างหนักั้แ่เล็กๆ เพื่อเคี่ยวเข็ญให้เป็ยอดขุนพลของสกุล
"เ้าโม่เติ้งถู คนสกุลโม่ พวกข้าไม่ขอคบค้าสมาคม" คุณชายน้อยพวกนั้นปฏิเสธคำขอของโม่เติ้งถู
"เหตุใดพวกเ้าหยาบคายกับข้า โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าไปสร้างความลำบากใจอะไรให้พวกเ้า" โม่เติ้งถูไม่ยอมรับคำปฏิเสธ ยังคงดึงดันจะร่วมละเล่นให้ได้
"ท่านพ่อบอกว่า สกุลโม่เป็ยอดขุนพล หากผู้ใดทำให้ไม่พอใจ คนสกุลโม่เลือกสังหารโหดอย่างเืเย็น" คำสอนของผู้ใหญ่ ทำให้คุณชายน้อยทั้งหลายมีความเข้าใจแบบผิดๆ
"บังอาจกล่าวหาสกุลโม่ของข้า ข้าโม่เติ้งถูไม่เคยรังแกผู้ใดก่อน แม้แต่มดตัวเดียวข้าก็ไม่เบียดเบียน" คุณชายโม่ดันตัวเข้าวง เขายอมไม่ได้ที่สกุลใหญ่ของตนโดนหยาม กระทั่งโดนผลักจนล้มลง
ก๋านลู่เปียน ไท่จื่อน้อยผู้วางมาด นั่งอ่านตำราในสำนักศึกษาเงียบๆ ได้ยินเสียงคุณชายทั้งหลายทะเลาะกันเจื้อยแจ้วจากด้านนอก
"โง่เขลา...โง่เขลาสิ้นดี เสียทีที่ได้ร่ำเรียนในสำนักศึกษาอันดับหนึ่งร่วมกับข้า" ไท่จื่อผู้สุขุมถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะรำคาญใจ พร้อมพึมพำออกมา
"เอาล่ะกงกง พาข้ากลับตำหนักเถอะ สถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะที่ข้าจะอ่านตำรา" ไท่จื่อเริ่มเคลื่อนตัวออกจากสำนักศึกษาง้องไซ่
ทว่า...ไท่จื่อผู้เ็าเห็นคุณชายน้อยเพียงหนึ่งคน ถูกคุณชายน้อยสี่คนรังแกจนได้รับาเ็ เด็กน้อยอย่างโมเติ้งถูงอแงเพราะสู้พวกเขาไม่ได้
"พวกเ้า!!!! หยุดรังแกเขาซะ!!" ไท่จื่อน้อยผู้มาดเคร่ง ไม่อาจมองดูผู้ด้อยกว่าถูกรังแก พุ่งตัวเข้าปกป้องโม่เติ้งถู ผลักคุณชายน้อยสี่คนล้มเรียงคน
แงงงงงงง!!!! แง!!! แง๊!!!
เสียงคุณชายน้อยทั้งสี่ร้องไห้แข่งกันระงม
ก๋านลู่เปียน ไท่จื่อน้อยไม่ถือตัว เข้าประคองโม่เติ้งถูลุกขึ้น
"ขอบพระทัยขอรับองค์ชาย" โม่เติ้งถูคุกเข่าโค้งคำนับเพื่อเป็การแสดงความขอบคุณ หางตาพลางหันไปมองเด็กน้อยพวกนั้นด้วยความสะใจ
"โม่เติ้งถู หากเ้าไร้สหายปานนั้น ก็จงเป็สหายกับข้าเถิด ประจวบเหมาะกับข้างกายข้าไม่มีผู้ใด" ไท่จื่อน้อยเอ่ยออกมาจากใจจริง ใบหน้าที่เ็า ค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
นับั้แ่นั้นมา ทุกครั้งที่มาเรียนในสำนักง้องไซ่ โม่เติ้งถูไม่เคยร้องขอมิตรภาพจากผู้ใด...
สองหนุ่มน้อย ต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน หลังจากนั้นไม่นาน ก๋านลู่เปียนผู้สูงส่ง ไม่แบ่งยศชนชั้น เป็สหายสนิทกับโม่เติ้งถู
หลังเลิกจากการเล่าเรียน... สองหนุ่มมักแอบไปวิ่งเล่นที่ตำหนักร้างหลังวัง... เพื่อหลบหนีกงกงเฒ่าที่เอาแต่บังคับไท่จื่ออย่างเขาท่องตำรา
สองคนนั่งเคียง เอียงไหล่โผพลิ้วไปตามสายลม.. มือหนึ่งข้างโบกทักทายแสงอาทิตย์...
"เติ้งถู... ต่อไป...หากข้าได้เป็าา...ข้าจะไม่ลืมเ้า... ยังไงซะเ้าก็ต้องเป็ยอดขุนพลของข้า"
"แน่นอน ข้าเติ้งถูจะภักดีต่อเ้าดั่งสหายร่วมตาย ไม่ลืมไม่ลืมคำสัญญาแน่"
สองหนุ่มน้อยผูกก้อยสัญญาปากเปล่า เอ่ยมันออกมาด้วยความประทับใจต่อมิตรภาพของกันและกัน...
****************************
ณ อุทยานหลวง
ทุกปีวังหลวงจะมีการจัดงานรื่นเริง เพื่อฉลองการครองราชย์ของฝ่าา เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างมาร่วมงาน
คุณหนู คุณชายต่างสกุลใหญ่ ได้มาเปิดหูเปิดตาในวังหลวง นั่นเป็จุดเริ่มต้นให้คุณหนูใหญ่หลิวจิ่นเฟย(นางเอก) กับหรงสือเซียว(พระรอง) คุณชายสามสกุลหรง พบกันเป็ครั้งแรก
เด็กน้อยวัยแปดขวบถูกแยกให้ละเล่นในเขตตำหนักใหญ่ ทว่าหลิวจิ่นเฟยจอมแก่นผู้มีนิสัยรักสันโดษ ห้าวหาญดุจชายหนุ่ม ไม่ชอบการละเล่นเยี่ยงสตรี ทำให้นางเข้ากับคุณหนูสกุลอื่นไม่ได้ จำต้องปลีกตัวออกมาออกลวดลายวาดเพลงดาบอยู่ที่ลับตาผู้คน
หรงสือเซียววัยแปดขวบผู้หลงใหลศิลปะการต่อสู้ เห็นเข้ารู้สึกประทับใจนางนัก สือเซียวผู้แสนดี เด็ดดอกไม้ข้างตำหนักใหญ่เดินไปมอบให้นางด้วยท่าทีเขินอาย
"แม่นาง กระบวนท่าของเ้าเมื่อครู่งดงามนัก ไม่ทราบว่าแม่นางผู้เก่งกาจจะรับผู้น้อยหรงสือเซียวเป็ศิษย์ได้หรือไม่"
"นี่เ้า เป็คุณชายสกุลใด เหตุฉไหนไม่ไปละเล่นกับสหายคนอื่นๆ หากจุดหมายของเ้าเข้าหาข้าเพราะความเวทนาล่ะก็ จงหยุดความหวังดีกองไว้ตรงนั้น"คุณหนูใหญ่หลิวจิ่นเฟยผู้ถือตัว ไม่สนิทสนมกับผู้ใดง่ายๆ
"ข้าหรงสือเซียว จากสกุลหรง อย่าหาว่าข้าพูดจาประจบเอาใจ แต่ด้านในนั้นอึกทึกเกินไป เดิมทีข้านั้นรักสงบจึงได้ปลีกตัวออกมา ไม่คิดว่าจะได้ชมการรำดาบอันงดงามอยู่เบื้องหน้า ข้าฝึกฝนกว่าครึ่งปี ทำได้แค่ไม่กี่กระบวนท่า"
" ได้ งั้นข้าจะรับเ้าเป็ศิษย์" จิ่นเฟยยอมรับดอกไม้จากสือเซียว พร้อมยกแขนกอดคออย่างสนิทสนม นางเองลืมตัวไปชั่วขณะ ว่าตนเป็สตรี หารู้ไม่ว่าหรงสือเซียวตกหลุมรักนางั้แ่ครั้งแรกที่เห็น
"โม่เติ้งถู เ้าโง่ มัวชักช้าอยู่ได้ เห็นหรือไม่ว่าคุณชายสกุลหรงอะไรนั่นชิงมอบดอกไม้ให้นางตัดหน้าเ้า!! "ไท่จื่อน้อยตำหนิโม่เติ้งถูด้วยความเจ็บใจ
"ไปเถอะ ข้าไม่คู่ควรกับนางจริงๆ แม้แต่ชื่อแซ่ข้ายังไม่กล้าถาม" โม่เติ้งถูตัวน้อย กำดอกไม้ไว้ในมือแน่น ยืนคอตกหันหลังเดินกลับไป
"เ้าโง่นั่น ไม่ฉลาดสมกับที่จะเป็ยอดขุนพลปกป้องบัลลังก์ข้าในอนาคต" ไท่จื่อน้อยส่ายหัวเบาๆ ไม่อาจเห็นสหายคนสนิทผิดหวัง เขาจึงเดินตรงเข้าหานางกับหรงสือเซียว ที่กำลังสอนสือเซียวรำดาบ
"อะแฮ่ม… ไท่จื่ออย่างข้าเสด็จมาอยู่ต่อหน้า ยังไม่รีบคุกเข่าอีก เห็นทีข้าคงต้องเรียกคนมาสั่งสอนเด็กไร้มารยาทอย่างพวกเ้าเสียหน่อย" ไท่จื่อตัวน้อย กล่าวข่มขู่สองคนนั้น
"ลู่เปียน!!! ทำอะไรของเ้าน่ะ!! อย่าได้ทำให้นางลำบากใจเด็ดขาด!!" โม่เติ้งถู หันกลับมาเห็นสหายอย่างเขากำลังผยองลำพองตนต่อหนัาแม่นางน้อยผู้นั้น เติ้งถูอยู่เฉยไม่ได้ รีบวิ่งกลับไปสะกิดชายอาภรณ์ พร้อมกระซิบข้างหูเบาๆ
"เอาน่า เติ้งถู เชื่อข้า ไม่เช่นนั้นเ้าจะไม่มีทางได้สมหวังกับนางแน่ "ไท่จื่อน้อยกระซิบกลับ
"เอาล่ะพวกเ้าลุกขึ้นได้ เมื่อครู่ข้าได้เห็นท่วงท่ารำดาบของแม่นาง มันทำให้สหายรักของข้าพึงใจนัก มิสู้แม่นางช่วยรับน้ำใจจากสหายของข้าได้หรือไม่ " ก๋านลู่เปียน ไท่จื่อตัวน้อย เป็บาริต้าซะแล้ว ชงจนเพื่อนไปไม่ถูก