สุดท้ายเซียวหยวนิก็ต้องจำใจลุกขึ้นอย่างอาลัยอาวรณ์เขามีภารกิจที่ต้องไปทำงานแต่เช้าตรู่
เขาค่อยๆดึงแขนออกจากใต้คอของซูเจียวเจียวอย่างเบามือจากนั้นก็ลุกไปแต่งตัวอย่างเงียบเชียบ
เมื่อมองไปยังใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวที่ยังคงหลับใหลอยู่บนเตียงเซียวหยวนิก็อดนึกถึงค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ผ่านมาไม่ได้ แก้มของเขาพลันแดงก่ำหัวใจพลันอ่อนยวบอย่างไม่อาจห้ามได้
เธอเป็ภรรยาของเขาแล้วเป็ผู้หญิงของเขาแล้ว!
เขาค่อยๆโน้มตัวลงไป ก่อนจะมอบจุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปากของเธอแต่แล้วซูเจียวเจียวก็พลันกะพริบปริบ ดวงตาคู่สวยยังคงพร่าเลือนด้วยความง่วงงุนกำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาชุ่มฉ่ำ
เซียวหยวนิถึงกับนิ่งค้างไปในทันทีราวกับถูกจับได้คาหนังคาเขา ใบหน้าพลันขึ้นสีระเรือด้วยความเขินอาย
เขารีบลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า“ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลย คุณนอนต่อเถอะนะ วันนี้คุณไม่ต้องไปทำงานพักผ่อนให้สบายที่บ้านก่อน...”
“อืม...”
ซูเจียวเจียวตอบรับเสียงแหบเธอพยายามจะลุกขึ้นแต่ความเ็ปไปทั่วสรรพางค์กายก็ทำให้เธอต้องล้มตัวลงนอนอีกครั้งร่างของเธอราวกับถูกรถบดทับมาทั้งคืน
เธอจ้องมองเซียวหยวนิด้วยแววตาตัดพ้อ
ตาบ้าคนนี้ช่างแข็งแรงราวกับควายหนุ่ม ไม่รู้จักเพลาๆ บ้างหรือไง!
แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารูปร่างของเซียวหยวนินั้นช่างงดงามน่ามอง เขาสูงตระหง่านเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบไหล่กว้าง เอวสอบ ในฤดูร้อนเช่นนี้ เขาสวมเพียงชุดเสื้อกล้ามสีดำจึงเผยให้เห็นกล้ามเนื้อต้นแขนที่แข็งแกร่งราวกับจะะเิออก
ไม่รู้ว่าเป็เพราะเสื้อกล้ามตัวเล็กเกินไปหรือเปล่ามันแนบชิดไปกับลำตัวของเขาจนเห็นเป็หมัดกล้ามหน้าท้องอันแข็งแรงและกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้ออย่างชัดเจนขาของเขาก็ยังยาวเรียวและกำยำ
ซูเจียวเจียวเองมั่นใจว่าตัวเองเป็คนตัวสูงหากเทียบกับสตรีปัญญาชนกลุ่มเดียวกัน หรือแม้แต่คนในกองผลิตแห่งนี้เธอก็เป็คนสูงโดดเด่น ทว่าเมื่อยืนเคียงข้างเซียวหยวนิเธอกลับรู้สึกราวกับตนเองเป็เพียงเด็กน้อย
ไม่รู้ว่าชายผู้นี้กินอะไรมาถึงได้สูงใหญ่และแข็งแรงขนาดนี้และเมื่อบวกกับใบหน้าซื่อๆ ของเขาในตอนนี้เขาจึงดูเหมือนชายร่างใหญ่ที่ดูไร้เดียงสา
ได้ยินมาว่าเมื่อก่อนเขาเคยฆ่าหมูป่าตัวใหญ่ตายด้วยมือเปล่าบนูเา!
ชาวบ้านจึงต่างพากันหวาดกลัวเขาไม่มีหญิงสาวคนไหนกล้าเข้าใกล้เขาเลยสักคน ด้วยข่าวลือพวกนั้นทำให้จนตอนนี้เขาอายุยี่สิบเอ็ดแล้วก็ยังไม่ได้แต่งงาน
ข้อแรกคือฐานะทางบ้านของเขาไม่ดียากจนข้นแค้นเสียจนแม้แต่หนูยังไม่อยากจะเข้าไปอาศัยข้อสองคือเขารูปร่างสูงใหญ่และมีใบหน้าบึ้งตึง ทำให้เขาดูดุร้ายและน่ากลัว
คิดไปคิดมาซูเจียวเจียวก็รู้สึกสงสารเขาขึ้นมา ขอบตาของเธอพลันแดงก่ำเล็กน้อย
หลังจากนี้เธอจะรักชายผู้แสนซื่อคนนี้ให้มากเป็สองเท่าเลย!
เซียวหยวนิตอนแรกก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อยเขาจึงยกมือขึ้นเกาศีรษะ แต่เมื่อเห็นว่าดวงตาของเธอมีน้ำตาเอ่อคลอเขาก็พลันใแทบสิ้นสติ
“เอ่อ... ขอโทษครับ ผม ผม... คราวหน้าผมจะเบาๆ นะ คุณ คุณอย่าร้องไห้เลย...”
เขามองเธออย่างเลิกลั่กไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาแทบไม่เคยใกล้ชิดกับหญิงสาวเลยสักคน ไม่รู้ว่าจะปลอบใจผู้หญิงอย่างไร
ั้แ่เมื่อคืนเธอร้องไห้ไปแล้วสองครั้ง
เขานี่มันช่างงี่เง่าเสียจริง!
เขาดึงมือของเธอมาตบหน้าตัวเอง“เจียวเจียว ตีผมเลย! ผมผิดเอง! ผมไม่ควร... ไม่ควร...”
เมื่อคืนเขามันห้ามใจตัวเองไม่ได้รุนแรงกับเธอหลายครั้ง คงจะทำให้เจียวเจียวเ็ปมากแน่ๆ!
ซูเจียวเจียวรีบดึงมือของตัวเองกลับมาแต่สุดท้ายมือของเธอก็แตะลงบนใบหน้าของเขาอย่างอ่อนแรงคล้ายเป็การลูบไล้อย่างแ่เบามากกว่า
มือของหญิงสาวนุ่มนวลและขาวผ่องเมื่อััลงบนใบหน้าของเขาก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดที่พาให้เขาขนลุกไปทั่วร่าง
เซียวหยวนิถึงกับตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน
“งั้นคราวหน้าคุณก็เพลาๆ หน่อยก็แล้วกัน” ซูเจียวเจียวกลับมามีสติอีกครั้งพลางถลึงตาใส่เขาอย่างแง่งอน
ในชาติที่แล้ว…ก็แค่ครั้งเดียวเอง
แต่เมื่อคืนนี้...
ซูเจียวเจียวพบว่าร่างกายของเธอได้รับการทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว แถมยังสวมเสื้อผ้าครบทุกชิ้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทั้งหมดนี้เป็ฝีมือของเซียวหยวนิ
เขาเป็คนละเอียดอ่อนและอ่อนโยนมากในคืนเข้าหอของชาติที่แล้ว เขาก็ทำความสะอาดร่างกายและสวมเสื้อผ้าให้เธอเช่นกัน
ชาตินี้ก็ยังคงเหมือนเดิม…
เซียวหยวนิมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน“คุณนอนต่อก่อนนะ รอผมทำงาน่เช้าเสร็จแล้วจะกลับมาทำอาหารเช้าให้คุณทาน”
ซูเจียวเจียวพยักหน้าอย่างว่าง่ายเสียงหวานนุ่มนวลปนความง่วงงุนเล็กน้อย “อืมฉันรอคุณนะ”
รอยยิ้มของหญิงสาวขาวสะอาดและบริสุทธิ์ราวกับสายลมยามเช้าในฤดูร้อนที่อบอุ่นหอมหวานและชวนให้หลงใหล
ฉันรอคุณนะ
คำสามคำที่แ่เบาแต่ลึกซึ้งได้กระแทกเข้าสู่หัวใจของเซียวหยวนิ ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
เซียวหยวนิไม่กล้ามองเธออีกต่อไปเพราะกลัวว่าหากมองนานกว่านี้ เขาจะไม่อยากไปทำงาน และอยากจะอยู่บ้านเพื่อ‘รังแก’ เธออย่างสนุกสนานเหมือนเมื่อคืน
เขาจึงหันหลังและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมองตามเงาร่างของเซียวหยวนิที่จากไปซูเจียวเจียวก็ยังคงรู้สึกมึนงงเล็กน้อยรู้สึกว่าทุกอย่างเป็เหมือนความฝันที่ไม่อาจเป็จริง
เดิมทีเธอเป็คนในเมืองหลวงแต่ต้องมาติดอยู่ในกระแสของปัญญาชนที่ต้องไปชนบทและเนื่องจากครอบครัวของเธอที่มีบุตรหลายคนทางบ้านจึงจำต้องเลือกบุตรเพียงหนึ่งเดียวเพื่ออยู่ในเมืองหลวง
พ่อบอกเธอว่าน้องสาวยังเด็กเพิ่งจะอายุสิบหกปี ถ้าไปอยู่ชนบทคงจะทนไม่ไหวแน่ๆ
แม่ของเธอเช็ดน้ำตาด้วยแววตาเศร้าสร้อยบอกว่าเธอเป็พี่สาว ต้องปกป้องน้องสาวน้องสาวถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมั้แ่เด็ก จะทนความลำบากได้อย่างไร
แต่เธอก็แก่กว่าซูชิงชิงผู้เป็น้องสาวเพียงปีเดียวเท่านั้นเอง…
ั้แ่เด็กเธอก็เป็คนว่าง่ายและฉลาดเสมอ ดังนั้นเธอจึงเชื่อฟังและเดินทางมายังชนบท
ชีวิตในชนบทนั้นยากลำบากมากมีหลายครั้งที่เธอแทบจะทนไม่ไหว กลางดึกหลายคืน เธอต้องแอบร้องไห้ใต้ผ้าห่ม
เธออยากกลับไปอยู่ในเมืองอยากกลับบ้านใจจะขาด
แต่เธอกลับไปไม่ได้
โชคดีที่เธอเกิดมาหน้าตาสะสวยั้แ่เด็กไม่ว่าจะเป็เหล่าปัญญาชนที่มาอยู่ชนบทด้วยกัน หรือหนุ่มๆ ในกองผลิตต่างก็ชอบเธอพวกเขาต่างพากันแย่งชิงกันช่วยเธอทำงาน และต่างก็ทอดสะพานให้เธออย่างชัดเจน
หนึ่งในนั้นก็คือเซียวหยวนิ
เซียวหยวนิรูปร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ แข็งแรงและคล่องแคล่ว เขาเป็คนทำงานเก่งเขาจะคอยช่วยเธอทำงานจนเสร็จอย่างเงียบๆ และไม่เคยพูดมาก
ส่วนหนุ่มๆคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน หลังจากช่วยเธอทำงานเสร็จ ก็มักจะพูดจาเชิงอยากคบหากับเธอทำให้เธอรู้สึกรำคาญใจเป็อย่างยิ่ง
และพวกเขาก็ทำงานไม่คล่องแคล่วเท่าเซียวหยวนิด้วย
ดังนั้นเธอจึงเริ่มให้ความสนใจเซียวหยวนิแกล้งทำเป็สนิทสนมกับเขา คอยดูแลเอาใจใส่เขาเป็ครั้งคราวทำให้เซียวหยวนิเข้าใจผิดคิดว่าเธอมีใจให้เขา
ไปมาหาสู่กันบ่อยเข้าเซียวหยวนิก็ยิ่งทำงานให้เธออย่างขยันขันแข็งเธอจึงมักจะแอบพักผ่อนใต้ต้นไม้และอู้งานได้บ่อยๆ
ชาวบ้านต่างพากันคิดว่าพวกเขากำลังคบหากันแต่เธอก็ไม่เคยอธิบายใดๆ
หลังจากนั้นเธอก็ใช้เซียวหยวนิให้ช่วยเธอทำงานสกปรกและหนักหน่วงทุกอย่างกินของอร่อยที่เซียวหยวนิมอบให้ แต่ก็จงใจไม่ยอมตกลงคบหากับเขาเสียที
จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเดินทางกลับจากซื้อของในเมืองที่ตลาดนัด แล้วถูกพวกอันธพาลหมายตาคิดทำร้ายเสื้อผ้าของเธอถูกฉีกกระชากขาดไปทั่วร่างโชคดีที่เซียวหยวนิปรากฏตัวขึ้นและช่วยเธอไว้ได้ทันแต่เขาก็เห็นร่างกายของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจไปเสียแล้ว และนั่นก็ทำให้ชื่อเสียงของเธอเสียหายผู้คนในหมู่บ้านต่างพากันซุบซิบนินทาเธอไปทั่ว
พอดีกับ่เวลานั้นมีจดหมายจากทางบ้านส่งข่าวมาบอกว่า น้องสาวคนดีของเธอ ซูชิงชิงได้ตกลงปลงใจกับคู่หมั้นของเธอ จี้หลิงและทั้งสองเพิ่งจะแต่งงานกันไปเมื่อไม่นานมานี้...