ตอนที่16 พิษดอกวิสทีเรีย
ไช่อิงตั้งใจปรุงต้มยำกุ้งรสจัดจ้านสุดฝีมือโดยไม่เน้นรสเผ็ดเกินไปเพราะไม่แน่ใจว่าสมาชิกตระกูลหลงจะรับประทานรสเผ็ดได้มากน้อยเพียงใดทว่าเธอเลือกระดับความเผ็ดตามการประเมินรสชาติผัดไทยกุ้งที่สามีรับประทานได้มากเป็หลักเพราะเป็เหตุผลในการปรุงเพื่อตอบแทนเขาจึงปรุงต้มยำกุ้งให้มีรสเผ็ดพอประมาณแต่อัดแน่นด้วยเครื่องเทศเต็มที่จนส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วห้องครัว
“น่าอร่อยจังเลยนะคะคุณไช่อิง”
แม่ครัวผู้เป็ลูกมือสะใภ้สามชะโงกเข้ามาสูดกลิ่นหอมของอาหารรสเด็ดในหม้อเล็กอย่างไม่สงวนท่าทีพลางเห็นสีสันอาหารสวยงาม ไม่ว่าจะเป็พริกสีแดงสด ผักชีและผักอื่น ๆ สีเขียวหอมหัวใหญ่สีขาวใส ข่าสีขาวขุ่นและอีกมากทั้งยังมีกลิ่นหอมเฉพาะของอาหารไทยอันเลื่องชื่อ จนแม่ครัวอดที่จะกลืนน้ำลายเสียงดังไม่ได้
ไช่อิงเหลือบเห็นท่าทางน้ำลายสอของแม่ครัวแล้วหัวเราะพอใจพลางตอบคำแสดงความคิดเห็นของแม่ครัวอย่างมีความสุขว่า
“ต้องอร่อยอยู่แล้ว.....ระดับฉันปรุงขนาดนี้เอาถ้วยเล็กมาสิ เดี๋ยวจะตักน้ำซุปให้ชิมสักหน่อย”
ไช่อิงยินดีแบ่งน้ำซุปต้มยำกุ้งจากหม้อเล็กให้แม่ครัวผู้เป็ลูกมือและแม่ครัวคนอื่นได้ทดลองชิมเธอลอบสังเกตแม่ครัวทั้งสามคนซึ่งรวมหลงมู่ตานเข้าไว้ด้วยพลางมั่นใจว่าหนึ่งในสามคนจะต้องเป็คนของทางฝั่งอาสามีแน่นอน นั่นคือ ติงเจียวชือหญิงสาวไว้ผมบ๊อบหน้าม้าสั้นท่าทางคล่องแคล่ว แต่มีแววตาหลุกหลิกชอบกล
ส่วนผู้ช่วยแม่ครัวมีอยู่สองคนเป็ชายและหญิงทั้งคู่เป็สามีภรรยากันและเป็ญาติห่าง ๆ ของหลงมู่ตานโดยมีหน้าที่หลักในการช่วยจัดตรียมวัตถุดิบและทำความสะอาดอุปกรณ์ของห้องครัวทั้งหมด
เปาเฟยจูแม่ครัวผมยาวสลวยรวบผมเรียบร้อยในหมวกทรงสูงเหมือนเชฟทั่วไป เธอเป็ลูกมือไช่อิงและได้เห็นการปรุงอาหารรสเลิศอย่างต้มยำกุ้งอย่างคล่องแคล่วของสะใภ้สามพอมีโอกาสได้ชิมน้ำต้มยำเข้าไปพลางตาโตเป็ประกายแล้วเอ่ยชมในทันทีว่า
“โอ้โฮ! อร่อยมาก ๆ เลยค่ะคุณไช่อิงรสเผ็ดกำลังพอดีเลย พวกคุณท่านน่าจะเจริญอาหารแน่”
หลงมู่ตานเหลือบเห็นท่าทางปลาบชื่นชมยินดีของลูกน้องเมื่อได้ชิมน้ำซุปต้มยำกุ้งเธออยากพิสูจน์รสชาติฝีมือการปรุงของไช่อิงเช่นกันเพราะก่อนหน้าไม่มีวี่แววเป็ยอดแม่ครัวฝีมือฉกาจจึงกล่าวออกมาอย่างคาดหวังว่า
“ไหน.....ขอฉันชิมบ้างซิ”
เปาเฟยจูยื่นถ้วยเล็กไปทางหัวหน้าแม่ครัวอย่างเต็มใจพอหลงมู่ตานใช้ช้อนตักน้ำซุปจากถ้วยเล็กขึ้นชิมพลางตาโตเป็ประกายด้วยท่าทางคล้ายคลึงกับลูกน้องแล้วกล่าวชมไช่อิงอีกคนด้วยความประหลาดใจว่า
“อร่อยจริง ๆรสชาติดีกว่าฉันทำอีกนะเนี่ย”
หัวหน้าแม่ครัวไม่คาดคิดว่าไช่อิงจะมีทักษะปรุงอาหารได้อร่อยเลิศรสเหมือนกับเชฟชื่อดังระดับโลกซึ่งเคยถูกว่าจ้างให้มาปรุงอาหาร่เทศกาลสำคัญหรืองานเลี้ยงสังสรรค์ในอดีตเธอรู้สึกแปลกใจเพราะก่อนหน้าภรรยาคุณชายสามปรุงอาหารได้แย่กว่าแม่ครัวตระกูลหลงด้วยซ้ำไปจึงเข้าใจได้ทันทีถึงสาเหตุการรับประทานผัดไทยกุ้งจนหมดจานของคุณชายสามในมื้อเย็นวานนี้
ต่อจากนั้นสะใภ้สามปล่อยให้แม่ครัวและคนรับใช้ช่วยกันจัดเตรียมถ้วยชามอาหารแล้วยกสำรับอาหารเข้าไปในคฤหาสน์กันเองส่วนเธอรีบไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่เพราะชุดเดรสสีแดงมีกลิ่นต้มยำกุ้งติดตัวจนเหม็นไปหมด
ไช่อิงเดินเข้าห้องรับประทานอาหารตระกูลหลงในเวลาสิบเก้านาฬิกาพอดีด้วยชุดเดรสกระโปรงสั้นทรงสุภาพสีฟ้าอ่อน สมาชิกตระกูลหลงทุกคนต่างหันขวับมองสะใภ้สามด้วยสายตาแสดงความประหลาดใจต่อภาพลักษณ์ใหม่ของเธอทว่าไม่มีใครกล่าวชื่นชมหรือยกย่องเธอสักคนแต่ละคนต่างดึงสายตากลับคืนมาคล้ายกับว่าเธอไม่มีความพิเศษใดให้ชมเชยสักนิด
สะใภ้สามยักไหล่อย่างไม่สนใจเพราะเธอสนใจแค่ความรู้สึกของสามีเท่านั้นโดยพบว่าเขามีใบหูแดงเล็กน้อยคล้ายเขินอายต่อบางสิ่งหรือบางคนซึ่งเธอคิดเข้าข้างว่าเป็ตนเองอย่างแน่นอน
วินาทีถัดมาหญิงสาวหรี่ตามองบรรยากาศในห้องรับประทานอาหารอย่างพิจารณาพลางเหลือบเห็นช่อดอกวิสทีเรียสีม่วงอ่อนหลายช่อถูกนำมาประดับไว้ที่รถเข็นชามและถ้วยแบ่งต้มยำกุ้งเพื่อเสิร์ฟให้กับสมาชิกตระกูลหลงทั้งแจกันภายในห้องรับประทานอาหารยังประดับตกแต่งด้วยช่อดอกวิสทีเรียสีม่วงแซมขาวอย่างสวยงาม
เธอรู้ดีว่าดอกวิสทีเรียถูกปลูกอย่างบรรจงหลายปีจนกลายเป็ซุ้มอุโมงค์สวยงามอยู่ด้านหลังคฤหาสน์ใกล้สระว่ายน้ำทว่าดอกวิสทีเรียเป็ดอกไม้มีพิษร้ายแรงชนิดหนึ่ง ทุกส่วนของวิสทีเรียั้แ่ลำต้น ราก ดอก ใบ และยอดอ่อน มีสารพิษทำให้ระบบต่าง ๆภายในร่างกายทำงานปั่นป่วน หากเผลอกินเข้าไปก็จะทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสียอาเจียน เป็ไข้ วิงเวียนหรือปวดศีรษะ จนต้องเข้าโรงพยาบาล
ซ้ำร้ายหากเข้ารับรักษาในโรงพยาบาลไม่ทันก็จะเกิดอาการช็อกจนเสียชีวิตได้ถ้าััถูกส่วนดอกวิสทีเรียก็จะส่งผลให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจทันทีทำให้เสียชีวิตได้ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้นถึงแม้ว่าจะได้รับพิษในปริมาณน้อยก็ตามเพราะพิษชนิดนี้มีความรุนแรงพอ ๆกับพิษของงูทะเลเลยทีเดียว
กระนั้นยังมีผู้คนอีกมากนำดอกวิสทีเรียมาปรุงเป็อาหารทว่าต้องกระทำอย่างถูกวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงการรับพิษเข้าไปอย่างไม่ตั้งใจ ทั้งต้นวิสทีเรียทางด้านหลังคฤหาสน์เป็ชนิดมีพิษร้ายแรงอีกด้วย
ไช่อิงยังไม่ท้วงเื่ดอกวิสทีเรียหรือแสดงท่าทีใดให้ศัตรูไหวตัวทันเธอเดินไปนั่งเก้าอี้ลำดับเดิมโดยฝั่งตรงข้ามไม่มีติงเจี๋ยผู้เป็ทนายประจำตระกูลมาร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยทำให้ฝั่งชายมีเพียงสองคนคือหลงลู่หลิงและหลงปิงเท่านั้น
หญิงสาวเหลือบเห็นแม่ครัวน่าสงสัยนำถ้วยแบ่งสำหรับใส่ต้มยำกุ้งมาวางให้กับทุกคนทว่าถ้วยใบเล็กที่แม่ครัวสาวนำมาวางให้กับหลงปิงนั้นเป็ถ้วยซึ่งเธอสังเกตพบโดยบังเอิญว่าพื้นผิวด้านในถ้วยผ่านการััดอกวิสทีเรียอย่างเต็มที่เธอเห็นชัดเจนเพราะลอบจับตามองแม่ครัวคนดังกล่าวอยู่ก่อนแล้ว จึงกล่าวติงสามีขึ้นมาด้วยความกังวลใจว่า
“สามีคะให้แม่ครัวเปลี่ยนถ้วยแบ่งใบใหม่ดีไหมคะ”
แม่ครัวติงเจียวชือชะงักมือขณะเพิ่งวางถ้วยแบ่งให้หลงปิงพลางเงยหน้าสบตาคุณนายใหญ่แห่งตระกูลหลงด้วยสายตาชอบกล ฟางอิ่งรับรู้ความผิดปกติได้ทันทีจึงกล่าวตอบแทนสาวใช้ของตนแล้วหัวเราะกลบเกลื่อนท่าทีจับสังเกตของไช่อิงว่า
“อะไรกัน?!เจียวชือก็เสิร์ฟถ้วยแบ่งให้ทุกคนอยู่แล้ว ดูนี่สิ.....ถ้วยของฉันมีกลิ่นหอมดอกลาเวนเดอร์ด้วยไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติซะหน่อย ถ้วยแบ่งของเสี่ยวหลงก็น่าจะมีกลิ่นหอมเหมือนกันแล้วก็สะอาดดีอยู่นี่ เธอคิดว่ามีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ”
ฟางอิ่งตอบพร้อมหยิบถ้วยแบ่งของตนเองขึ้นมาดมเป็การพิสูจน์ตามคำกล่าวอ้างแล้วชายตามองไปยังฝั่งซ้ายมือซึ่งเป็ที่นั่งของไช่อิงอย่างมีความหมายพลางถามเน้นเสียงอย่างไม่พอใจออกมา
“แน่ใจเหรอคะ.....ว่าสะอาดดี?!”
ไช่อิงไม่ยอมแพ้เช่นกันเพราะมั่นใจในสัญชาตญาณการเป็แพทย์แผนจีนของตนเธอได้กลิ่นบางอย่างอันไม่พึงประสงค์จากถ้วยแบ่งของสามี โดยไม่้าให้เกิดอันตรายกับเขาจึงกล่าวท้วงและประกาศากับฟางอิ่งโดยตรง
หลงปิงหรี่ตามองอาสะใภ้ฝั่งตรงข้ามอย่างมีความหมายเขารับรู้ได้ถึงน้ำเสียงแสดงความกังวลใจจากภรรยาโดยคิดว่าจะต้องมีเหตุอันทำให้เธอแสดงตัวเป็อริกับอาสะใภ้อย่างไม่เกรงใจแบบนี้พลางเงยหน้าเหลือบมองส่งสัญญาณให้เหลียงเกอซึ่งยืนรอรับคำสั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทันทีโดยไม่ได้กล่าวอะไรออกมาให้ศัตรูไหวตัวทัน
“ไป!”
เหลียงเกอจ้องมองเ้านายทันทีเมื่อได้ยินเสียงกล่าวท้วงของภรรยาเ้านายพอเห็นเ้านายพยักหน้าส่งสัญญาณอันเป็ที่เข้าใจระหว่างกัน จึงสั่งให้องครักษ์อีกสองคนจับกุมตัวติงเจียวชือออกไปจากห้องรับประทานอาหารทันใดโดยมีหลงมู่ตานสวมถุงมือขาวเวลาเสิร์ฟอาหารเป็ปกติเข้ามาทำหน้าที่สับเปลี่ยนถ้วยแบ่งใบใหม่ให้กับหลงปิงเองขณะเหลียงเกอเดินหยิบเอาถ้วยแบ่งใบเดิมของเ้านายจากมือของหัวหน้าแม่ครัวออกไปด้วย
“อ๊ะ! มาจับฉันทำไม คุณนายคะ! ช่วยฉันด้วยค่ะ!!!”
ติงเจียวชืออุทานด้วยความใก่อนพยายามสะบัดตัวหนีการจับกุมขององครักษ์ทั้งสองคนทว่าเธอไม่สามารถต่อสู้กับชายฉกรรจ์ร่างใหญ่สองคนที่เข้ามาหิ้วปีกทั้งสองข้างได้ จึงรีบส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากเ้านายทันที
ฟางอิ่งเห็นท่าไม่ดีเมื่อพบว่าหลายชายจงใจฉีกหน้าโดยตรงพลางแค่นเสียงถามชายหนุ่มออกมาอย่างไม่พอใจถึงขีดสุดว่า
“หยุดเดี๋ยวนี้! เสี่ยวปิง!นี่มันอะไรกัน?! ทำไมมาลากตัวแม่ครัวออกไปอย่างนั้นนี่มันห้องอาหารนะ!ไม่ใช่ห้องทำศึกา!”
หลงปิงลอบยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเพราะทำให้อาสะใภ้หลุดแสดงกิริยาน่าสงสัยออกมาเขาเหลือบมองอานั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยความสงสัยเช่นกัน พลางคาดเดาว่าอาแท้ ๆของตนจะมีส่วนรู้เห็นกับภรรยาหรือไม่
ทว่าคุณชายสามเหลือบเห็นหลงลู่เอินเอื้อมมือไปตบหลังมือภรรยาเบาๆ เป็การเตือนให้เธอสงบสติอารมณ์ก่อน โดยยังไม่แสดงท่าทีไม่พอใจหรือความคิดเห็นใดออกมา
คุณชายสามแห่งตระกูลหลงไม่สนใจท่าทีของสองสามีภรรยาอีกแต่กล่าวขัดจังหวะอาการใของทุกคนออกมาว่า
“กินข้าวเถอะครับผมหิวแล้ว ต้มยำกุ้งน่าอร่อยนะครับ”
คุณชายสามรับรู้แล้วว่าภรรยาเป็คนปรุงต้มยำกุ้งด้วยตัวเธอเองโดยมีกลิ่นหอมยั่วยวนน้ำลายจากกลิ่นเครื่องเทศหลากชนิดในชามใบใหญ่จึงไม่อยากให้ทุกคนเสียเวลาซักถามตนในตอนนี้
ชายหนุ่มหยิบช้อนกลางในชามต้มยำกุ้งตักใส่ถ้วยแบ่งของตนแล้วใช้ช้อนส่วนตัวตักชิมน้ำซุปรสเด็ดพลางตาโตเป็ประกายอย่างมีความสุขเพราะรสชาติอร่อยกำลังดีเขารู้สึกได้ชัดเจนว่าน้ำลายเอ่อขึ้นมามากกว่าปกติพลางคิดว่าอาหารเย็นมื้อนี้คงจะรับประทานได้มากกว่าปกติแน่นอน
เธอน่าจะได้รับรางวัลมากกว่านี้ถ้วยแบ่งใบนั้นมีปัญหาแน่ ๆ แต่ไม่คิดว่าเธอจะตรวจพบ ถึงเธอไม่พูดอะไรออกมาฉันก็ตั้งใจจะเก็บคนของอาออกไปอยู่แล้ว แต่ก็ดี!มีคนมาช่วยเร่งปฏิกิริยาให้ไวขึ้น
คุณชายสามยิ้มมุมปากเล็กน้อยขณะยกช้อนจรดริมฝีปากเพื่อชิมเขาเสทำเพื่อกลบเกลื่อนความคิดและความพึงพอใจของตนที่มีต่อภรรยาพลางััได้ว่าเธอมีเจตนาช่วยตนโดยไม่รู้ความนัยแผนการจากฝั่งอาสะใภ้
ไช่อิงนั่งตะลึงอยู่ครู่หนึ่งเธอไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์วุ่นวายจากการตรวจพบความผิดปกติของตนจะเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่แล้วกลับสู่สภาพเดิมโดยไม่มีใครกล้ากล่าวอะไรออกมาอีกทว่าบรรยากาศโดยรวมเป็ไปอย่างตึงเครียดยิ่งนักพลางอยากรู้ผลลัพธ์ของการสอบสวนจากเหลียงเกอเพราะมั่นใจว่าสามีคงสั่งการให้องครักษ์ทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงแน่นอน
ทุกคนบนโต๊ะอาหารต่างลงมือรับประทานกันอย่างเงียบๆ แตกต่างจากบรรยากาศคึกคักเหมือนเมื่อวานนี้ มีเพียงหลงปิงที่ตักต้มยำกุ้งจากชามใหญ่มาใส่ถ้วยแบ่งอีกสามครั้งพร้อมทั้งใช้ตะเกียบคีบข้าวสวยในถ้วยรับประทานอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่สนใจความเงียบอันน่าอึดอัดใจสักนิด
สักพักหนึ่งเหลียงเกอเดินเข้ามากระซิบบางอย่างข้างใบหูเ้านายก่อนเดินออกไปคล้ายกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทว่าไช่อิงสังเกตพบว่าทุกคนต่างพุ่งความสนใจไปยังหลงปิงเป็จุดเดียวโดยเฉพาะเมื่อชายหนุ่มหยุดรับประทานอาหารแล้ววางตะเกียบเป็สัญญาณแสดงว่ารับประทานอาหารเสร็จสิ้นพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอึกใหญ่ก่อนหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ดอย่างสง่างาม