ผลจากเพลงหมัดเทพอสูรกระบวนท่าแรกของไตรภพส่งผลให้ทหารกว่ายี่สิบคนสลบทันทีชายหนุ่มใช้กำลังภายในเพียงแค่สามจากสิบส่วนเท่านั้นหากเพิ่มเป็ห้าส่วนย่อมส่งผลให้พวกมันเสียชีวิตทันที
“เฮ้ย!!!”
พันเอกเสถียรและพันโทอดิสรมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างแตกตื่นชายหนุ่มมือเปล่าใช้เล่ห์กลอันใดถึงสามารถล้มทหารของมันได้ถึงยี่สิบกว่าคนทั้งดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย
“ยิง ยิงมัน”
พันเอกเสถียรสั่งให้ทหารที่เหลือยิงชายหนุ่มตรงหน้าทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง ทหารเ่าั้ที่กำลังสับสนกับเหตุการณ์ตรงหน้ารีบยกปืนยิงไปที่ไตรภพ
ปัง ปัง ปังปัง ปัง
เสียงะุนับไม่ถ้วนยิงใส่ไตรภพจากหลายทิศทางแต่ชายหนุ่มกลายหายไปในวงล้อมเหมือนกับไม่เคยอยู่มาก่อนะุที่ยิงไปเมื่อครู่ได้โดยพวกเดียวกันล้มลงเป็จำนวนมาก
โอย โอย
อ๊าก
“เจ็บ”
“แกยิงใส่ฉันทำไมวะ”
“ฉันไม่ได้ยิงแกฉันยิงมัน”
เสียงด่าทอกลางวงทหารเกิดจากการที่พวกมันยิงปืนใส่กันจนแต่ละฝั่งาเ็ เสียชีวิต ซึ่งเป็ภาพที่วุ่นวายมากพันโทอดิสรรีบกวาดสายตาหาไตรภพแต่กลับไม่พบร่องรอยแม้แต่น้อย
ซ๊วก
“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”
พันโทอดิสรกรีดร้องโหยหวนดังลั่นทหารที่กำลังถกเถียงกันอยู่เมื่อครู่ มองไปทางพันโทอดิสรเป็ตาเดียวภาพที่พวกมันเห็นน่าสยดสยองพองเกล้าเป็อย่างยิ่ง
“แกเป็คนลักพาตัวแม่และน้องฉันแกอย่ามีชีวิตอยู่ต่อเลย”
ไตรภพเอ่ยเสียงเย็นมือขวาแทงทะลุร่างกายของพันโทอดิสร จากด้านหลังจนทะลุออกตรงบริเวณหัวใจชายหนุ่มถอนฝ่ามือออก พร้อมกับร่างพันโทอดิสรที่ล้มลง เสียชีวิตทันที
“นะ นี่ ปะ ปะปิศาจ”
พันเอกเสถียรที่อยู่ด้านข้างพันโทอดิสรก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว มันไม่เคยเห็นมนุษย์คนไหนสามารถใช้มือเปล่าแทงทะลุร่างกายผู้อื่นได้
“แกเป็รายต่อไป”
ไตรภพซึ่งมือด้านขวาเปื้อนไปด้วยเืของพันโทอดิสรยิ้มเหี้ยมเกรียมมองไปที่พันเอกเสถียร ชายหนุ่มต้องสังหารมันให้ได้ในวันนี้ในฐานะที่มันเป็ตัวการเื่ทั้งหมด
“อะอย่าทำอะไรฉันเลย ฉันบอกแล้ว ๆ พวกเขาอยู่ในคุกทหารหมายเลข 9”
พันเอกเสถียรไม่เหลือมาดของทหารกล้าคุกเข่าก้มลงกราบไตรภพไปมา พึมพำสถานที่คุมขังไม่ขาดปาก ในใจแค้นเคืองชยุตพลนักเป็มันแท้ ๆ ที่เป็ต้นเหตุทำให้พันเอกเสถียรพบเจอกับหายนะเยี่ยงนี้
ฟึบ
ไตรภพบีบคอพันเอกเสถียรอย่างแรงแน่นยิ่งกว่าบีบคอทหารคนที่ผ่านมาชายหนุ่มสังเกตไปบริเวณกางเกงของพันเอกเสถียรที่เปื้อนไปด้วยสิ่งปฏิกูลทั้งอุจาระและปัสสาวะ
“ขยะ”
ไตรภพเหวี่ยงร่างของพันเอกเสถียรกระแทกกำแพงของอาคารร่างของมันปลิวชนกำแพงจนล้มลง สติเตลิดด้วยความหวาดกลัว
“หยุดนะ!!! วางอาวุธลงซะ”
เสียงะโจากโทรโข่งดังขึ้นด้านหลังไตรภพชายหนุ่มหันไปมอง เห็นรถทหารสิบกว่าคันซึ่งมีทหารกำลังเดินลงมาจากด้านหลังรถถืออาวุธครบมือพร้อมเสื้อเกาะ ดูเข้มแข็งมากกว่าทหารก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง
‘ผู้ฝึกยุทธ์!’
ไตรภพลอบคิดในใจชายหนุ่มััพลังของทหารเ่าั้ได้ในทันที เพราะพลังของผู้ฝึกยุทธ์ชายหนุ่มพบเจอมาแล้วหลายคน ทั้งจักรภพและปรีชา ซึ่งมีกลิ่นอายคล้ายกันแต่ดูเหมือนว่าจะเข้มแข็งกว่า
คำร่ำลือถึงกองร้อยพิเศษของกองทัพจังหวัดน่านซึ่งประกอบด้วยทหารผู้ฝึกยุทธ์จำนวนหนึ่งร้อยคน สร้างความครั่นคร้ามไปทั่วจังหวัดไม่มีเหตุการณ์ใดที่กองร้อยพิเศษไม่สามารถจัดการได้ซึ่งบัดนี้พวกเขาได้ก้าวเข้าสู่ขั้นปรับร่างกายระดับที่ 2 แล้ว
ไตรภพอดวิตกไม่ได้แม้ผู้ฝึกยุทธ์จะไม่สามารถต่อกรกับไตรภพได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวแต่ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนหนึ่งร้อยคนมันมากเกินกว่าพลังลมปราณชนชั้นสีม่วงซึ่งเป็ชนชั้นแรกเริ่มของผู้บ่มเพาะจะสามารถจัดการได้
หากไตรภพสามารถมีพลังบ่มเพาะของลมปราณชนชั้นสีครามซึ่งเป็ลำดับถัดไปจากลมปราณชนชั้นสีม่วง เพียงผู้ฝึกยุทธ์หนึ่งร้อยคนไม่อาจจะคณามือของเขา
“รายงานท่านนายพลครับคนร้ายบุกรุกกองทัพจังหวัด จี้ทหารเฝ้าประตูเป็ตัวประกันทำร้ายทหารของรองผู้บังคับการฯ ฆ่าพันโทอดิสร ครับ”
ทหารหน่วยรบพิเศษตะเบ๊ะให้กับชายวัยห้าสิบห้าปีซึ่งกำลังเดินลงมาจากรถของกองทัพชายผู้นี้มีใบหน้าองอาจ มองแล้วรู้สึกถึงความเปิดเผย เป็ที่เคารพยำเกรงสวมใส่ชุดทหารยศ ‘พลตรี’ พร้อมเครื่องหมายพิเศษที่ผ่านการฝึกมานับไปถ้วนบริเวณเสื้อ เขาคือ พลตรีมนูญผู้บังคับบัญชากองทัพจังหวัดนั่นเอง
“พ่อหนุ่มใจเย็น ๆ นะ วางอาวุธลง ฉันสัญญาว่าจะจับเป็”
พลตรีมนูญเอ่ยห้ามปรามไตรภพซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆกับพันเอกเสถียรที่กำลังาเ็จากการถูกไตรภพปาไปกระแทกกำแพงอยู่
“อาวุธ ?”
ไตรภพเอ่ยออกมาพลางชูมือขึ้นทั้งสองข้าง พลตรีมนูญกวาดตาดูชายหนุ่มไม่พบว่าชายหนุ่มตรงหน้ามีอาวุธใด ๆ แล้วเขาฆ่าพันโทอดิสรได้อย่างไร
“คุณไม่คิดจะถามอะไรผมสักคำหรอว่าทำไมผมถึงจัดการพวกนี้”
พลตรีมนูญมองไตรภพพร้อมกับครุ่นคิดในคำพูดของชายหนุ่มเขาพยักหน้าเบา ๆ ราวกับส่งสัญญาณให้ชายหนุ่มตรงหน้าพูดอธิบาย
“มันจับแม่และน้องสาวฉันอุ้มไปจากบ้าน มันมีสิทธิอะไรมาทำแบบนั้น!”
ไตรภพตวาดสายตาของชายหนุ่มมองไปที่พันเอกเสถียรอย่างโกรธแค้นด้านพลตรีมนูญหลังจากได้รับฟังการอธิบายจึงเดินไปหาไตรภพทันที
“ท่านครับอันตราย”
ทหารหน่วยรบพิเศษพยายามจะห้ามปรามแต่พลตรีมนูญกลับไม่รับฟัง เดินไปจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าไตรภพแต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่ไตรภพ กลับเป็พันเอกเสถียร
“ไหนแกลองอธิบายมาซิ”
“คะ คือ”
พันเอกเสถียรส่งเสียงตะกุกตะกักสายตาลอกแลกไปมา มันสามารถพูดโกหกได้ไม่ยากแต่ในไม่ช้าพลตรีมนูญก็ต้องรู้ได้อยู่ดี โทษของมันจะยิ่งหนักหนาสาหัสไปกันใหญ่
“มันทำร้ายลูกฉันที่ผับจนลูกฉันเข้าโรงพยาบาล ฉันทำแบบนี้ไม่เห็นแปลกอะไร”
ผลั๊วะ
หลังจากที่พันเอกเสถียรกล่าวคำแก้ตัวออกไปพลตรีมนูญชกไปที่ใบหน้าของพันเอกเสถียรจนศรีษะกระแทกพื้น เืไหลนองเต็มใบหน้า
‘พลังของผู้ฝึกยุทธ์ดูท่าทางจะไม่ใช่แค่ระดับเริ่มต้นด้วย’
ไตรภพประเมินการชกเมื่อครู่พลังที่ออกจากหมัดนั้นแข็งแกร่งและทรงอานุภาพยิ่งพลังของจักรภพอยู่หัวหน้าแก๊งเชิ้ตดำในอดีตอยู่ในขั้นปรับร่างกายระดับสามยังไม่อาจเทียบเท่านายพลผู้นี้ได้อย่างน้อยพลังของพลตรีมนูญต้องไม่ต่ำกว่าขั้นปรับร่างกายระดับ 7
“ฉันจะสอบสวนเื่นี้ด้วยความเป็ธรรมแต่เื่ที่เธอบุกเข้ามา ทำร้ายทหาร รวมถึงฆ่าพันโทอดิสร ฉันคงปล่อยไว้ไม่ได้เธอต้องขึ้นศาลทหารเพื่อรับความผิด!”
พลตรีมนูญหันขวับไปมองไตรภพก่อนที่จะตัดสินเื่ราวตรงหน้าออกมา เื่นี้ต้องแยกเป็กรณีไปมันย่อมให้ความเป็ธรรมแก่ชายหนุ่มตรงหน้าแน่นอน แต่ความผิดก็คือความผิด
“ถ้าผมไม่ยอมหละ”
ไตรภพเอ่ยท้าทายนายพลตรงหน้าซึ่งพลตรีมนูญเหลือบตามองไปที่ไตรภพ หากไม่ใช่เกิดเื่ราวร้ายแรงในกองทัพมันคงเอ็นดูชายหนุ่มไม่น้อย
“คำพูดของฉันถือเป็สิทธิ์ขาดเว้นแต่ เธอจะยอมรับหมัดของฉันสิบครั้ง ฉันจะถือว่าเื่ราวนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”
“………”
เหล่าทหารกองร้อยพิเศษขนลุกหลังจากได้ยินเงื่อนไขดังกล่าวแม้พวกมันจะอยู่ในขั้นปรับร่างกายระดับสองในบรรดาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกองร้อยยังไม่สามารถรับหมดของพลตรีมนูญได้เกิน 3 ครั้ง หลังจากโดนหมัดที่สามไปแล้วเขาต้องนอนโรงพยาบาลมากกว่า 6 เดือนเื่นี้ถือว่าร่ำลือไปทั่วกองทัพจังหวัด
การยื่นเงื่อนไขเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งพลตรีมนูญมักจะให้ทางเลือกแก่ทหารผู้ทำความผิดเสมอมีทหารหลายคนเลือกที่จะรับหมัดของนายพลผู้นี้ แต่เพียงหมัดเดียวพวกมันต่างกลายเป็อัมพาตทันที หากรู้เช่นนี้ไม่สู้ยอมขึ้นศาลทหารตึกคุกเสียดีกว่า
“ได้”
ไตรภพรับคำด้วยใบหน้าเรียบเฉยเพียงแค่หมัดของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรับร่างกาย ไม่สามารถทำร้ายตัวเขาผู้ซึ่งเป็ผู้บ่มเพาะได้นอกจากนี้ชายหนุ่มยังมีเคล็ดวิชาเทพพิทักษ์กายาอีกต่างหากวิชาป้องกันที่เข้มแข็งที่สุดในห้วงสุริยะ แม้จะใช้ออกด้วยลมปราณชนชั้นสีม่วงก็ตามแต่อานุภาพการป้องกันผู้ที่มีลมปราณเท่ากันหรือต่ำกว่าไม่สามารถทำร้ายชายหนุ่มได้แม้แต่ปลายเล็บ
“ดีหมัดแรกฉันจะใช้พลังหนึ่งจากสิบส่วน”
พลตรีมนูญมองไตรภพก่อนที่จะถอดชุดทหารออก เผยให้เห็นชุดด้านในที่เป็เสื้อคอกลมสีขาวขอบแดงมีสัญลักษณ์ของกองทัพจังหวัดน่าน
“ไอเด็กนั่นตายแน่”
“แม้จะพลังแค่หนึ่งส่วนก็เถอะหากไม่ได้ฝึกฝนอย่างดี กระดูกร้าวอย่างแน่นนอน”
ตึบ
หมัดของพลตรีมนูญชกไปบริเวณหน้าอกของไตรภพมันลอบชมเชยอีกฝ่ายไม่ได้ เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว
พลตรีมนูญหลังจากชกไปแล้วถอนหมัดออกมองผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีแม้แต่ร่องรอยการาเ็ใด ๆเด็กหนุ่มตรงหน้ายังคงแข็งแรงดี ไม่เหมือนคนที่พึ่งโดนชกด้วยพลังยุทธ์
“นี่มันเื่บ้าอะไร”
พลตรีมนูญพึมพำเบาๆ ในขณะที่บรรดากองร้อยพิเศษต่างรุ้สึกทึ่งที่ไตรภพไม่ได้รับาเ็ใด ๆ เลยรอบนี้พลตรีมนูญจึงใส่พลังลงไปสองในสิบส่วน แต่ผลลัพธ์ยังคงเดิม
“บ้าไปแล้วสองหมัดแล้วนะ”
“สงสัยท่านนายพลออมมือ”
“ใช่ ฉันก็ว่าแบบนั้น”
เสียงวิจารณ์จากกองร้อยพิเศษดังขึ้นพูดคุยกันอย่างออกรสที่ไตรภพไม่ได้รับาเ็น่าจะเป็เพราะพลตรีมนูญออมมือให้อย่างแน่นอนมิเช่นนั้นจะมีใครสามารถทนหมัดนี้ได้
พลตรีมนูญรู้สึกงุนงงพลังเพียงสองส่วนของมันก็เพียงพอที่จะทำร้ายคนธรรมดาให้พิการได้แต่ทำไมเด็กหนุ่มตรงหน้ายังคงปกติอยู่
หมัดที่สามพลตรีมนูญใช้พลังห้าส่วนออกไปชกไปบริเวณท้องของไตรภพเพลงหมัดนี้ของมันแม้แต่ทหารในกองร้อยพิเศษก็ต้องได้รับาเ็
“……….”
ไตรภพยังคงยืนนิ่งดังเดิมใบหน้ามีแต่ความเรียบเฉย ในความคิดของชายหนุ่ม หมัดที่ชกออกมาของพลตรีมนูญนั้นเหมือนกับกำลังทุบเพื่อนนวดผู้คนไม่เหมือนการคุกคามเอาชีวิตเลย
พลตรีมนูญเริ่มรู้สึกไม่เชื่อสายตามันลอบเกร็งพลังยุทธ์ลงไปในหมัดเพื่อชกไปยังไตรภพอีกครั้งในครั้งนี้จะเป็การชกที่ติดต่อกัน ไม่ชกทีละครั้งเหมือนที่ผ่านมา
หมัดที่สี่
หมัดที่ห้า
หมัดที่หก
หมัดที่เจ็ด
หมัดที่แปด
หมัดที่เก้า
เสียงหมัดกระทบร่างกายของไตรภพรัวๆ ดังไปทั่วบริเวณ ทหารกองร้อยพิเศษมองพลตรีมนูญซึ่งรัวหมัดใส่ไตรภพอย่างสังเวชใจในสายตาของพวกมัน ทันทีที่พลตรีมนูญถอนหมัดกลับมา ชายหนุ่มตรงหน้าต้องเสียชีวิตทันที
“นะนี่ไม่จริง”