ตอนนี้ทุกคนในโรงครัวเข้ามารุมอยู่ที่หม้อต้มยำกุ้งของจางหลิวหยาง รวมถึงหงเป่าที่ทำความสะอาดเศษใบไม้อยู่ใกล้กับโรงครัวก็เดินตามกลิ่นหอมๆมาเช่นกัน
“เหตุใดน้ำแกงนี่จึงหอมหวลนัก ข้าไม่เจอน้ำแกงที่มีกลิ่นหอมเช่นนี้มาก่อนขอรับ” จางหลิวหยางหัวเราะเบาๆเมื่อหงเป่าทำจมูกฟุดฟิดและกลืนน้ำลายไปด้วย
“พืชที่ข้าใส่มันเป็สมุนไพร มีกลิ่นแรงแต่หอม และดีต่อร่างกาย ที่ผ่านมาจวนเรากินแต่พวกซุปจืดๆไง” จางหลิวหยางเห็นแม่ครัวสูงวัยขมวดคิ้วก็นึกขัน
“มาเถอะ เดี๋ยวข้าจะตักให้พวกเ้าได้ลองชิม”
“จะดีหรือเ้าคะคุณหนู ปกติเราต้องจัดสำรับให้นายท่านกับนายหญิงก่อน เราถึงกินกันได้” เฟยเจินกล่าว
“ไม่เป็ไรน่า ข้าจะแบ่งส่วนของท่านพ่อท่านแม่ไว้ก่อน แล้วเราค่อยมาชิมรสชาติกัน ลี่อิน เ้าเตรียมถ้วยซุปให้ข้าด้วย” เมื่อคุณหนูกล่าวเช่นกัน เฟยเจินและแม่ครัวจึงได้จัดแจงแบ่งส่วนที่จะจัดสำรับให้นายของบ้านแยกไว้ก่อน ส่วนลี่อินเตรียมถ้วยซุปใส่ถาดเรียบร้อยและนำมาวางไว้ให้จางหลิวหยาง
จางหลิวหยางจัดการตักน้ำแกงใส่ถ้วยซุป และส่งให้กับทุกคนได้ลองลิ้มชิมรสชาติ เธอปรุงรสไม่จัดมากเนื่องจากต้มยำมีส่วนผสมของสมุนไพรที่เสริมรสชาติให้เข้มข้นอยู่แล้ว เมื่อทุกคนได้ชิมก็ถึงกับตาโต
“เป็อย่างไร พวกเ้าชอบไหม” จางหลิวหยางยิ้มพลางกวาดสายตามองทุกคนเพื่อรอคอยคำตอบ
“อร่อยมากขอรับคุณหนู น้ำแกงนี้รสดีเหลือเกิน” หงเป่าเกือบจะเผลอลิ้มเลียริมฝีปาก แต่ยังดีที่ยับยั้งไว้ทัน ด้วยอยู่ต่อหน้าเ้านาย
“น้ำแกงนี่รสจัดจ้านนัก คุณหนูรู้วิธีการปรุงได้อย่างไรเ้าคะ” แม่ครัวสูงวัยเอ่ยถามอย่างสนใจ
“นั่นสิเ้าคะ ทำไมท่านจึงรู้ว่าต้องแกะเปลือกมันออก แล้วต้องนำมาปรุงกับสมุนไพร” เฟยเจินเองก็ยังแปลกใจไม่หาย
“ข้าไม่รู้จะอธิบายกับพวกเ้ายังไง เอาเป็ว่า อาหารที่ข้าปรุงวันนี้เราสามารถใช้ทั้งกุ้ง ทั้งปลา หรือหอย มาปรุงได้ และสมุนไพรที่ข้าใส่ลงไปมันจะให้ช่วยให้อาหารทะเลเ่าั้ไม่คาว” ทุกคนนิ่งฟังจางหลิวหยางอย่างตั้งใจ นางจึงกล่าวต่อไป
“ท่านพ่อ กับท่านแม่อายุมากแล้ว ควรลดการปรุงที่ใช้น้ำมันมากอย่างพวกผัด หรือทอดลง แล้วต่อไปเมื่อได้อาหารทะเลมา เ้าต้องทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่ทานบ่อยๆ เพราะอาหารแบบนี้ล้วนมีแต่สมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ” จางหลิวหยางกำชับ
“ข้าทราบแล้วเ้าค่ะคุณหนู คุณหนูโปรดบอกวิธีปรุงแก่ข้าด้วย” แม่ครัวสูงวัยรับคำอย่างนอบน้อม
“ได้ ข้าจะบอกเ้าอย่างละเอียดอีกครั้ง”
จางหลิวเหว่ย กลับเข้ามาถึงจวนในยามโหย่ว เจียลี่กล่าวเชิญให้สามีอาบน้ำชำระร่างกายเป็สิ่งแรก ส่วนเฟยเจินรีบวิ่งมาแจ้งจางหลิวหยางที่ยังสนทนากับแม่ครัวและสาวใช้เกี่ยวกับวิธีการปรุงอาหาร และการนำพืชบางชนิดที่มีประโยชน์มาใช้ประกอบอาหาร ซึ่งมีหลายอย่างที่คนยุคนี้ไม่รู้ว่ามันสามารถใช้ทำอาหารได้ และมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร
“คุณหนู นายท่านกลับมาแล้วเ้าค่ะ ตอนนี้กำลังอาบน้ำอยู่”
“งั้นพวกเ้ารีบจัดสำรับให้ท่านพ่อเลย น้ำแกงนั่นให้เอาใส่หม้อดินนะ จะได้เก็บความร้อนได้นานๆ” จางหลิวหยางกล่าวจัดแจง
“ทราบแล้วเ้าค่ะคุณหนู”
“ท่านพ่อ ท่านแม่” จางหลิวหยางเอ่ยทักจางหลิวเหว่ย และเจียลี่ เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาในห้องอาหาร สาวใช้เมื่อจัดสำรับจนเรียบร้อยแล้วก็ต่างพากันถอยออกจากห้องไป
“ทำไมเ้าถึงมาอยู่นี่ได้ ปกติเวลาอาหารต้องให้อาเจินไปตามจึงจะเห็นเ้า” จางหลิวเหว่ยหยอกล้อบุตรสาว
“วันนี้พิเศษเ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านแม่ เชิญนั่งก่อน” จางหลิวหยางประคองแขนจางหลิวเหว่ยให้นั่งลง ส่วนเฟยเจินเห็นสีหน้าแปลกใจของเจียลี่ผู้เป็นายหญิงก็ยิ้มและพยักหน้าเป็เชิงให้ทำตามที่จางหลิวหยางบอก
“วันนี้ข้าปรุงเมนูพิเศษเพื่อท่านพ่อ กับท่านแม่โดยเฉพาะ” จางหลิวหยางเปิดฝาหม้อดินที่ใส่ต้มยำกุ้งออก พลันได้กลิ่นหอมของสมุนไพรกระจายฟุ้งไปทั่วห้อง
“นี่มันอะไรกัน” จางหลิวเหว่ยถามอย่างแปลกใจ
“วันนี้ข้าได้กุ้งมาจากตลาด ก็เลยเอามาปรุงกับสมุนไพรเป็น้ำแกงให้ท่านพ่อกับท่านแม่ทาน สมุนไพรพวกนี้ดีต่อสุขภาพทั้งนั้นเลยเ้าค่ะ” จางหลิวหยางกล่าวอย่างภูมิใจ
“แปลก ปกติเ้านี่บ้านเราไม่ค่อยกิน แต่ที่เ้าปรุงมาน่ากินมากหยางเอ๋อร์” เจียลี่มองน้ำแกงของจางหลิวหยางที่อยู่ในหม้อดินอย่างพิจารณา
“ท่านพ่อท่านแม่ลองทานเลยเ้าค่ะ น้าเจินช่วยข้าหน่อย” เฟยเจินตักน้ำแกงแบ่งเป็ถ้วยเล็กๆสำหรับนายทั้งสามบนโต๊ะอาหาร แล้วถอยหลังไปยืนรออยู่เงียบๆ
หลิวเหว่ย และเจียลี่ ค่อยๆตักน้ำแกงขึ้นมาเล็กน้อย เพราะกลิ่นฉุนจากสมุนไพรค่อนข้างแรง และเมื่อได้ลิ้มลองรสชาติ หลิวเหว่ยมีสีหน้าพึงพอใจ ส่วนเจียลี่นั้นเมื่อน้ำแกงััลิ้นความฉุนก็ตีขึ้นมาจนต้องยกผ้าเช็ดผ้าปิดจมูกไว้เพื่อป้องกันไม่ให้สำลัก
“รสชาติดี ดีมาก น้ำแกงนี่เมื่อกินเข้าไปรู้สึกสบายคอจริงๆ” จางหลิวเหว่ยกล่าวอย่างพอใจ แล้วจึงยกถ้วยน้ำแกงขึ้นดื่มอีกคำ
“ใช่แล้วท่านพี่ น้ำแกงนี่กินแล้วสดชื่นนัก อาหารของเ้าดีมากหยางเอ๋อร์” เจียลี่เอ่ยชมบุตรสาว เมื่อความฉุนในรสััแรกจางลงและทดแทนด้วยรสหวานแทรกไปกับรสเผ็ดร้อนของสมุนไพรอย่างลงตัว จึงให้ความรู้สึกชุ่มคอเป็อย่างมาก
“ถ้าท่านชอบ ต่อไปข้าจะให้แม่ครัวปรุงให้ท่านบ่อยๆ” จางหลิวหยางกล่าวและหันไปทำตาวิบวับกับเฟยเจินที่ยิ้มรออยู่แล้ว คุณหนูของนางหายจากอาการป่วยครั้งนี้มีเื่น่าประหลาดใจให้เห็นหลายเื่ทีเดียว ล้วนแต่เป็เื่ที่ดีเสียด้วย เฟยเจินนึกอยู่เงียบๆมองนายน้อยด้วยประกายตารักใคร่
จางหลิวหยางมองบิดาและมารดาดื่มน้ำแกงอย่างชอบใจ และสำราญกับมื้ออาหารเป็พิเศษด้วยบุตรสาวถึงกับเข้าครัวปรุงอาหารให้ด้วยตนเอง ก็อบอุ่นใจไม่น้อย นางยกถ้วยน้ำแกงขึ้นดื่มบ้าง แล้วก็ให้รู้สึกแสบจมูกจนต้องกระพริบตาถี่รัวเพื่อปิดกั้นหยาดน้ำตาไม่ให้เอ่อล้นออกมา เห็นภาพเช่นนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงมารดาที่ทำต้มยำกุ้งได้อร่อยที่สุดในโลก ความเศร้าใจที่ต้องถูกพรากจิติญญามาจากที่ของตนเองต้องถูกกดไว้ให้ลึกที่สุด เพราะตอนนี้นางกำลังใช้ลมหายใจจากร่างของผู้อื่น และเ้าของร่างนี้ก็มิได้มีความผิดอะไร รวมถึงนางเองด้วย แต่เป็โชคชะตาต่างหากที่พานางมาอยู่ตรงนี้โดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ เมื่อได้ขโมยชีวิตผู้อื่นโดยมิได้ตั้งใจ นางก็อยากดูแลหลิวเหว่ย และเจียลี่ให้ดีที่สุด อย่างน้อยก็เพื่อทำหน้าที่แทนจางหลิวหยางที่ไม่มีโอกาสได้ทำใน่เวลานี้