สองสามวันหลังจากการพบปะกันของพวกผมผมก็ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนเลยเพราะต้องรอเอกสารจากเฟอร์ที่กำลังแอบยื่นเื่ให้กับผมส่วนสาเหตุที่ผมไม่ออกไปไหนน่ะรึ? ก็เพราะว่าสองคนนั้นเตือนเอาไว้น่ะสิว่าจนกว่าจะได้เอกสารอย่าพึ่งออกไปไหน
ดูเหมือนว่ายัยคุณท่านแม่ทัพเซลิน่า ทอรัสวัลคอร์ตนั่นจะเล็งผมเอาไว้เป็พิเศษอยู่สงบเสงี่ยมจนกว่าจะได้เอกสารจะปลอดภัยที่สุดละนะ
“คุณชายนาธานขอรับมีพัสดุจากดยุคอันบราส่งมาถึงท่านขอรับ” เซบาสเตียนเปิดประตูห้องของผมเข้ามาในขณะที่ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับการทำอาหารที่ยืมมาจากหอสมุดลิเทียร์อยู่
“โอ้!ขอบคุณมากครับเซบาสเตียน” ผมลุกขึ้นไปรับซองเอกสารสีน้ำตาลแบบโลกก่อนที่มีครั่งสีแดงลวดลายประจำตัวของตระกูลอันบราติดเอาไว้ดูก็รู้ว่าซองนี่เฟอร์คงได้มาจากเ้าคลูสแน่นอน จึงทำการแกะซองนั่นเอาเอกสารด้านในออกมาดูที่นี้ผมก็ออกไปข้างนอกได้แล้วสินะ!
“เอกสารไม่มีปัญหาใช่ไหมขอรับคุณชาย”
“ครับเอกสารครบถ้วนดีครับ” ผมตอบหลังจากที่เช็คดูจนถี่ถ้วนแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นกระผมขอตัวไปแจ้งคนของท่านดยุคก่อนนะขอรับคุณชาย”
“ฝากด้วยนะครับเซบาสเตียน...จริงสิ!ก่อนหน้านั้นเซบาสเตียนช่วยไปเอาชิฟฟ่อนที่ผมทำไว้เมื่อเช้าไปให้กับคนของท่านดยุคด้วยนะครับบอกว่าผมฝากให้ท่านดยุคเป็ของแทนคำขอบคุณน่ะครับ” สิ้นคำขอของผมเซบาสเตียนก็โค้งรับแล้วถอยออกไปจากห้องของผม
ในขณะที่ผมกำลังจะกลับไปอ่านหนังสือที่ค้างเอาไว้ต่อประตูห้องของผมก็ถูกใครบางคนเปิดโครมเข้ามาแบบไร้มารยาท ผมเองก็เกือบหันไปสวนแล้วแต่เพราะว่าเห็นว่าเป็ใครจึงได้ชะงักหมัดเอาไว้ก่อน
“นาธาน~ออกไปเที่ยวกับพี่สาวหน่อยน้า~ เราได้เอกสารคนเข้าเมืองมาแล้วใช่ไหมล่า~ช่วยไปเป็เพื่อนพี่หน่อยน้า~” พี่อเล็กซ่าพุ่งเข้ามากอดผมทันทีพร้อมกับพูดอ้อนแบบไม่สมกับเป็เ้าตัวเลยสักนิดเพราะปกติพี่เขาเป็คนประเภทไม่รอคำตอบแต่วิ่งมาลากผมไปเลยน่ะสิ
“พี่อเล็กซ่ารู้ได้ยังไงกันละครับว่าผมพึ่งได้เอกสารน่ะ?”
“ป่าวอ่ะพี่แค่เดาส่งๆไปงั้นแหละ” เฮ้อ...ก็สมกับป็นพี่อเล็กซ่าละนะผมไหวไหล่อย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งนั่นทำให้พี่สาวชูมือร้องดีใจแบบไม่เก็บอาการเลยสักนิด...ผมว่าพี่อเล็กซ่าควรจะไปเรียนคอร์สกุลสตรีที่ดีกับท่านแม่ใหญ่ใหม่ั้แ่ต้นเลยนะ...
“ถ้าอย่างงั้น...พี่อเล็กซ่าออกไปรอผมที่ห้องโถงก่อนเลยครับขอผมเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วจะตามออกไปนะครับ” ผมดันร่างบางออกไปจากห้องก่อนจะเปลี่ยนเป็ชุดชาวทะเลทรายตัวเก่ง แล้วจึงหยิบผ้าโพกศีรษะขึ้นมาใส่จึงเป็อันเสร็จสิ้น
“รอนานไหมครับพี่อเล็กซ่า?”ผมรีบเดินลงบันไดไปหาร่างบางที่นั่งจิบชากินขนมรออยู่ที่โซฟ่าใกล้ๆกับหน้าประตูคฤหาสถ์
“ไม่นานหรอกแล้วก็นะนาธาน ท่านพ่อฝากพวกเราเอาจดหมายไปให้พี่อเล็กเซียก่อนนะ” พี่อเล็กซ่าตอบพลางยื่นจดหมายที่ปิดผนึกด้วยครั่งแดงเอาไว้มาให้ผม
ดูจากลายที่อยู่บนครั่งแล้วดูท่าจะเป็เื่สำคัญมากจนต้องฝากผมเอาไปให้พี่อเล็กเซียแทนคนรับใช้ของคฤหาสถ์เลยทีเดียวอา...ถึงจะเดาได้ก็เถอะนะว่าเื่อะไรแต่ผมเองก็ไม่ค่อยอยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเหมือนกันนั่นละท่าไม่จำเป็แต่รอบนี้ดูท่าจะไม่ได้สินะ เฮ้อ...อำนาจนี่มันน่ารำคาญจริงๆนั่นละน้า~ ก่อนจะเก็บมันเข้าไปด้านในเสื้อแล้วหันไปส่งยิ้มให้กับพี่สาวคนละแม่ของผม
“ไปกันเถอะครับ”ผมบอกหล่อนพร้อมกับดึงผ้าขึ้นมาปิดส่วนปากของตนเอาไว้แล้วจึงเดินตามคุณพี่สาวที่แสดงอาการระลิกระลี้เต็มที่เดินนำไปขึ้นรถม้าโดยไม่คิดจะรอผมเลยแม้แต่น้อย
รถม้าเคลื่อนตัวพ้นจากรั้วคฤหาสน์ตรงไปยังเขตการค้าที่อยู่ติดกับเส้นทางตรงไปยังพระราชวังเพื่อไปยังบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่พี่อเล็กเซียคอยดูแลอยู่ ซึ่งผมกับพี่อเล็กซ่าเองก็นั่งเงียบไม่พูดอะไรกันมาตลอดทาง
“นี่นาธาน...น้องรู้มั้ยว่า่ที่น้องไม่อยู่น่ะพี่ได้เป็ผู้ช่วยของท่านพ่อแล้วนะ...” พี่อเล็กซ่าโพล่งขึ้นมาหลังจากที่พวกเราเงียบอยู่นานั้แ่ออกมาจากคฤหาสน์
“เห~ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอครับ?”
“มันก็ดีอยู่หรอก...แต่ว่าพี่คิดว่าเธอน่าจะเหมาะมากกว่าพี่นะนาธาน”หล่อนเอ่ยเช่นนั้นพร้อมกับจ้องผมอย่างจริงจังเฮ้อ...เื่นี้อีกแล้วสิน้า...ตอนพ่อกับพี่อเล็กเซียก็รอบนึงละนะไหงรอบนี้พี่อเล็กซ่าก็อีกคนละเนี่ย...
“คงจะไม่ได้หรอกครับพี่อเล็กซ่า”
“ทำไมละนาธาน!?”
“ก็เพราะว่าผมเป็ลูกของแม่รองไงละครับถึงบ้านเราจะไม่ได้สนใจเื่นี้ก็เถอะ แต่สังคมภายนอกไม่ใช่นะครับพี่อเล็กซ่าหากผมได้เป็ผู้ช่วยของท่านพ่อละก็ คนเขาจะว่าท่านพ่อแบบเสียๆหายๆได้แถมเขาจะมองว่าพี่ไร้ความสามารถอีก นึกหรอว่าผมจะยอมน่ะ?” ผมตอบพร้อมกับจ้องหน้าพี่สาวของตนแต่ดูเหมือนเ้าตัวจะยังไม่ยอมรับคำตอบของผมแฮะ
“เื่แบบนั้นคิดหรือไงว่าพี่จะสนใจน่ะ!”ผมถอนหายใจออกมาก่อนจะตัดสินใจเอ่ยย้ำเตือนถึงสถานะของผมที่เป็อยู่ตอนนี้ให้กับพี่อเล็กซ่า
“ถึงพี่จะพูดแบบนั้นก็เถอะ...พี่อเล็กซ่าอย่าลืมสิว่าตัวตนของผมน่ะถูกระบุว่าตายไปแล้วฉะนั้นตำแหน่งนั้นมันจึงเป็ของพี่อย่างชอบธรรมยังไงละครับ” สิ้นคำตอบของผมพี่อเล็กซ่าก็ดูเหมือนว่าจะนิ่งไปสักพักก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแล้วชูมือเชิงว่ายอมแพ้ แต่ดูเหมือนว่าพี่สาวของผมจะยังไม่หมดเื่ที่จะพูดแฮะ
“จ้าๆพี่ยอมเื่นี้ก็ได้ แต่ว่านะนาธาน...พี่ถามจริงเถอะทำไมเธอถึงดูเหมือนไม่ชอบเซลี่นักละ?” อา...ไม่ใช่ดูเหมือนอ่ะครับพี่ผมไม่ชอบหล่อนเลยต่างหาก ก็เล่นดูถูกผมสารพัดสารเพเลยนี่ฟ่าถึงแม้ว่าเ้าตัวจะแกล้งแล้วน่ารักดีก็เถอะ แต่ไม่ชอบก็คือไม่ชอบครับแล้วผมก็ไม่ตอบด้วย
ผมไม่คิดจะตอบอะไรเกี่ยวกับคำถามที่พี่อเล็กซ่าถามมาเมื่อครู่แม้แต่น้อยพร้อมกับเปิดประตูรถม้าที่พึ่งจอดสนิทจากการที่พวกเรามาถึงที่หมายเรียบร้อยแล้วโดยไม่คิดจะรอยัยคุณพี่ที่ถามคำถามไร้สาระเมื่อครู่ ตรงเข้าไปในบริษัทรับเหมาก่อสร้างทันที
“นี่!นาธานรอพี่ด้วย!”
“อยู่ข้างนอกเรียกผมว่าลิเบอร์ต้าด้วยครับ”
“จ้าๆคุณลิเบอร์ต้า~” ผมกับพี่อเล็กซ่าเดินตรงไปยังห้องของพี่อเล็กเซียโดยไม่มีใครมาขวาง...จริงๆพนักงานไม่รู้หรอกว่าเป็ผมแต่เพราะผมหิ้วพี่อเล็กซ่ามาด้วย ทำให้พนักงานไม่กล้ามาขวางขืนขวางก็คงโดนไล่ออกแหง แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้เปิดประตูประตูห้องทำงานของพี่อเล็กเซียก็เปิดออกมาก่อน
“โอ้!ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคุณหนูอเล็กซ่า” ด้านหลังประตูปรากฏร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่สูงพอกับผมใบหน้าเกลี้ยงเกลาหล่อเหลานั่นประดับไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เหอะ! รอยยิ้มตอแหลละสิไม่ว่า แม้ว่าจะไม่ได้เจอกันนานถึงสี่ปีแต่ผมก็ยังจำคนตรงหน้าได้ดีไม่เคยลืม
แล้วด้วยฐานะของผมตอนนี้คงจะไม่เหมาะนักที่จะยืนเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายผมจึงตัดสินใจถอยไปด้านหลังพี่อเล็กซ่าแสร้งทำตัวเป็คนรับใช้ของพี่เพื่อเป็การปลอมตัวและไม่ให้อีกฝ่ายสนใจ
“อะ...เอ่อ...ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งค่ะ...ท่านมาควิสแชมเชียร์...”พี่อเล็กซ่าเองก็ดูเหมือนว่าจะเข้าใจในความจำเป็ของผม จึงจับชายกระโปรงย่อตัวเคารพอีกฝ่ายรวมถึงตัวผมเองที่ยืนอยู่ด้านหลังเองก็โค้งให้กับมันอย่างนอบน้อม
“โถ่...บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้น” เพราะคำพูดของมันทำให้ผมกับพี่อเล็กซ่าเลิกทำความเคารพอีกฝ่าย ผมก็ไม่ได้อยากเคารพแกเฟ๊ย!
“ขอบคุณค่ะท่านมาควิสแชมเชียร์”
“เราเคยบอกแล้วไม่ใช่หรอว่าให้เรียกเราว่านิโคลัสไงละอีกหน่อยเราจะไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันแล้วนะคุณหนูอเล็กเซีย” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ค่อยพอใจที่พี่ผมเรียกมันอย่างห่างเหินน่าหงุดหงิดวุ๊ย
“ได้ค่ะท่านนิโคลัส”พี่อเล็กซ่าเองก็ดูเหมือนจะยอมคล้อยตามอีกฝ่ายสร้างความพอใจให้มันเป็อย่างมาก แต่เดี๋ยวนะ?ไอที่บอกว่าอีกเดี๋ยวจะไม่ใช่คนอื่นคนไกลนี่มัน... แต่ก่อนที่ผมจะได้คิดอะไรต่อ มันก็หันกลับไปหาพี่อเล็กเซียที่นั่งอยู่ในห้อง
“หวังว่าท่าจะเอาข้อเสนอของเรากลับไปพิจารณานะท่านอเล็กเซียเพื่อประโยชน์ของตระกูลเมลฟอร์ดกับเราที่เป็ถึงผู้มีสิทธิฯลำดับที่3น่ะ” มันกล่าวเช่นนั้นก่อนจะเดินสวนผมกับพี่อเล็กซ่าไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
“อ่ะ...เอ่อ...อเล็กซ่า...นาธาน...มาได้ยังไงละเนี่ย?มาๆ เข้ามาข้างในก่อนสิ” พี่อเล็กเซียที่เห็นพวกผมทั้งสองก็ดูเหมือนจะพยายามกลบเกลื่อนอะไรบางอย่างผมเหลือบตาไปมองพี่อเล็กซ่าที่ยืนกำหมัดแน่นแถมยังกัดริมฝีปากด้วยจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาพี่อเล็กเซียตรงๆพร้อมกับยื่นซองจดหมายให้
“ท่านพ่อฝากมาให้น่ะครับพี่อเล็กเซีย”ผมบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งจนผิดปกติรอจนกระทั่งอีกฝ่ายรับมันไป จึงพูดอะไรบางอย่างด้วยระดับเสียงที่ได้ยินกันเพียงผมและพี่อเล็กเซีย
“ก่อนที่พี่กับท่านพ่อจะตัดสินใจไปเข้าฝั่งไหนช่วย ถามความเห็นผมกับคนอื่นๆก่อนด้วยนะครับก่อนที่จะตัดสินใจ ไม่อย่างงั้น...ตอนสุดท้ายผมอาจจะอยู่คนละฝั่ง กับพี่และท่านพ่อก็ได้นะครับ...” ผมเว้นจังหวะก่อนจะฉีกยิ้มเย็นเยียบให้กับพี่ชายต่างมารดาที่นั่งนิ่งจ้องหน้าผม
“แล้วก็...อยู่ข้างนอกช่วยเรียกผมว่าลิเบอร์ต้าด้วยนะครับคุณอเล็กเซีย เมลฟอร์ด”ผมเอ่ยเช่นนั้นพร้อมกับหันหลังพาพี่อเล็กซ่าออกจากบริษัทโดยไม่คิดจะหันไปมองว่าพี่อเล็กเซียจะมีสีหน้ายังไงเลยแม้แต่น้อยตอนนี้พี่อเล็กซ่าน่ะน่าเป็ห่วงซะมากกว่าอีก
ผมรีบพาพี่สาวของผมไปยังรถม้าพร้อมกับสั่งให้คนขับกลับไปยังคฤหาสน์เชื่อเถอะว่าตอนนี้พี่ผมน่ะ คงไม่มีอารมณ์ไปเดินเที่ยวเล่นในย่านการค้าแล้วละเป็ใคร เวลาเจอเื่แย่ๆ คงหมดอารมณ์กันทั้งนั้น ยิ่งมาเจอมัน แถมยังไอเื่ที่มันมาคุยเื่ข้อเสนออะไรไม่รู้กับพี่อเล็กเซียอีกน่าหงุดหงิด!
“นี่นาธาน...”
“ครับพี่อเล็กซ่า...”ผมเอ่ยรับขณะที่กำลังลูบผมปลอบร่างบางที่นั่งพิงศีรษะเข้ากับไหล่ของผม
“พี่เหนื่อยจังเลย...ขอยืมไหล่เราหน่อยนะ”หล่อนเอ่ยพร้อมกับจ้องมาที่ผมพลางแสร้งยิ้มสดใสกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเอง
“ครับ...เื่แค่นี้เองทำไมผมจะทำให้ไม่ได้ละ”
“ขอบคุณนะ...น้องนี่ใจดีจริงๆ...”หลังจากที่ผมให้สัญญากับพี่อเล็กซ่าเราทั้งคู่ก็นั่งเงียบๆจนกระทั่งกลับถึงคฤหาสน์โดยไม่ได้รู้เลยว่า...มีสาวผมแดงตามรอยพวกผมมาั้แ่ที่บริษัท
ไม่เป็ไรครับพี่อเล็กซ่าเื่ของพี่กับมัน ผมจะจัดการให้เองแม้ว่ามันจะขู่ท่านพ่อกับพี่อเล็กเซียยังไงก็ตาม ผมจะจัดการให้มันเป็โมฆะเองไม่ต้องห่วง เชื่อมือน้องชายคนนี้ได้เลย ให้ตระกูลแชมเชียร์นั่นรู้ไปเลยว่าอย่าได้มาแหยมกับเมลฟอร์ดเป็อันขาด
คงได้เวลาที่จะต้องลงแรงกันหน่อยแล้วแฮะเดี๋ยวคงต้องหาเวลาคุยกับสองคนนั้นซะหน่อยแล้ว