เด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี

    บทที่ 6 เครื่องปรุง

    บทที่ 6
    เช้าวันต่อมา หลังจากผมรับประทานอาหารเสร็จ คุณมัลโก้ก็นำน้ำตาลสดมาให้ทันที ผมรบกวนคุณมัลโก้อีกอย่างคือให้เอาน้ำทะเลที่ได้มาไปตากแดดโดยผมให้คุณมัลโก้ทำหลุมดินเหนียวในที่แดดแรงและเอาน้ำทะเลไปเททิ้งไว้สัก 2 สัปดาห์ คุณมัลโก้ทำหน้า งงๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรผม ไปทำให้ทันที
    ส่วนผมน่ะหรอ ไปหาคุณอามีน่าสิ ผมขอให้คุณอามีน่าต้มน้ำตาลมะพร้าวให้ผมเพื่อรีดน้ำส่วนเกินออกไปให้หมด ผมบอกคุณอามีน่าว่าจะทดลองทำเครื่องปรุง คุณอามีน่าถามผมทันที เครื่องปรุงคืออะไร ผมต้องอธิบายอยู่นานกว่าคุณอามีน่าจะเข้าใจ ดีนะที่ไม่ถามรายละเอียดว่าผมรู้ได้ยังไง ขณะที่ผมและคุณอามีน่ากำลังต้มน้ำตาลสดอยู่นั่นเองมีเสียงดังออกมาจากข้างหลังพวกเรา
    “ทำอะไรอยู่กันจ๊ะ คลาวด์” ผมหันกลับไปทันทีท่านแม่ผมนั่นเอง
    “กำลังทดลองทำเครื่องปรุงอยู่คับท่านแม่” ผมตอบคุณแม่ในขณะที่คุณอามีน่ากำลังดูน้ำตาลในกระทะอยู่
    “เครื่องปรุงอะไรหรอจ๊ะ แม่ไม่เคยได้ยินเลย” อ่าผมต้องอธิบายอีกแล้วสินะ หลังจากนั้นผมก็อธิบายท่านแม่เหมือนที่อธิบายให้กับคุณอามีน่าฟัง
    “อ๋อ แม่เข้าใจแล้วน่าสนุกดีนี่แม่ก็อยากเห็นเหมือนกันนะ ถ้าเป็นอย่างที่ลูกบอกก็ดีสิ” ท่านแม่เอ่ยด้วยสายตาระยิบระยับ
    “ท่านแม่ไปนั่งรอก่อนนะครับ อีกไม่นานก็เสร็จแล้ว” ผมบอกให้ท่านไปนั่งรอเมื่อเห็นน้ำตาลในกระทะเริ่มงวดได้ที่แล้ว
    ผ่านไปสักพักเมื่อได้ที่ผมให้คุณอามีน่าเอาลงจากเตาทันที ผมลองเขี่ยๆดู เหมือนจะได้ที่แล้วแต่ผมไม่มีไม้ตีน้ำตาลนี่สิ เอาเถอะทำครั้งแรก ใช้แบบนี้ก่อนก็ได้ เพราะถ้าตีให้แห้งจะสามารถเก็บไว้ได้นาน เอาไว้ค่อยให้คุณมัลโก้ ทำไม้ตีให้ก็ได้ ท่านแม่เดินมาดูน้ำตาลที่ได้ที่แล้ว
    “เสร็จแล้วหรอจ๊ะคลาวด์” ท่านแม่ถามผมพลางชะโงกหน้าเข้ามาใกล้กระทะ
    “ครับท่านแม่ เสร็จแล้วเหลือแค่รอให้เย็น แต่จริงๆ มันต้องตีอากาศเข้าไปท่านแม่แต่ข้าไม่มีอุปกรณ์” ผมบอกท่านแม่พลางทำหน้าผิดหวังนิดหน่อย
    “งั้นหรอจ๊ะ ไม่เห็นยากเลยแม่ทำให้” ท่านแม่พูดเสร็จร่ายเวทย์ลม อัดอากาศเข้าไปทันที ผมนี่ตาโตเลย ลืมไปได้ยังไงกันนะ ที่นี่มันโลกเวทย์มนต์ ผมค่อยๆมองท่านแม่ควบคุมเวทย์มนต์ตีอากาศเข้าไปจนน้ำตาลค่อยๆแห้ง ผมถึงบอกให้ท่านแม่หยุด และค่อยๆตักใส่ ไหที่เตรียมไว้ทันที
    “ขอชิมหน่อยได้มั้ยคะ/ขอชิมหน่อยได้มั้ยจ๊ะ” ท่านแม่และคุณอามีนาถามผมทันทีแถมทำหน้าตาอยากชิมซะขนาดนั้น
    “ได้สิครับท่านแม่ แต่นิดเดียวพอนะครับมันหวาน” ผมตอบพลางเลื่อนไหไปอยู่หน้าท่านแม่ ท่านแม่และคุณอามีน่าหยิบทานทันที
    “อ้าหวานจังเลย” ทั้งคู่ร้องออกมาพร้อมกัน
    “แล้วมันใช้ทำอะไรได้บ้างคะ” คุณอามีน่าถามผมทันที ผมคิดอยู่ครู่นึง มีแค่น้ำตาลคงทำอะไรไม่ได้มาก ทำของง่ายแล้วกันใช่แล้ว ในบ้านมีไข่ไก่ และนมสดอยู่ เอาเป็นพุดดิ้งนี่ล่ะ แต่ไม่มีเนยสินะ เนยเดี๋ยวค่อยหาวิธีทำแล้วกัน ผมรู้วิธีทำแต่ไม่เคยลองหรอกนะ
    “งั้นเดี๋ยวผมบอกเองครับ คุณอามีน่าเอาไข่ไก่กับนมสดออกมาหน่อยครับ” ผมบอกคุณอามีน่าทันที
    หลังจากนั้นผมก็ค่อยๆสอนคุณอามีน่าทำไปทีละขั้นตอน ตั้งแต่ทำคาราเมล ถึงจะเป็นจากน้ำตาลมะพร้าวก็เถอะใช้ได้เหมือนกัน แค่สีอาจจะไม่เหมือนพุดดิ้งเท่าไร ขณะที่ข้างๆมีคุณแม่ยืนมองด้วยความสนใจ ผมเห็นท่านแม่แอบจดสูตรด้วยล่ะ
    หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้พุดดิ้งออกมา 6 ถ้วยพอดี ผมนำถ้วยนึกออกมาชิมกัน 3 คนทันที ส่วนอีก 5 ถ้วยผมจะเก็บไว้เป็นมื้อเย็น ผมเริ่มชิมเป็นคนแรก อื้มอร่อยดีนะถึงวัตถุดิบจะไม่ครบ แต่ก็อร่อยกลมกล่อมหวานมัน เป็นเพราะน้ำตาลมะพร้าวสินะ ผมมองไปดูอีกทั้งสองคนทันที อ่าว ทำไมอมช้อนไว้แบบนั้นล่ะ ดูเหมือนพวกท่านแม่จะเริ่มรู้สึกตัวผมอุดหูแทบไม่ทัน
    “อร่อย!!!!!!!” ท่านแม่และคุณอามีน่าตะโกนลั่น
    “คลาวด์นี่มันอร่อยมากเลยนะลูก/ใช่ค่ะนายน้อยอร่อยมากจริงๆ” ท่านแม่และอามีน่าบอกผมขณะที่กำลังรีบแย่งกันตักพุดดิ้งในถ้วยอยู่ หลังจากพุดดิ้งในถ้วยหมดคุณแม่ทำท่าทางเสียดาย
    “เอ่อคลาวด์........แม่ขอทานอีกหน่อยจะได้มั้ยจ๊ะ” คุณแม่ขอผมถ้วยท่าทางอ้อมแอ้ม
    “เอาไว้เป็นมื้อเย็นดีกว่าครับท่านแม่ ยิ่งทานหลังอาหารยิ่งอร่อย ยิ่งถ้าทำให้มันเย็นลงได้จะยิ่งอร่อยกว่านี้ครับท่านแม่” ผมบอกท่านแม่
    “ว้าแย่จังเลย ต้องรออีกหลายชั่วโมง เย็นแล้วอร่อยสินะ แต่ไม่ใช้เวทย์น้ำแข็งไม่ได้ซะด้วยสิ อืม...ทำยังไงดีนะ” ท่านแม่เอ่ยด้วยท่าทางครุ่นคิด
    อ่าหลังจากคุณแม่ถามผมก็นึกถึงตู้เย็นธรรมชาติที่ใช้ทรายเปียกกับกระถางดินเผาทันที เอาไว้อีกหน่อยผมทำให้ท่านแม่ใช้ดีกว่า ตอนนี้ยังไม่ค่อยจำเป็นเท่าไร
    หลังจากนั้นคุณอามีน่าก็ค่อยๆเก็บของ ผมและท่านแม่ก็เดินออกมาจากห้องครัว คุณแม่ยังหันกลับไปดูพุดดิ้งด้วยความเสียดาย สงสัยท่านคงจะชอบมั้ง ก็นะวิวัฒนาการทางอาหารโลกนี้มันด้อยนี่เนอะท่านแม่คงพึ่งเคยกินขนมหวานพวกเราเดินมาถึงห้องสมุดท่านแม่ขอแยกตัวไปอ่านหนังสือทันที ส่วนผมขอเดินไปดูคุณมัลโก้หน่อยละกันว่าไปถึงไหนแล้ว
    ผมเดินออกมาที่สวนหลังบ้านเห็นคุณมัลโก้ กำลังเทน้ำทะเลลงไปในหลุมดินเหนียวทันที คุณมัลโก้เมื่อเห็นผมเดินมาก็ถามผมทันที
    “ใช้ได้มั้ยครับนายน้อย”
    “ใช้ได้เลยครับคุณมัลโก้” ผมมองดูหลุมดินขนาดผืนผ้า คุณมัลโก้ทำได้สวยมาก บางทีอาจจะไม่ต้องรอ 2 สัปดาห์ก็ได้ เพราะไม่ได้ทำหลุมใหญ่เท่าไร น้ำทะเลก็มีน้อย น่าจะได้เกลือมาใช้ทำอาหาร สัก 4-5 มื้อพอดี ถ้าถามผมว่าทำไม ไม่ต้มให้เสร็จๆไปอ่ะหรอ ผมอยากใช้วิธีธรรมชาติมากกว่ายังไงล่ะ ต้มอาจะได้ไวแต่เราก็ต้องใช้ไฟในการต้ม ถ้าใช้ไฟ ต้นไม้ก็จะถูกตัดมากขึ้น ผมไม่อยากให้เหมือนโลกเก่าผมหรอกนะ ที่ผู้คนตัดต้นไม้เป็นว่าเล่น ดังนั้นใช้วิธีการตากเนี่ยล่ะ ถือว่าเป็นการทดลองไปในตัว
    หลังจากนั้นผมก็เดินเข้าบ้านเพื่อกลับไปพักผ่อน อ่าง่วงจริงๆ ร่างกายเด็ก 1 ขวบนี่มันเหนื่อยง่ายจริงๆ ไปทำสมาธิต่อดีกว่า เย็นๆค่อยออกมาทานข้าวทีเดียวเลย
    ช่วงเย็น
    ผมลงมาที่ห้องอาหารทันที ผมเห็นท่านแม่และคุณอามีน่ามารอก่อนแล้วสงสัยพวกท่านคงตั้งตารอมื้อเย็นเลยสินะ ดูเหมือนท่านพ่อและคุณมัลโก้จะยังไม่ลงมา นั่งรอไปสักครู่ทุกคนก็มาพร้อมกัน
    “เอริก รีบๆมาทานข้าวเร็วๆ” ท่านแม่เอ่ยเร่งท่านพ่อแถมยังมองตาเขียวสงสัยท่านแม่จะอยากทานมื้อเย็นจริงๆ
    “ด..ด..ได้เลยที่รัก” ท่านพ่อตอบเสียงตะกุกตะกักพลางคิด เกิดอะไรขึ้นกันนี่ข้าทำอะไรผิดหรอข้าก็ไม่ได้มาสายนะออกจะเร็วกว่าทุกวันด้วยซ้ำ
    เมื่อทุกคนมาพร้อมกันมื้ออาหารก็เริ่มต้นขึ้น ท่านแม่กับคุณอามีน่าทานอาหารกันเร็วมากเหมือนไม่ได้กินมาหลายวัน ท่านพ่อและคุณมัลโก้มองอย่างตกตะลึง ส่วนผมอ่ะหรอไม่รู้ไม่สน ทานต่อไปเงียบๆ
    หลังจากทุกคนทานเสร็จท่านแม่เรียกให้ทุกคนอยู่ก่อน
    “ทุกคนอย่าพึ่งรีบไปนะ มีของว่างให้ทานด้วย” ท่านแม่ตอบพลางยิ้มอย่างสดใสและคุณอามีน่าก็ลุกออกจากโต๊ะเข้าห้องครัวไป
    เมื่อคุณอามีน่ากลับมาก็มาพร้อมกับถาดในมือพร้อมถ้วยพุดดิ้งที่ทำเมื่อเช้าอีก 5 ถ้วย ท่านพ่อและคุณมัลโก้มองอย่างสงสัย เพราะไม่เคยเห็น ท่านแม่เห็นท่านพ่อมัวแต่มองก็บอกให้ลองชิมทันที ผมหันไปมองท่านพ่อหลังจากได้ชิม เหอะๆทำหน้าเหมือนพวกท่านแม่เมื่อเช้าเลย
    “นี่มัน.......อร่อย!!” ท่านพ่อผมพูดแค่นั้น ส่วนคุณมัลโก้อ่ะหรอ ได้ชิมไปคำเดียวทีเหลือคุณอามีน่าแย่งกินหมดเลย ชัดเลยคุณมัลโก้ เกียมัว ล่ะหลังจากทุกคนดื่มด่ำกับของหวานท่านพ่อก็ถามท่านแม่ทันที
    “นาเดียร์ท่านกินไม่เมื่อกี้คืออะไรทำไมมันอร่อยขนาดนี้ล่ะ”
    “นั่นคือขนมพุดดิ้งค่ะที่รักมันเป็นขนมที่ใช้น้ำตาล คลาวด์เป็นคนคิดขึ้นมาลูกข้าเก่งมั้ยล่ะ” ท่านแม่ตอบด้วยความภูมิใจ
    “เฮ้!!ที่รักต้องลูกเราสิ ข้าก็ช่วยปั้นเหมือนกันนะ” ท่านพ่อพลางแหย่ท่านแม่
    “เอริกบ้า พูดอะไรกันอายลูกหน่อยสิ” ท่านแม่ยิ้มเขิลๆ จากนั้นท่านพ่อก็หันมาถามผมทันที
    “คลาวด์ลูกทำได้ยังไง แล้วน้ำตาลนี่คืออะไร ” ผมที่คิดข้ออ้างไว้แล้วตอบท่านพ่อทันที
    “ผมอ่านเจอในหนังสือครับท่านพ่อ ส่วนน้ำตาลก็คือน้ำจากต้นมะพร้าวที่ผมให้ท่านพ่อเก็บมาให้เมื่อวานไงครับ ผมแค่เอามาต้มรีดน้ำส่วนเกินออกไปเพื่อให้เหลือแต่น้ำตาลแท้ๆครับไว้ใช้เป็นเครื่องปรุงครับ” ผมบอกตามคำตอบที่เตรียมไว้ทันที
    “อ่อ...อย่างงั้นที่เอง” ท่านพ่อตอบพลางครุ่นคิด นี่บ้านเรามีหนังสือแบบนั้นด้วยหรอ ขณะนั้นคุณมัลโก้เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
    “อ๊ะ นายน้อยครับงั้นที่ให้ผมไปหลุมน้ำทะเลนั่นก็ทะเครื่องปรุงหรอครับ” คุณมัลโก้พลางเอ่ยถามบ้าง
    “ใช่ครับคุณมัลโก้ อันนั้นต้องรอให้ตกผลึก ให้น้ำส่วนเกินระเหยออกไปก่อน แล้วจะกลายเป็นเครื่องปรุงรสเค็มครับ ผมได้ความคิดมาจากน้ำตาลนี่เหมือนกัน” ผมตอบคำถามที่คิดไว้แล้วเหมือนเดิม
    ทุกคนในบ้านมองผมอึ้งๆ
    ส่วนท่านพอพลางนึกติดใจ ระเหย ตกผลึก มันคืออะไรไม่เคยได้ยินแฮะ สงสัยต้องเข้าห้องสมุดไปอ่านหนังสือบ้างแล้ว
    หลังจากตอบคำถามทุกคนเสร็จ ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ท่านพ่อก็เข้าห้องทำงานไปส่วนท่านแม่ก็ เข้าห้องไปพักผ่อน ผมก็กลับห้องไปทำสมาธิ หลังจากนั้นก็เข้านอนเช่นกัน
    จบ...d