#เมื่อความว่างเป็เหตุ!
กริ้งงง! กริ้งงง! กริ้งงง!~ เสียง นาฬิกาปลุกดังบอกว่าเวลาตื่นเเล้ว ผมคว้าปิดนาฬิกาเเละรีบเด้งตัวขึ้นอย่างไวเพื่อตื่นเเต่งตัวไปทำงาน เเต่ก็นึกขึ้นได้ นี้เราอยู่บ้านหนิ! เราออกจากงานเเล้ว ไม่ต้องรีบไปทำงานเเล้ว ผมมองนาฬิกา ตอนนี้เป็เวลา หกโมงครึ่งเเล้ว! ไว้นอนตื่นสาย พรุ่งนี้ละกัน ผมเข้าห้องน้ำอาบน้ำเเต่งตัวเพื่อไปใช้ชีวิตประจำวัน! (ในที่สุดก็ได้พักผ่อนเต็มที่สักที)
ผมเริ่มต้นวันด้วยการทำกับข้าวให้ครอบครัวทาน คุณเเม่บอกว่าก็อร่อยดี! (ผมเรียนจากช่องยูทูปครับ)
"แม่ก็อย่าโกหกพี่สิ! ผมยังอยากกินข้าวรสชาติที่คนทำอยู่น่า"
เสียงน้องชายผมเเทรกมาหลังจากได้ชิมฝีมือทำกับข้าวของผม ส่วนคุณพ่อ กินไปคำเเรกก็เกือบ สำลักออกมา(ผมรู้เเล้วล่ะครับว่ารสชาตสุนัขไม่รับประทานเเค่ไหน)
ในเมื่อทำกับข้าวไม่เวิร์ค งั้นลองปลูกต้นไม้ดูล่ะกัน เห็นเค้าฮิตๆกัน (ถึงเเม้ครั้งล่าสุดที่ผมปลูจะไม่รอดก็เหอะ!) ผมเลยตักสินใจปลูกผักบุ้ง เพราะมันมีเมล็ดอยู่พอดี! เเละมันก็เป็ไปด้วยดี!! ฝีมือล้วน ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ฮ่าอะไรล่ะ! ฝีมือดูเเลของพ่อต่างหาก หลังจากที่ผมได้ทำการว่านเมล็ดเสร็จเเล้ว ผมก็ไม่เคยได้ดูดำ ดูดีมันอีกเลย เพราะหลังจากวันนั้น ที่โดนห้ามเข้าครัว ผมก็ได้ลองนอนตื่นสาย อ่าาซ์ ความสบายที่เเท้จริงมันเป็อย่างนี้นี้เอง หลังจากวันนั้น ผมก็ตื่นไม่ทันอาหารเช้าอีกเลย จะถือว่าเป็โชคดีของผมก็ได้ ที่ตังค์ในบัญชี ยังมีให้ใช้! ชีวิตผม่นั้นไมมีอะไรให้ทำเลย เลยลองเสิร์ชเน็ตว่าเขาฮิตทำอะไรกัน ผมเลื่อนเฟสก็สะดุด กับคำว่า สิบซีรีย์เกาหลีที่คุณไม่ควนพลาด! ผมว่าจะลองดูสักเื่ เเต่!! เื่เดียว ไม่มีอยู่จริง! ผมดูนาฬิกา สี่ทุ่มกว่าอืมม อีกเเค่ตอนเดียวล่ะกัน ตอนเดียวของผม ปาไปฟ้าสว่าง เเล้วก็เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้! นอกจากซีรีย์เเล้วผมยังเผลอ กดดู เเฮสเเท็ก 'วงที่ไร้สติ'ก็ว่าจะดูเเป้ปเดียว เเต่พอดูเเล้วก็กดหยุดไม่ได้ซ่ะเเล้ว เเละลังจากนั้นผมก็ได้เข้าสู่วงการติ่ง เเละมีเมนของตัวเอง 'รู้จักGot7ไหมครับ ผมชื่อเเจ็คสันนะครับ'! เเละผมก็ใช้ชีวิตอยู่เเบบนี้เป็เดือน จนผมเริ่มเบื่อๆ! ผมเลยกลับมาปลูกต้นไม้ จ่ายตลาด สลับกับดูซีรีย์โหวตเมน ให้อาหารเป็ด เล่นกับเเมว ปีนต้นมะพร้าว คุยกับเสาไฟ ล่าสุดคือจะนับเม็ดข้าวเเล้ว ว่ากิโลหนึ่งมีกี่เม็ด!
ฮา ดือ แค รี แฮ!!
Let it flow let it flow now~
ฮึน ดือ รอท ตา ดือ รอท ตา นวา ฮา ดือ แค รี แฮ! ~ ...
เสียงเพลงสะท้านจิติญญากระชากหัวใจ ดังขึ้น มันคือเสียงเตือนโทรศัพทร์ของผมเองเป็เพลงของวง โปรด ใจผมอยากให้เพลงมันดังจนจบน่ะ!! เเต่ผมก็ต้องรีบรับสาย เมื่อหน้าจอโทรศัพท์มันขึ้นชื่อ Adin ไอ้ดินคือเพื่อนรักของผมเองที่เผชิญชะตากรรมเดียวกับผม มันไม่ได้ชื่อว่า อาดินหรือ เอดินหรอกน่ะ มันชื่อว่าดินเฉยๆ ที่ใส่เอ เพราะเวลาจะโทร ี้เีเลื่อนหา (วิธีนี้ทุกคนเอาไปใช้ได้ครับไม่ติดลิขสิทธิ์)
"ฮัลโล ว่าไงครับมึง"เสียงหล่อของผมเอง
(เออ มึงเดือนหน้าว่างป่ะ!)เสียงปลายสายถามกลับมา
"ว่างดิ ทำไมหรอ"ร้อยวันไม่เคยติดต่อมาผีเข้าหรือกระไร
(เดียวกูส่งรายละเอียดให้มึงในเเชต ลองอ่านดูน่ะ) มันพูดขึ้นเสียงลนๆ
"บอกมาเลย...ี้เีเข้าเเชต"ก็ผมนับเม็ดข้าวอยู่
(เหอะน่าา ลองดู)เซ้าซี้จริงๆ
"ก็ได้ๆ" ผมตอบมันไป ไว้ค่อยนับเม็ดข้าวล่ะกัน
"ถ้าได้ความยังไงก็บอกน่ะ กูวางสายละ จะไปทำข้าวเที่ยงให้พ่อ" ตูดๆๆๆ เเล้วมันก็ตัดสายผมทิ้ง มันทำกับข้าวอร่อยเเละมีความเป็กุลสตรีในตัวสูง~
หลังจากสายตัดผมก็รีบไปเปิดหน้าเเชตข้อความของไอ้ดินขึ้นมา มันส่งลิงค์เเละข้อความมา
ผมกดลิงค์เข้าไป มันมาโผล่หน้าเพจ ชีวิตบนดอย เเละมีโพสต์ล่าสุดเป็ประกาศรับสมัคร อาสาสอนเด็กบนดอยสูง ผมเลื่อนดูรูปที่มีเด็กๆ ทุกคนน่ารักกันจัง! ครูอาสาก่อนหน้านี้ก็สวยๆทุกคน! บรรยากาศก็ดี ผมอยากรีบตอบตกลงเพื่อนใจจะขาด ถือโอกาสไปช่วยเด็กๆ เเล้วไปเที่ยวเชียงใหม่ครั่งเเรกในตัวด้วย(ผลพลอยได้อ่าน่ะ) เเต่ความคิดผมก็ต้องเบรคไว้ เมื่อนึกถึงเสด็จเเม่ของผม ท่านคงเป็ห่วงผมเเน่ๆเพราะโควิยังคงมีอยู่ ที่ผมออกจากงาน ก็เพราะท่านเป็ห่วงนี้เเหล่ะ เพราะเเถวที่ทำงานผมมีคนติดเชื้ออยู่!! ผมเลยทำได้เเค่ตอบเพื่อนไปว่า
[น่าสนว่ะ เด่วกูบอกเเม่กูก่อนกลัวท่านไม่สบายใจว่ะ!]
ผมส่งข้อความไปเเต่ไม่มีวี่เเววการออนไลน์จากมันเลย สงสัยมันยังคงทำกับข้าวอยู่
หลังจากที่ผมตัดสินใจเเล้วผมก็ลงมาทานข้าวเที่ยง ทานเสร็จทุกคนก็คุยกันเหมือนปกติ ทุกคนดูมีความสุขผมไม่อยากทำลายบรรยกาศนี้เลย
"พนาลูกมีอะไรหรือเปล่า"พ่อรู้ใจผมเก่ง
"สีหน้าลูกดูกังวลน่ะ"พ่อถามขึ้นอีกครั้งผมเงียบไปจนออกหน้าออกตาขนาดนั้นเลยหรอ!
"คือ ผม... ผม"ผมไม่ค่อยกล้าที่จะบอกใคร ผมไม่ชอบที่จะเห็นพวกเขาไม่สบายใจ
"มีอะไรก็พูดเลย!พี่พนา! ผมอยากฟัง"น้องตัวเเสบเอ่ยสมทบขึ้น
"เดือนหน้า ผมจะขึ้นเชียงใหม่ครับ"ผมเอ่ยขึ้น สีหน้าพ่อกับน้องชายยังคงปกติดี มีเเต่คุณเเม่ที่มีความกังวลขึ้นเล็กน้อย
"เื่เเค่นี้เอง! ไหนบอกเเม่สิ!จะไปทำอะไร"เเม่ยิ้มขึ้นพร้อมเเตะมือผมเบาๆ ถึงเเม่จะพูดอย่างนั้น เเต่ผมรู้ว่าในใจท่านยังคงกังวลอยู่ดี ผมจึงเล่าเกี่ยวกับจิตอาสาบนดอยสูงที่ผม เสิร์ชหามาเเละเปิดภาพข้อมูลให้ทุคนดูในโทรศัพท์ ผมรู้ว่ามันไม่อาจทำให้เเม่หายห่วงผมได้ เเต่ผมอยากให้เเม่รู้ว่าที่ๆผมจะไป ไม่ใกล้กับพื้นที่สีเเดงเลย! อย่างน้อยก็ให้ท่านเบาใจลง
"ผมอยากเป็จิตอาสา ผมอยากเทห์เหมือนพี่พนาครับ"อยู่ๆน้องใช่ผมก็เอ่ยออกมา พี่ยังไม่ได้ไปไอ้น้อง!! เเต่พี่ก็เทห์จริงๆเเหล่ะ
"ได้สิลูก เเต่ตอนนี้ต้องตั้งใจเรียนก่อน จะได้เอาความรู้เยอะไป ไปให้คนบนดอย"พ่อพูดขึ้นพลางใช้มือยีหัวตัวเเสบไปด้วย
"ถึงเเม่จะวางใจให้ไป! เเต่พนาต้องดูเเลตัวเองดีๆน่ะ! รู้ใช่ไหม! ว่าโรคระบาดยังไม่หายไปจากประเทศเรา!"แม่ผมพูดขึ้นพร้อมกับลูบมือผมเบาๆผมรู้ครับว่าเเม่ยังไม่วางใจเต็มร้อย(เเต่ขอบคุณนะครับ ที่คุณเเม่รักเเละเข้าใจผม)
"ครับแม่" ผมพูดพร้อมยิ้มเบาๆ เเละใช้มืออีกข้างวางทับบนมือเเม่ มือเล็กนี้อุ่นจริงๆ
"ดีเเล้ว! ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง"พ่อพูดขึ้น
"วันก่อนเห็นคุยอยู่หน้าบ้าน" (ว่าไงน่ะ!)
"พ่อก็นึกว่าดินมาหา!" (อย่าบอกน่ะว่า!!)
"ว่าจะไปทักถามถึงพ่อดินมันหน่อย" (ว่า!!)
"ที่ไหนได้!คุยอยู่กับเสาไฟ!"(พ่อเห็น!!)
"อาการเริ่มหนักเเล้ว"อ้าาาก วันนั้นผมนึกว่าไม่มีใครอยู่บ้านซ่ะอีก
"จริงหรอลูก"เเม่ถามขึ้นด้วยสายตาที่คาดไม่ถึงในสิ่งที่เกิดขึ้น
"พ่อตาฝาดรึเปล่าครับ"ผมพยายามเเก้ตัว
"แต่ผมก็เห็นพี่พนาน่ะ"ตัวเเสบพูดขึ้นมา
"ผมกลับมาจากเรียนพอดี" (ยัง!!)
"คราวหน้าอย่าลืมชวนผมน่ะพี่"(ยังไม่หยุดอีก!!)เมื่อกี้ยังชมผมอยู่เลย
"เเต่พี่เทห์มากเลยน่ะ"(ลูบหลังให้ด้วย)
ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผม ผมทำได้เเค่ส่งยิ้มเเห้งๆกลับไป เเล้วหยิบน้ำมาดื่นเเละหลบสายตามองไปทางอื่น จะให้ผมตอบได้ไงล่ะครับ ว่าผมปีนต้นมะพร้าวมา เเล้วเหนื่อยๆเบื่อๆเซ็งๆ เลยไปบ่นให้เสาไฟฟัง เเละไม่กี่ชัวโมงก่อนหน้านี้ ผมยังนับเม็ดข้าวอยู่เลย ถ้าพ่อรู้เยอะกว่านี้ผมได้ไปเปิดหูเปิดตายาวๆเเน่ๆไม่ได้กลับบ้าน พอดี
โอ้ย~ เขิน! จะตายเเล้วเนี้ยะ!!
\\ก่อนจะติดตามตอนต่อไป//
ณ บ่ายวันหนึ่งในอดีต
วันที่เเดดร้อน ร้อนมากๆขนาดผมจ่อผัดลม(ขนาดเล็ก)ก็ยังไม่หาย ไฟก็ดับ น้ำก็ไม่ไหล อะไรมันจะขนาดนี้! ผมเดินเข้าครัวหวังจิบน้ำเย็นๆสักเเก้ว ไม่มี!! น้ำหวาน ก็หมด!! นี้มันอะไรครับเนี่ยะ! รถพ่อกับเเม่เอาออกไปทำธุระ ร้านสะดวกซื้อก็อยู่ซะไกล!! ผมเลยเดินออกมาหน้าบ้านเพื่อรับลมเย็นๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นต้นมะพร้าวตรงถนน ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านผม เสร็จผม! (อย่างน้อยพระเ้าก็ยังเห็นใจผม) ผมไม่รอช้าให้เสียเวลา ผมรีบไปปีนขึ้นต้นมะพร้าวทันที
ผมปีนได้เเป๊ปเดียวร่างกายก็รู้สึกไม่ไหวผมเงยมองบนเเละมองลงล่าง ใกล้เเล้วอีกนิเดียวเเล้ว นิดเดียว!ก็จะเเตะพื้นเเล้ว!! ผมเอาเท้าลง เป๊ะ!! ถึงพื้นพอดี! ผมพยายามอีกสองสามรอบก็ไม่สำเร็จ(พระเ้ากำลังลงโทษผมเเน่ๆ) ท้ายที่สุดผมก็ถอดใจ ทั้งเหนื่อย ทั้งเซ็ง ไฟก็ยังไม่ติด! โอ้ย! หงุดหงิด! ร้อนก็ร้อน! ผมเดินตรงไปใกล้ทางเข้าหน้าบ้านก็มีเสาไฟพอดี หันซ้ายหันขวา ปลอดคน! สักหน่อยละกัน
"ทำไมไม่เเจ้งล่วงหน้าห๊ะ! ทำไม่ไม่รู้จักเเก้ปัญหา! รู้ไหมว่าคนเค้าเดือดร้อน! โรคระบาดก็ยังไม่หมด! งานการก็ทำไม่ได้! ทำไมยังจะปล่อยปะละเลยอีก! รู้ไหมว่าชาวบ้านชาวช่องเขาเดือดร้อน! ถ้าผมตายขึ้นมา คุณก็ไม่รับผิดชอบหรอก! ถ้าไม่ติดว่าสงสารควายผมด่าคุณโง่ไปเเล้ว! เเหนะ! ทำเป็นิ่ง! ทำเป็ไม่ฟัง ไอ้เสาไฟบ้า....
×××××××
A few moments later
(เวลาผ่านไปผมก็ยังคงบ่นไม่หยุด)
เห้อ~ ฉันบ่นเเกนานไปแล้วใช่ไหม อย่าถือสาล่ะ!! เเกก็เอาไปคิดเเล้วกัน คราวหน้าก็อย่าให้ไฟดับอีกล่ะ ในบ้านมันร้อน!!" ผมพูดเสร็จก็เดินเข้าไปในบ้านตรงไปหลังบ้านไปให้อาหารเป็ด ผมไม่อยากเข้าบ้าน บ้านผมตอนไฟดับ ก็เหมือนสภาพอากาสในนรกดีๆนี้เอง
ณ หน้ากำเเพงบ้าน ลับหลังชายหนุ่มที่เดินเข้าบ้านไป ยังมีสายตาอีกสองคู่ที่พึ่งมาใหม่ เเต่ทันฟังบทสนทนา(มั้ง)อยู่สักพัก หากเเต่ชายหนุ่มไม่สังเกตุเห็น
"พ่อครับทำไมต้องหลบ เราทำอะไรผิด?"เด็กน้อยในชุดนักเรียนถามพ่อขึ้น หลังจากพ่อเอามือที่ปิดปากตนลง
"พ..พี่พนากำลังคุยธุระอยู่ ร..เราไม่ควรเข้าไปยุ่งน่ะ! เพราะบางทีพี่เขาอาจจะไม่อยากให้เรารู้!"ชายวัยกลางคนตอบลูกชายด้วยน้ำเสียงตะกุก ตะกัก! พลางจูงมือลูกเดินไปทางประตูบ้าน
"คุยคนเดียวมันเป็สิ่งไม่ดีที่ทำไม่ได้หรอครับเราถึงรู้ไม่ได้"ตัวเเสบยังคงถามขึ้นด้วยความงุนงง
"ไม่ใช่เื่ไม่ดี! ทำได้! เเต่ไม่มีใครเขาทำนอกบ้านหรือที่สาธารณะกัน"พ่อตอบอีกครั้ง! พร้อมกับใช้มืออีกข้างยีหัวตัวเเสบ
"อ๋อออ! พี่พนาโคตรเทห์เลย! เเต่คราวหน้าเราชวนพี่พนาคุยด้วยกันน่ะครับ! ผมอยากคุยด้วย"เด็กน้อยพูดขึ้นด้วยเเววตาที่เป็ประกาย
"อืม! ได้สิเเต่ต้องคุยกันในบ้านน่ะ โอเคไหม"พ่อพูดขึ้นเเล้วทำมือเป็รุปตัวโอ
"โอเคครับ" พร้อมทำมือตอบคุณพ่อ เเล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในบ้าน ที่ตอนนี้ไฟมาเรียบร้อยเเล้ว เเต่คนหลังบ้านยังคงไม่รู้!!
#จบตอน