หานลี่กันนั่งมองของขวัญที่มีคนส่งมาให้อย่างมิได้สนใจหยางชุนมองของเ่าั้กับหานลี่กันสลับกันไปมาจนหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถามเด็กชาย
“เ้ามีอะไรในใจเช่นนั้นหรือเหตุใดจึงได้ทำท่าทีเช่นนี้กัน”
“ข้าเพียงสงสัยว่าเหตุใดมามี้มิรู้สึกยินดีกับของขวัญมากมายเหล่านี้กัน”
หานลี่กันลูบศีรษะหยางชุนเบา ๆก่อนจะทอดตามองไปทางของขวัญเ่าั้
“ของขวัญเหล่านี้ต่างที่มาแต่ล้วนมีความหมายที่ไม่ต่างกัน บ้างก็เพื่อผลประโยชน์ของตนในภายภาคหน้าบ้างก็เพื่ออวดบารมีให้ผู้อื่นชื่นชม”
เด็กชายตัวน้อยมองหานลี่กันงง ๆแม้เขาจะไม่เข้าใจความหมายแต่เขารู้ดีว่าการหาคนที่จริงใจได้นั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรอย่างแน่นอน
“สักวันเมื่อเ้าพบคนที่จริงใจเ้าจะรู้เองว่าควรทำเช่นใด...อาิ่นำของเหล่านี้ไปเก็บและจัดการเถอะ”
“ขอรับมามี้”
“เ้าค่ะคุณหนู”
ไม่ไกลออกไปสตรีในอาภรณ์เหลืองนั่งหงุดหงิดอยู่หน้าเรือนในใจคิดวางแผนการบางอย่างอยู่เงียบ ๆ
“คุณหนูเหล่าไท่ไท่ให้มาแจ้งว่าได้รับเทียบเชิญให้เข้าวังในอีก 3 วันเ้าค่ะ”
“เทียบเชิญงั้นหรือ”
“เ้าค่ะฮองเฮาได้ส่งเทียบเชิญเหล่าไท่ไท่ ฮูหยิน ฮูหยินหาน คุณหนูใหญ่คุณหนูและคุณหนูหานเข้าวังเ้าค่ะ”
“ฮึ เช่นนั้นก็ดีข้าจะเตรียมชุดที่สวยที่สุด”
“เื่นั้น...”
“ทำไม”
“ดูเหมือนฮูหยินกลัวคุณหนูจะจัดเตรียมชุดไม่ทันจึงได้เตรียมชุดและเครื่องประดับไว้ให้แล้วเ้าค่ะ”
ชุดเสื้อผ้าและกล่องเครื่องประดับถูกบ่าวรับใช้นำมาวางตรงหน้าเว่ยซิ่วหญิงสาวมองชุดเ่าั้ก่อนจะเบ้ปากเหยียดให้แก่ข้าวของเ่าั้
“ของเหลือจากพี่หญิงใหญ่เช่นนั้นหรือข้าไม่้า อาฮุ่ยเ้าไปนำชุดที่ท่านแม่เก็บไว้ให้ข้าออกมา”
“แต่...”
“ไปนำออกมาข้าจะใส่ชุดนั้นเข้าวัง ข้าไม่เชื่อหรอกว่า....”
อาฮุ่ยได้แต่ก้มหน้าทำตามที่เว่ยซิ่วสั่งอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้คุณหนูของตนเกิดอารมณ์เว่ยซีซวนและหานลี่กันต่างได้รับชุดจากกงเยว่ไม่ต่างจากเว่ยซิ่วเช่นกัน
“คุณหนูเ้าคะฮูหยินได้ส่งชุดสำหรับใส่เข้าวังมาให้เ้าค่ะ”
เว่ยซีซวนจับชุดเ่าั้พิจารณาก่อนจะหยักหน้าช้าๆ
อาชิงบ่าวรับใช้คนสนิทของหญิงสาวมองชุดเ่าั้ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
“อาชิง เหตุใดเ้าถึงต้องถอนหายใจเช่นนั้นกัน”
“ก็ฮูหยินน่ะสิเ้าค่ะได้ส่งชุดแบบเดียวกันนี้ให้คุณหนูรองและคุณหนูหานเช่นกันของคุณหนูนั้นเป็อาภรณ์ฟ้า ของคุณหนูรองเป็อาภรณ์เหลืองส่วนของคุณหนูหานนั้นเป็อาภรณ์ชมพู”
“ก็ถูกต้องแล้วมิใช่หรือพวกข้าล้วนแล้วแต่ชอบอาภรณ์สีต่างกันอีกทั้งท่านแม่ก็ยังเตรียมเครื่องประดับที่เข้ากับชุดเพื่อสวมใส่แล้วเหตุใดเ้าถึงต้องถอนหายใจอีก”
“กับคุณหนูรองหานดูเหมือนอาภรณ์ของนางจะเข้ากับปิ่นปะการังสีเืนั้นอีกทั้งนางยังน่าคบกว่าคุณหนูรองที่ขยันหาเื่ให้ปวดหัวอยู่ตลอดคุณหนูเองก็ต้องระวัง…คุณหนูรองนะเ้าคะ”
“นางคงไม่...”
“ว่าไม่ได้นะเ้าคะเพราะตอนนี้คุณหนูหานมีจวนแม่ทัพคอยหนุนหลังคุณหนูรองอาจจะยั้งคิดในการกระทำบ้างตอนนี้มีเพียงคุณหนูเท่านั้นที่ขาดผู้หนุนหลังแม้จะมีฮูหยินแต่....ใครจะรู้ว่านางจะคิดร้ายกับคุณหนูอีกเมื่อไหร่”
เว่ยซีซวนเดินเ้าไปใกล้ ๆอาชิงก่อนจะเขกหัวหญิงสาวเบา ๆ
“คุณหนู”
“เ้าคิดมากเกินไปแล้วถึงอย่างไรนางก็เป็น้องสาวต่างมารดาของข้า นางคงจะไม่คิดอะไรเช่นนั้นอย่างแน่นอน”
พูดจบหญิงสาวจึงหยิบผ้าขึ้นมานั่งปักดั่งมิมีสิ่งใดร้อนใจผิดกับอาชิงที่ตอนนี้กำลังครุ่นคิดบางอย่างแทนคุณหนูของตน‘หากคุณหนูรองคิดเช่นเดียวกับคุณหนูคุณหนูสามหรือคุณหนูหานคงไม่เกือบตายและมีปัญหากับนางเช่นทุกวันนี้หรอกเ้าค่ะ’อาชิงได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ
รถม้าสามคันได้มาจอดหน้าจวนโหวชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาแอบยืนมองเล็กน้อยเพราะมิค่อยเห็นสตรีจวนโหวและจวนหานออกจากจวนพร้อมกันบ่อยมากนักสตรีมากอายุเดินออกมาพร้อมกับโหวฮูหยินและฮูหยินหาน ด้านหลังตามมาด้วยเว่ยซีซวนหานลี่กันและหยางชุนเด็กชายตัวน้อยแต่งกายด้วยชุดที่เข้ากับตัวเองดูน่ารักน่าหยิกยิ่ง
“มากันครบแล้วหรือยัง”
“ขาดเพียงน้องรองเ้าค่ะท่านย่า”
เสียงอันอ่อนหวานของเว่ยซีซวนทำให้มู่หนิงหวงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“นี่ก็ใกล้เวลาแล้วเหตุใดนางจึง....”
ขณะที่ทุกคนรั้งรอเว่ยซิ่วเพื่อเตรียมขึ้นรถม้าเพราะถึงเวลาแล้วนั้นร่างในอาภรณ์แดงเืนกได้ปรากฏกายขึ้น มู่หนิงหวงและทุกคนที่เห็นแทบจะอดใไม่ได้
“ซิ่วเออร์เหตุใดถึงไม่ใส่ชุดที่ข้าส่งไปให้”
เสียงโหวฮูหยินเอ่ยขึ้นด้วยอารมณ์ขณะมองเว่ยซิ่วด้วยสายตาตำหนิ
“รีบขึ้นรถม้าเถอะเยว่เออร์ เหลียนเออร์ขึ้นรถม้ากับข้า ซวนเออร์กับลี่เออร์นั่งรถม้าไปด้วยกันส่วนเ้านั่งรถม้าคันสุดท้ายก็แล้วกัน เร็วเข้าเดี๋ยวจะสาย”
มู่หนิงหวงรีบเอ่ยขึ้นก่อนจะจัดแจงให้ทุกคนนั่งรถม้าเมื่อเห็นว่าสตรีมากอายุมิได้กล่าวสิ่งใดต่อไปทุกคนจึงรีบขึ้นรถม้าในทันทีเมื่อรถม้าออกตัวแล้วกงเยว่จึงเอ่ยถามมู่หนิงหวงในทันที
“ท่านแม่เหตุใด....”
“เ้าเองก็รู้จักนางดีมิใช่หรือทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็ความตั้งใจของนาง หากนางไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้านางคงไม่ทำเช่นนี้”
“แต่..”
“ตอนนี้ไม่สามารถแก้ไขอันใดได้แล้วข้าหวังเป็อย่างยิ่งว่าฮองเฮาจะมิทรง....ถือสาหาความกับเด็กเช่นนาง”
กงเยว่และเว่ยเหลียนได้แต่ถอนหายใจเบาๆ
“มามี้ ๆในราชวังเป็อย่างไรบ้างขอรับ มามี้เคยเข้าไปหรือไม่”
เด็กชายตัวน้อยเอ่ยถามเจื้อยแจ้วในรถม้าที่หานลี่กันนั่งมากับเว่ยซีซวนหญิงสาวได้เอ่ยตอบคำถามเด็กชายไปตลอดทางมิมีหยุด
“วันนี้มามี้กับท่านป้าใหญ่งดงามมากขอรับ”
“เ้านี่ปากหวานยิ่งนัก ดูเหมือนน้องหญิงจะสอนเ้ามาเป็อย่างดี”
เว่ยซีซวนพูดขึ้นก่อนจะหยิกแก้มน้อยของหยางชุนอย่างเบามือด้วยความหมั่นไส้
“ข้าพูดจริงนะขอรับต่างจากท่านป้ารองที่แต่งตัวเหมือน.....จะไปเล่นงิ้ว”
“พรื๊ดดดด”
หานลี่กันและเว่ยซีซวนถึงกับหลุดขำกับการเปรียบเปรยของหยางชุนทั้งสองหัวเราะชอบใจจนน้ำตาเล็ดก่อนจะรีบเก็บอาการ
“ชุนเออร์ทุกอย่างที่เ้าคิดเ้าไม่สามารถพูดออกมาได้ทั้งหมดนะบางอย่างอาจจะส่งผลร้ายกับตัวเ้าและทำให้ผู้อื่นเสียใจได้ เ้ารู้หรือไม่”
“ขอรับมามี้เคยสอนข้าแล้ว แต่ที่นี่มีเพียงเรา ข้าจึง...”
“นี่แนะ...เ้าเด็กดื้อของมามี้”
เด็กชายถูกจับจักจี้จนหัวเราะลั่นในรถม้าพลันทำให้เว่ยซีซวนเองอดไม่ได้ที่จะร่วมมือด้วย
“ท่านป้าใหญ่ ๆ ท่านแม่ชุนเออร์ผิดไปแล้ว ๆ”
เสียงหัวเราะของหยางชุนนั้นทำให้สตรีมีอายุบนรถม้าคันหน้ารู้สึกผ่อนคลายความกังวลลงเล็กน้อยผิดกับสตรีในรถม้าคันสุดท้ายที่กำมือใต้แขนเสื้ออย่างไม่สบอารมณ์
“มีความสุขกันไปเถอะข้าจะดูสิว่าหากข้าสามารถจับองค์ชายพระองค์ใดได้สักคนพวกเ้าจะดูถูกข้าเช่นนี้อีกได้หรือไม่กัน”
เว่ยซิ่วเอ่ยกับตัวเองเบา ๆก่อนจะปลอบใจตัวเองให้นิ่งสงบในรถม้านั้น