บทที่ 18
ขอบเขตจักรพรรดิมาสู้กันเถอะ!
สองวันต่อมา ชั้นที่ 88 ของหอสถิตเทพ
ฉู่ซิวกระแทกหมัดเดียว ทะลุทรวงอกของหญิงสาวที่อยู่ในขอบเขตเสินเฉียวขั้นต้น
เืะเิกระจุยกระจายปะปนกับชิ้นส่วนของอวัยวะภายใน พุ่งกระฉูดออกมาจากรูที่ทะลุด้านหลังของนาง ฉู่ซิวโบกแขนครั้งหนึ่ง ปัดร่างไร้ิญญานั้นออกไปราวกับขยะไร้ค่า
ฟู่ ~
“ศัตรูที่อยู่ชั้น 88 สามคนอยู่ในขอบเขตเสินเฉียว ขั้นต้น” ฉู่ซิวพยักหน้าเริ่มคาดการณ์เหตุการณื
คู่ต่อสู้ั้แ่ชั้น 90 ขึ้นไป จะอยู่ใน่กลาง ่ปลาย ของขอบเขตเสินเฉียว!
เข้าสู่หอเทพสถิตเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว เขาประเมินพลังการต่อสู้ของตนเองในตอนนี้ได้อย่างแม่นยำแล้ว
เคล็ดวิชากระบี่ + ประสบการณ์การต่อสู้ สามารถสังหารผู้ที่อยู่ในขอบเขตเสินเฉียวขั้นต้นได้
เคล็ดวิชากระบี่ + ประสบการณ์การต่อสู้ + กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ สามารถสังหารผู้ที่อยู่ในขอบเขตเสินเฉียวขั้นกลางได้
เคล็ดวิชากระบี่ + ประสบการณ์การต่อสู้ + กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ + เจตจำนงแห่งกระบี่สังหาร์ สามารถสังหารผู้ที่อยู่ในขอบเขตเสินเฉียวขั้นปลายได้
“หากเจอผู้ที่อยู่ในขอบเขตเสินเฉียวขั้นปลาย มักจะเป็การต่อสู้ที่ยากลำบากตลอดเลย!” พลังการต่อสู้ที่น่ากลัวเช่นนี้ หากบอกออกไป เกรงว่าจะไม่มีใครเชื่อ
“การทดสอบชั้นที่แปดสิบเก้าเริ่มต้นขึ้น”
ณ ลานกว้างของยอดเขาไท่ซู่ จำนวนลูกศิษย์ไม่ได้ลดลงตามกาลเวลา กลับมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนส่วนใหญ่ต่างสังเกตการเปลี่ยนแปลงของแท่นหินไท่ซู่ หนึ่งในนั้นคือฉู่เซียวหราน
นางรู้ว่าฉู่ซิวอยู่ในหอเทพสถิตแล้ว เพียงแต่ก่อนที่เขาจะออกมา เสาศิลาไท่ซู่จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดใด
“ศิษย์น้องฉู่ เ้าคิดจริง ๆ หรือว่าฉู่ซิวผู้นั้นจะสามารถขึ้นไปถึงชั้นแปดสิบ และได้รับทรายเงิน?” หนุ่มน้อยในชุดเหลืองขมวดคิ้วถาม
ฉู่เซียวหรานเงยหน้ามองเสาศิลาของขอบเขตกงล้อสมุทรอยู่นานโดยไม่พูดอะไร นางก็ไม่แน่ใจว่าฉู่ซิวจะขึ้นไปชั้นแปดสิบได้หรือไม่
บางทีอาจจะได้ บางทีอาจจะไม่ได้
“ความคาดหวังทางจิตใจนี่นะ…” หญิงสาวผู้มีอาภรณ์สีสันฉูดฉาด ใบหน้าเต็มไปด้วยสิวยิ้มเยาะ
“ซูหรูเสวี่ยที่อยู่กงล้อสมุทรระดับเก้า ยังขึ้นได้แค่ชั้น 78 เท่านั้น ฉู่ซิวเพิ่งจะ ขอบเขตกงล้อสมุทรระดับสี่เอง เขาจะขึ้นไปถึงชั้น 80 ได้อย่างไร?”
“ฉูเซียวหราน ข้าคิดว่าเ้าอาจจะต้องผิดหวังซะแล้วล่ะ!” น้ำเสียงของนางมีความสะใจอยู่บ้าง
“หากจะกล่าวว่าใครในที่นี้เข้าใจพลังของฉู่ซิวมากที่สุด ก็คงจะเป็ศิษย์น้องหญิงเหรินหงอิง?”
ทุกคนหันสายตาไปยังเหรินหงอิง ที่เงียบไม่พูดอะไรมาตลอด
วันนี้เหรินหงอิงยังคงแต่งกายด้วยชุดสีแดงเช่นเคย นางขมวดคิ้วก่อนจะกล่าวว่า
“ข้าก็ไม่ได้ทราบพลังของเขาดีนักหรอก…”
“เพียงแค่ขอบเขตกงล้อสมุทรเท่านั้น ไม่คู่ควรให้ข้าใส่ใจสักนิด!”
“ฮ่าๆ ~” เฉียวิ หนุ่มน้อยในชุดสีเหลืองอมเขียวอดหัวเราะออกมาไม่ได้
สามปีก่อน แม่ของฉู่เซียวหรานถูกพิษเข้า จึงต้องใช้ทรายเงินจึงจะรักษาได้
ทว่าทรายเงิน มีเพียงในดินแดนไฟนิรันดร์ชั้นที่ 80 ของหอเทพสถิตเท่านั้นจึงจะได้มา
เฉียวิขอบฉู่เซียวหรานมาโดยตลอด
เขา้าระงับการเลื่อนขั้นไม่ให้ก้าวข้ามขอบเขตเสินเฉียว รอจนกว่าหอเทพสถิตจะเปิด แล้วนำทรายเงินมาให้ฉู่เซียวหรานซะเอง แน่นอนว่า! เงื่อนไขคือฉู่เซียวหรานต้องตอบรับความรู้สึกของเขา
แต่ฉู่เซียวหราน ปฏิเสธอย่างแน่วแน่เมื่อสามปีก่อน
นางอยากจะถอนพิษให้ท่านแม่มาก แต่นางไม่ยอมรับการข่มขู่และท่าทีเหนือกว่าของเฉียวิ วันนี้เฉียวิที่โกรธจัดจึงมาดูเื่ขำขันของฉู่เซียวหราน
“ศิษย์พี่เฉียวิ~” เหรินหงอิง ยิ้มให้เฉียวิ “่นี้ท่านอาจารย์ปฏิบัติต่อ ฉู่ซิวเป็พิเศษ อีกเดี๋ยวฉู่ซิวคงถูกส่งตัวออกมา ท่านไม่ควรเยาะเย้ยเขาจะดีกว่า”
“เกรงว่าท่านอาจารย์ได้ยินแล้วจะโกรธเอา”
เฉียวิได้ฟังดังนั้นก็โบกมือหัวเราะ ก่อนจะกล่าวว่า
“เขาเป็ศิษย์แท้จริงของท่านป้า ก็เท่ากับเป็พี่น้องกับข้า”
“พวกเราล้วนเป็คนในครอบครัวเดียวกันมิใช่รึ?”
แท้จริงแล้ว! เฉียวิผู้นี้คือหลานชายของเฉียวเิเตี๋ย เฉียวิผู้มีขอบเขตเต๋ากงสามารถมีตำแหน่งสูงส่งเช่นนี้ในแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู่ได้ สาเหตุหลักก็เพราะเขาเป็หลานของเฉียวเิเตี๋ย ผู้บำเพ็ญหญิงที่แข็งแกร่งยิ่งยวด ผู้กำลังจะก้าวข้ามขอบเขตมหาศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลาง
“กว่าสามสิบปีแล้วที่ยังไม่ข้ามขอบเขตปี่อั้น” เสียงประชดประชันดังมาเป็ เซียวอี้เฟิง ศิษย์แท้จริงคนที่สองของยอดเขาอวิ๋นเซี่ย ไม่รู้ว่ามาถึงข้างกายทุกคนั้แ่เมื่อไร
เขาประสานมือคำนับเฉียวิ “คารวะศิษย์พี่เฉียวิ” เขาผู้มีขอบเขตเสินทง เรียกเฉียวิผู้มีขอบเขตเต๋ากงว่าศิษย์พี่ โดยไม่รู้สึกอายแม้แต่น้อย
เฉียวิหัวเราะพลางพยักหน้า “อี้เฟิง เ้าก็มาด้วยสินะ!”
เซียวอี้เฟิงหัวเราะเ็า “ได้ยินว่าศิษย์พี่ที่ไร้ความสามารถของข้า กล้าดีมาปีนหอเทพสถิต ข้าย่อมต้องมาดูให้เห็นกับตา!”
“เหอะ ๆ”
“ไอ้หมอนี่! คงไม่ได้คิดว่าโชคดีฆ่าขอบเขตเสินเฉียวได้หนึ่งคน จะมาผงาดว่าตนเองเก่งกาจขนาดนั้นหรอก!”
“ไอ้ขยะนั่น มันช่างน่าอับอาย!” จากน้ำเสียง สามารถได้ยินได้ชัดเจนว่าเซียวอี้เฟิงมีความแค้นต่อฉู่ซิวลึกซึ้งเพียงใด
ก็น่าจะใช่
ทั้งๆ ที่ตนเองเป็อัจฉริยะขอบเขตเสินทงระดับห้า ยังต้องเรียกคนที่อยู่ในขอบเขตกงล้อสมุทรว่าศิษย์พี่ใหญ่ แค่คิดก็อึดอัดแล้ว!
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่ลานกว้างไท่ซู่ ฉู่ซิวผู้ซึ่งอยู่ที่ชั้น 95 ของหอไท่ซู่ย่อมไม่ล่วงรู้
ในตอนนี้ เขากำลังเข้ารับการทดสอบความอดทน น้ำแข็งก้อนมหึมาแช่แข็งร่างกายทั้งหมดของเขาเอาไว้ ความหนาวเหน็บไร้ขอบเขต หากมิใช่เพราะกายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ ฉู่ซิวคงทนไม่ไหวและถูกส่งตัวออกไปตั้งนานแล้ว
“ความหนาวเย็นนี้ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ”
“อย่างน้อยก็ติดลบห้าร้อยองศา” ฉู่ซิวผู้ถูกแช่แข็งอยู่ในน้ำแข็งครุ่นคิดในใจ
‘กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ นี่มันเจ๋งจริง ๆ!’
ถึงแม้ข้าจะยังรู้สึกหนาวอยู่ แต่เืในร่างกลับไม่ถูกแช่แข็งหรือหยุดชะงักแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามยิ่งไหลเวียนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ข้าถึงกับรู้สึกได้ว่ากายาศักดิ์สิทธิ์โบราณนี้แข็งแกร่งขึ้นอีกนิด...
ถ้าได้อยู่นานกว่านี้คงจะดี
ชั่วอึดใจถัดมา ฉู่ซิว หายตัวไป...
เข้าสู่ชั้นถัดไป
ครึ่งวันต่อมา
ภายนอกนั้นเป็ท้องฟ้ายามราตรี จันทร์เต็มดวงสองดวง ส่องแสงระยิบระยับ ดวงดาวกระจายทั่วนภา
ในที่สุดก็มาถึงชั้นที่ 98 แล้ว
โลกแห่งทุ่งดอกไม้สีแดงเพลิงเบ่งบานสะพรั่งไปทั่วทั้งผืนดิน
ขอบฟ้าปรากฏดวงอาทิตย์สีเืกำลังจะลับขอบฟ้า
ทิวทัศน์ช่างงดงามแต่เปี่ยมไปด้วยความเปล่าเปลี่ยวอ้างว้าง
ฉู่ซิว มองไปข้างหน้าราวสามร้อยจั้ง ปรากฏร่างหญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาว เรือนผมสีเงิน ถือดาบน้ำแข็งดูแล้วแปลกประหลาด
ในตอนแรกเขาคาดเดาว่าคู่ต่อสู้ในชั้นที่ 98 น่าจะเป็ผู้ที่อยู่ในขอบเขตเสินเฉียวระดับเก้า
แต่ไม่นึกไม่ฝันเลยว่า ระดับของอีกฝ่ายจะเท่าเทียมกับเขา นั่นคือกงล้อสมุทรขั้นเก้าเช่นกัน
สิ่งที่ประหลาดที่สุดคือ
เขาไม่สามารถบรรยายใบหน้าของอีกฝ่ายได้ และไม่สามารถจดจำใบหน้าของอีกฝ่ายไว้ในความทรงจำได้
เมื่อเบนสายตาออกจากตัวนาง แม้แต่ร่องรอยการมีอยู่ของคนคนนี้ก็จะถูกลืมไปอย่างสิ้นเชิง
ลักษณะอันแปลกประหลาดนี้…
ทำให้หัวใจของฉู่ซิวเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ อดไม่ได้ที่จะถามออกไปด้วยเสียงดัง
“เ้าคงจะไม่ใช่จักรพรรดิของดินแดนไท่ซู่หรอกมั้ง!!!”
หญิงสาวไม่ตอบรับ เพียงแต่ยืนนิ่งถือดาบราวกับหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับฟ้าดินไปแล้ว
“ฮ่า ๆ ~” แววตาของฉู่ซิวเต็มไปด้วยประกายเือันชั่วร้าย ท่วมท้นไปด้วยความปรารถนาในการต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง เขารู้อย่างแน่ชัดแล้วว่านั่นคือจักพรรดิของดินแดนไท่ซู
‘ตื่นเต้น...’
มุมปากยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ตื่นเต้นจนตัวสั่นไปทั้งร่าง
“จักรพรรดิโบราณ ฮ่าๆๆๆ จักรพรรดิโบราณสินะ…”
“จักรพรรดิโบราณ มาสู้กันเถิด~” ฉู่ซิวะโเสียงดัง
เคร้ง…
กระบี่เืหยกถูกชักออกจากฝัก หมุนวนทิ้งร่องรอย ปราณิญญาแนบติดที่ขาทั้งสอง ร่างกายเบาดุจนกกระเรียน ทิ้งเงาลางไว้เจ็ดเงา กลีบดอกไม้บานสะพรั่งปลิวไสวไปทางด้านหลัง
งดงามแต่กลับเศร้าสร้อย
สวยสดงดงามอย่างที่สุด...
ประกายจากกระบี่สีแดงเพียงริ้วเดียว ดูราวกับคมกระบี่ที่พุ่งลงมาจากฟ้าและมาพร้อมกับพลังที่จะทำลายล้างทุกสิ่ง
กระบี่เืหยกมุ่งตรงไปยังลำคอของหญิงสาวชุดขาว
เขาชอบตัดหัว นิสัยนี้ฝังลึกถึงกระดูก
หญิงสาวชุดขาว ค่อย ๆ ยกดาบขึ้นช้า ๆ
ท่าทางเบาบางและเชื่องช้าอย่างยิ่ง ราวกับบรรจุหลักการและวิถีนับไม่ถ้วน...
ปลายกระบี่ผลึกน้ำแข็งจรดลงเบา ๆ ณ จุดอ่อนแอที่สุดของประกายกระบี่สีเืที่ฉู่ซิวฟันลงมา
ฉึก~
เสียงกระทบกันของกระบี่ดังขึ้น แสงกระทบแตกกระจายไปทั่วทุกทิศ
กลางอากาศ ฉู่ซิวเพ่งตามอง
ร่างกายที่ไม่สามารถต้านทานแรงอันมหาศาลได้ บิดเบี้ยวเก้าสิบแปดองศาในลักษณะที่ขัดกับหลักการทั้งมวล
“ตายซะ!!”
ขาขวาของฉู่ซิวยกสูงขึ้นราวกับัเืที่กำลังหล่อหลอมปราณมหาศาล
เสียงคำรามกึกก้อง~
คำรามอย่างเกรี้ยวกราด~
พุ่งชนเข้าใส่ศีรษะของหญิงผู้บำเพ็ญเพียร ก่อให้เกิดคลื่นระลอกเสียงะเินับไม่ถ้วน
หากเตะโดนด้วยพลังอันมหาศาลเช่นนี้
ไม่ต้องพูดถึงขอบเขตกงล้อสมุทรเลย แม้แต่คู่ต่อสู้ขอบเขตปี่อั้นก็ทานไม่ไหว
หญิงชุดขาวยกมือขวาขึ้น ฝ่ามือปะทะเข้ากับเท้าที่ฟาดลงมา
ตูม~
ปั้ง!!!
คลื่นพลังน่ากลัวกระแทกดอกไม้ในรัศมีสามสิบจั้งปลิวว่อน ยับเยิน แม้แต่ดินใต้เท้าก็ถูกไถ ถูกอัดถอยหลังไปนอกรัศมีสามสิบจั้ง กลายเป็หลุมกลมเรียบ
ร่างของฉู่ซิว ลอยกระเด็นไปกว่าสามจั้ง ตกลงบนพื้นดังผัวะ!
หญิงชุดขาวถอยหลังครึ่งก้าว ดวงตาที่แต่เดิมไร้ประกายนั้น ดูเหมือนจะมีแววตามากขึ้น
“เป็ไปได้อย่างไร ~”
ฉู่ซิวเปื้อนโคลนเต็มตัว ะโขึ้นจากพื้น เงยหน้ามองหญิงสาวผู้ถือดาบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจและสงสัย
เขาฉู่ซิว! ผู้มีกายาศักดิ์สิทธิ์โบราณถูกคนที่มีขอบเขตพลังเท่ากัน ใช้กำลังเพียงเล็กน้อยก็ปัดเขาให้ลอยไปได้อย่างง่ายดาย?
ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็จักรพรรดิ ก็ไม่น่าจะเป็ไปได้!