เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 72 ทำตามหน้าที่

            ตอนกลางวันที่ปะทะกันอย่างดุเดือดกับตระกูลหลิงสิ่งที่ซูอินคิดคือคงต้องมาหาฉินหล่างเพื่อให้เขาช่วยเหลืออย่างไรเสียเธอก็มีเบอร์โทรศัพท์ของอีกฝ่าย ซึ่งสามารถโทรไปขอความช่วยเหลือแม้แต่เรื่องทะเบียนบ้านก็นำมาใช้กดดันด้วยเช่นกัน

            การที่ฉินหล่างมาปรากฏตัวหน้าโรงเรียนสายตาที่มองไปเธอรู้ว่าฉินหล่างสามารถทำสิ่งนั้นได้

            แต่เมื่อออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลิง เธอก็ล้มเลิกความคิดนี้

            ฉินหล่างไม่ได้ติดหนี้เธอ

            เธอก็แค่ช่วยเด็กคนนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ต่อให้ไม่มีเธอไลฟ์การ์ดคนอื่นๆ ที่อยู่ในสระว่ายน้ำก็ต้องเห็น เรื่องนี้เธอไม่ได้ลงแรงอะไรมาก

            แต่สิ่งที่ฉินหล่างทำให้เธอนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่พักที่ปลอดภัยให้เธอยืมเงิน และช่วยเธอจากน้ำมือของอันธพาล

            สิ่งที่ทำเพียงพอแล้วที่จะชดใช้ให้เธอที่เพียงยื่นมือไปคว้าตัวเด็กคนนั้นหากคิดอย่างถี่ถ้วน เป็นเธอต่างหากที่ติดหนี้เขา

            ไม่มีใครทำดีกับอีกคนโดยไม่มีสาเหตุ ต่อให้เขาช่วยด้วยจิตใจเมตตาแต่เธอก็รู้สึกไม่ดีหากต้องเอ่ยปากขอให้เขาใช้อำนาจในทางมิชอบ

            แต่ตอนนี้…

            “คุณถามแล้วหรือคะ”

            ฉินหล่างพยักหน้า

            เขาเข้าใจทัศนคติของคนที่ทำงานในพื้นที่นี้หากเขาไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่ง ดูจากทรัพย์สินที่มีอยู่ของตระกูลหลิงเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ คาดว่าท้ายที่สุดแล้วคงไม่ทำให้เศษเงินกระเด็นแม้แต่น้อย

            นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกสงสารเด็กสาวคนนี้

            เมื่อใช้ประโยชน์ไม่ได้ ไม่มีพื้นฐานครอบครัวที่แข็งแกร่งก็สามารถถูกเหยียบย่ำได้ตามใจชอบแบบนี้หรือ

            ผลการสอบปากคำอันธพาลเหล่านั้นออกมาแล้วเมื่อมั่นใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตระกูลหลิง เขาจึงโทรศัพท์ไปด้วยตนเอง คาดว่าครั้งนี้จะใช้ได้เพราะเบื้องบนมีคำสั่งมาแล้ว

            “เธอวางใจเถอะ เรื่องนี้ยังไงก็ต้องเป็นไปตามหน้าที่”

            เขาเอ่ยอย่างเรียบง่าย แต่ก็ทำให้ดวงตาของซูอินสว่างวาบทันที

            สิ่งที่ร้องขอจะเป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น!

            ขอแค่เรื่องนี้เป็นไปด้วยความยุติธรรมหลิงเมิ่งต้องล้มไม่เป็นท่าแน่

            “ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ เพราะมีหลักฐานอยู่ทนโท่”

            ในใจของซูอินเต็มไปด้วยความสุข เธอเงยหน้ามองชายหนุ่มเบื้องหน้าเขามีรูปร่างสูง ซูอินที่สูง 165 เซนติเมตร สูงเพียงแค่คางของเขา ส่วนสูงของเขาต้องเกิน 180 เซนติเมตรแน่ ๆ แม้แต่จากมุมนี้ที่เธอเงยหน้ามอง เขาก็ยังคงไร้ที่ติ

            ใบหน้ารู้สึกร้อนผ่าว คำพูดขอบคุณยังคงติดอยู่ในลำคอ

            ใบหน้าที่อยู่ในสายตานั้นดูผิดปกติไปเล็กน้อย ทำให้ฉินหล่างเข้าใจผิดเป็นความหมายอื่นก่อนที่เขาจะเอ่ยปลอบเธอโดยไม่รู้ตัว “ไม่ต้องกังวล ต้องไม่เป็นอะไรแน่”

            พูดออกไปเช่นนั้น แต่ในใจของเขาเริ่มคำนวณทุกอย่าง

            อันธพาลเหล่านั้นเป็นพวกเกียจคร้าน วันๆ ไม่ทำงานการถูกดำเนินการตามกฎระเบียบในครั้งนี้ คนพวกนั้นต้องเสียเปรียบและจำเรื่องนี้ฝังใจ

            หากเป็นเขา คงไม่ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ หากกล้ายั่วยุเขาแค่ยกมือสั่งก็สามารถจัดการอย่างง่ายดาย แต่สาวน้อยคนนี้…เขาเหลือบมองแขนและขาเรียวของเธอรวมถึงใบหน้าเล็กบอบบาง ที่แค่มองก็รู้ว่าไม่แข็งแรงสู้คนเหล่านั้นไม่ได้อย่างแน่นอน

            ถึงแม้ก่อนจะไป เขาได้มาหาหลินเฉวียนเพื่อกำชับให้ช่วยดูแล  แต่หลินเฉวียนก็มีหน้าที่การงานและชีวิตของตนเองคงไม่สามารถติดตามเธอได้ตลอด 24 ชั่วโมง

            เมื่อเช้าก็เกือบจะเกิดเรื่อง

            ต้นตอทั้งหมดมาจากเรื่องช่วยชีวิตที่เขาเป็นคนก่อหากไม่ใช่เพราะเขาที่มอบผลประโยชน์เหล่านั้นให้ตระกูลหลิงก็คงไม่มัดเด็กสาวไม่ยอมปล่อย และคงไม่ทำให้เกิดเรื่องต่างๆตามมาเช่นนี้

            ฉินหล่างลอบถอนหายใจ

            เรื่องที่เขากระตุ้นให้เกิด เขาต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด

            แต่ในระยะนี้ เขาไม่สามารถหาคนที่น่าไว้ใจมากไปกว่าหลินเฉวียน

            คิดไปคิดมา เขาจึงตัดสินใจไปหาหลินเฉวียนอีกครั้ง

            หลังจากที่เขาแยกกับซูอินฉินหล่างเดินเข้าไปด้านในก่อนจะเคาะประตูห้องสำนักงานชั้นหนึ่ง

            ชายหน้าบากที่พักอยู่ด้านในห้องสำนักงานตอนนี้คือหลินเฉวียน

            ก่อนหน้านี้ไม่นาน ฉินหล่างยังไม่รู้จักคนผู้นี้ถึงแม้เคยประจำการเป็นทหาร แต่เขาไม่ได้อยู่หน่วยเดียวกันกับหลินเฉวียนและไม่ได้อยู่ปีเดียวกัน ตอนที่เขาเข้ากองทัพ หลินเฉวียนก็ปลดประจำการแล้ว

            หลินเฉวียนคนนี้โจวโฮ่วเซิงแนะนำให้เขารู้จักตอนที่เขาต้องการให้ช่วยหาข้อมูลของคนที่ช่วยเสี่ยวหรุยและบอกว่าคนผู้นี้เคยทำงานเป็นหน่วยสอดแนมให้กับเขา

            นี่เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าความจริงแล้ว ทหารหน่วยสอดแนมก็มีช่วงเวลาที่บกพร่องในการสำรวจตรวจสอบได้เช่นกัน

            ไม่ว่าจะเป็นหลินเฉวียน หรือสิ่งที่เขาเตรียมการไว้หลังจากนี้ก็ตาม

            ถึงแม้จะรู้จักกันไม่นานแต่ทั้งคู่มีประสบการณ์ที่เคยเข้ารับราชการทหาร ทำให้คุ้นเคยกันอย่างรวดเร็ว

            เมื่อเปิดประตูเข้าไป ฉินหล่างนั่งลงและพูดเข้าประเด็นทันที “ที่มาครั้งนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องของซูอิน”

            “เธอเป็นอะไรหรือครับ”

            ฉินหล่างเล่าเรื่องที่ซูอินถูกกลุ่มอันธพาลล้อมจนเกือบไปเข้าสอบไม่ทันให้อีกฝ่ายฟัง

            หลินเฉวียนตกตะลึงมาก

            จากนั้นเขาจึงเล่าเรื่องที่ซูอินเข้าไปในบ่อนใต้ดินให้ฉินหล่างฟัง

            “เงินจำนวนมากขนาดนั้น ผมควรจับตาดูให้ดีผมคิดว่าโรงแรมอยู่ใกล้โรงเรียนมาก แม่หนูก็คอยระวังตัวตลอดผมจึงไม่ได้ระวังมากนักตรงส่วนนี้”

            นี่เธอเล่นพนันด้วยหรือ

            ฉินหล่างพูดไม่ออก ไม่ใช่เขาไม่ใส่ใจแต่เขารู้สึกละอายใจต่อเด็กสาว และไม่คิดเข้าไปยุ่งกับสิ่งที่เธอเลือก

            “ไม่แปลกใจ ถ้างั้นฉันก็วางใจ”

            ตอนแรกคิดว่าหลินเฉวียนงานยุ่งจนไม่มีเวลา ไม่คิดว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น

            เมื่อเขาเอ่ยออกไปแล้ว หลินเฉวียนก็คงยิ่งใส่ใจมากขึ้น

            หลังจากนี้ เขาคงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก

            เมื่อมอบความปลอดภัยของเด็กสาวให้ผู้ที่ค่อนข้างไว้ใจได้ไม่ว่าจะเป็นด้านประวัตินิสัยใจคอ หรือแม้แต่ความสามารถ ฉินหล่างก็วางใจ เขาขึ้นไปเก็บของที่ชั้นบนก่อนจะไปโรงพยาบาลเพื่อรับเพื่อนร่วมงานที่รักษาตัวจนสามารถเดินทางกลับได้แล้ววันนั้นเขาจึงขับรถออกจากเมืองผิง

            และเมื่อเขาจากไป ตระกูลหลิงก็เข้าสู่สถานการณ์อันน่าตื่นตระหนก

            เมื่อตอนกลางวันหลังจากที่ซูอินพาสองสามีภรรยาออกจากคฤหาสน์หลิงจื้อเฉิงกับอู๋อู๋ก็โต้เถียงกันถึงทัศนคติท่าทีของซูอิน

            หลิงจื้อเฉิงคิดว่า ความสัมพันธ์ที่ดีต่อซูอินจะช่วยเหลือตระกูลหลิงได้ยิ่งไปกว่านั้นบุญคุณที่เลี้ยงดูเธอมาถึงสิบหกปีคงไม่อาจลบหายไปง่ายๆดังนั้นควรสร้างความสัมพันธ์อันดีเพื่อดึงเธอเข้ามาเป็นพวกลบล้างสิ่งเลวร้ายจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

            ส่วนอู๋อู๋กลับรู้สึกว่า ซูอินแสดงท่าทีไม่ให้ความร่วมมือจึงไม่จำเป็นต้องเอาหน้าร้อนๆ ไปแนบกับก้นเย็นๆ[1] อย่างไรเสียต่อให้ไม่มีซูอินแต่หลายปีนี้ตระกูลหลิงก็สามารถเติบโต

            ต่างคนต่างบอกว่าตนเองมีเหตุผล ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมลดราวาศอก

            สุดท้ายแล้วคนที่ทำให้พวกเขาหยุดโต้เถียงกันคือ หลิงเมิ่ง

            คำพูดเหล่านั้นของซูอินเมื่อตอนกลางวันยังคงติดอยู่ในหูหลิงเมิ่งมีความลับในใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องเมื่อเห็นว่าบิดามารดาสงบลง เธอจึงใช้เวลานี้ให้เกิดประโยชน์พูดอย่างน่าสงสารว่าตนเองรู้สึกกลัว

            สิ่งนั้นทำให้อู๋อู๋สงสารจับใจ

            ทางด้านหลิงจื้อเฉิง ถึงแม้จะโกรธที่ลูกทำเรื่องแบบนี้แต่อย่างไรก็เป็นบุตรสาว ไม่มีทางยอมให้เธอถูกดำเนินคดี

            เขาพักเรื่องทะเลาะไว้ก่อน จากนั้นโทรศัพท์หาพรรคพวกที่สถานีตำรวจ

            เดิมทีเขาคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องเล็กๆและซูอินก็ไม่ได้รับบาดเจ็บ น่าจะจัดการง่ายหลิงจื้อเฉิงคิดว่าหากเรื่องนี้จบจะหาเวลาเชิญอีกฝ่ายไปรับประทานอาหารและซื้อของให้บุตรของเขาด้วย

            หลิงจื้อเฉิงโทรศัพท์ด้วยจิตใจผ่อนคลายหลังจากเอ่ยนับถืออย่างพี่น้องได้เพียงครู่หนึ่ง ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยง

            เรื่องนี้เขาช่วยอะไรไม่ได้!

            ด้วยความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ผ่านมาหลายปีอีกฝ่ายจึงกล่าวอย่างไม่ปิดบังว่า เบื้องบนโทรศัพท์มาว่า เรื่องนี้ต้องจัดการตามที่ควรจะเป็น

            เรื่องเล็กๆ แค่นี้ แต่เบื้องบนโทรศัพท์มารู้เลยว่าหมายความว่าอย่างไร

            หลิงจื้อเฉิงระเบิดออกมาทันที

            อู๋อู๋แทบไม่อยากเชื่อ

            หลิงเมิ่งรู้สึกกลัว

    ----------------------------------------------------------------------

    [1] เอาหน้าร้อนๆไปแนบกับก้นเย็นๆ หมายถึง สองสิ่งที่แตกต่างกันมากไม่จำเป็นต้องเอาความกระตือรือร้นไปแลกกับความเย็นชาของอีกฝ่าย

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน