1
สรรพสิ่งสีแดงมงคลถูกประดับประดาไปทั่วจวนรองเสนาบดีกรมยุติธรรมแห่งต้าเว่ยเนื่องด้วยวันนี้เป็วันมงคลของท่านเ้าของจวนเสียงแสดงความยินดีจากเหล่าขุนนางร่วมราชสำนักและเหล่าแเื่ที่มาร่วมงานดังอยู่ไม่ขาดสาย
หลังพิธีกราบไหว้ฟ้าดินผ่านพ้นไป เ้าสาวคนงามก็ถูกนำตัวไปรอยังห้องหอเป็ที่เรียบร้อยคงเหลือเพียงเ้าบ่าวรูปงามที่อยู่รับรองและคารวะสุราแเื่เพียงลำพัง
รองเสนาบดีกรมยุติธรรมผู้เป็เ้าบ่าวนี้มีนามว่า ‘หรั่นอี้’ เป็บุรุษมากความสามารถและเป็ที่ไว้วางพระทัยขององค์หวงตี้เป็ที่ยิ่งแม้ปีนี้เขาจะเพิ่งมีอายุได้เพียงยี่สิบสองปีแต่กลับก้าวขึ้นมาถึงตำแหน่งขุนนางขั้นสามลำดับรองได้แล้วนับว่าเป็บุรุษมากความสามารถชั้นเลิศในเมืองหลวงแห่งนี้โดยแท้
หรั่นอี้นั้นเป็ทายาทตระกูลขุนนางเก่าในสมัยราชวงศ์ก่อนที่สิ้นอำนาจไปเนิ่นนานแล้ว
หากแต่ตัวเขาเองนั้นเป็เพียงเด็กกำพร้าที่คนในตระกูลนำไปทิ้งให้เติบโตขึ้นมาในอารามไท่หยางแห่งเมืองหุยหลิงอันห่างไกลอย่างไม่สนใจไยดีคิดไม่ถึงว่าวาสนาของเด็กกำพร้าเช่นเขากลับดีเกินคาดเพราะท่านเ้าอารามไท่หยางนี้เป็ถึงจ้วงหยวนในสมัยอดีตหวงตี้ที่ลาออกจากราชสำนักมาออกบวชในที่ห่างไกลเพื่อหนีห่างจากความวุ่นวายและการแก่งแย่งชิงดีที่ไม่รู้จักจบจักสิ้นของบรรดาขั้วอำนาจต่างๆในเมืองหลวง
ด้วยเหตุนี้หรั่นอี้จึงได้มีโอกาสร่ำเรียนและได้เป็ศิษย์เพียงคนเดียวของท่านเ้าอารามผู้ปราดเปรื่อง
สติปัญญาของหรั่นอี้นั้นไม่ธรรมดาแม้จะเริ่มเล่าเรียนช้ากว่าเด็กทั่วไปด้วยอายุเก้าขวบปีแต่เมื่ออายุสิบสองปีเขาก็สอบผ่านระดับถงซื่อได้เป็ซิ่วไฉอายุสิบห้าปีสอบระดับเซียงซื่อผ่านได้เป็จวี่เหริน
เมื่อท่านเ้าอารามได้ถ่ายทอดวิชาความรู้และทดสอบเชาว์ปัญญาของเขาหลายครั้งหลายคราในที่สุดเมื่อเขาอายุได้สิบแปดปีก็เดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อสอบชุนเหวยจนได้เป็จิ้นซื่อลำดับที่หนึ่ง และคราสอบเตี้ยนซื่อหน้าพระที่นั่งเขาก็ยังทำผลงานได้ดีเยี่ยม จนสามารถคว้าตำแหน่งจ้วงหยวนมาครองได้สำเร็จ
หรั่นอี้เริ่มทำงานตำแหน่งอาลักษณ์ในสำนักราชบัณฑิตเป็ขุนนางขั้นหกลำดับหลัก ในเวลาเพียงสามปีเศษเขาก็ไต้เต้าขึ้นมาเป็รองเสนาบดีกรมยุติธรรมขุนนางขั้นสามลำดับรองได้แล้วนับว่าความก้าวหน้าของเขารวดเร็วเกินกว่าใครในหมู่สหายร่วมสอบปีเดียวกัน
บุรุษรูปงามมากความสามารถย่อมเป็ที่หมายปองน่าเสียดายที่เหล่าขุนนางเฒ่าในราชสำนักเคลื่อนไหวช้ากว่าท่านราชครูหนิงกัวข่ายไปก้าวใหญ่
สองปีก่อน ในงานเลี้ยงใหญ่ของราชสำนักท่านราชครูได้พบปะสนทนากับ หรั่นอี้โดยบังเอิญ จนความประทับใจในตัวหรั่นอี้ยิ่งนักจากนั้นมา ทั้งคู่ยังมีโอกาสได้เดินหมากสนทนากันอยู่เนืองๆความประทับใจที่ท่านราชครูมีต่อหรั่นอี้ก็ยิ่งทวีความลึกล้ำยิ่งขึ้นไปอีก
ท่านราชครูผู้มีสายตากว้างไกลมองเห็นอนาคตอันรุ่งโรจน์ของหรั่นอี้ จึงรีบคว้าโอกาสสอบถามเื่คู่ครองของเขาอย่างไม่รีรอพอได้รู้ว่าขุนนางหนุ่มอนาคตไกลเช่นนี้ยังไม่ได้หมั้นหมายกับบุตรสาวตระกูลใดจึงตัดสินใจยกบุตรสาวคนเดียวให้หรั่นอี้ทันที
แรกเริ่มหรั่นอี้รู้สึกอึดอัดใจกับความหวังดีของท่านราชครูแต่พอได้พบกับบุตรสาวของท่านราชครูผู้นี้ครั้งหนึ่ง ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป
แม้นางจะยังไม่ใช่สตรีที่เขามีใจปฏิพัทธ์ด้วยแต่นางก็เป็สตรีหัวอ่อนว่าง่ายที่เขาสามารถควบคุมได้อย่างง่ายดาย
สตรีเช่นนี้แม้ว่าเขาจะแต่งนางเป็ภรรยาเอกแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหากเขาจะรับสตรีอีกคนเข้าจวนมาพร้อมกันดังนั้นเขาจึงได้ทูลขอสมรสพระราชทานจากองค์หวงตี้เพื่อแสดงความจริงใจให้ท่านราชครูได้เชื่อมั่นว่าตนจะดูแลบุตรสาวของเขาเป็อย่างดี
ก่อนแต่งงานสองวัน หรั่นอี้หาโอกาสนัดพบ‘หนิงจิ้ง’ ผู้เป็คู่หมั้นเพื่อบอกกล่าวความ้าของตนให้นางได้เตรียมใจล่วงหน้าเอาไว้ก่อนและนางก็เป็เช่นที่เขาคาด ไม่เรียกร้องสิ่งใดเพียงนั่งฟังอย่างสงบและยอมรับทุกความ้าของเขา หากแต่นางมีข้อแม้เพียงสองข้อนั่นคือ ขอให้สตรีนางอื่นของเขาอย่าได้เข้ามายุ่มย่ามกับนางกรณีใดๆ และอย่าได้จำกัดอิสระในการใช้ชีวิตของนางหากเขายอมรับปาก นางก็ยินดีที่จะเป็ภรรยาเอกของเขาอย่างเรียบๆ ร้อยๆ เช่นกัน
ข้อแม้ของนางมิได้ยากเย็นหรือเกินจะรับได้ดังนั้นเขาจึงยอมรับปากนางแต่โดยดี เพราะสตรีอีกนางนั้น อย่างไรเสียเขาก็ต้องรับนางเข้าจวนมาให้ได้ถึงแม้ว่าภรรยาเอกผู้นี้จะไม่ยินยอมก็ตาม
ท่ามกลางแเื่ภายในงานมงคลอันครึกครื้นในห้องโถงหลักแห่งนี้ ไม่มีใครรู้เลยว่าประตูข้างที่ลับตาคนของจวนรองเสนาบดีกรมยุติธรรมบัดนี้ได้มีเกี้ยวเล็กสีชมพูสี่คนหามเดินผ่านประตูเข้ามาสู่เรือนผิงอันที่ตกแต่งเอาไว้อย่างงดงามเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อเกี้ยวเล็กประดับผ้าโปร่งและม่านมุกวางลงหน้าเรือนสตรีงดงามเยาว์วัยนามว่าลั่วเหมยเซียงในชุดเลื่อมทองสีชมพูซึ่งบ่งบอกว่านางแต่งเข้ามาในฐานะอนุภรรยาแหวกม่านมุกลงมายืนสายตานางทอดมองไปยังบริเวณเรือนส่วนหน้าอันครึกครื้นความริษยาสายหนึ่งพาดผ่านแววตาก่อนเลือนหายไปอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครทันมองเห็นได้ชัดเจน
รอก่อนเถิด สักวันตำแหน่งภรรยาเอกนั้น ข้าจะแย่งชิงมันมาให้จงได้!
ล่วงเข้ายามจื่อประตูเรือนผิงเหยาอันเป็เรือนหอที่หรั่นอี้เตรียมเอาไว้สำหรับภรรยาเอกเช่นหนิงจิ้งได้ต้อนรับเ้าบ่าวที่หน้าตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราเข้ามา
แม้ห้องหอจะประดับอักษรมงคลสีแดงชาดดูงดงามโดดเด่นแต่สิ่งเหล่านี้ไหนเลยจะจับตาจับใจไปได้มากกว่าเ้าสาวในชุดมงคลงดงามหรูหราที่นั่งรออยู่บนเตียง
ร่างเล็กบอบบางนั่งรออย่างสงบใบหน้าที่ยังมีผ้าคลุมศีรษะก้มลงน้อยๆ คล้ายกำลังเอียงอายและเฝ้ารอ
หรั่นอี้มองเ้าสาวอย่างด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ใบหน้าที่แดงก่ำเล็กน้อยแฝงความมึนเมานั้นไม่อาจกลบแววตาที่ยังคงกระจ่างชัดของเขาเอาไว้ได้เลย แม้สติจะพร่าเลือนด้วยฤทธิ์น้ำเมาเพียงใดแต่เขาก็รู้ดีว่ายังมีขั้นตอนสำคัญตามธรรมเนียมที่เขาจำต้องปฏิบัติตาม
ฝีเท้าหรั่นอี้ก้าวย่างอย่างมั่นคงไม้คันชั่งที่วางอยู่ด้านข้างถูกยกขึ้นเลิกผ้าคลุมหน้าเ้าสาวอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาไม่ได้ปรายตามองเ้าสาวแม้สักสายตาจากนั้นจึงเดินไปยังโต๊ะกลางห้องซึ่งวางไว้ด้วยกาและจอกสุรามงคล
สุราพระราชทานถูกรินลงจอกเล็กทั้งสองใบเขายกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวแล้วก้าวออกไปจากห้องหออย่างรวดเร็วไร้ซึ่งคำพูดใดต่อเ้าสาวที่ยังคงนั่งนิ่งแม้เพียงครึ่งคำ
แต่ในความเป็จริงแล้ว ใครบ้างเล่าจะรู้ว่าที่เขาไม่มองหน้าหนิงจิ้งภรรยาหมาดๆ ของตนเลยนั้นล้วนเป็เพราะความละอายใจที่เขามีต่อนางทั้งสิ้น
หนิงจิ้งมองตามหลังสามีใหม่แกะกล่องของตนที่จากไปอย่างเ็าตาปริบๆในใจบอกไม่ถูกว่าตนกำลังรู้สึกเช่นไร ั์ตาหงเรียวรีหันมองจอกสุรามงคลของตนที่ยังวางไว้บนโต๊ะอย่างหดหู่ใจ
“เหอะ มีโอกาสได้แต่งงานกับเขาทั้งทีเ้าบ่าวดันเป็พวกไร้หัวใจไปเสียได้นะเรา เฮ้ออออ... อยากกลับบ้านจัง”
หนิงจิ้งคิดพลางลุกขึ้นถอดชุดเ้าสาวรุ่มร่ามอันหนักอึ้งออกพลางบ่นพึมพำ
“คนสมัยนี้ก็ช่างแปลกกันเสียจริงชุดหนักขนาดนี้ก็ยังอุตส่าห์ใส่กันได้ คิดถึงเสื้อยืดกางเกงยีนส์จังจะมีโอกาสได้กลับไปใส่อีกไหมน้ออออ...”
หญิงสาวถอดชุดอันซับซ้อนออกจากตัวอย่างทุลักทุเลพยายามอยู่พักใหญ่ทั้งชุดและเครื่องประดับบนศีรษะจึงได้หลุดพ้นไปจากร่างของนางเสียทีเงาสะท้อนที่ปรากฏในคันฉ่องทำให้นางต้องจุ๊ปากอย่างขัดใจ
“มีความสามารถกันจริงๆ คนหน้าตาดีๆคนหนึ่ง ยังถูกจับให้แต่งหน้าเป็ผีไปเสียได้ ยุคนี้ Cleansing ก็ไม่มีเครื่องสำอางนี่ปลอดภัยรึเปล่าก็ไม่รู้ ต่อไปจะมีโอกาสเป็มะเร็งไหมเนี่ยเฮ้ออออ... คิดถึงบ้านจัง”
หนิงจิ้งบ่นอุบอิบพลางทอดถอนใจอยู่ไม่เลิกราหากแต่นางก็รู้ดีว่าตนคงต้องติดอยู่ที่นี่ตลอดไปตามที่ได้ตกลงแลกเปลี่ยนกับหนิงจิ้งนุ่มนิ่มเอาไว้นั้นแล
“เออแน่ะ นี่ยังอนาถได้อีกไหมเนี่ยสาวใช้สักคนก็ไม่มี อีตาสามีคนนี้นี่ยังไงกันนะรู้หรอกว่าต้องปิดเื่ทิ้งเมียหลวงไปหาเมียน้อยน่ะแต่มันจะลำบากเมียหลวงไปหน่อยไหม? ฮึ่ย! บ่นไปก็เท่านั้น อ่างล้างหน้าคงไม่ลอยมาเองหรอกเนอะ”
ทั้งที่รู้ว่าบ่นไปก็ไม่มีประโยชน์แต่หนิงจิ้งก็รู้สึกว่าคืนแต่งงานของตนทั้งที บรรยากาศมันไม่ควรจะเงียบเหงาเกินไปและการบ่นคนเดียวเช่นนี้ก็พอจะได้ผลอยู่บ้างเหมือนกัน
จัดการตัวเองจนเรียบร้อยแล้วหนิงจิ้งก็คลานขึ้นเตียงผ้าห่มสีแดงมงคลปักลวดลายยวนยางเล่นน้ำ อันหมายถึงความรักใคร่ปรองดองของคู่สามีภรรยาถูกนางตวัดออกคลี่คลุมกายก่อนหลับตาก็ยังให้กำลังใจตัวเองอีกคำรบหนึ่ง
“เอาวะชีวิตไม่สิ้นก็ยังต้องดิ้นกันต่อไป หญิงแกร่งอย่างเราเื่แค่นี้จะนับเป็อะไรได้ พรุ่งนี้ยังมีเื่สนุกรออยู่อีกเยอะเพราะงั้นต้องพักเอาแรงให้เต็มที่เสียก่อน ที่สำคัญพรุ่งนี้ก็ครบสามวันแล้วสินะมาดูกันว่าพรของไอ้เด็กยมทูตนั่นจะเป็อะไร ฮิฮิ”
ที่สุดแล้ว คืนเข้าหออันมีค่าพันตำลึงทองของหนิงจิ้งนี้ก็จบลงด้วยการที่นางหลับไปด้วยความคาดหวังที่มีต่อรุ่งอรุณวันใหม่
ยามนี้นางไม่รู้เลยสักนิดว่าเื่สนุกที่รออยู่นั้นจะกลายเป็ความวุ่นวายขนานใหญ่เื่หนึ่ง
ณ เรือนผิงอัน เรือนหลังเล็กกะทัดรัดหากแต่ตกแต่งเอาไว้อย่างงดงาม
ยามค่ำคืนเช่นนี้เมื่อย่างเท้าเข้าประตูเรือนก็สามารถเสพรับกลิ่นหอมของมวลหมู่บุปผาที่เบ่งบานรับน้ำค้างยามดึกได้แล้ว ความพิถีพิถันที่แสดงออกอย่างไม่ตั้งใจนี้กลับแสดงให้ทุกคนในจวนรับรู้ว่า ตำแหน่งแห่งที่ของสตรีเ้าของเรือนในใจของผู้เป็นายนั้นอยู่ในตำแหน่งใด
หรั่นอี้ถือโคมกระจกมาเยือนเรือนผิงอันโดยไร้บ่าวรับใช้ข้างกายในใจเขายังคงมีเื่ให้ไตร่ตรองและกังวลอีกมากมายดังนั้นเขาจึงตระหนักดีว่าเื่บางเื่ก็ควรรีบชี้แจงทำความเข้าใจกับหญิงสาวเ้าของเรือนให้ชัดเจนเสียก่อนจึงจะดีก่อนที่จะมีเื่ยุ่งยากและวุ่นวายตามมากวนใจในภายหลัง
“นายท่าน!”
ซ่งมามาบ่าวหญิงาุโที่ยืนเฝ้าหน้าประตูเห็นเ้านายใหญ่ของจวนมาเยือนในยามนี้ก็ทั้งตื่นตระหนกทั้งยินดี ก่อนหน้านี้นางยังรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็ธรรมอยู่บ้างที่ถูกจัดให้มาคอยปรนนิบัติอนุภรรยาผู้หนึ่ง
หากแต่การกระทำของนายท่านในคืนสำคัญเช่นนี้ทำให้นางเริ่มเปลี่ยนความคิดขึ้นมาบ้างแล้วดังนั้นนางจึงรีบนำสาวใช้รุ่นเล็กที่เพิ่งรับเข้าจวนมาเมื่อไม่กี่วันก่อนคารวะหรั่นอี้ทันที
“นายท่าน ดีจริงๆเ้าค่ะที่ท่านมาเสียที อี๋เหนียงยังรอนายท่านอยู่เลยเ้าค่ะบ่าวเกลี้ยกล่อมให้อี๋เหนียงเข้านอนโดยเร็วแต่นางก็ไม่ฟัง บ่าวเห็นว่าเป็คืนนี้เป็คืนมงคลของนายท่านกับฟูเหรินนายท่านคงมาที่นี่ไม่ได้ แต่อี๋เหนียงก็ยังดึงดันเฝ้ารอคิดไม่ถึงว่านายท่านจะมาจริงๆ”
ซ่งมามากุลีกุจอเปิดประตูอย่างเอาใจพลางจับสังเกตสีหน้าของผู้เป็นาย เมื่อเห็นว่าเขาชะงักคล้ายรับฟังนาง ก็ยิ่งมั่นใจว่าการคาดเดาของนางไม่น่าจะผิดพลาด
นายท่านใส่ใจลั่วอี๋เหนียงผู้นี้มากจริงๆ
หรั่นอี้ส่งเสียงรับคำในลำคอคำหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจแล้วจึงก้าวเข้าไปด้านในพลางสั่งการออกไป
“พวกเ้าถอยออกไปให้หมดไม่ต้องคอยอยู่รับใช้แล้ว หาก้าใช้คนจะสั่นกระดิ่งเรียกเอง”
ซ่งมามาตาลุกวาวเข้าใจความนัยทันทีว่าผู้เป็นาย้าใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังนางรีบปิดประตูแล้วเดินนำสาวใช้เ่าั้ออกไปทันที
ประตูปิดลงแล้วหรั่นอี้หลับตาสูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับสตรีที่นับว่าคุ้นเคยกันดีด้วยจิตใจหนักแน่นมั่นคง
เื้ัม่านมุกยาวระพื้นมองเห็นได้รำไรว่ายังมีร่างบอบบางเอนกายอ่านหนังสือรออยู่บนเตียงซึ่งปูผ้าสีชมพูอ่อนจางนางสวมชุดกลางสีชมพูบางเบา ตรงชายขอบปักลวดลายดอกเบญจมาศดอกเล็กๆ อย่างประณีตงดงามเห็นได้ชัดว่านี่คือชุดที่ร้านซึ่งมีฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองหลวงตระเตรียมเอาไว้เพื่อนางในคืนนี้โดยเฉพาะ
หรั่นอี้ทอดมองเงาร่างนั้นด้วยสายตาซับซ้อนวูบหนึ่งกลับเกิดความรู้สึกลังเลและเสียใจขึ้นมารางๆเมื่อนึกถึงหญิงสาวอีกคนผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็ภรรยาเอกของตนคาดว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้คงจะกลายเป็ความรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตของเขาแล้ว
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเื่ของลั่วเหมยเซียงนั้นเขาก็ยังไม่อาจเมินเฉยได้จึงได้แต่ปล่อยให้เื่ราวดำเนินไปในรูปแบบเช่นนี้ หวังเพียงแต่ว่าเขาจะสามารถจัดการเื่ราวทั้งหมดให้ถูกต้องอย่างที่ควรจะเป็ในเวลาไม่นานนัก
ขณะที่หรั่นอี้ยังคงจมอยู่กับความรู้สึกของตัวเองนั้นลั่วเหมยเซียงก็กำลังกระหยิ่มใจด้วยความลำพอง
เสียงพูดคุยหน้าประตูเมื่อครู่นางย่อมได้ยินทั้งหมดแล้วในใจจึงยิ่งยินดีปรีดาหาใดเปรียบ เมื่อผู้เป็สามีถึงกับละทิ้งภรรยาเอกผู้สูงศักดิ์มาร่วมหอกับนางในคืนสมรสพระราชทานเช่นนี้ได้แสดงว่าคำพูดของนางยังคงมีอิทธิพลต่อเขาอยู่มากเป็แน่
ขณะที่คิดว่าจะแสร้งทำเป็ง่วงเหงาหาวนอนแล้วบังเอิญทำหนังสือหลุดมือนั้นเองน้ำเสียงซึ่งเฉยเมยอย่างถึงที่สุดของหรั่นอี้ก็พลันดังขึ้น ทำให้ความยินดีและความลำพองใจของนางสลายไปในพริบตา
“คืนนี้ข้าจะนอนที่ตั่งเล็กด้านนอกเ้ากำลังตั้งครรภ์ ควรถนอมตัวเองให้มากหนังสือเ่าั้เก็บไว้อ่านต่อพรุ่งนี้เถิดอีกอย่างพรุ่งนี้เ้าต้องเข้าไปยกน้ำชาให้ฟู เหรินแต่เช้า เ้าต้องวางตัวให้ดี เกรงใจนางให้มาก อย่าได้สร้างความขุ่นข้องหมองใจแก่นางอย่าลืมว่าชีวิตภายในจวนของเ้าในภายภาคหน้าจะเป็เช่นไรล้วนขึ้นอยู่กับคำพูดของฟู เหรินทั้งสิ้น!”