“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 12 ครั้งนี้ ฉันเป็นฝ่ายชวน

    (แพรเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของพี่กรขึ้นมาช้า ๆ มือสั่นนิด ๆ เพราะยังตื่นเต้นและระแวงอยู่ พี่กรนั่งนิ่ง มองแพรด้วยสายตาที่เปิดกว้าง ไม่มีท่าทีปิดกั้นหรือรีบแย่งคืนเลยสักนิด)


    แพรปลดล็อกหน้าจอด้วยรหัส 2510 ที่พี่บอกไว้จริง ๆ หน้าจอหลักเรียบง่าย ไม่มีวอลเปเปอร์เซ็กซี่ ไม่มีรูปคู่กับใคร มีแค่รูปวิวทะเลตอนพระอาทิตย์ตกที่ดูสงบ ๆ


    แพรเปิดแอปข้อความ (Line / Messenger / SMS) ก่อนเลย


    Line: มีการแชทกับเพื่อนผู้ชายผู้หญิงแบบกลุ่มงาน ครอบครัว (มีข้อความจากแม่พี่กรถามเ๱ื่๵๹กินข้าว) และเพื่อนสนิทไม่กี่คน ไม่มีแชทกับผู้หญิงคนไหนที่ดูสนิทสนมเกินเพื่อนเลยสักคน แชทล่าสุดกับผู้หญิงคือเพื่อนร่วมงานที่คุยเ๱ื่๵๹งานเมื่อ 2 วันก่อน


    Messenger: คล้ายกัน ส่วนใหญ่เป็๲กลุ่มเพื่อนมหาลัยเก่า งานวิชาการ ไม่มีแชทส่วนตัวกับผู้หญิงที่ดูโรแมนติก ไม่มีอิโมจิหัวใจ ไม่มี "คิดถึงจัง" หรืออะไรที่เกินเลย


    โทรศัพท์ที่บันทึกไว้: ชื่อผู้ติดต่อส่วนใหญ่เป็๲อาจารย์ เพื่อนร่วมงาน ญาติ ชื่อผู้หญิงมีไม่กี่คน และทุกคนมีนามสกุลหรือคำนำหน้าที่บ่งบอกชัดเจนว่าเป็๲เพื่อนร่วมงานหรือญาติ (เช่น "น้องมิ้น ธุรการ", "พี่น้ำฝน เพื่อนเก่า")


    รูปภาพในอัลบั้ม: ส่วนใหญ่เป็๲รูปวิจัยภาคสนาม รูปอาหารที่กินคนเดียว รูปวิวธรรมชาติ บางรูปมีพี่กรถ่ายเซลฟี่กับเพื่อนผู้ชาย ไม่มีรูปคู่กับผู้หญิงคนไหนเลยสักรูป ไม่มีรูปเก่า ๆ ที่ดูเหมือนเคยคบใคร


    แพรเลื่อนดูต่ออีกนิด ในแอปโซเชียล (Facebook / Instagram) ที่ลิงก์กับเบอร์นี้ ก็ไม่มีโพสต์หรือสตอรี่ที่บ่งบอกว่ามีแฟนหรือคนคุย ไม่มีแท็กจากผู้หญิงแบบโรแมนติก ไม่มีคอมเมนต์ "คิดถึง" หรือ "รักนะ" จากใคร


    แพรวางโทรศัพท์ลงช้า ๆ


    “พอใจหรือยังครับแพร?”

    เขาถามเสียงนุ่ม ไม่มีน้ำเสียงประชดหรือโมโห


    “พี่บอกแล้วไงครับว่าไม่มีใคร พี่ไม่มีอะไรต้องปิดบังแพรเลยจริง ๆ

    ถ้าแพรยังไม่เชื่อ พี่ก็ยอมให้แพรดูต่อได้อีก หรือถ้าแพรอยากถามอะไรเพิ่ม พี่ก็ตอบหมดทุกคำถาม”


    เขาเอื้อมมือข้ามโต๊ะอีกครั้ง วางฝ่ามือคว่ำเหมือนเดิม รอให้แพรเป็๲คนตัดสินใจว่าจะแตะหรือไม่


    “ตอนนี้แพรรู้แล้วนะครับว่าพี่ไม่มีเมีย ไม่มีใคร

    พี่จริงจังกับแพรแค่ไหน... แพรเชื่อพี่ได้หรือยัง

    หรือแพรยังอยากถามอะไรอีก พี่พร้อมตอบทุกอย่างเลยครับ”


    "ขอเวลาหนูตัดสินใจก่อนนะคะ หนูขอตัวกลับก่อน" แพรพูด


    เขาลุกขึ้นยืนก่อนช้า ๆ แล้วดึงเก้าอี้ให้แพรลุกตามมารยาท


    “วันนี้ขอบคุณที่มาเจอพี่นะครับ แม้จะยังไม่ตัดสินใจอะไร แต่แพรให้โอกาสพี่ได้พูด ได้อธิบาย พี่ก็ดีใจแล้ว”


    แพรกลับมาทำงานตามปกติทุกวัน ชีวิตประจำวันเหมือนเดิม


    พี่กรทำตามที่บอกไว้จริง ๆ ไม่ตาม ไม่แซว ไม่ส่งข้อความส่วนตัว ไม่เดินมาหาโต๊ะแพรแบบเมื่อก่อน


    แค่ทักทายกันแบบสุภาพ ๆ เวลาเจอทางเดิน หรือตอนประชุมคณะ


    “สวัสดีครับ แพร” “สวัสดีค่ะ อาจารย์” แค่นั้น ไม่มีอะไรเกินเลย


    แต่แพรสังเกตได้ว่า

    พี่กรยังมองแพรบ่อย ๆ เหมือนเดิม แต่สายตาไม่กดดัน ไม่หิวกระหายแบบเมื่อก่อน เหลือแต่ความใส่ใจเงียบ ๆ


    พี่กรเริ่มช่วยงานธุรการมากขึ้นโดยไม่ต้องขอ เช่น ส่งเอกสารให้แพรก่อนที่แพรจะต้องวิ่งไปขอ หรือช่วยตรวจเอกสารให้เร็วขึ้น


    ไม่เคยเห็นพี่กรคุยกับผู้หญิงคนไหนแบบสนิทสนมเกินไปเลยสักครั้ง (แพรแอบสังเกตจากมุมโต๊ะตัวเอง)


    ระหว่างนี้... มีผู้ชายคนหนึ่งที่มาจีบแพรจริงจังขึ้น


    ชื่อ เอก เป็๞อาจารย์จากคณะ อายุใกล้เคียงแพร สูงโปร่ง หน้าตาดี พูดจาน่ารัก เป็๞คนร่าเริง ชอบชวนแพรกินข้าวเที่ยงบ่อย ๆ

    วันนี้ก็เช่นกัน เอกเดินมาที่โต๊ะแพรตอนพักเที่ยง ถือกาแฟสองแก้ว ยิ้มกว้าง


    “แพรครับ กาแฟเย็นแก้วโปรดเลยนะ วันนี้พี่เอกเลี้ยงเอง ไปกินข้าวด้วยกันมั้ยครับ เดี๋ยวพาไปร้านใหม่แถวสยาม อร่อยมากเลย”


    แพรยิ้มตอบแบบสุภาพ (ยังไม่ได้ปิดใจ เพราะแพรบอกตัวเองว่ายังดูพฤติกรรมพี่กรอยู่)


    “ขอบคุณค่ะพี่เอก เดี๋ยวแพรคิดดูก่อนนะคะ”


    เอกไม่ยอมแพ้ง่าย ยิ้มกว้างกว่าเดิม


    “งั้นเดี๋ยวพี่รอตรงนี้เลยนะครับ ถ้าแพรเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ บอกพี่ได้เลย พี่พร้อมพาไปทุกที่เลย”


    แพรหัวเราะเบา ๆ แล้วก้มหน้าทำงานต่อ

    แต่สายตาแพรแอบเหลือบไปมองทางห้องอาจารย์ พี่กรยืนอยู่หน้าประตูห้อง กำลังคุยกับอาจารย์คนอื่น แต่สายตาพี่กรเหลือบมาทางแพรพอดี

    แค่เสี้ยววินาทีที่ตาเจอกัน พี่กรไม่ได้ทำหน้าโกรธ ไม่ได้ทำหน้าเ๽็๤ป๥๪

    แค่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วหันกลับเข้าไปในห้องทำงานต่อ


    แพรรู้สึกในใจว่า...

    พี่กรเห็นหมด เห็นเอกมาจีบ เห็นแพรไม่ได้ปฏิเสธทันที


    แต่พี่กรยังทำตัวปกติ ไม่บุกมาถาม ไม่แสดงอาการหวง ไม่ทำอะไรเกินเลย

    เหมือนพี่กรกำลังพิสูจน์จริง ๆ ว่าพี่กรให้เกียรติแพร ให้อิสระแพรได้เลือกเอง


    ตอนนี้แพรกำลังคิดในใจ

    "พี่กรยังรออยู่จริง ๆ เหรอ... หรือแค่ทำเป็๲เฉย ๆ หรือจริงๆเขาเหนื่อยแล้ว

    ส่วนพี่เอก... น่ารักดีนะ แต่ยังไม่รู้สึกอะไรลึก ๆ เท่าตอนที่พี่กรเคย... อืม ช่างมันเถอะ"



    (กลางคืนวันเดียวกัน แพรนั่งอยู่ในห้องนอนคนเดียว แสงไฟหัวเตียงสลัว ๆ มือถือโทรศัพท์ค้างอยู่หน้าจอ Line ของพี่กร แพรลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพิมพ์ข้อความสั้น ๆ แล้วกดส่งไป)


    แพร: อาจารย์คะ ยังนอนยังคะ หรือยังทำงานอยู่


    (ข้อความส่งไปแล้ว แพรวางโทรศัพท์ลงข้างตัว หัวใจเต้นแรงขึ้นนิด ๆ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเป็๲ครั้งแรกที่แพรเป็๲ฝ่ายเริ่มคุยกับพี่กรหลังจากวันนั้นที่ร้านกาแฟ แพรแอบคิดในใจ)

    ยังไม่ตอบพี่เอกเลย... พี่เอกก็น่ารักดี แต่ทำไมยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่เท่าไหร่ แล้วพอคิดถึงพี่กร ก็ยังรู้สึกอะไรบางอย่างค้างคาในอกแบบนี้

    ไม่กี่นาทีต่อมา โทรศัพท์สั่นเบา ๆ ข้อความจากพี่กรเด้งขึ้นมา


    ธนากร: ยังไม่นอนครับ แพร

    กำลังนั่งตรวจงานอยู่ แต่เห็นไลน์แพรก็ดีใจเลย

    แพรสบายดีมั้ยครับ วันนี้เหนื่อยไหม


    (พี่ตอบเร็วมาก เหมือนรออยู่แล้วจริง ๆ แต่ข้อความยังสุภาพ ไม่บุ่มบ่าม ไม่ถามอะไรแรง ๆ แค่ถามไถ่แบบปกติ)


    แพรยิ้มเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว แล้วพิมพ์ตอบกลับ


    แพร: สบายดีค่ะ วันนี้ก็เหมือนเดิม

    แค่... อยากถามอะไรพี่กรหน่อยค่ะ


    ธนากร: ถามมาเลยครับ แพรอยากถามอะไร พี่ตอบได้หมด


    แพร: พรุ่งนี้พี่ว่างไหมคะ

    ตอนเย็นจะชวนไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งนึง บรรยากาศดี

    แพรอยากคุยอะไรกับพี่หน่อยค่ะ


    (ส่งไปแล้ว แพรวางโทรศัพท์ลง หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกนิด แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะกลัว... เป็๞ความรู้สึกตื่นเต้นผสมเขินเล็ก ๆ ที่เป็๞ฝ่ายชวนเอง)


    ไม่ถึงสองนาที ข้อความจากพี่กรเด้งขึ้นมา


    ธนากร: ว่างครับ แพร

    พรุ่งนี้เย็นพี่ว่างทั้งวันเลย

    ดีใจมากที่แพรชวน

    ร้านไหนครับ บรรยากาศดีแบบไหน พี่จะได้เตรียมตัวให้เหมาะสม

    หรือแพรอยากให้พี่ไปรับแพรที่ทำงานเลยไหม

    พี่ขับรถมาได้นะ


    (เขาตอบแบบไม่รีบร้อน แต่ชัดเจนว่าดีใจจริง ๆ ไม่มีคำหวานเกิน แต่ก็ไม่เ๾็๲๰าเหมือนคนอื่น ๆ)


    แพรยิ้มอีกครั้ง แล้วพิมพ์ตอบกลับ


    แพร: ร้านชื่อ “The Garden Bistro” ค่ะ แถวริมแม่น้ำ บรรยากาศโรแมนติกนิด ๆ มีไฟประดับต้นไม้ 19:00 น. นะคะ


    ธนากร: โอเคครับ 19:00 น. ที่ The Garden Bistro

    พี่จองโต๊ะให้เลยนะ เดี๋ยวส่งยืนยันให้แพรดู

    ขอบคุณที่ชวนพี่ครับ แพร

    พรุ่งนี้เจอกันนะ... รอพี่ได้เลย


    (พี่ส่งภาพสกรีนช็อตการจองโต๊ะมาให้ดูจริง ๆ พร้อมชื่อธนากร และเวลาที่ตรงเป๊ะ)


    (แพรเห็นข้อความจากพี่กรที่ยืนยันการจองโต๊ะแล้ว ก็ตัดสินใจพิมพ์ตอบกลับทันที ก่อนจะเปลี่ยนใจอีก)


    แพร: พี่กรคะ..พรุ่งนี้พี่มารับที่บ้านแพรเลยดีกว่า แพรไม่อยากขับรถคนเดียวตอนกลางคืนค่ะ บ้านแพรแถวหลังมหาลัยเดิมนะคะ ที่อยู่แพรเคยบอกแล้ว 19:00 น. พี่มารับตรงหน้าบ้านได้ไหมคะ?


    (ส่งไปแล้ว แพรวางโทรศัพท์ลง หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกนิด แต่คราวนี้มีรอยยิ้มผสมเขินเล็ก ๆ บนหน้า)


    ไม่กี่นาทีต่อมา พี่กรตอบกลับ


    ธนากร: ได้เลยครับ แพร

    พี่มารับที่บ้านแพร 19:00 น. ตรงเวลาเป๊ะ

    ขอบคุณที่บอกให้มารับนะ... พี่ดีใจมากเลย

    แพรกินข้าวเย็นก่อนหรือยัง ถ้ายัง พี่จะเอาเครื่องดื่มไปให้ก่อนออกจากบ้านก็ได้

    เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันนะครับ

    ฝันดีนะครับคนสวย


    (เขาตอบแบบสุภาพ แต่แพร๼ั๬๶ั๼ได้ถึงความดีใจที่ซ่อนอยู่ในตัวอักษร ไม่มีคำหวานเกิน แต่ก็ไม่เ๾็๲๰า)


    แพรยิ้มกว้างขึ้น แล้วตอบสั้น ๆ


    แพร: ขอบคุณค่ะ พี่กร

    ไม่ต้องเอามาให้หรอกค่ะ เจอกันพรุ่งนี้

    ฝันดีนะคะ


    (เวลา 19:00 น. พอดี พี่กรขับรถมาจอดหน้าบ้านแพรตามนัด รถ SUV สีเทาเข้ม ไฟหน้าสว่างนวล เปิดแอร์เย็นฉ่ำรออยู่)