(แพรเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของพี่กรขึ้นมาช้า ๆ มือสั่นนิด ๆ เพราะยังตื่นเต้นและระแวงอยู่ พี่กรนั่งนิ่ง มองแพรด้วยสายตาที่เปิดกว้าง ไม่มีท่าทีปิดกั้นหรือรีบแย่งคืนเลยสักนิด)
แพรปลดล็อกหน้าจอด้วยรหัส 2510 ที่พี่บอกไว้จริง ๆ หน้าจอหลักเรียบง่าย ไม่มีวอลเปเปอร์เซ็กซี่ ไม่มีรูปคู่กับใคร มีแค่รูปวิวทะเลตอนพระอาทิตย์ตกที่ดูสงบ ๆ
แพรเปิดแอปข้อความ (Line / Messenger / SMS) ก่อนเลย
Line: มีการแชทกับเพื่อนผู้ชายผู้หญิงแบบกลุ่มงาน ครอบครัว (มีข้อความจากแม่พี่กรถามเื่กินข้าว) และเพื่อนสนิทไม่กี่คน ไม่มีแชทกับผู้หญิงคนไหนที่ดูสนิทสนมเกินเพื่อนเลยสักคน แชทล่าสุดกับผู้หญิงคือเพื่อนร่วมงานที่คุยเื่งานเมื่อ 2 วันก่อน
Messenger: คล้ายกัน ส่วนใหญ่เป็กลุ่มเพื่อนมหาลัยเก่า งานวิชาการ ไม่มีแชทส่วนตัวกับผู้หญิงที่ดูโรแมนติก ไม่มีอิโมจิหัวใจ ไม่มี "คิดถึงจัง" หรืออะไรที่เกินเลย
โทรศัพท์ที่บันทึกไว้: ชื่อผู้ติดต่อส่วนใหญ่เป็อาจารย์ เพื่อนร่วมงาน ญาติ ชื่อผู้หญิงมีไม่กี่คน และทุกคนมีนามสกุลหรือคำนำหน้าที่บ่งบอกชัดเจนว่าเป็เพื่อนร่วมงานหรือญาติ (เช่น "น้องมิ้น ธุรการ", "พี่น้ำฝน เพื่อนเก่า")
รูปภาพในอัลบั้ม: ส่วนใหญ่เป็รูปวิจัยภาคสนาม รูปอาหารที่กินคนเดียว รูปวิวธรรมชาติ บางรูปมีพี่กรถ่ายเซลฟี่กับเพื่อนผู้ชาย ไม่มีรูปคู่กับผู้หญิงคนไหนเลยสักรูป ไม่มีรูปเก่า ๆ ที่ดูเหมือนเคยคบใคร
แพรเลื่อนดูต่ออีกนิด ในแอปโซเชียล (Facebook / Instagram) ที่ลิงก์กับเบอร์นี้ ก็ไม่มีโพสต์หรือสตอรี่ที่บ่งบอกว่ามีแฟนหรือคนคุย ไม่มีแท็กจากผู้หญิงแบบโรแมนติก ไม่มีคอมเมนต์ "คิดถึง" หรือ "รักนะ" จากใคร
แพรวางโทรศัพท์ลงช้า ๆ
“พอใจหรือยังครับแพร?”
เขาถามเสียงนุ่ม ไม่มีน้ำเสียงประชดหรือโมโห
“พี่บอกแล้วไงครับว่าไม่มีใคร พี่ไม่มีอะไรต้องปิดบังแพรเลยจริง ๆ
ถ้าแพรยังไม่เชื่อ พี่ก็ยอมให้แพรดูต่อได้อีก หรือถ้าแพรอยากถามอะไรเพิ่ม พี่ก็ตอบหมดทุกคำถาม”
เขาเอื้อมมือข้ามโต๊ะอีกครั้ง วางฝ่ามือคว่ำเหมือนเดิม รอให้แพรเป็คนตัดสินใจว่าจะแตะหรือไม่
“ตอนนี้แพรรู้แล้วนะครับว่าพี่ไม่มีเมีย ไม่มีใคร
พี่จริงจังกับแพรแค่ไหน... แพรเชื่อพี่ได้หรือยัง
หรือแพรยังอยากถามอะไรอีก พี่พร้อมตอบทุกอย่างเลยครับ”
"ขอเวลาหนูตัดสินใจก่อนนะคะ หนูขอตัวกลับก่อน" แพรพูด
เขาลุกขึ้นยืนก่อนช้า ๆ แล้วดึงเก้าอี้ให้แพรลุกตามมารยาท
“วันนี้ขอบคุณที่มาเจอพี่นะครับ แม้จะยังไม่ตัดสินใจอะไร แต่แพรให้โอกาสพี่ได้พูด ได้อธิบาย พี่ก็ดีใจแล้ว”
แพรกลับมาทำงานตามปกติทุกวัน ชีวิตประจำวันเหมือนเดิม
พี่กรทำตามที่บอกไว้จริง ๆ ไม่ตาม ไม่แซว ไม่ส่งข้อความส่วนตัว ไม่เดินมาหาโต๊ะแพรแบบเมื่อก่อน
แค่ทักทายกันแบบสุภาพ ๆ เวลาเจอทางเดิน หรือตอนประชุมคณะ
“สวัสดีครับ แพร” “สวัสดีค่ะ อาจารย์” แค่นั้น ไม่มีอะไรเกินเลย
แต่แพรสังเกตได้ว่า
พี่กรยังมองแพรบ่อย ๆ เหมือนเดิม แต่สายตาไม่กดดัน ไม่หิวกระหายแบบเมื่อก่อน เหลือแต่ความใส่ใจเงียบ ๆ
พี่กรเริ่มช่วยงานธุรการมากขึ้นโดยไม่ต้องขอ เช่น ส่งเอกสารให้แพรก่อนที่แพรจะต้องวิ่งไปขอ หรือช่วยตรวจเอกสารให้เร็วขึ้น
ไม่เคยเห็นพี่กรคุยกับผู้หญิงคนไหนแบบสนิทสนมเกินไปเลยสักครั้ง (แพรแอบสังเกตจากมุมโต๊ะตัวเอง)
ระหว่างนี้... มีผู้ชายคนหนึ่งที่มาจีบแพรจริงจังขึ้น
ชื่อ เอก เป็อาจารย์จากคณะ อายุใกล้เคียงแพร สูงโปร่ง หน้าตาดี พูดจาน่ารัก เป็คนร่าเริง ชอบชวนแพรกินข้าวเที่ยงบ่อย ๆ
วันนี้ก็เช่นกัน เอกเดินมาที่โต๊ะแพรตอนพักเที่ยง ถือกาแฟสองแก้ว ยิ้มกว้าง
“แพรครับ กาแฟเย็นแก้วโปรดเลยนะ วันนี้พี่เอกเลี้ยงเอง ไปกินข้าวด้วยกันมั้ยครับ เดี๋ยวพาไปร้านใหม่แถวสยาม อร่อยมากเลย”
แพรยิ้มตอบแบบสุภาพ (ยังไม่ได้ปิดใจ เพราะแพรบอกตัวเองว่ายังดูพฤติกรรมพี่กรอยู่)
“ขอบคุณค่ะพี่เอก เดี๋ยวแพรคิดดูก่อนนะคะ”
เอกไม่ยอมแพ้ง่าย ยิ้มกว้างกว่าเดิม
“งั้นเดี๋ยวพี่รอตรงนี้เลยนะครับ ถ้าแพรเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ บอกพี่ได้เลย พี่พร้อมพาไปทุกที่เลย”
แพรหัวเราะเบา ๆ แล้วก้มหน้าทำงานต่อ
แต่สายตาแพรแอบเหลือบไปมองทางห้องอาจารย์ พี่กรยืนอยู่หน้าประตูห้อง กำลังคุยกับอาจารย์คนอื่น แต่สายตาพี่กรเหลือบมาทางแพรพอดี
แค่เสี้ยววินาทีที่ตาเจอกัน พี่กรไม่ได้ทำหน้าโกรธ ไม่ได้ทำหน้าเ็ป
แค่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วหันกลับเข้าไปในห้องทำงานต่อ
แพรรู้สึกในใจว่า...
พี่กรเห็นหมด เห็นเอกมาจีบ เห็นแพรไม่ได้ปฏิเสธทันที
แต่พี่กรยังทำตัวปกติ ไม่บุกมาถาม ไม่แสดงอาการหวง ไม่ทำอะไรเกินเลย
เหมือนพี่กรกำลังพิสูจน์จริง ๆ ว่าพี่กรให้เกียรติแพร ให้อิสระแพรได้เลือกเอง
ตอนนี้แพรกำลังคิดในใจ
"พี่กรยังรออยู่จริง ๆ เหรอ... หรือแค่ทำเป็เฉย ๆ หรือจริงๆเขาเหนื่อยแล้ว
ส่วนพี่เอก... น่ารักดีนะ แต่ยังไม่รู้สึกอะไรลึก ๆ เท่าตอนที่พี่กรเคย... อืม ช่างมันเถอะ"
(กลางคืนวันเดียวกัน แพรนั่งอยู่ในห้องนอนคนเดียว แสงไฟหัวเตียงสลัว ๆ มือถือโทรศัพท์ค้างอยู่หน้าจอ Line ของพี่กร แพรลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพิมพ์ข้อความสั้น ๆ แล้วกดส่งไป)
แพร: อาจารย์คะ ยังนอนยังคะ หรือยังทำงานอยู่
(ข้อความส่งไปแล้ว แพรวางโทรศัพท์ลงข้างตัว หัวใจเต้นแรงขึ้นนิด ๆ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเป็ครั้งแรกที่แพรเป็ฝ่ายเริ่มคุยกับพี่กรหลังจากวันนั้นที่ร้านกาแฟ แพรแอบคิดในใจ)
ยังไม่ตอบพี่เอกเลย... พี่เอกก็น่ารักดี แต่ทำไมยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่เท่าไหร่ แล้วพอคิดถึงพี่กร ก็ยังรู้สึกอะไรบางอย่างค้างคาในอกแบบนี้
ไม่กี่นาทีต่อมา โทรศัพท์สั่นเบา ๆ ข้อความจากพี่กรเด้งขึ้นมา
ธนากร: ยังไม่นอนครับ แพร
กำลังนั่งตรวจงานอยู่ แต่เห็นไลน์แพรก็ดีใจเลย
แพรสบายดีมั้ยครับ วันนี้เหนื่อยไหม
(พี่ตอบเร็วมาก เหมือนรออยู่แล้วจริง ๆ แต่ข้อความยังสุภาพ ไม่บุ่มบ่าม ไม่ถามอะไรแรง ๆ แค่ถามไถ่แบบปกติ)
แพรยิ้มเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว แล้วพิมพ์ตอบกลับ
แพร: สบายดีค่ะ วันนี้ก็เหมือนเดิม
แค่... อยากถามอะไรพี่กรหน่อยค่ะ
ธนากร: ถามมาเลยครับ แพรอยากถามอะไร พี่ตอบได้หมด
แพร: พรุ่งนี้พี่ว่างไหมคะ
ตอนเย็นจะชวนไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งนึง บรรยากาศดี
แพรอยากคุยอะไรกับพี่หน่อยค่ะ
(ส่งไปแล้ว แพรวางโทรศัพท์ลง หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกนิด แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะกลัว... เป็ความรู้สึกตื่นเต้นผสมเขินเล็ก ๆ ที่เป็ฝ่ายชวนเอง)
ไม่ถึงสองนาที ข้อความจากพี่กรเด้งขึ้นมา
ธนากร: ว่างครับ แพร
พรุ่งนี้เย็นพี่ว่างทั้งวันเลย
ดีใจมากที่แพรชวน
ร้านไหนครับ บรรยากาศดีแบบไหน พี่จะได้เตรียมตัวให้เหมาะสม
หรือแพรอยากให้พี่ไปรับแพรที่ทำงานเลยไหม
พี่ขับรถมาได้นะ
(เขาตอบแบบไม่รีบร้อน แต่ชัดเจนว่าดีใจจริง ๆ ไม่มีคำหวานเกิน แต่ก็ไม่เ็าเหมือนคนอื่น ๆ)
แพรยิ้มอีกครั้ง แล้วพิมพ์ตอบกลับ
แพร: ร้านชื่อ “The Garden Bistro” ค่ะ แถวริมแม่น้ำ บรรยากาศโรแมนติกนิด ๆ มีไฟประดับต้นไม้ 19:00 น. นะคะ
ธนากร: โอเคครับ 19:00 น. ที่ The Garden Bistro
พี่จองโต๊ะให้เลยนะ เดี๋ยวส่งยืนยันให้แพรดู
ขอบคุณที่ชวนพี่ครับ แพร
พรุ่งนี้เจอกันนะ... รอพี่ได้เลย
(พี่ส่งภาพสกรีนช็อตการจองโต๊ะมาให้ดูจริง ๆ พร้อมชื่อธนากร และเวลาที่ตรงเป๊ะ)
(แพรเห็นข้อความจากพี่กรที่ยืนยันการจองโต๊ะแล้ว ก็ตัดสินใจพิมพ์ตอบกลับทันที ก่อนจะเปลี่ยนใจอีก)
แพร: พี่กรคะ..พรุ่งนี้พี่มารับที่บ้านแพรเลยดีกว่า แพรไม่อยากขับรถคนเดียวตอนกลางคืนค่ะ บ้านแพรแถวหลังมหาลัยเดิมนะคะ ที่อยู่แพรเคยบอกแล้ว 19:00 น. พี่มารับตรงหน้าบ้านได้ไหมคะ?
(ส่งไปแล้ว แพรวางโทรศัพท์ลง หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกนิด แต่คราวนี้มีรอยยิ้มผสมเขินเล็ก ๆ บนหน้า)
ไม่กี่นาทีต่อมา พี่กรตอบกลับ
ธนากร: ได้เลยครับ แพร
พี่มารับที่บ้านแพร 19:00 น. ตรงเวลาเป๊ะ
ขอบคุณที่บอกให้มารับนะ... พี่ดีใจมากเลย
แพรกินข้าวเย็นก่อนหรือยัง ถ้ายัง พี่จะเอาเครื่องดื่มไปให้ก่อนออกจากบ้านก็ได้
เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันนะครับ
ฝันดีนะครับคนสวย
(เขาตอบแบบสุภาพ แต่แพรััได้ถึงความดีใจที่ซ่อนอยู่ในตัวอักษร ไม่มีคำหวานเกิน แต่ก็ไม่เ็า)
แพรยิ้มกว้างขึ้น แล้วตอบสั้น ๆ
แพร: ขอบคุณค่ะ พี่กร
ไม่ต้องเอามาให้หรอกค่ะ เจอกันพรุ่งนี้
ฝันดีนะคะ
(เวลา 19:00 น. พอดี พี่กรขับรถมาจอดหน้าบ้านแพรตามนัด รถ SUV สีเทาเข้ม ไฟหน้าสว่างนวล เปิดแอร์เย็นฉ่ำรออยู่)