และแล้วเวลาก็ผ่านมา 2 วันหลังจากเทียนคง ได้รับอนุญาตให้ทำการรักษาและประกาศว่าจะทำการรักษาผู้ป่วยที่โรงรักษา
“นี่ของที่เ้าให้ข้าช่วยสร้างให้ แต่เ้ามั่นใจรึ ว่าจะทำการรักษาได้โดยที่ไม่ใช้พลังในการรักษา” เซียนอิน นำเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆที่เทียนคง ไหว้วานให้ทำขึ้นมามอบให้กับเขาพร้อมกับถามไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ เพราะในยุคสมัยนี้การรักษาผู้ป่วยจะรักษาด้วยวิธีการใช้พลังงานมืดซ่อมแซมหรือสร้างส่วนต่างๆที่เจ็บป่วย จากผู้ฝึกพลังด้านการรักษา ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็หมอหรือแพทย์ในปัจจุบัน แต่ความสำเร็จและระดับของความเจ็บป่วยที่สามารถรักษาได้ก็ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญในการรักษา และระดับพลังของผู้รักษาด้วย อย่างเช่นในกรณีของชายวัยกลางคนนี้ แท้จริงแล้วก็ใช่ว่าจะไม่สามารถรักษาได้ เพียงแต่จะต้องเป็หมอที่มีพลังอย่างน้อยระดับสูงขึ้นไป จึงจะสามารถรักษาได้ จึงเป็ไปไม่ได้เลยที่หมอหรือผู้รักษาที่อยู่ที่โรงพยาบาลนี้จะสามารถรักษาเขาได้เพราะระดับพลังสูงสุดของหมอที่อยู่ที่นี่ก็เพียงระดับกลางขั้นสูงเท่านั้น
“ข้าทำได้แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้นด้วยอีกประมาณ 3 เดือน ถึงจะหายขาด” ระหว่างที่พูดคุยกับเซียนอิน เทียนคง ได้จัดวางเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆที่ได้จากเซียนอินให้เข้าที่เข้าทางและได้เชิญให้ชายวัยกลางคนที่ได้นัดหมายไว้เข้ามา
เซียนอินที่เห็นว่าเทียนคงมีความมั่นใจมาก ก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ หากว่ากันที่ระดับพลัง แน่นอนว่าเธอไม่สงสัยแม้แต่น้อย เพราะที่เธอเข้าใจ ระดับพลังของเทียนคงอย่างน้อยก็ระดับสูงขั้นสูง ซึ่งก็เกินพอที่จะรักษาอาการป่วยนี้ แต่เขาบอกว่าจะไม่ใช้พลัง เธอไม่เข้าใจว่าจะทำได้อย่างไร
“เชิญท่านอานอนลงตรงนี้ ข้าจะทำให้ท่านหลับไปประมาณ 5-6 ชั่วโมง และจะทำการผ่าตัดท่านเมื่อตื่นขึ้นมาท่านก็จะดีขึ้นแล้ว ท่านอนุญาตหรือไม่” เทียนคง เอ่ยกับชายวัยกลางคนถามไถ่ถึงความ้าของเขา
“ผ่าตัดวิธีโบราณน่ะหรือ ... ก็ได้ ตามที่ท่าน้า ท่านหมอ ได้โปรดช่วยข้าข้ายังมีลูกสาวที่ต้องดูแล ได้โปรด...”
ชายวัยกลางคน เมื่อได้ยินว่าหมอคนนี้ จะรักษาเขาด้วยวิธีโบร่ำโบราณที่เลิกใช้ และแทบจะถูกลืมเลือนไปแล้ว สีหน้าก็หม่นลงไป ความหวังที่เหมือนจะเห็นได้เลือนลาง พลันหายไปทันที เขาไม่คาดหวังอะไรอีก จึงพยักหน้ารับคำไป เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ไม่รอด อย่างไรก็คงไม่เลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว
“ท่านอา โปรดวางใจ ข้าจะทำให้ดีที่สุด”เทียนคง พยักหน้า พร้อมกับส่งพลังงานบางอย่างไปที่สมองของชายวัยกลางคนจากนั้นไม่นานเขาก็พลอยหลับไป
“เ้าจะดูข้ารักษารึ”เทียนคง เอ่ยกับเซียนอิน ที่ยังคงยืนดูเขาอยู่ไม่ละสายตา
“ใช่แล้วข้าอยากเห็นเ้ารักษา ว่าเ้าจะทำได้อย่างไร”
“แล้วแต่เ้าแล้วกันแต่ขออย่าได้รบกวนข้าเป็อันขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจำต้องใช้สมาธิในการควบคุมเครื่องมือและอุปกรณ์เหล่านี้เ้าเข้าใจหรือไม่”
“ได้ข้าเข้าใจ”
เมื่อทำความเข้าใจต่อเซียนอินแล้วอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งก็กางออกเป็ม่านบาง ๆ ครอบคลุมบริเวณที่เทียนคง และเตียงของชายวัยกลางคนไว้อย่างพอดีจากนั้น เทียนคงจึงเริ่มทำการผ่าตัด โดยเขาควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆโดยรอบอีก 4-5ชิ้นด้วยตนเองโดยการควบคุมระยะไกล และในระหว่างที่เทียนคงค่อย ๆตัดเอาก้อนเนื้อร้ายออกจากปอดก็ได้ทำการส่งพลังงานอันน้อยนิดผ่านใบมีดที่เขาถืออยู่ที่แม้แต่เซียนอินที่ยืนอยู่ข้าง ๆเพียง่แขนเดียวก็ไม่รู้สึกถึงพลังงานนั้นเขาค่อย ๆทำการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆของปอดระหว่างการเอาเนื้อร้ายออกทีละน้อย ๆ จนในที่สุดเนื้อร้ายทั้งหมดก็ถูกเอาออก
เพราะว่าปอดที่ถูกเนื้อร้ายกัดกินจนเป็มะเร็งระยะสุดท้าย ถึงแม้เทียนคงจะตัดเนื้อร้ายออกได้จนหมดแล้ว แต่หากปล่อยไว้แบบนี้ ยังไงผู้ป่วยก็ต้องตายอยู่ดี เพราะพลังชีวิตในการฟื้นตัวของผู้ป่วยไม่เพียงพอ ดังนั้นเขาจึงส่งพลังของเขาเข้าไปยังส่วนของปอดที่ถูกเนื้อร้ายกัดกิน เพราะว่าไม่้าให้ใครรู้ว่าเขาใช้พลังในการรักษาประกอบด้วย เทียนคงจึงใช้พลังในแต่ละครั้งน้อยมาก ๆ จึงจะทำให้คนอื่น ๆไม่สามารถรับรู้ถึงพลังที่ตกค้างในตัวผู้ป่วยได้
แต่ก็เพราะว่าเขาใช้พลังในการรักษาน้อยมาก ๆ สิ่งที่รักษาได้จึงเป็การปิดปากแผล และฟื้นฟูสภาพเซลล์ที่ยังไม่ตายให้กลับมาแข็งแรงและทำงานได้อย่างปรกติ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเป็กระบวนการฟื้นตัวโดยธรรมชาติของผู้ป่วยแล้ว
“นี่มันการรักษาแบบใดกันข้าเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก” เซียนอินอุทานอยู่ในใจ
และแล้วเวลาก็ผ่านไป6 ชั่วโมง ในที่สุดการผ่าตัดของเทียนคง ก็เสร็จสิ้นลง ชายวัยกลางคนลืมตาขึ้นช้า ๆพลันรู้สึกได้ว่าร่างกายที่เคยหนักอึ้ง หายใจติดขัด กลับดีขึ้นเป็อย่างมาก
“ท่านลุงข้าได้นำเนื้อร้ายออกจากปอดของท่านแล้ว และขอเพียงท่านพักฟื้นอีก 2-3 เดือนท่านก็จะกลับมาแข็งแรงดั่งเดิม” เทียนคง บอกกล่าวกับชายวัยกลางคนอย่างมั่นใจ
“นี่เ้ามีความรู้ในการรักษาด้วยวิธีเก่าแก่โบราณด้วยรึ”เซียนอินเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ
“เก่าแก่? โบราณ ? เหตุใดเ้าถึงได้บอกว่าวิธีการที่ข้าทำนั้นเก่าแก่ มิใช่ว่าเป็การรักษาโดยทั่วไปหรอกหรือ”
“เก่าแก่สิเพราะวิธีการรักษาโดยการเปิดปากแผลและรักษาอวัยวะภายในโดยตรงเป็วิธีการรักษา เมื่อกว่า 10,000 ปี ที่แล้ว ข้าเคยอ่านเจอในบันทึกโบราณเล่มหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบัน เราใช้วิธีการรักษาโดยการส่งผ่านพลังการรักษาเข้าไปจัดการอวัยวะภายในผ่านร่างกายผิวนอกซึ่งง่ายกว่ามาก และยังไม่ทำให้พลังชีวิตของผู้ป่วยลดลงด้วย”
“10,000ปี!! หมายความว่าอย่างไร ทักษะและองค์ความรู้ต่างๆในหัวของเราคือสิ่งที่ผ่านมาแล้วกว่า 10,000 ปีที่แล้วหรอกรึแล้วตัวข้าที่อยู่ที่นี่เกิดมาั้แ่เมื่อไรกัน เหตุใดถึงได้มีความรู้และทักษะ เมื่อ10,000 ปีที่แล้ว” เทียนคง ครุ่นคิดภายในใจ และแสดงท่าทีขบคิดอย่างหนัก
“นี่ปีศักราชที่เท่าไรแล้ว”เทียนคง เอ่ยถามกับเซียนอิน
“ศักราชแห่งพลังที่40,127 เ้าถามทำไมรึ”
“เปล่าไม่มีอะไร ข้าแค่นึกสงสัยบางอย่างเพียงเท่านั้น ให้ผู้ป่วยคนอื่นๆเข้ามารับการรักษาเถอะ” เทียนคง บอกปัดเซียนอินพร้อมเปลี่ยนเื่
ผ่านไป10 วัน เทียนคง ก็ทำการรักษาผู้ป่วยทั่วไประดับ 1-5 ที่อยู่ในโรงรักษาจนครบทุกคนรวมถึงชาวเมืองอื่น ๆที่ได้รับข่าวถึงการปรากฏตัวของหมอหนุ่มผู้แปลกประหลาดคนหนึ่ง ที่สามารถรักษาได้แทบทุกโรคภัย ต่างก็มาหาเทียนคงอย่างไม่ขาดสาย
ข่าวการรักษาของเทียนคงด้วยวิธีรักษาแบบโบราณ ได้กระจายไปทั่วทั้งเมือง เมืองข้างเคียง และในที่สุดข่าวก็ไปถึงนครวิหคครามนครผู้ปกครองเมืองทั้งหมดบนดาวเคราะห์ดวงนี้
นครวิหคคราม ภายในห้องโอ่อ่าห้องหนึ่ง มีเด็กหนุ่มและเด็กสาวสองคนกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรส ดูลักษณะห้อง และเสื้อผ้าที่ส่วมใส่ก็รู้ได้ว่าสองคนนี้นั้นเป็บุคคลระดับสูง หรือเชื้อพระวงศ์ของเ้านครนั่นเอง
“ไหเจินเ้าได้ยินข่าวการรักษาด้วยวิธีโบราณของชายที่ชื่อเทียนคง ที่เมืองประกายเงินบ้างหรือไม่”กัวซินเหยียน หนึ่งในบุตรีของตระกูลกัว ซึ่งเป็ตระกูลหลักที่ควบคุมดูแลนครวิหคครามเอ่ยถามกับ กัวไหเจิน องค์ชายสิบห้าของตระกูลกัวด้วยความสนอกสนใจเป็อย่างยิ่งเพราะนางเองก็เป็หนึ่งในผู้ฝึกพลังด้านการรักษา
“ข้าได้ยินมาเช่นกันแต่ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ ก็แค่การดิ้นรนของเมืองที่ไม่มีหมอที่เก่งกาจและต้องไปขุดหาวิธีการรักษาคร่ำครึในการรักษาผู้ป่วยไม่ใช่หรือเหตุใดท่านพี่ถึงได้สนใจมันนักเล่า” กัวไหเจินเอ่ยกับกัวซินเหยียนผู้เป็พี่ ของเขาด้วยท่าทีไม่ได้สนใจใยดีแม้แต่นิด
“เ้าไม่รู้อะไรเสียแล้ววิธีการรักษาโบราณนั่น ถึงจะเป็วิธีที่พวกเราเลิกใช้ไปนานแล้ว แต่ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้หรอกนะ แม้แต่ข้าเอง ที่เป็ผู้ฝึกพลังด้านการรักษาแต่หากว่าจำเป็ต้องรักษาผู้ป่วยโดยที่ไม่สามารถใช้พลังได้ก็เป็เพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่สามารถรักษาผู้ใดได้หรอก ยิ่งไปกว่านั้นวิธีการรักษาโบราณนั่น ก็ได้ถูกลืมเลือน จนแทบจะหายสาบสูญไปหมดแล้วหลังจากที่พวกเราหันมาใช้พลังในการควบคุมสิ่งต่าง ๆ แทนการใช้ความรู้ความสามารถดั้งเดิมด้านเทคโนโลยีฉะนั้นข้าจึงมีความสงสัยว่า ชายที่ชื่อเทียนคงนั่นไปเรียนรู้วิชาในการรักษาแบบโบราณมาจากที่ไหนกัน”กัวซินเหยียนอธิบายเหตุผลที่นางนั้นสนใจในตัวเทียนคง ให้กับน้องชายของนางฟังอย่างละเอียด
“ท่านอย่าบอกข้านะว่าท่านจะไปพบเ้าหนุ่มนั่น” เมื่อได้ยินสิ่งที่พี่สาวพูดพร้อมกับสีหน้าที่ใคร่รู้ ไหเจินก็รู้ได้ทันทีว่าพี่สาวตัวเองนั้น ้าไปหาเทียนคงแน่ ๆเพราะการจะรู้คำตอบว่าเขาเรียนรู้วิชามาจากไหน วิธีที่เร็วที่สุดก็คือการถามเ้าตัวนี่แหละ และด้วยความที่พี่สาวของเขานั้นเป็คนที่สนใจในเื่ของการรักษามาก จึงเป็ไปได้สูงที่นางจะทำอย่างนั้น
“ข้ามีความคิดเช่นนั้นจริงแต่คงยังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะข้าเองก็ต้องเตรียมความพร้อมในการเข้ารับการทดสอบ ในอีก3 ปีข้างหน้า หากว่าเขามีความสามารถจริง ข้าคงได้เจอเขาเอง ว่าแต่เ้าก็เช่นกันอย่ามัวแต่เล่นสนุก ต่อให้พวกเราเป็หนึ่งในบุคคลที่จะเป็ตัวแทนเขตอย่างแน่นอนแล้วก็อย่าได้คะนองใจไปอาจจะมีม้ามืดที่พวกเราคลาดสายตา และสามารถเป็ผู้ท้าชิงเ้าก็เป็ได้”
“เหอะท่านพี่ อย่าห่วงเลย ข้าเป็ถึงองค์ชายแห่งนครวิหคคราม ต่อให้เ้าพวกนั้นรุมข้าก็สู้ข้าคนเดียวไม่ได้หรอก” กัวไหเจินเอ่ยอย่างหยิ่งผยองไม่เห็นเหล่าผู้ฝึกพลังของหัวเมืองต่าง ๆอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
“เฮ้ออ เอาเถอะ ... ไม่คุยกับเ้าแล้ว”
เมืองประกายเงิน
“น่าแปลกผู้ป่วยที่ข้ารักษามากกว่า สามในสี่ส่วน ล้วนแต่เป็มะเร็งปอด สาเหตุน่าจะมาจากการได้รับมลพิษทางอากาศเป็จำนวนมากแต่จากที่ใดกัน เ้ารู้ถึงสาเหตุหรือไม่” เทียนคงครุ่นคิดพร้อมกับเอ่ยถามไปยังเซียนอิน ที่ทุกวันที่เทียนคงทำการรักษาผู้ป่วยที่โรงรักษาก็ได้แวะเวียนมาหาเขาทุกวันเนื่องจากนางมีความสนใจในการใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่เทียนคงใช้ในการรักษาเป็อย่างมากเพราะต่อให้นางเป็คนสร้างมันขึ้นมาเอง แต่นางก็ไม่สามารถใช้งานได้เพราะนางเพียงสร้างมันขึ้นมาจากแบบที่เทียนคงเขียนให้เท่านั้น
“สาเหตุมาจากโรงหลอมอาวุธ...”