ณ B-TY Restaurant เวลา 12:30 นาฬิกา
"ฮิๆ ตื่นเต้นจังเลยเนอะ จะได้กินอาหารอร่อยๆจากพ่อครัวสุดหล่อคนนั้นแล้ว ( ^_^)"
"เธอนี่ละก็ คิดแต่เื่ผู้ชายไม่หยุดเลยนะ (^^ )"
"(=x=)" ขณะนี้ผมได้กลายเป็อากาศไร้ิญญาเป็ที่เรียบร้อย ไม่ใช่เพราะถูกเมินโดยสองสาวตรงหน้าแต่เป็การที่ได้รับรู้ว่าร้านอาหารแห่งนี้มีพ่อครัวเป็คนอันตรายที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเด็ดขาด มันเป็ความบังเอิญที่ไม่อยากเจอมากที่สุดทำให้ผมพยายามมองซ้ายมองขวาเพื่อหาทางหนีทีไล่เผื่อกรณีฉุกเฉิน แต่ดูเหมือนไม่ได้มีแค่คนใจทรามเท่านั้นที่เป็ตัวอันตราย พนักงานเสิร์ฟทั้งหมดรวมถึงแม่บ้านทำความสะอาดล้วนส่งสายตาขึงขังมาทางนี้อย่างไม่ปิดบัง
นั้นทำให้ผมต้องนั่งตัวตรงพลางก้มหน้าต่ำตลอดเวลาเพื่อไม่ให้สบตากับคนเ่าั้ได้โดยตรง น่ากลัว! น่ากลัวเกินไปแล้ว แบบนี้จะกินข้าวลงได้ยังไง! เล่นจ้องกันทั้งร้านขนาดนี้ใครที่ไหนอยากจะอยู่ที่นี่ต่อละ แต่เพราะความเป็ห่วงสองสาวที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ทำให้ไม่สามารถไปจากที่นี่ได้ เฮ้อ...รู้งี้น่าจะทำตามที่โยชิดะเคยพูดเอาไว้ั้แ่ตอนนั้น...
.
.
2 เดือนก่อนหน้านี้
.
.
'รุ่นพี่ครับ ผมว่าเราควรบอกเื่ที่เจอวันก่อนให้พี่เมย์กับพี่นาเบะรู้ดีกว่านะครับ เผื่อพวกเธอเจอคนท่าทางอันตรายจะได้ไม่มาเจ็บตัวแบบพวกเรา'
'อย่าดีกว่า ขืนบอกไปแบบนั้นมีหวังทำให้พวกเธอกังวลเปล่าๆ เื่มันก็ผ่านไปแล้วคงไม่มีอะไรหรอก'
'แต่ผมยังกังวลอยู่เลยนะครับ ผมน่ะ...ยังจำภาพในตอนนั้นได้อยู่เลย ผมไม่อยากเจอแบบนั้นอีกแล้ว'
'อย่าไปคิดถึงมันสิโย ลืมๆมันไปซะ ยังไงก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว'
'ครับ ผมจะพยายาม'
.
.
กลับมาปัจจุบัน
.
.
"ให้ตายเถอะ ยุ่งยากชะมัด (-*-)" ผมบ่นพึมพำกับตัวเองขณะมองสองสาวที่กำลังดี๊ด๊ากับพนักงานหนุ่มสุดหล่อที่เดินผ่านหน้าพวกเธอไปเมื่อกี้อย่างอารมณ์ดี เอาเถอะ ถ้าไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นก็คงดี อีกอย่างที่นี่คือร้านอาหาร มีลูกค้าคนอื่นๆนอกจากพวกเราหลายคน เ้าพวกนั้นคงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามแน่นอน แต่ถ้าเกิดทำขึ้นมาจริงๆก็แค่ะโเรียกให้ทุกคนรู้ตัวและรีบเผ่นโดยเร็วที่สุด หวังว่าจะเรียบง่ายอย่างที่คิดนะ
"ขออนุญาตเสิร์ฟนะครับ (^^)" ไม่นานพนักงานชายก็นำอาหารของพวกเรามาเสิร์ฟลงบนโต๊ะ กระทะร้อนกลิ่นหอมชวนน้ำลายไหลทำให้พวกเราทั้งสามคนต่างตกตะลึงกับความหอมเย้ายวนใจชวนชิมอย่างมาก เมริกะสั่งหอยเชลล์อบเนยโรยเกลือ ของนาเบะเป็สปาเก็ตตี้ซอสซาวครีมโรยชีสเน้นๆ และของผมคือสเต๊กเนื้อออสเตรเลียสุกกำลังดี ทั้งสามจานต่างมีสีสันที่น่าทานทั้งคู่ทำให้ในหัวสมองของผมมีแต่ความหิวโหยวนอยู่ในหัวเต็มไปหมด น่ากินเกินไปแล้ว นี่คืออาหารฝีมือของเ้าหมอนั่นอย่างงั้นเหรอ?! ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าเขาจะทำอาหารเป็ด้วย
"ถ้างั้นจะทานละนะ~" เมริกะที่อดใจไม่ไหวรีบหยิบช้อนตักอาหารของตนเข้าปากเต็มๆคำพร้อมทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ส่วนนาเบะก็ไม่รอช้ารีบขย้ำสปาเก็ตตี้ของตนเข้าปากด้วยเช่นกันพร้อมเคี้ยวกรุบกรับด้วยความเอร็ดอร่อย แม้เห็นสีหน้าของทั้งสองที่มีความสุขซะเหลือเกินแต่ยังไงความกังวลก็ยังวนเวียนอยู่ภายในใจตลอดเวลา ผมที่ยังระแวงหันไปมองด้านหลังซึ่งเป็ทางเข้าห้องครัวพลางคิดในใจว่าเ้าหมอนั่นอาจแอบใส่ยาพิษลงไปในอาหารแน่ๆ หึ๊ย! แค่คิดก็ไม่อยากกินแล้ว (>~<)
"มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับคุณลูกค้า?"
"(0x0)!!" ขณะกำลังวิตกกังวลกับปัญหาที่เกิดขึ้นก็ได้ยินเสียงทุ่มต่ำแสนเยือนเย็นจากด้านหลังเบาๆพร้อมปรากฎมือหนาข้างหนึ่งเท้าแขนลงบนโต๊ะใกล้ๆจานอาหารอย่างกดดัน ผมจึงสะดุ้งใเล็กน้อยขณะหันไปมองจานอาหารของตัวเองที่ยังไม่ได้แตะเข้าปากเลยสักคำเดียวพลางคิดหาคำแก้ตัวให้ดูดีมากที่สุด
"คือ...ผมรอให้มันหายร้อนก่อนนะครับ กินแบบนี้มันร้อนเกินไป (^^)"
"อุณหภูมิประมาณนี้กำลังกินเลยนะ ถ้าไม่รีบกินตอนร้อนๆเนื้อจะเหนียวและไม่อร่อยนะครับ"
"เอ่อ...ไม่เป็ไรครับ ผมชอบกินเหนียวๆ (^^)"
หมับ!
"หืม...แปลกดีนะครับ คงไม่ได้หลบเลี่ยงอะไรอยู่ใช่มั้ย..." จู่ๆเ้าคนท่าทางอันตรายก็ยื่นมือเข้ามาจับไหล่ทั้งสองข้างของผมพร้อมพูดเสียงกระซิบให้ได้ยินแค่สองคน ผมจึงได้แต่กลืนน้ำลายเอือกใหญ่ขณะมองฝ่ามือหนาที่กำลังเกาะกุมหัวไหล่ของตัวเองอย่างเป็กังวล นี่เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ อย่าทำอะไรบ้าๆต่อหน้าสองสาวพวกนี้เชียวนะ!
"คุณพ่อครัวชื่ออะไรเหรอคะ~ (*0*)" เมริกะที่กินอย่างเอร็ดอร่อยหันมาถามชายร่างใหญ่ด้วยน้ำเสียงร่าเริง โดยไม่ได้สนใจผมที่กำลังนั่งหน้าซีดเป็ไก่ต้มหลังรู้สึกถึงน้ำหนักบนหัวไหล่ค่อยๆกดทับลงมา เมื่อเห็นฝ่ามือใหญ่ของเขาจึงเผลอนึกถึงเื่สยองขวัญที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเองได้ทุกเมื่อ ช่วยปล่อยสักทีเถอะ เขาจะกดแบบนี้จนกระดูกแหลกคามือเลยหรือไง!
"บรูคครับ"
"ตายจริง ชื่อหล่อมากเลยค่ะ (^_^)"
"พอเลยเมย์อย่าไปแซวเขาเยอะ นี่จะหมดเวลาพักเที่ยงแล้วนะรีบกินเข้า นายก็ด้วยฮาจิมะยังไม่แตะสักคำเลยนะ (-*-)"
"เอ่อ...อืม เดี๋ยวจะรีบกินนะ" เมื่อได้ยินเสียงบ่นจากเพื่อนสาวคนสนิทบวกกับสายตาดุดันที่ยังคงจ้องมองลงมาไม่หยุดหย่อน ผมจึงจำใจหยิบมีดและส้อมขึ้นมาหั่นสเต๊กเนื้อตรงหน้าอย่างระมัดระวังก่อนจะค่อยๆนำชิ้นเนื้อขนาดพอดีคำเข้าปากอย่างเชื่องช้า เอาวะ! เป็ไงเป็กัน!
งับ!
"!!" เพียงเสี้ยววินาทีที่ปลายลิ้นััชิ้นเนื้อก็ได้รับรสชาติอันกลมกล่อมะเิภายในปากจนน่าแปลกใจ ััของเนื้อนุ่มละมุนละม่อมจนอยากเคี้ยวแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆโดยไม่หยุดพัก กลิ่นเครื่องเทศตีขึ้นจมูกเล็กน้อยยิ่งทำให้อร่อยมากขึ้นเข้าไปอีก ั้แ่เกิดมาผมไม่เคยกินสเต๊กเนื้อที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนในชีวิต แถมราคาไม่ได้แพงถึงขนาดเอื้อมไม่ถึงอีกด้วย และที่น่าใกว่านั้นก็คืออาหารจานนี้ทำโดยพ่อครัวสุดโหดที่กำลังยืนจ้องเขม็งมาทางผมนั้นเอง
"เป็ยังไงบ้างครับคุณลูกค้า?"
"ก็...พอใช้ได้"
"ดีใจที่ชอบนะครับ" คุณพ่อครัวสุดโหดนามว่าบรูคพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยออกมาก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารจานต่อไป นั้นทำให้ผมโล่งใจเล็กน้อยที่เขาไม่ได้ลงไม้ลงมืออย่างที่คิด อย่างน้อยก็ทำให้เขาเลิกระแวงไปได้สักพักหนึ่งละนะ
"(-_-)/(-_-)"
"(@x@)" แต่สายตากดดันจากพนักงานรอบๆร้านยังคงปรากฎให้เห็นเป็ระยะๆ แม้พยายามหลบเลี่ยงการสบตากันแต่ก็หนีไม่พ้นอยู่ดี ทำให้ความอยากอาหารค่อยๆลดลงเรื่อยๆจนต้องลุกขึ้นยืนเพื่อออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
"ขอตัวไปห้องน้ำแปบนะ"
"อื้ม รีบมานะ" ผมที่ทนต่อแรงกดดันไม่ไหวรีบลุกขึ้นยืนเพื่อตรงไปยังห้องน้ำชายด้านหลังของร้าน ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าอันหนักแน่นที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครกำลังตามมาจึงหยุดฝีเท้าลงพร้อมหันไปหาเหล่าพนักงานเสิร์ฟที่เป็ฝ่ายเดินตามมาเองขณะมองพวกเขาด้วยความรู้สึกหลากหลายอารมณ์ ผมพยายามเก็บซ่อนความกลัวเข้าไปในส่วนลึกของจิตใจมากที่สุดก่อนจะเอ่ยปากถามออกไปตรงๆ
"้าอะไร?"
"พวกเราต้องเป็ฝ่ายถามมากกว่าถึงจะถูก"
"หมายความว่ายังไง?"
"ไม่ต้องมาทำหน้าซื่อเลย! วีรกรรมที่ตัวเองก่อเอาไว้ยังจำได้อยู่หรือเปล่าฮะ!"
"ถ้าเื่ะเิตอนนั้นไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ก็...หัวหน้าของพวกนายยุให้ยิงเองก็เลยมือลั่น โทษทีนะ"
"เื่ะเิเป็ปัญหาจิ๊บจ๊อยไปเลยถ้าเทียบกับจำนวนศพเพื่อนของพวกเรา เพราะมึงคนเดียวถึงทำให้ฝ่ายนั้นบุกมาถึงที่ได้! พวกเราถึงต้องเสียคนสำคัญของเราไป!!"
"แล้วมาโทษกันได้ยังไง! ยังไม่รู้จักฝ่ายนั้นเลยด้วยซ้ำ (-*-)"
"แล้วที่เคยบอกว่าเป็พวกเดียวกันคืออะไร!"
"ตอนนั้นกลัวก็เลยตอบส่งๆไปเท่านั้นเอง แต่ผมพูดจริงๆนะว่าไม่ได้รู้จักเ้าพวกนั้นเลยสักคนเดียว"
"โกหกหน้าด้านๆ"
"พูดจริงๆนะ คราวนี้ไม่ได้โกหกแน่นอน" ผมพยายามพูดโน้มน้าวสามหนุ่มที่กำลังยืนล้อมรอบลำตัวของผมเพื่อปิดทางไม่ให้หนีไปได้ แต่ยิ่งแก้ตัวมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้พวกเขาไม่เชื่อเข้าไปใหญ่ แล้วแบบนี้จะทำยังไงต่อดีละ
"เฮ้ย" จู่ๆก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำจากที่ไกลๆทำให้เหล่าพนักงานชายสามคนรวมถึงผมรีบหันไปมองทางนั้นอย่างรวดเร็ว บรูคที่กำลังถือวัตถุดิบสำหรับทำอาหารส่งเสียงร้องออกมาสั้นๆแต่ทำให้พนักงานชายทั้งสามคนรีบตีตัวออกห่างจากผมโดยเร็วที่สุด บรูคค่อยๆก้าวเท้าเดินมาทางนี้ขณะจ้องมองใบหน้าลูกน้องของตนเองพร้อมเปล่งเสียงทุ้มต่ำออกมาเบาๆ
"เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าทำอะไรนอกเหนือจากแผนที่วางไว้ แล้วนี่อะไร?"
"ขอโทษนะครับ แต่พวกเราคงปล่อยผ่านเ้าคนที่พาเพื่อนของเราไปตายไม่ได้หรอกครับ! / ใช่ครับ ผมว่าเราควรจัดการเ้าหมอนี่ั้แ่เนิ่นๆเลยดีกว่าครับ / ช่วยพิจารณาด้วยเถอะครับ!"
"พวกเอ็งพึ่งเข้ามาใหม่ใช่มั้ย?"
"ครับ พวกเราได้ยินเื่ราวจากรุ่นพี่ก็เลยอยากช่วยทำประโยชน์บ้าง"
"ทำได้ดีๆ ไหนมาใกล้ๆสิ"
"ครับ? / มีอะไรเหรอครับ? / ? "
พลัก! ตุบ! ผัวะ!
"อุก! / อ๊าก!! / เดี๋ยว...ครับ.."
"!?!" ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่จู่ๆบรูคก็รีบวางวัตถุดิบลงกับพื้นก่อนจะเข้าไปอัดลูกน้องของตัวเองจนสภาพดูไม่จืดสักคน ผมจึงได้แต่ยกมือปัดป้องใบหน้าตัวเองเพราะไม่อยากเห็นสภาพของเ้าพวกนั้นกำลังนอนโอดครวญอย่างทรมาน หมอนี่โหดจังวะ ยังไม่ทันถามเหตุผลก็เข้าไปต่อยเขาซะแล้ว น่าสงสารคนพวกนั้นจริงๆ
"ฟังนะ อะไรที่อยู่นอกเหนือจากแผนอย่ายุ่งเป็อันขาด ไม่ว่ามันจะส่งผลดีหรือไม่ดีก็ไม่ต้องยุ่งถ้าฉันยังไม่สั่ง เข้าใจ๊?"
"คะ ครับ... / โอย... / รับทราบครับ"
"อืม อีกอย่าง...เ้าแห้งนี่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับไอเด็กเวรนั่น พวกเราก็เคยตรวจสอบกันมาแล้วรอบหนึ่งไม่ใช่หรือไง?"
"ผมทราบดีครับ แต่ถ้าปล่อยให้เขาลอยนวลพวกเราคงไม่มีกะจิตกะใจทำงานแน่นอนครับ อย่างน้อยควรลงโทษให้สมน้ำสมเนื้อก็ดีนะครับ"
"( -_-)"
"(0_0? )" จู่ๆบรูคก็หันหลังมองมาทางผมหลังได้ฟังความเห็นจากลูกน้องของตนเมื่อสักครู่ เมื่อรับรู้ถึงอันตรายผมจึงค่อยๆถอยหลังออกมาเงียบๆเพื่อหลีกหนีจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน--
หมับ!
"เฮ้ย!! / เดี๋ยวจัดการเอง ไม่ต้องห่วง" แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนก็ถูกคว้าคอเสื้อเอาไว้แน่นพร้อมถูกหิ้วไปทางเหล่าลูกน้องของเขาเพื่อบ่งบอกว่าจัดการตัวปัญหาได้แน่นอน นั้นทำให้สามหนุ่มเริ่มใจอ่อนลงก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆและเดินกลับเข้าไปในร้านตามเคย เมื่อได้โอกาสเขาจึงปล่อยให้ผมเป็อิสระก่อนจะเอ่ยปากสั้นๆชวนน่าสงสัยที่สุด
"มีเื่จะคุยด้วย ตามมา"
"ไม่ไป"
"จะไปดีๆหรือจะไปด้วยแรงถีบ"
"ทำไมต้องรุนแรงด้--"
"ตอบ!"
"อึก! ปะ ไปก็ได้"
"ก็แค่นั้น" และนั่นจึงทำให้ผมต้องเดินตามหลังเ้าคนใจทรามไปอย่างกล้าๆกลัวๆอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าเกิดไปทำให้เขาอารมณ์บูดขึ้นมามีหวังคอได้หลุดออกจากบ่าแน่ๆ เอาเถอะ แค่คุยเฉยๆคงไม่มีอะไรหรอกมั่ง
.
.
.