เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่2 ตอนที่ 50 : เพื่อนร่วมงาน

            หลิวหมิงอวี้นึกย้อนไปถึงเมื่อครั้งอดีตพลางยิ้มอย่างขมขื่นกล่าวว่า "ฉันมีแฟนแล้ว แต่เขาต้องไปเกณฑ์ทหาร และจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กลับมา"

            "เกณฑ์ทหารใช้เวลาสองปี หรือว่าเขาจะสมัครต่อ"หยางเฉินถามอย่างสงสัย

            "ฉันไม่รู้ ครอบครัวเขาก็ย้ายไปด้วย"หลิวหมิงอวี้ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน

            "บางทีอาจเป็นอย่างที่คนอื่นบอก เขาอาจติดปัญหาบางอย่าง"

            "รอต่อไปแบบนี้ไม่เป็นผลดีนะพี่พี่เป็นผู้หญิงอนาคตเป็นสิ่งสำคัญ" หยางเฉินสาปแช่งชายผู้นั้นเงียบๆ

            หลิวหมิงอวี้พยักหน้า "แล้วไงล่ะฉันยังคิดถึงเขาอยู่เสมอ ยังลืมเขาไม่ได้ แล้วฉันจะยอมรับชายอื่นได้ยังไง

            เงียบไปซักพักเธอก็ยิ้มกล่าวว่า "เอาล่ะ อย่าพูดถึงอีกเลย นี่ก็ใกล้จะเลิกงานแล้ว กลับออฟฟิศกันเถอะ"

            เมื่อเจ้าตัวตัดสินใจเช่นนี้หยางเฉินจึงได้แต่คล้อยตาม

            หยางเฉินถือเช็คที่ได้จากกัวซีเหิงอย่างกระหยิ่มใจเตรียมนำไปคืนหัวหน้าสาวสวยใจร้ายแต่น่าเบื่อ

            เมื่อเข้ามาในออฟฟิศ สาวทั้งหลายต่างแต่งตัวเติมเครื่องสำอางเตรียมพร้อมไปผจญภัยข้างนอก จ้าวหงเยี่ยน และจางไช่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มพวกนั้นพวกเธอเห็นหยางเฉินเดินเข้ามาก็กล่าวทักทายเขา

            "งานเป็นยังไงบ้าง ไปนานเชียวนะ" จ้าวหงเยี่ยนเอ่ยถาม

            หนาวเฉินพยักหน้าตอบ กล่าวว่า "ทำไมคุณกับจางไช่ไม่เตรียมตัวออกผจญภัยเหมือนคนอื่นๆ ล่ะ"

            "เหมือนอย่างนายนั่นแหละจางไช่และฉันแต่งงานแล้วเหมือนกัน เราทั้งคู่เพิ่งแต่งไปปีที่แล้ว"

            "แต่งงานแล้ว!" หยางเฉินตกตะลึง

            จางไช่หัวเราะกล่าวว่า "หยางเฉินทำไมนายทำท่าทางอย่างนั้นล่ะ ไม่ใช่ว่าคิดอะไรกับพวกเราอยู่ใช่ไหมพวกเรามีสามีแล้วอย่าสู้กับพวกเขาเพื่อพวกเราเลย"

            "หยางเฉินก็แต่งงานแล้วเหมือนกันนะเท่ากับว่าเราเสมอกัน 1-1" จ้าวหงเยี่ยนกล่าวแทรกขึ้นมา

            หยางเฉินคิดว่าความสัมพันธ์ของเขากับหลินรั่วซียังสมควรเรียกว่าเป็นสามีภรรยากันอยู่อีกเหรอ? แต่เขาก็ไม่ได้พูดออกไป ได้แต่ยิ้มเจื่อนรีบวิ่งตรงไปยังออฟฟิศของโม่เชี่ยนนีในทันที

            โคมไฟยังคงส่องสว่างอยู่ภายในห้อง โม่เชี่ยนนีถอดเสื้อนอกของเธอออกเหลือแค่เสื้อแขนสั้นสีขาว กำลังคร่ำเคร่งเขียนอะไรบางอย่างอยู่

            เธอสวมแว่นตาไว้ผมหางม้า มีไรผมเบาบางปรกหน้าเธอไม่ได้สังเกตว่าหยางเฉินผลักประตูเข้ามาเลยแม้แต่น้อย

            "ทำไมไม่รู้จักเคาะประตูเสียก่อน" โม่เชี่ยนนีรู้ตัวอีกทีเมื่อหยางเฉินเดินมาถึงโต๊ะแล้ว

            หยางเฉินดึงเก้าอี้แล้วนั่งลง พลางยื่นเช็คให้สาวสวยตรงหน้าอย่างช้าๆ

            "ผมไม่รู้ว่าต้องเคาะประตูก่อนนี่ครับครั้งหน้าผมจะเคาะละกัน"

            

            "นี่คืออะไร" โม่เชี่ยนนีวางปางกาลงจ้องมองไปยังกระดาษตรงหน้า

            "เช็คจำนวน 400,000 หยวน!"

            หยางเฉินหัวเราะกล่าวว่า "คุณโม่ส่งผมไปทวงหนี้ไม่ใช่เหรอครับนี่เช็คจำนวนสี่แสนไม่ขาดไม่เกิน"

            โม่เชี่ยนนีหยิบเช็คขึ้นมา มันเป็นเช็คจากบริษัทบัดซบนั่นจริงๆอนุมัติโดย กัวซีเหิงผู้นั้น? เธอมองไปยังหยางเฉินอย่างประหลาดใจเขาทำได้อย่างไรกัน

            "นายไม่ได้ทำอะไรรุนแรงใช่ไหม"

            โม่เชี่ยนนีตัดสินใจถามออกไปตรงๆเพราะคนก่อนหน้านี้ที่ส่งไปต่างถูกหามเข้าโรงพยาบาลกันถ้วนหน้าแต่ชายตรงหน้ากลับนั่งคุยกับเธออย่างสบายใจเฉิบ ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน

            หยางเฉินแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เขาโบกมือไปมาพลางกล่าวว่า

            "รุนแรงอะไรครับ มันแค่เป็นการสอบถามถึงเงินค้างชำระไม่ใช่หรือไงครับ พวกเขาต้อนรับผมดีมาก ผู้จัดการกัวเองยังส่งคนมาส่งผมถึงบริษัทเลย"

            โม่เชี่ยนนีไม่อยากจะเชื่อ แต่มองคนตรงหน้าที่ไร้ซึ่งบาดแผลใดและสีหน้าสบายๆ แล้ว เธอรู้สึกสับสนอย่างสมบูรณ์

            โม่เชี่ยนนีไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าแต่อย่างใด เธอสูดหายใจเข้าปอดลึกๆกล่าวว่า "ขอบคุณมาก นายจะได้รับโบนัสอย่างแน่นอนตอนนี้นายเลิกงานได้แล้ว"

            "ผมต้องขอบคุณคุณด้วยเช่นกัน"

            หยางเฉินลุกขึ้นพร้อมเดินออกไปที่ประตูแต่ก่อนที่เขาจะออกจากห้องไปนั้น หยางเฉินก็หันกลับมายิ้มน้อยๆ กล่าวว่า

            "หัวหน้าครับเสื้อสีดำของหัวหน้าน่ารักมากเลยนะครับ"

            เมื่อหยางเฉินออกไป โมเชี่ยนนีก้มหน้ามองเสื้อผ้าตัวเองเธอใส่เสื้อขาวอยู่แท้ๆ เสื้อดำอะไรกัน แต่เมื่อสังเกตดูดีๆ แล้วเธอก็เห็นรอยดำบริเวณหน้าอกของเธอ มันคือชุดชั้นในสีดำของเธอนั่นเอง

            "หยางเฉิน...!"

            อีกครั้งที่เธอกัดฟันแน่นไปด้วยความโกรธ ทุบโต๊ะเสียงดังสายตาจ้องมองไปที่ประตู ตะโกนออกมาว่า

            "หนอยแน่! ฝากไว้ก่อนเถอะ"

            หลังจากบอกลาสาวๆ ในออฟฟิศแล้วหยางเฉินก็พอเข้าใจสภาพงานที่นี่อยู่บ้างงานที่นี่ค่อนข้างหน้าเบื่อเมื่อเทียบกับการขายแพะ แต่สภาพแวดล้อมนั่นค่อนข้างเยี่ยมยอดกลิ่นน้ำหอมของหญิงสาวที่อบอวลไปทั่วห้องนั้นน้ำเน่าในตลาดยังไม่อาจเทียบได้เลยแม้แต่น้อย

            เมื่อหยางเฉินกลับมาถึงรถ ในขณะที่กำลังจะสตาร์ทเครื่องนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นหลี่จิงจิง

            "ฮัลโหล?"

            "พี่หยาง… " เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง"ขอบคุณนะคะ"

            "ขอบคุณเรื่องอะไร"

            หยางเฉินยังคงไม่ยอมรับว่าเขาเป็นหนึ่งในการจัดการเฉินเต๋อไห่

            "สำหรับเรื่องเฉินเต๋อไห่..."

            หลี่จิงจิงพูดเสียงเบาลง เหมือนมีอะไรบางอย่างแต่เธอก็รีบเปลี่ยนเรื่องในทันที

            "ขอบคุณมาก คุณพ่อ คุณแม่และฉันมีความสุขมากๆ"

            ได้ยินดังนั้นหยางเฉินก็หมดข้อแก้ตัว

            "ดีแล้วล่ะบอกพ่อของเธอให้ไปขายของที่ตลาดได้แล้ว พี่จะแวะไปคุยกับเขาพรุ่งนี้สักหน่อย"

            "รับทราบค่ะ"

            "มีอะไรอีกหรือเปล่า" หยางเฉินรู้สึกว่าถ้าคุยนานกว่านี้การจราจรอาจติดขัดได้

            "เอ่อ เรื่องนี้ไม่มีอะไรค่ะ"

            เธอลังเลชั่วครู่ก่อนพูดขึ้นว่า "ฉันอยากรู้ว่าพี่จะมาหาฉันที่โรงเรียนได้หรือเปล่า"

            ได้ยินดังนั้นหยางเฉินก็นึกขึ้นได้ว่าเคยรับปากเธอเอาไว้ เขาตอบว่า "พี่เพิ่งจะเริ่มงานอาทิตย์นี้ เลยค่อนข้างยุ่งนิดหน่อยพี่จะไปหาเธอสัปดาห์หน้าไม่ต้องห่วงหรอก พี่ไปแน่"

            หลี่จิงจิงได้ยินดังนั้นก็ตัดสายด้วยความดีใจ

            หยางเฉินงุนงงเล็กน้อยที่สายอยู่ดีๆ ก็ตัดไปโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้ เป็นป้าหวัง บางครั้งป้าหวังก็โทรมาถามอยู่บ่อยๆว่าจะกลับมากินข้าวเย็นหรือเปล่า ทันทีที่รับสายเสียงตะโกนก็ดังขึ้น

            "คุณชาย! รีบกลับมาเถอะค่ะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว"

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน