กู้สุ่ยเย่ว์เก็บตัวอยู่ในเรือนมุงฟางมาโดยตลอดหากมีคนผลักเปิดประตูจะเห็นแม่นางน้อยร่างบอบบางนั่งอยู่บนเตียง ท่าทางเหมือนผู้ฝึกยุทธ์
กู้เทียนหลานเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์อันดับหนึ่งแคว้นวั่งเย่ว์เคล็ดใจที่ฝึกอยู่ชื่อ ‘เคล็ดวิญญาณดาราสวรรค์’ เคล็ดใจนี้เป็นเคล็ดวิชาขั้นสูงในบรรดาวิชายุทธ์ เริ่มฝึกยากมาก ต้องมีพรสวรรค์กู้เทียนหลานใช้เวลาสิบปีกว่าจะฝึกถึงขั้นสูงสุดหากไม่ใช่เพราะหลี่เย่จิ่นคอยวางยาพิษใส่นาง ก็ไม่มีผู้ใดที่สามารถฆ่านางได้ง่ายๆร่างกายกู้สุ่ยเย่ว์อ่อนแอมาก แต่นางยังอยากลองดูก่อนพบว่าร่างกายกู้สุ่ยเย่ว์มีคุณสมบัติในการฝึกเคล็ดใจนี้ได้
นางนั่งขัดสมาธิ บังคับให้พลังภายในน้อยนิดยากจับต้องบริเวณจุดตันเถียนโคจรรอบชีพจรร่างกายหนหนึ่ง
ตอนกู้สุ่ยเย่ว์ลืมตาอีกครั้ง ฟ้ามืดแล้ว ท้องนางหิวรุนแรง
แม้นางจะหมั้นหมายกับอวิ๋นอ๋องตระกูลกู้ก็ยังไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเช่นเดิม พี่พักไม่เปลี่ยน อาหารการกินหาเองไม่เปลี่ยนกู้สุ่ยเย่ว์เท้าคางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ดูท่านางต้องให้ยาแรงจวนตระกูลกู้สักรอบ
ทว่าก่อนให้ยาแรงนี้ นางต้องอิ่มท้องก่อนกู้สุ่ยเย่ว์ลงจากเตียง ผลักเปิดประตู เดินออกไป
ค่ำมืดแล้ว ในห้องครัวไม่มีคน กู้สุ่ยเย่ว์เข้าไปในห้องครัวพบว่าในหม้อยังมีขนมรังนกอยู่สองชิ้น นางหิวจะแย่ ไม่สนว่าเย็นหรือร้อนคว้ามายัดใส่ปาก
“ดื่มน้ำสักหน่อย” น้ำถ้วยหนึ่งยื่นมาตรงหน้ากู้สุ่ยเย่ว์
กู้สุ่ยเย่ว์หิวมาก กินเร็วยิ่ง ตอนนี้ฝืดคอพอดี น้ำถ้วยนี้มาทันเวลานัก กู้สุ่ยเย่ว์ดื่มอึกหนึ่ง นางที่กินอิ่มแล้วทั้งตัวคนกลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง ตอนนี้นางใช้มือคู่เดียวตีวัวตายยังได้“ขอบ...”
กู้สุ่ยเย่ว์พูด ‘ขอบ’ ได้ครึ่งคำพบว่าบางอย่างไม่ถูกต้อง หันขวับไปมองหน้ากากส่องประกายสีเงินบนหน้าคนผู้นั้นสะท้อนเข้าสู่สายตานาง
เขาอีกแล้ว!
กู้สุ่ยเย่ว์มองเขาอย่างระแวดระวัง “เ้าเป็ผู้ใด”
บุรุษเอ่ย “โม่หาน”
โม่หาน ไม่เคยได้ยิน กู้สุ่ยเย่ว์เบ้ปาก
เวลานั้น กู้สุ่ยเย่ว์ไม่รู้ว่ากงซุนอี้มีนามรองว่า โม่หานกงซุนอี้ไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้จัก ทว่ากงซุนโม่หานนั้นมีคนรู้จักน้อยมาก หากนางรู้นางคงใช้โอกาสนี้สังหารเขาแก้แค้นในตอนที่ตนยังไม่ติดค้างอะไรกงซุนอี้มากมายไปแล้วบนโลกนี้ไม่มีคำว่าถ้าหาก
บุรุษคลึงหมุนแหวนหยกที่นิ้วโป้ง น้ำเสียงเจือแววชั่วร้าย“กู้สุ่ยเย่ว์ เสียใจจริงๆ ที่ต้องบอกเ้าเื่หนึ่ง คนที่รู้ชื่อข้าปกติแล้วมักมีจุดจบสองแบบ”
กู้สุ่ยเย่ว์ถาม “...แบบไหน”
“แบบแรก ตาย”
“แบบที่สองเล่า”
“อ้อนวอนข้า”
กู้สุ่ยเย่ว์ “...” โรคจิตหรือไร
กู้สุ่ยเย่ว์มีความอดทนกับพวกโรคจิตต่ำ จากการประเมินหยาบๆนางพบว่าตนไม่อาจต่อกรกับคนโรคจิตคนนี้ได้ ยกมีดขึ้นพาดลำคอตนทันใดในที่สุดแววตาบุรุษเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ฮ่า ช่างน่าสนใจนักผู้ใดบอกกันว่าบุตรสาวสายตรงจวนตระกูลกู้สติไม่ดีกัน”
ท่าทางเด็ดขาดไม่ยินยอมเช่นนี้ทำให้เขานึกถึงเงาร่างแดงฉานดุจโลหิตอีกคน กู้เทียนหลานชื่อที่สลักอยู่ในก้นบึ้งหัวใจเขาทุกชั่วขณะ น่าเสียดายที่คนคนนั้นตายไปแล้วบนโลกนี้ไม่มีกู้เทียนหลานคนที่สองอีก
ทว่าอยู่ๆ สีหน้าบุรุษก็เปลี่ยนไปแม้ใบหน้าเขาจะถูกหน้ากากเงินปิดบังแต่นางยังสังเกตเห็นบางสิ่งที่เหมือนไส้เดือนปรากฏบนใบหน้าเขารอยนูนนั่นยิ่งนานยิ่งมาก ใบหน้าบุรุษเหมือนมีไส้เดือนพาดผ่านนับไม่ถ้วน
“ฮึ่ม!” บุรุษพลันคำรามเสียงกดต่ำ ร่างกายล้มลงบนพื้นกลิ้งไปมาบนพื้น
เห็นความถี่ในการกลิ้งของเขากู้สุ่ยเย่ว์เดาได้ว่าเขาต้องทรมานมากแน่นอน
เดิมทีกู้สุ่ยเย่ว์อยากใช้โอกาสนี้หลบหนี แต่เมื่อเห็นพิษเช่นนี้นางกลับไม่อาจหนีได้ เพราะบิดานางตายด้วยพิษนี้เช่นกัน นี่ไม่ใช่แค่พิษแต่เป็นหนอนแมลงชนิดหนึ่ง ถูกขนานนามว่าไหมกลืนใจ กำเริบไม่แน่นอนราวกับมีหนอนชอนไชอยู่ในเส้นเลือดนับไม่ถ้วน ความเจ็บปวดเช่นนี้ ต่อให้เป็นบิดาที่กล้าแข็งดุจเหล็กผาของนางยังทนไม่ไหว พิษนี้หากกำเริบอย่างน้อยจะกำเริบต่อเนื่องสองชั่วยาม ทุกชั่วขณะเป็นการเคี่ยวกรำกู้สุ่ยเย่ว์ลังเลก่อนจะเลือกรั้งอยู่ นางดึงมือออกมาจากเอวอุ้มคนบนพื้นขึ้นมา กรีดมีดลง แหวกเปิดเสื้อผ้าของเขาออก
คนผู้นี้ใส่เสื้อผ้าแล้วดูผอมบาง ทว่าร่างกายที่ปราศจากอาภรณ์ช่างล่ำสันแข็งแกร่งแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาดูสิ่งนี้
กู้สุ่ยเย่ว์ถอดเสื้อผ้าท่อนบนเขาออกทั้งหมดบนตัวบุรุษเหลือเพียงกางเกง เผยให้เห็นเอวแกร่งมีดกู้สุ่ยเย่ว์กรีดเปิดแผลบนแขนซ้ายขวาและหน้าอกเขาสามจุดเืสีดำเมี่ยมไหลออกจากแผลทั้งสาม หลังผ่านไปครึ่งเค่อ[1]บุรุษที่นางโอบอยู่ในอกนิ่งสงบลง กู้สุ่ยเย่ว์ทำแผลทั้งสามจุดให้เขาอย่างรวดเร็ว
เพิ่งกักตัวประคองเขาไว้ กู้สุ่ยเย่ว์ใช้เรี่ยวแรงไปมาก รอเขาสงบลง นางพักครู่หนึ่งถึงค่อยปล่อยเขาออก ลุกขึ้นยืน กู้สุ่ยเย่ว์กำลังคิดจะลอบออกไปทว่าขาอยู่ๆ กลับถูกดึงเอาไว้ นางล้มลงกับพื้น ในขณะเดียวกันนั้นเองมือเย็นเยียบข้างหนึ่งบีบรัดคอนางกู้สุ่ยเย่ว์มองเขาสายตาเย็น “ข้าช่วยเ้าไว้”
บุรุษปล่อยนาง “กู้สุ่ยเย่ว์ ข้าจะไว้ชีวิตเ้าชั่วคราวไม่ช้าก็เร็วชีวิตเ้าต้องเป็ของข้า”
กู้สุ่ยเย่ว์หยัดกาย เปิดประตูเดินออกไปทุกอย่างจางหายไปในราตรีมืดมิด ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้น
มืดค่ำแล้ว กู้สุ่ยเย่ว์นั่งอยู่บนเตียง อยู่ๆเห็นเงาดำสายหนึ่งไหววูบผ่านด้านนอก
กู้สุ่ยเย่ว์รู้สึกผิดปกติอยู่บ้าง นางนั่งขอบเตียงจ้องตรงประตูเขม็ง ของสิ่งหนึ่งยื่นเข้ามา เป่าควันยาสลบหอบหนึ่งพร้อมกันนั้นกู้สุ่ยเย่ว์ได้กลิ่นหอมหวาน นางสัมผัสได้ทันทีว่าสิ่งนี้คืออะไร แต่ทุกอย่างสายไปแล้ว ทั้งตัวนางไร้เรี่ยวแรง นอนยวบลงบนเตียงกระแสร้อนรุ่มม้วนตลบอยู่ในตัวนาง ทำให้นางอยากปลดเปลื้องพันธนาการบนร่างกาย“ต้าจู้ หญิงงามอยู่ด้านใน”
“หญิงงามอันใด ก็แค่หญิงสติไม่ดีนางหนึ่ง”
“ได้ลาภปากแล้วยังเื่มาก แม้เป็หญิงสติไม่ดีแต่เป็ถึงคุณหนูเชียวนะ เ้าดูผิวเนียนนุ่มของนาง ดีกว่าผิวดำๆนั่นของเ้าตั้งเท่าไร”
“แหะ แหะ ที่พูดก็ถูกถอดเสื้อผ้าแล้วยังสนใจไปไยว่านางจะสติดีหรือไม่ดี”
เสียงหัวเราะหื่นกระหายดังขึ้น
“ต้าจู้ เ้าจำที่อี๋เหนียงสั่งได้หรือไม่ ทำนานๆ หน่อยเื่นี้สำเร็จแล้ว อี๋เหนียงสามจะให้เงินก้อนใหญ่กับเ้า”
กู้สุ่ยเย่ว์นอนตัวรุ่มร้อนอยู่บนเตียงเสียงนอกประตูสะท้อนเข้าหูนางชัดเจน ตามจริงแล้วตอนถูกวางยานางเดาได้แล้วว่ามีคน้าทำร้ายนาง
นี่คือ้าทำลายชื่อเสียงนาง
การหมั้นหมายระหว่างนางกับกงซุนอี้ทำให้คนมากมายทนไม่ไหวขอเพียงทำลายชื่อเสียงนาง งานหมั้นหมายครั้งนี้คงโมฆะภายใต้ความกริ้วของฮ่องเต้นางคงถูกประทานความตาย นี่เป็แผนการยอดเยี่ยมทำหนึ่งได้ถึงสอง
ใบหน้ากู้สุ่ยเย่ว์แดงก่ำ เสียดายที่ตอนนี้ตัวนางไร้เรี่ยวแรงขยับไม่ได้สักนิด ประตูเรือนเอียงตกถูกผลักเปิด ชายอ้วนฉุเดินโงนเงนเข้ามา เดินตรงไปที่ข้างเตียงกู้สุ่ยเย่ว์ กลิ่นสุราโชยคลุ้ง นัยน์ตาคู่หนึ่งจับจ้องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในราตรีมืดมิดไร้เสียง “ท่านอ๋อง คาดว่าครั้งนี้พวกเราคงไม่ต้องลงมือแล้ว คนตระกูลกู้ลงมือจัดการหญิงสติไม่ดีเอง” องครักษ์เอ่ยราวกับชมเรื่องสนุกทว่าพริบตากลับพบว่าคนข้างๆ หายไปแล้ว “ท่านอ๋อง ท่านนี่คือ...”“ชีวิตกู้สุ่ยเย่ว์มีเพียงข้าคนเดียวที่เก็บเกี่ยวได้”
[1] สิบห้านาที