เสี่ยวอี้ขยับมือรวดเร็วปานสายฟ้าแลบจนเห็นเป็ภาพติดตา เสียงฉับ ๆ ดังขึ้นไม่นานก็ตัดตุ๊กตากระดาษและเกี้ยวกระดาษออกมาได้สำเร็จ
เมื่อตุ๊กตากระดาษแตะพื้น เขาก็เป่าลมใส่เบา ๆ ทันใดนั้นพวกมันก็ดูไม่ต่างจากคนจริง ๆ ส่วนเกี้ยวนั้นดูเรียบหรูทว่าแข็งแรงทนทาน
อวิ๋นหรั่นเยว่ก้าวเข้าไปนั่งด้านในอย่างคุ้นชิน ทั้งสะดวกสบายและเย็นสบายจนนางพึงพอใจอย่างยิ่ง เสี่ยวอี้เรียนรู้วิชาของท่านอาจารย์เก้าแห่งสำนักาาผีจนนำมาใช้ได้อย่างคล่องแคล่วจริง ๆ
ในเมื่อมีเกี้ยวอันนุ่มสบายแล้วย่อมต้องมีสาวใช้คอยรับใช้โดยเฉพาะ นางยกยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากก่อนจะหยิบตุ๊กตากระดาษตัวน้อยออกมาจากแขนเสื้อ
ตุ๊กตากระดาษตกลงบนเกี้ยว กลายเป็สาวใช้ตัวน้อยหน้าตาสะสวย นางหยิบชุดน้ำชาออกมาจากห่อสัมภาระของเสี่ยวอี้อย่างชำนาญ แล้วชงชาให้อวิ๋นหรั่นเยว่
"โอ้! พี่อาหลิงนี่นา! ท่านแม่ ท่านบอกว่าจะไม่พาพี่อาหลิงมาแดนมนุษย์ไม่ใช่หรือขอรับ ที่แท้ท่านก็หลอกเสี่ยวอี้!"
"นางเป็ฝ่ายไม่อยากห่างจากเ้าจึงดื้อรั้นจะตามมาให้ได้"
อาหลิงคือตุ๊กตากระดาษตัวแรกที่อวิ๋นหรั่นเยว่ตัดขึ้นมาเมื่อห้าปีก่อน ตอนที่นางเริ่มเรียนวิชาลับของสำนักาาผี ตลอดห้าปีที่ผ่านมา อาหลิงค่อย ๆ มีจิตสำนึกเป็ของตนเองและถึงขั้นสามารถบำเพ็ญเพียรได้ หากนางยังอยู่ในแดนผีในอนาคตย่อมต้องประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง แต่เสียดายที่นางไม่เต็มใจจะอยู่ในแดนผี ...ทว่าการมายังแดนมนุษย์ก็อาจไม่ใช่เื่แย่เสมอไป
อวิ๋นหรั่นเยว่หาวออกมาคำหนึ่ง "เสี่ยวอี้ แม่จะงีบสักพัก เ้าไปนำทางข้างหน้าเถิด"
"ขอรับ!"
นี่เป็ครั้งแรกที่เสี่ยวอี้มาแดนมนุษย์ เขาจึงรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่ง เขาััได้ถึงกลิ่นอายของมนุษย์จึงจงใจนำทางเหล่าผีรับใช้มุ่งหน้าไปยังจุดที่มีคนอยู่ จากระยะไกลเขาเห็นชายหญิงวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งกำลังจัดการกับซากสัตว์อสูร
"ท่านแม่คนพวกนี้ขี้เหนียวจังเลยขอรับ แม้แต่หนวดสัตว์อสูรก็ยังเก็บไว้" เสี่ยวอี้กล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ
"ขี้เหนียวที่ไหนกันเล่า นี่คือเสือดาวหิมะชางขั้นห้าเชียวนะ หนวดของมันเป็วัสดุสำหรับหลอมสร้างศาสตรา! เ้าเด็กน้อย เ้าจะไปรู้อะไร!" คนด้านหน้าเงยหน้าขึ้น หญิงสาวคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว
ทันใดนั้น หนึ่งในนั้นพลันอุทานด้วยความตระหนก
"เดี๋ยวก่อน ศิษย์น้องอวิ๋น ในเทือกเขาสัตว์อสูรที่อันตรายเช่นนี้ เหตุใดถึงมีเกี้ยวอันประณีตอยู่ได้! มีบางอย่างผิดปกติ!" สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม คนที่เหลือก็พลันขนลุกซู่
เด็กชายตัวน้อยที่อยู่ไม่ไกลนั้นมีผิวพรรณขาวผ่องราวกับตุ๊กตากระเบื้องดูแล้วปกติธรรมดา ทว่าด้านหลังเขากลับมีเกี้ยวหรูหราซึ่งมีคนหามสี่คนแบกตามมา รอบเกี้ยวหุ้มด้วยผ้าไหมสีขาวบางเบา มองเห็นเงาร่างของสตรีผู้หนึ่งเอนกายอยู่อย่างอ่อนช้อย ทรวดทรงอ้อนแอ้นเย้ายวนใจ และมีสาวใช้อีกคนนั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ
ที่น่าประหลาดคือคนหามทั้งสี่คนนั้นหน้าตาเหมือนกันทุกประการ ใบหน้าไร้ความรู้สึก ผิวขาวซีด ดูแล้วเยือกเย็นและน่าขนลุกยิ่งนัก
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่คือเขตชั้นในของเทือกเขาสัตว์อสูรที่ดุร้ายซึ่งอาจถูกสัตว์ร้ายขย้ำได้ทุกเมื่อ แต่กลับมีคนนั่งเกี้ยวมาได้อย่างสบายใจ เื่นี้ไม่ปกติอย่างยิ่ง!
"เสี่ยวอี้ เ้าลองถามทางดูซิว่าที่นี่คือที่ใด"
ในตอนนั้นเองน้ำเสียงเกียจคร้านทว่ากังวานใสของหญิงสาวก็ดังออกมาจากในเกี้ยว อวิ๋นเฟยเฟยเบิกตากว้าง เสียงนี้เหตุใดจึงคล้ายกับอวิ๋นหรั่นเยว่ผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องของนางยิ่งนัก!
ไม่ เป็ไปไม่ได้ อวิ๋นหรั่นเยว่ตายไปนานแล้วในหุบเขาิญญาที่ถูกทำลาย ไม่มีทางที่จะยังมีชีวิตอยู่! คงแค่บังเอิญคล้ายกันเท่านั้น!
"สวัสดีขอรับ ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ใดหรือขอรับ?" เสี่ยวอี้เดินเข้าไปใกล้และพูดจาอย่างสุภาพ ดวงตากลมโตใสซื่อเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นมนุษย์ที่มีชีวิต นอกจากท่านแม่ของเขา!
ทว่าไม่มีใครตอบเขา เพราะสายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่ตัวเสี่ยวอี้ และแววตาก็เริ่มเปลี่ยนเป็ความโลภ
อวิ๋นเฟยเฟยกระซิบเบา ๆ ว่า "ศิษย์พี่ เสื้อตัวนอกของเ้าเด็กนี่ดูเหมือนจะเป็ผ้าไหมเงือก มีค่าถึงหมื่นตำลึงทองเลยนะเ้าคะ!"
"ไม่ใช่แค่เท่านั้น ศิษย์น้องเฟยเฟย เ้าดูอัญมณีที่ฝังอยู่บนเข็มขัดของเขาสิ กลิ่นอายพลังชีวิตเข้มข้นขนาดนี้ ดูเหมือนผลึกอสูรระดับศักดิ์สิทธิ์เลยมิใช่หรือ?"
อะไรนะ? ผลึกอสูรระดับศักดิ์สิทธิ์
อวิ๋นเฟยเฟยพลันรู้สึกว่าผลึกอสูรขั้นห้าในมือของนางนั้นไร้ค่าไปทันที เพื่อให้ได้ผลึกแกนอสูรขั้นห้าชิ้นนี้มาพวกเขาต้องใช้เวลาหลายวันหลายคืนกว่าจะสังหารสัตว์อสูรตัวนี้ได้
แต่เ้าเด็กน้อยตรงหน้ากลับมีผลึกอสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ประดับอยู่ที่เข็มขัดถึงสิบกว่าชิ้น! มูลค่ามหาศาลจนประเมินไม่ได้ โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!
อวิ๋นหรั่นเยว่ที่อยู่ในเกี้ยวขยับสายตาเล็กน้อย มองผ่านม่านผ้าไหมเห็นใบหน้าของอวิ๋นเฟยเฟยชัดเจน มุมปากพลันยกขึ้นเป็รอยยิ้มเ็าที่บางเบา
'อวิ๋นเฟยเฟย' บุตรสาวของท่านอาสาม ในอดีตเคยเป็ผู้ติดตามของเ้าของร่างเดิมมาตลอด ทว่าก่อนที่เ้าของร่างเดิมจะหลบหนีกลับถูกนางวางยาพิษเข้า มิเช่นนั้นเ้าของร่างเดิมคงไม่ถูกจับตัวไป
ไม่เพียงเท่านั้น อวิ๋นเฟยเฟยยังฉวยโอกาสขโมยป้ายเข้าสำนักศึกษาชางหลานของนางไปด้วย มิน่าเล่าคนที่มีพร์เช่นอวิ๋นเฟยเฟยถึงได้สามารถเข้าเรียนที่สำนักศึกษาชางหลาน ที่แท้ก็ใช้ป้ายของนางนี่เอง!
หึ ช่างประจวบเหมาะเสียจริง
อวิ๋นเฟยเฟยยังไม่รู้ว่าอันตรายกำลังจะมาเยือน นางจ้องมองผลึกอสูรระดับศักดิ์สิทธิ์บนเข็มขัดของเสี่ยวอี้ด้วยความริษยาจนตาแดงก่ำ
"หากผลึกอสูรระดับศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้เป็ของข้า ข้าก็จะสามารถเข้าร่วมกองกำลังอวิ๋นเซียวของพี่หญิงเสวี่ยเวย และมีชื่อเสียงโด่งดังได้!"
พี่หญิงเสวี่ยเวยเป็อัจฉริยะหญิงที่อายุน้อยที่สุดในทวีปฉิงอวิ๋น นางได้ก่อตั้งกองกำลังอวิ๋นเซียวขึ้นในสำนักศึกษาชางหลาน โดยรวบรวมเหล่าอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักศึกษาไว้ ทุกคนต่างถือเป็เกียรติหากได้เข้าร่วมกองกำลังอวิ๋นเซียว
สัตว์เทพเทาเถี่ยของพี่หญิงชอบกินผลึกอสูรเป็ที่สุด หากนางสามารถมอบผลึกอสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ เทาเถี่ยจะเลื่อนขั้น และพลังของพี่หญิงก็จะเพิ่มสูงขึ้น!
ถึงตอนนั้นพี่หญิงจะต้องเชิญนางเข้าร่วมกองกำลังด้วยความยินดีอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนี้อวิ๋นเฟยเฟยก็ราวกับเห็นภาพตัวเองได้รับสายตาอิจฉาจากผู้คนหลังจากได้เข้ากองกำลังอวิ๋นเซียว
นางแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมชักกระบี่ขึ้นมาชี้ที่เสี่ยวอี้ แล้วกล่าวกับสตรีในเกี้ยวว่า "พวกเราเป็ศิษย์ของสำนักศึกษาชางหลาน เทือกเขานี้เป็สถานที่ทดสอบของพวกเรา หากพวกเ้า้าจะผ่านทางนี้ จงทิ้งสมบัติทั้งหมดที่มีไว้! มิเช่นนั้น ชีวิตของพวกเ้าในวันนี้จะต้องจบสิ้นลงที่นี่!"
"ที่แท้ศิษย์ของสำนักศึกษาชางหลานก็คือกลุ่มโจรป่า ได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริง ๆ " อวิ๋นหรั่นเยว่หมุนศิลาพรายรุ้งในมือเล่น พร้อมกับเย้ยหยันที่มุมปาก
ลูกศิษย์ที่ถูกสอนโดยเ้าสำนักผู้ต่ำช้า ย่อมต่ำช้าตามไปด้วย คาดว่าสำนักศึกษาอันดับหนึ่งแห่งชางหลานนี้ คงเน่าเฟะั้แ่รากฐานแล้ว ทว่านางไม่คิดเลยว่าหลังจากออกมาจากแดนผีจะมาอยู่ใกล้กับสำนักศึกษาชางหลานเพียงนี้
"สามหาว! คนของสำนักศึกษาชางหลานอย่างพวกเรา มีหรือที่คนต่ำต้อยเช่นเ้าจะวิจารณ์ได้ตามใจชอบ! เ้ากำลังรนหาที่ตาย!" ชายหนุ่มหลายคนชักดาบกระบี่ พุ่งเข้าโจมตีไปยังทิศทางของอวิ๋นหรั่นเยว่ทันที
อวิ๋นเฟยเฟยจ้องมองเสี่ยวอี้พลันชักกระบี่ออกจากฝัก พร้อมรอยยิ้มอำมหิต "เ้าเด็กน้อย อยากรู้หรือไม่ว่าที่นี่คือที่ใด? ที่นี่คือขุมนรก! และข้านี่แหละจะเป็คนส่งเ้าลงนรกเอง!"
ขณะที่พูดปลายกระบี่ของนางพุ่งตรงไปยังหว่างคิ้วของเสี่ยวอี้ การโจมตีนั้นรวดเร็วและอำมหิตยิ่งนัก นางเห็นเด็กชายคนนี้ยืนนิ่งราวกับใจนโง่งม นางจึงแสยะยิ้มและเตรียมจะใช้มืออีกข้างคว้าเข็มขัดของเขา
ทว่าในพริบตานั้นเอง พลันมีแสงสมบัติวาบขึ้นจากตัวเด็กชาย ร่างของนางพร้อมกับกระบี่ถูกพลังมหาศาลซัดจนกระเด็นออกไป นางกระแทกพื้นอย่างแรง กระอักเืออกมาหลายคำจนไม่สามารถลุกขึ้นมาได้
อวิ๋นเฟยเฟยไม่อยากจะเชื่อ "แสงสีทอง! บนตัวเขามีของวิเศษป้องกันระดับเก้า!"
ของวิเศษแบ่งออกเป็ขั้นหนึ่งถึงเก้า แสงที่เปล่งออกมาจากของวิเศษแต่ละขั้นจะแตกต่างกัน และของวิเศษขั้นเก้านั้นคือแสงสีทอง
ขั้นเก้านับเป็ของวิเศษระดับสูงสุดในทวีปฉิงอวิ๋น แม้แต่เด็กสาวอัจฉริยะอย่างพี่หญิงเสวี่ยเวย ก็มีของวิเศษเพียงขั้นหกเท่านั้น ซึ่งก็นับว่าเพียงพอที่จะสยบเหล่าอัจฉริยะทั้งหลายได้แล้ว
นางไม่เชื่อว่าเด็กน้อยตัวแค่นี้ จะมีของวิเศษขั้นเก้าอยู่!
เสี่ยวอี้เดินเข้ามาหานาง พร้อมกับทำปากยื่นบ่นอย่างไม่พอใจ "หึ! คนพูดปด ข้ากับท่านแม่เพิ่งจะออกมาจากนรก หากเ้ามีความสามารถส่งพวกเรากลับไปได้ พวกข้าจะกราบขอบพระคุณบรรพบุรุษแปดชั่วโคตรของเ้าเลย!"
อวิ๋นเฟยเฟย "..."
นางย่อมไม่เชื่อคำพูดเหลวไหลของเด็กชาย นางถอยหลังอย่างระมัดระวัง "เ้าอย่าเข้ามานะ ท่านแม่ของเ้ากำลังจะถูกศิษย์พี่ของข้าฆ่าตายแล้ว!"
เสี่ยวอี้กะพริบตาปริบ ๆ "ท่านพูดสลับกันหรือเปล่าขอรับ ดูเหมือนว่าศิษย์พี่ของพวกท่านจะตายกันหมดแล้วนะ"