ท่ามกลางแสงไฟจากโคมไฟตามทางเดินในสวนสาธารณะแห่งนึง หยก ดารภา นักร้องหญิงผู้มีดวงตาคมกริบ รอยยิ้มที่มีเสน่ห์ งดงามดั่งราชินี อายุ25ปี กำลังร้องไห้อย่างเศร้าเสียใจสาเหตุนั้นคือหยกถูกประธานบริษัทบังคับให้เข้างานอีเว้นท์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และวันที่เธอต้องออกงานอีเว้นท์นั้นไปชนกับวันที่เธอ้าจะกลับบ้านไปหาครอบครัว เธอพยายามขอร้องประธานเพื่อที่จะได้ไปเจอกับครอบครัวที่นานๆครั้งจะได้เจอ แต่สุดท้ายก็ไร้ผล เธอจึงมานั่งที่สวนสาธารณะแห่งนี้ ระหว่างที่เธอร้องไห้อยู่นั้นก็ได้มีชายหนุ่มหน้าตาดุดัน กำยำ ั์ตาสีแดงเข็ม ใส่เสื้อฮู้ดและกางเกงสีดำเรียบง่าย อายุราวๆ20ปี คนนึงมานั่งอยู่ข้างๆ หยกรู้สึกกลัวเป็อย่างมากที่มีคนแปลกหน้ามานั่งข้างๆ ในจังหวะที่เธอกำลังจะลุกและเดินหนี ชายคนนั้นก็ได้ยื่นกระป๋องน้ำโคล่าที่พึ่งกดออกจากตู้ขายน้ำให้กับหยก
“ดื่มก่อนสิครับ อย่าพึ่งรีบไปไหน’’
ชายคนนั้นยังจ้องเธอด้วยสีหน้าที่ดุดันเเต่แววตานั้นแฝงไปด้วยความ ซื่อสัตย์และจริงใจ หยกจึงตัดสินใจที่จะไม่ลุกขึ้นหนีและนั่งอยู่ข้างชายคนนั้นต่อ เธอได้หยิบกระป๋องโคล่าและเปิดดื่มมันโดยที่ยังมีน้ำตาอยู่ปริ่มๆขอบตา ระหว่างที่เธอดื่มโคล่าอยู่ ชายคนนั้นได้ถามคำถามออกไป
“มีเื่ไม่สบายใจอยู่หรือเปล่าครับ เลยนั่งเสียใจอยู่ตรงนี้’’
ชายคนนั้นถามออกไปด้วยความรู้สึกที่จริงใจและอยากที่จะรับฟังเื่ทุกข์ใจของผู้หญิงคนนี้ หยกในตอนนี้รู้สึกเศร้าและสิ้นหวังอย่างมากจึงได้ระบายเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
หลังจากหยกเล่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว แต่ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกดีขึ้นบ้างแต่ก็ยังร้องไห้แบบสะอึกสะอื้นอยู่ ชายคนนั้นรับฟังปัญหาที่เธอเจออยู่ตอนนี้แบบนิ่งเงียบราวกับครุ่นคิดอะไรบ้างอย่างก่อนที่จะพูดออกไป
“คุณเหนื่อยมั้ยครับที่กำลังเจอกับปัญหานี้อยู่”ชายคนนั้นถามด้วยความสงสัย
“เหนื่อยสิ ที่ต้องมาเจอประธานบริษัทแบบนี้”
“ถ้าคุณเหนื่อยทำไมคุณถึงไม่หยุดล่ะครับ”
“ไม่ได้หรอกฉันมีแฟนคลับที่ชื่นชมและติดตามฉันมาก ถ้าฉันหายไปล่ะก็พวกเขาจะต้องเสียใจมากแน่ พวกเขารักและคอยสนับสนุนฉันมาตลอด”
หยกเล่าด้วยความสะอึกสะอื้นและมือเช็ดน้ำตาไปพร้อมกัน จนชายคนนั้นก็ได้พูดว่า
“ถ้าเขารักคุณจริงๆ แล้วรู้ด้วยว่าคุณกำลังเจอเื่แบบนี้อยู่พวกเขาจะไม่เข้าใจความรู้สึกคุณเลยหรอ”ชายคนนั้นถามคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยเเรงพลักดัน
หยกร้องไห้เบาลงจนเริ่มจะหยุดร้องเหมือนคิดอะไรบางอย่าง ชายคนนั้นลุกขึ้นยืนและเดินออกไปจากเก้าอี้2ก้าวและพูดต่อไปว่า
“แฟนคลับคุณบางคนอาจจะไม่เห็นด้วยหรือรับไม่ได้ก็จริง แต่ถ้าผมเห็นคนที่ผมรักหรือคนที่สำคัญสำหรับผมเสียใจอยู่ตรงหน้า ผมไม่มีความสุขหรอกครับที่ต้องเขาฝืนใจตัวเอง”
หยกหยุดร้องไห้ และได้มองสีหน้าชายคนนั้นที่ดุดัน แฝงไปด้วยความอ่อนโยนอย่างลึกซึ้ง
“นี่ก็ดึกมากแล้วล่ะครับ ผมขอตัวกลับบ้านก่อน”
หยกก็ได้พูดกลับไป
“ขอบคุณนะที่รับฟังปัญหาและให้คำแนะนำน่ะ”
ชายคนนั้นตอบกลับด้วยสีหน้าและคำพูดที่เรียบเฉยพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย
“ยินดีครับ”
และชายคนนั้นก็ได้ค่อยๆเดินจากไป หยกที่สีหน้าเริ่มดีขึ้นก็นั่งอยู่นั้นก็เริ่มคิดอะไรได้บ้างอย่างก่อนที่จะเดินกลับบ้านพร้อมพลางคิดเื่ที่ลืมถามชื่อกับ ชายคนนั้น
หลายวันต่อมาเธอจึงตัดสินใจที่จะลาออกจากการเป็นักร้อง ท่ามกลางคอนเสิร์ตสุดท้ายด้วยรอยยิ้มราวกับขอบคุณที่คอยสนับสนุนมาตลอด ผู้คนที่อยู่ในคอนเสิร์ตและอยู่ข้างนอกที่มองผ่านจอต่างร้องไห้เสียใจกับการจากลาของ หยก ดารภา ท่ามกลางลานกว้างห้างสรรพสินค้านั้นที่ฉายภาพจอใหญ่การจากของ หยก ดารภา ชายคนนั้นที่ได้เผอิญเดินผ่านมาพอดีจึงหยุดดูชั่วขณะและยิ้มออกมาก่อนที่จะเดินจากไป