บทที่ 158 โชคชะตาที่น่าสงสาร
“ขอบคุณมากนะแม่นม ท่านยังเป็นคนที่ดีต่อข้าที่สุด” สวี่อ้ายเหมยน้ำตารื้น นางรับยามาดื่มเพื่อรักษาอาการให้คงตัว อย่างไรก็ตาม...หลังจากที่ดื่มยาถ้วยนี้เข้าไป นางกลับรู้สึกว่าหัวใจของตนเองเต้นแรงอย่างประหลาด
ชีพจรที่เคยเต้นช้าลงเรื่อยๆกลับเหมือนถูกสูบฉีดอย่างรุนแรง สวี่อ้ายเหมยเอนกายพิงรถม้า รู้สึกว่านางต้องการพักผ่อนเสียหน่อย...
ใช้เวลาเพียงไม่นานเท่านั้น รถม้าสกุลสวี่ก็มาถึงหน้าจวนหลี่แล้ว ข้ารับใช้ของสกุลหลี่รอต้อนรับพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่ผู้นำตระกูลรู้ว่าหลี่ชิงหมินนัดหมายใครเอาไว้ เขาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา ถึงจะได้ยินจากฮูหยินแล้วว่านี่เป็นเรื่องสำคัญไม่อาจจะเลี่ยงได้ อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของเด็กสาวผู้หนึ่ง แต่ความรู้สึกของผู้นำตระกูลหลี่ เขากลับรู้สึกว่าเรื่องนี้อาจจะจัดการไม่ได้ง่ายๆ
“เชิญด้านในขอรับ” ผู้นำตระกูลหลี่ต้อนรับพวกเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ผู้นำตระกูลสวี่และฮูหยินของเขาลงมาก่อน หลังจากนั้นก็ให้หญิงรับใช้เข้าไปช่วยประคองสวี่อ้ายเหมยลงจากรถ อย่างไรก็ตาม...ก่อนที่ทุกคนจะได้ตั้งหลัก เสียงกรีดร้องในรถม้าก็ดังลั่นขึ้น ผู้นำตระกูลสวี่ตกใจมาก เขารีบพุ่งตัวออกไปก่อนจะรีบเปิดรถม้า และเห็นว่าคนที่ร้องก็คือแม่นมที่นั่งมากับบุตรี หน้าของนางซีดเผือดแล้วมีหยาดน้ำตาไหลเป็นทาง
“เกิดอันใดขึ้นกับบุตรีของข้า!!” ผู้นำตระกูลสวี่ใจคอไม่ดี มองเห็นเพียงบุตรสาวที่กำลังนอนหลับอยู่เช่นนั้น ทว่า...หัวใจของเขากลับหล่นวูบ
“คะ คุณหนู คุณหนู....บ่าวเรียกเท่าไร คุณหนูก็ไม่ได้สติเลยเจ้าค่ะ!!” หญิงวัยกลางคนคุกเข่าลง นางซ่อนใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของตนเองลงไม่ให้คนอื่นได้เห็น
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง ทว่าในใจรู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้คนตรงหน้ารู้จักความเศร้าหมองเหมือนที่นางเคยรู้สึก
เจ็บปวดหรือไม่? เจ็บปวดมากหรือไม่? เห็นบุตรีที่ตนเองรักกำลังไร้ทางรอด แม้แต่ท่านที่เต็มไปด้วยอำนาจและเงินทอง ก็เจ็บปวดใช่ไหม!!
“เกิดอันใดขึ้น ทำไมจู่ๆนางก็เป็นเช่นนี้ได้”
“บ่าว บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ บ่าวไม่ทราบจริงๆ คุณหนูเพียงบ่นว่าเหนื่อยแล้วก็นอนหลับไปเท่านั้น แต่บ่าวไม่รู้ว่าทำไมจึงไม่ตื่นขึ้นมา ... นายท่านเจ้าคะ ได้โปรดช่วยคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ อย่าให้คุณหนูเป็นอะไรนะเจ้าคะ ฮือๆ” นางร่ำไห้ โวยวายเสียยิ่งกว่ามารดาผู้หนึ่งเสียอีก
ผู้นำตระกูลสวี่ปวดหัวไม่น้อย เขาอยากจะโยนสตรีผู้นี้ออกไป แต่เมื่อเห็นว่านางร่ำไห้จากใจจริง เขาก็เม้มปากแล้วสั่งให้คนรีบไปเรียกนักปรุงยาและผู้รักษามาจากตระกูลสวี่
ฮูหยินสวี่เมื่อได้ยินเรื่องราวต่างๆ นางก็เป็นลมล้มพับไปแล้ว ไม่สามารถออกคำสั่งใดๆได้อีก เดือดร้อนคนตระกูลหลี่ต้องรีบหาที่พักผ่อนให้แก่นางสองแม่ลูก
หลี่ชิงหมินได้ยินข่าวก็รีบมาตรวจสอบ เขามองดูสองแม่ลูกก่อนจะขมวดคิ้ว สายตาของเขาจรดลงที่ร่างของแม่นมสกุลสวี่ที่กำลังร่ำไห้ สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“เจ้าให้คุณหนูสวี่ดื่มสิ่งใดบนรถม้า” หลี่ชิงหมินเข้าประเด็น เขาไม่ได้อธิบายอะไรให้ผู้นำตระกูลสวี่ฟังก่อนด้วยซ้ำ เพียงเดินอาดๆเข้าไปยังตัวของแม่นมผู้ที่กำลังร้องไห้ปานจะขาดใจ
“คุณชายหลี่ ฮือๆ คุณชายหลี่ช่วยคุณหนูด้วยนะเจ้าคะ”
“ตอบข้า เจ้านำสิ่งใดให้คุณหนูดื่ม!!”
“คุณชายหมายถึงสิ่งใดเจ้าคะ หรือว่า....คุณชายต้องการจะบอกว่านี่เป็นความผิดของข้าหรือเจ้าคะ คุณชายหลี่ บ่าวไม่ได้ทำจริงๆเจ้าค่ะ บ่าวไม่ได้....”
ปัง!!
ไม่รอให้อีกฝ่ายถ่วงเวลามากขึ้น หลี่ชิงหมินยกเท้าของเขาเตะจนหญิงวัยกลางคนกระเด็นไป ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนที่นี่ แม้แต่คนสกุลหลี่ก็ไม่คาดคิดจริงๆว่าหลี่ชิงหมินจะลงมือรุนแรงเช่นนี้ได้
เด็กน้อยตัวแสบของพวกเขาไม่ใช่พวกชอบใช้กำลัง ส่วนใหญ่ถ้าต้องการลงโทษใครก็แค่เอ่ยปากเท่านั้น บ่าวไพร่มีมากมาย พร้อมที่จะรับคำสั่งของเขาอยู่แล้ว นี่นับเป็นครั้งแรกจริงๆที่หลี่ชิงหมินทำตัวดุร้ายให้ได้เห็น
“ชะ ชิงหมิน...” มารดาของเขามองดูบตรชายที่ยังยกเท้าค้างอยู่บนอากาศ เหมือนกับเรียกให้ชิงหมินได้สติกลับมาด้วย
เขากระแอมสองครั้งและให้ฝูเซ่ามาจัดชายผ้าที่ยับย่นกับตนเอง ชิงหมินไม่เคยรู้สึกโกรธใครเท่าสตรีตรงหน้ามาก่อน หากไม่ใช่เพราะสวี่อ้ายเหมยจริงใจต่อนางมาก เขาก็คงไม่รู้สึกแย่แทนเช่นนี้
คนหนึ่งต้องการแก้แค้น ใช้เด็กอีกคนที่เติบโตมาโดยไม่มีความผิดเป็นเครื่องมือ นี่มันยุติธรรมกับสวี่อ้ายเหมยหรือ? นางกำลังจะตาย ทั้งก่อนนางตายก็ยังเชื่อมั่นในตัวแม่นมของตนเองจนหมดใจ เขารู้ว่านางไม่ได้โง่ และหลายครั้งคงจะรู้สึกว่าแม่นมมีท่าทางประหลาดอยู่เหมือนกัน กระนั้น...ความรักและความเชื่อใจของนางก็นำหน้าความสงสัยทุกอย่าง
พูดให้ถูก สวี่อ้ายเหมยไม่ต้องการจะสงสัยสตรีตรงหน้า นางรักและเคารพอีกฝ่ายเหมือนกับมารดาของตนเองผู้หนึ่ง!
แต่คนๆนี้กลับไม่เคยคิดถึงจิตใจของเด็กสาวคนหนึ่ง จ้องเพียงจะแก้แค้น เอาความสนุกและความสะใจของตนเป็นที่ตั้ง ชิงหมินยังได้เห็นการแสดงที่ไม่แนบเนียนของอีกฝ่ายเช่นนี้ ยิ่งทำให้เขาอดใจไม่อยู่
“อะ แอ่ม...รบกวนให้คนหายาที่บ่าวคนนี้เพิ่งให้คุณหนูสวี่ดื่มด้วย ส่งให้ทางการตรวจสอบ ข้าคิดว่านางเพิ่งจะได้รับยาเกินขนาด...เรื่องนี้ต้องสอบสวนว่านางได้รับยานี้จากใคร บางทีเขาเองก็อาจจะเป็นเหยื่อ” หลี่ชิงหมินลูบหน้าของตนเองก่อนจะอธิบาย
“ได้รับยาเกินขนาด?”
“ใช่ ได้รับยาที่มากเกินไปก็ไม่ดี แทนที่จะรักษา กลับกระตุ้นอาการให้เพิ่มขึ้นเสียมากกว่า” หลี่ชิงหมินกล่าวเพิ่ม ซึ่งไม่นาน...ผู้ปรุงยาของตระกูลสวี่และผู้รักษาก็มาถึง พวกเขารีบตรวจสอบตามที่ชิงหมินพูด และพบว่ายาที่เหลือจากถ้วยนั้นมีส่วนผสมที่เข้มข้นเกินไปจริงๆ จนมันไม่สามารถเรียกว่ายาได้แล้วด้วยซ้ำ
“ใครเป็นคนทำสิ่งนี้! ต้องการสังหารคุณหนูสวี่หรือ?!!” เมื่อพบว่ายาของตนเองถูกปรับเปลี่ยน ผู้ปรุงยาก็โกรธจัดจนหน้าแดง
หากทางการตรวจสอบและพบสิ่งนี้ จะต้องคิดว่าเป็นเขาแน่ๆที่ทำงานผิดพลาด ดีที่คุณชายหลี่ชี้เป้าไปที่บ่าวรับใช้ผู้นั้น เขาจึงสามารถเค้นเอาคำตอบกับนางได้
“บะ บ่าว...บ่าวไม่รู้เจ้าค่ะ บ่าวเพียงต้มยาตามที่ได้รับมา บ่าวไม่ได้คิดจะทำร้ายคุณหนูเลย บ่าวเลี้ยงคุณหนูมาตั้งแต่ยังเล็ก บ่าวจะทำเช่นนั้นทำไมกันล่ะเจ้าคะ ฮือๆ นายท่าน ให้ความเป็นธรรมกับบ่าวด้วยเจ้าค่ะ คุณหนูสวี่เจ้าคะ ตื่นมาให้ความเป็นธรรมกับบ่าวเถอะนะเจ้าคะ”
หญิงวัยกลางคนร่ำไห้ปานจะขาดใจ นางทำเหมือนว่าตนเองได้รับความอยุติธรรมจนหลี่ชิงหมินเกือบจะกระตุกเท้าของตนเองขึ้นมาอีกครั้งแล้ว ดีที่มารดาของเขาถลึงตาใส่...
นับวันๆ กริยาที่งามสง่าของบุตรชายก็หายไปงั้นหรือ? นี่เข้าใกล้วันแต่งงานแล้ว กลับยิ่งมีท่าทางเช่นนี้ ทำราวกับว่าที่นางสอนมานั้นไม่เข้าหูของเขา ทั้งยังไปกระตุ้นท่าทางเกเรของเขาขึ้นมาด้วย
ชิงหมินย่นจมูกของตนเอง เขาแค่หมันไส้คนตรงหน้าก็เท่านั้น จะตบตีเหมือนสตรีก็ไม่ใช่สิ่งที่ถนัด อีกทั้งขาของเขาก็ยาวด้วย ถนัดที่จะใช้เตะใครสั่งคนให้เด้งไปสักสองสามเมตรได้อยู่...
“นางจะจงใจหรือไม่ก็ช่างเถอะ พวกท่านรีบหาทางถอนยานี้ได้แล้ว คุณหนูสวี่หมดสติเพราะทนต่อการเสียพลังงาน หากช้ากว่านี้เกรงว่าจะทำให้นางหลับไปเป็นสิบๆปี”
“อืม ข้าจัดการเอง” เพราะเป็นคนปรุงยานี้ จึงรู้ว่าจะดับฤทธิ์ยาส่วนเกินได้อย่างไร นักปรุงยารีบขออุปกรณ์แล้วเข้าไปในห้องแยกทันที อันที่จริง...สถานที่นี้ไม่เหมาะที่จะปรุงยา ตระกูลหลี่กำลังจัดเตรียมงานแต่ง ข้าวของมากมายเต็มจวนไปหมด เขาต้องแหวกหาพื้นที่อยู่นาน แถมต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มด้วย
แต่นี่เป็นเรื่องเร่งด่วน กลิ่นยาผสมกับกลิ่นหอมมากมายจนตีกันวุ่น หลังจากปรุงยาแล้ว นักปรุงยาจะต้องใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดเพื่อตรวจสอบว่ายานี้ถูกต้องหรือผิดพลาด หนึ่งในนั้นคือการดมกลิ่น ทว่าตอนนี้พวกเขาไม่มั่นใจเสียแล้ว จำต้องรีบเอามาแล้วให้นักประเมินที่มีอยู่ในจวนหลี่เพียงคนเดียวช่วยเหลือ
“ยานี้ได้หรือไม่?”
“ได้ขอรับ” ชิงหมินเพียงใช้การประเมินของเขาและพยักหน้ารับ นักปรุงยาไม่ได้สนใจอะไรมาก รีบนำยาให้กับคุณหนูสวี่ดื่มทันที
“คุณหนูจะรอดใช่หรือไม่เจ้าคะ คุณหนูของบ่าวจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม” ในตอนที่นักปรุงยากำลังจะนำยาไปให้สวี่อ้ายเหมยดื่ม จู่ๆ หญิงวัยกลางคนที่ถูกเตะไปครั้งก็รีบกระโจนเข้ามา
ชิงหมินเข้าใจทันทีว่านางต้องการจะทำสิ่งใดกันแน่ ดีที่เขาระวังอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นหลังจากที่หญิงวัยกลางคนกำลังจะพุ่งตัวออกมา เท้าเรียวยาวของเขาก็ตวัดไปข้างหน้า ถีบก้นของหญิงวัยกลางคนจนกระเด็นไปอีกทางหนึ่ง
ปัง!!
สองครั้ง!!
คุณชายหลี่ต้องลงมือเองถึงสองครั้ง แถมยังเป็นการลงมือกับสตรีคนเดิมเสียด้วย! การกระทำของหลี่ชิงหมินทำให้มารดาของเขาโกรธจนหน้าแดง ทั้งอับอาย ทั้งรู้สึกโกรธ และขบขัน อย่างไรก็ตาม...ไม่มีใครกล้าตำหนิเขา ทุกคนได้เห็นทิศทางการวิ่งของหญิงวัยกลางคนผู้นั้น และรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าสวี่อ้ายเหมยไม่ได้ดื่มยา
“เป็นการเตะที่ดีขอรับคุณชาย” ฝูเซ่าลอบยกนิ้วให้ สองนายบ่าวพยักหน้าให้กันเล็กน้อย
คุณชายหลี่ของเขาพลัดพรากจากตระกูลหลี่ไปตกระกำลำบากในค่ายทหารเป็นเวลานาน แถมยังได้ไปทำภารกิจกับแม่ทัพใหญ่อีก หลายครั้งก็ออกไปล่าสัตว์กับสิงโตน้อย ไม่น่าแปลกใจที่ท่าทางเช่นนี้ของหลี่ชิงหมินจะปรากฏให้ได้เห็นบ้าง
“เดี๋ยวเถอะ ทั้งสองคนเสียมารยาทแล้ว!” ฮูหยินสกุลหลี่ตำหนิ หญิงวัยกลางคนผู้นี้เป็นคนของตระกูลสวี่ไม่ใช่ตระกูลหลี่ เขาเตะคนถึงสองครั้ง ไม่ดูสีหน้าเจ้านายของอีกฝ่ายหน่อยหรือ?
“ไม่เป็นไรฮูหยินหลี่ คุณชายทำเช่นนี้ก็เพราะต้องการช่วยสวี่อ้ายเหมยของข้า...จับนังบ่าวผู้นี้เอาไว้ นางยังถือเป็นผู้ต้องสงสัย อย่าได้ปล่อยให้นางเข้าใกล้อ้ายเหมยอีก!” ผู้นำตระกูลสวี่ใจหล่นวูบ นึกว่าจะเกิดเรื่องขึ้นแล้วจริงๆ
“นายท่านเจ้าคะ นายท่านช่วยคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ” หญิงวัยกลางคนร่ำไห้ นางเจ็บใจที่ไม่สามารถหยุดความช่วยเหลือครั้งนี้ได้ อย่างไรก็ตาม...ต่อให้พวกเขาจะช่วยเหลือได้ ชะตาชีวิตของเด็กที่น่าสงสารคนนั้นก็ไม่ควรจะรอด
นางได้สอบถามกับคนที่แนะนำวิธีการนี้ให้ตนเองแล้ว ร่างกายบอบช้ำถึงเพียงนั้น รอดกลับมาก็อยู่ได้อีกไม่นาน ความหวังที่จะมีอายุ 50 ปีเช่นก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว...เช่นนั้น นางเพียงหวังว่าตนเองจะได้มีชีวิตอยู่จนกว่าจะได้เห็นหายนะที่เกิดขึ้น นางอยากเห็นพวกมันทั้งสองคนร่ำไห้กอดศพบุตรสาวของตนเอง เหมือนกับนางในวันนั้น!
เมื่อคนก่อกวนถูกลากออกไปแล้ว การช่วยเหลือก็ดำเนินไปอย่างเร่งรีบ เด็กสาวสวี่อ้ายเหมยไม่ได้ตื่นขึ้นมาง่ายๆอีก แต่ชีพจรของนางดีขึ้นมากแล้ว คนตระกูลสวี่เป็นกังวลอย่างมาก เมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว หลี่ชิงหมินไม่ต้องพูดอะไร ผู้นำตระกูลสวี่ก็เข้าใจว่าหลังบ้านของเขามีปัญหาใหญ่
ซึ่งน่าจะใหญ่โตกว่าทุกครั้งที่เคยเกิดขึ้น นี่เป็นเพราะ...เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของทุกคนโดยตรง
เมื่ออาการของสวี่อ้ายเหมยคงตัว พวกเขาก็พานางกลับไปยังสกุลสวี่ ตระกูลหลี่ได้แต่ติดตามไปส่งพวกเขา หลี่ชิงหมินยังเหลือบมองแม่นมที่ครวญครางร่ำไห้ราวกับจะขาดใจ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังทำตัวเหมือนเป็นผู้เสียหายอีกคน โดนเตะไปสองครั้งแล้วก็ยังไม่สำนึกอีก
ถึงจะโกรธอีกฝ่ายขนาดไหน ทว่าหลี่ชิงหมินก็ทำอะไรไม่ได้ เขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อนึกถึงรายละเอียดที่จะสามารถช่วยเหลือสวี่อ้ายเหมยได้ แน่นอนว่าด้วยความพยายามอันน้อยนิดของเขาที่ผ่านมา ตอนนี้ขั้นตอนที่สามซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการรักษาสวี่อ้ายเหมยถูกเปิดออกให้เห็นแล้ว
น่าเสียดายที่เขามองเห็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้น เหตุผลเพราะบังเอิญอ่านเจอตำราสมุนไพรหายากที่อดีตหมอหลวงผู้อาศัยในค่ายอิสระครอบครอง เขาจึงได้รู้ว่าสมุนไพรชนิดนั้นสามารถช่วยรักษาสวี่อ้ายเหมยได้ เพียงแต่...ความต้องการของมันสูงเกินไป
หากต้องใช้สมุนไพรหายาก 2-3 ชนิด ก็ยังพอที่จะหาได้ในปริมาณหนึ่ง ทว่า....วิธีการที่เขาค้นพบ กลับต้องใช้สมุนไพรอย่างละ 10-20 กิโลกรัม เนื่องจากต้องนำมาสกัดออกเป็นผงยาที่เข้มข้น ชิงหมินจึงไร้ปัญญาที่จะจัดการจริงๆ
ไม่สิ! ต้องบอกว่าวิธีนั้นก็พอจะมีอยู่ ชิงหมินบังเอิญรู้จักคนที่เปลี่ยนสมุนไพร 1 ต้น ให้กลายเป็นสมุนไพร 1 แปลงได้ แต่...ถ้าไปยุ่งกับอีกฝ่าย เขาก็เตรียมโบกมือลาความฝันอันสงบสุขได้เลย
ดังนั้น ก่อนที่จะใจร้อนเร่งไปหาตัวเลือกสุดท้ายนี้ ชิงหมินอยากจะศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพร การรักษา และสิ่งต่างๆให้มากขึ้น บางที...หากโชคดี เขาสามารถค้นพบอะไรบางอย่างจากตำราหวงจื่อได้ ซึ่งนั่นย่อมหมายถึงเป็นโชคดีของสวี่อ้ายเหมยด้วยเช่นกัน เพราะถ้าให้เขาไปหาซือซือ เขาคงไม่อยากไป...
……………………………………………..