ชิเอลกับการออกเดินทางครั้งใหม่
ในห้วงอนธการมืดมิด ร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งเดินวนไปมาในความมืดอย่างทุลักทุเล
เขาพยายามที่จะหาทางออกจากที่แห่งนี้ แต่กลับไม่พบเลยสักทาง
มือเรียวไล้ัักับกำแพงขรุขระแข็งคล้ายหินเพื่อคลำหาทางเดินต่อไป เมื่อเขาคลำเจอเส้นทางที่หนึ่งเขาก็ไม่ลังเลที่จะเดินไปในความมืดนั้น มือคู่สวยยังคงไล่ัักับกำแพง ด้วยความหวังเล็กๆว่าจะเจอทางออก
แต่สุดท้ายเขาก็พบว่าช่องทางแคบๆที่บังคับให้เขาเดินนั้น นำเขากลับมาสู่ห้องสี่เหลี่ยมห้องเดิม และไม่ว่าเขาจะเดินคลำเจอเส้นทางใหม่ใดๆก็ตาม สุดท้ายแล้วเขาก็จะเดินกลับมาสู่ความเวิ้งว้างของห้องสี่เหลี่ยมห้องเดิมอยู่ดี
'ขวัญเอ๊ย…ขวัญมา…ขอดาวอาทิตย์สว่างไสว…ที่สถิตในใจ…นำทางน้องกลับมา'
'ขอดาวอาทิตย์สว่างไสว…ที่สถิตในใจ…นำทางน้องกลับมา' เ้าของมือคู่สวยได้ยินเสียงบางอย่างแว่วๆ ลอยมาตามสายลมคล้ายกับคำปลอบประโลมที่ทำให้ความกลัวในใจของชายคนนี้เบาบางลง เสียงที่เขาได้ยินมันเต็มไปด้วยความอาทร และแฝงไปด้วยคำอ้อนวอน
เขาไม่ลังเลที่จะเดินไปตามเสียงนั้น แม้สายตาจะเต็มไปด้วยความมืดมิด แต่มือและขาทั้งสองข้างยังทำงานสัมพันธ์กันเป็อย่างดี ถึงแม้จะไม่รู้จุดหมาย แต่เขากลับมั่นใจว่าเขาจะไม่เป็อันตรายหากเดินตามเสียงนั้นไป
'ที่สถิตในใจ…นำทางน้องกลับมา'
'ที่สถิตในใจ…นำทางน้องกลับมา' ในความมืดมนอันไร้ขอบเขตนี้ บังเกิดเเสงสีทองสลัวจุดเล็กๆที่หน้าอกเรียบแบนของเ้าของร่างสูงโปร่ง
เเสงสีทองสลัวจุดเล็กๆนั้นล่องลอยทะลุออกมาจากอกชายคนนั้น ลอยสูงขึ้น ราวกับหิ่งห้อยตัวจ้อยในคืนที่มืดมิด แม้เป็เพียงแสงสลัวจุดเล็กๆเพียงจุดเดียวแต่มันกลับส่องสว่างไปทั่วทั้งใจของชายผู้นั้น
ดวงตาเฉี่ยวคมสีทองหรี่ตาลงเมื่อเจอแสง เขาที่หลงอยู่ในความมืดมิดมาเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ต้องใช้เวลาสักพักในการปรับสายตา ก่อนจะก้าวเดินต่อไปช้าๆโดยที่มือยังไล้ตามกำแพงอยู่
แสงเล็กๆที่ลอยอยู่บนอากาศ ไม่ช้าไม่เร็วเป็จังหวะตามการก้าวเดินของคนข้างหลัง เ้าแสงนั่นขยับขึ้นลงไปมา ทำให้เห็นผิวกายขาวเนียนละเอียดของชายร่างสูงโปร่งที่โผล่พ้นเรือนผมยาวสีบลอนด์ทอง มันยาวพอที่จะปกปิดส่วนลับของชายหนุ่ม ร่างกายเปลือยเปล่าของเขายังขยับเดินต่อไป
'นำทางน้องกลับมา' แสงเล็กๆนั่นนำทางเขามาถึงห้องสี่เหลี่ยมอีกห้องหนึ่งที่แตกต่างห้องที่เขาเคยหลงอยู่ในนั้นเพียงเล็กน้อย ห้องมืดมิดที่เขาเคยเดินหลงวนไปมาอยู่ทุกครั้งคือห้องมืดมิดที่ว่างเปล่า มันไม่มีอะไรเลยเว้นแต่ความอ้างว้างและโดดเดี่ยว
บรรยากาศของห้องใหม่ที่เ้าแสงตัวน้อยนำทางชายร่างสูงโปร่งมานั้นแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย
ห้องใหม่นี้ไม่ได้มืดสนิท มันยังพอมีแสงสลัวๆให้เห็นว่าตรงกลางห้องมีกระจกตั้งอยู่
เ้าแสงตัวน้อยที่คอยนำทางชายหนุ่มมาลอยกลับเข้าไปในหน้าอกด้านซ้ายของเขา เขาเพียงก้มมองแสงนั่นลอยกลับสู่ตัวเขาก่อนจะค่อยๆ เดินไปหน้ากระจก พลันปรากฏเงาในกระจก ที่สะกดตาสะกดใจผู้พบเห็น ใบหน้ามนงดงามราวกับหยกสลัก
ดวงตาสีทองจ้องมองกันและกันอย่างไม่วางตา คนในกระจก มีรูปลักษณ์หน้าตาเหมือนกับชายหนุ่มราวกับแกะ ต่างเพียงผมที่ยาวถึงกลางหลังโดยผมด้านหน้าถูกสไลด์ไล่ระดับลงไปของคนในกระจก มือเรียวทาบทับัักับกระจกคล้ายกับมือประสานมือ
'นำทางน้องกลับมา/นำทางเ้ากลับมา' ทันทีที่มือทั้งสองัักันพลันเกิดแสงสว่างจ้าจนกลายเป็สีขาวทั่วบริเวณ
เฮือกก ชิเอลสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ในยามดึก
[คุณชิเอลเป็อะไรไหมครับ] เจครีบทักเ้านายขึ้น
"มะ…ไม่" ชิเอลหายใจหนักๆแล้วตอบขึ้น
[ฝันร้ายอีกแล้วหรือครับ]
"ไม่หรอก เพียงแค่ชิเอลเห็นหน้าชายผมยาวคนนั้นแล้ว"
[เขาหล่อไหมครับ หล่อเหมือนผมไหม หรือว่าสวยเหมือนคุณชิเอล]
"เหมือนชิเอล"
[หืม สวยแบบคุณชิเอลเลย…]
"ไม่ใช่ เขาเหมือนชิเอลทุกอย่าง ทุกอย่าง ยกเว้นทรงผม" ชิเอลพูดขึ้นสายตาของเขาทอดมองออกไปไกลคล้ายกับคนเหม่อ
เขาฝันแบบนี้มาสักพักแล้วั้แ่ที่เขาถูกยิงแต่นี้เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นหน้าคนคนนั้นอย่างชัดเจน ทำไมเขาถึงเห็นเงาของตัวเองที่แตกต่างในกระจก?
บางครั้งก็ฝันเห็นผู้ชายคนหนึ่งถูกแส้ฟาดครั้งแล้วครั้งเล่าโดยมีตัวเองยืนร้องไห้ข้างหลัง แล้วภาพก็มืดดับ จากนั้นก็เห็นชายคนเดิมถูกดาบเล่มยาวปักทะลุหัวใจจากทางด้านหลัง เขามองไม่ให้ชายคนนั้น แต่ชิเอลก็รับรู้ได้ว่าชายคนนั้นคือพี่ชายของเขา
[นอนเถอะครับ พรุ่งนี้เราต้องเดินทาง ผมจะอยู่เป็เพื่อนจนกว่าคุณจะหลับ] ชิเอลค่อยๆทิ้งตัวลงนอน วันนี้เขาเหนื่อยมากเกินไป ไม่อยากคิดอะไรมากอีกแล้ว
[เมื่อถึงเวลา คุณจะรู้ทุกอย่าง] หลังจากที่ลมหายใจของชิเอลสม่ำเสมอเป็สัญญาณว่าเขากำลังหลับสนิท เจคก็พูดขึ้น หน้าจอโฮโลแกรมยังไม่ดับไปจนถึงตอนเช้า
วันนี้เป็วันที่สองพี่น้องซันเดอลาวาเดินทางกลับบ้าน
ดาวSเป็ดาวที่ถือว่ามีทรัพยากรสมบูรณ์มากดาวหนึ่ง มีป่าไม้และพืชพรรณอุดมสมบูรณ์ และเป็อณาจักรของซันเดอลาวา ทั้งศูนย์ผลิตและสถาบันวิจัยและพัฒนาเอไอก็อยู่ที่นี่
เทคโนโลยีและธรรมชาติสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน แต่ดาวSค่อนข้างห่างไกลจากดาวเมืองหลวง ถึงแม้จะเดินทางด้วยยานซุปเปอร์เจ็ทที่มีความเร็วสูงก็ต้องใช้เวลาถึง2วันเต็มๆในการเดินทาง
สองพี่น้องใช้เวลาทั้งวันไปกับการนั่งๆนอนๆดูไลฟ์สตรีมต่างๆในแพทฟอร์ม สตาร์ไลฟ์ ตอนนี้โปรเจคใหม่ของ บริษัทAIของพวกเขาคือ การรับรู้รสและกลิ่นผ่านเอไอของสตรีมเมอร์และผู้ชม ซึ่งโปรเจคนี้ก็เสร็จสมบูรณ์และเปิดให้บริการแล้ว แต่ชิเอลกับชิออนก็มาลองทดสอบด้วยตัวเอง
'ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ครัวของคาเรนครับทุกคน วันนี้คาเรนจะชวนมาทำเค้กแครอทกันนะครับ'
[คาเรนอันดับ1ในใจ : มอบ 1000คอยน์ กรี๊ดดด เค้กแครอทของคาเรนต้องอร่อยมากแน่ๆ อยากชิมๆ]
[นั่งได้ไหมยืนนานมันเมื่อย : มอบ 10000 คอยน์ คาเรนคนสวย วันนนี้ก็ยังสวยเหมือนเดิม]
[ติ่งคาเรน : มอบ 2000 คอยน์ เื่อาหารอันดับหนึ่งของกาแล็กซีต้องยกให้คาเรน บอกเลย]
[อยากเป็หมาให้เธอล่าม : 4000 คอยน์ ความสวยก็เป็อันดับหนึ่งนะ คาเรนของผมสวยที่สุด]
'ขอบคุณสำหรับโดเนทครับ ทุกคนชมผมเกินไปแล้ว เรามาดูส่วนประกอบสำหรับเค้กแครอทกันดีกว่า ส่วนประกอบวันนี้ก็จะมี แป้ง ผงแครอทสังเคราะห์ หากใครมีแครอทสดก็ใช้มาผสมด้วยได้นะครับแต่ว่าใช้เพียงเล็กน้อยก็พอ
'คาเรนว่าใช้แครอทสังเคราะห์แล้วรสชาติดีกว่า แต่เราจะใส่เพื่อให้ได้เทกเจอร์ของเค้กครับ น้ำตาล น้ำมัน ไข่ และเกลือ ส่วนประกอบง่ายๆแต่รับรองว่าอร่อยชัวร์'
ผ่านไปได้สักพักหลังจากเค้กแครอทเสร็จ สตรีมเมอร์คาเรนคนสวยก็ได้รับคำชมและยอดโดเนทอย่างล้นหลาม
[อยากเป็หมาให้เธอล่าม : มอบ 20000 คอยน์ เพิ่งเคยกินเค้กแครอทครั้งแรก อร่อยสุดๆไปเลย]
[ติ่งคาเรน : คาเรนทำอะไรก็เพอร์เฟคไปหมดจริงๆ]
ชิเอลจึงลองชิม เค้กแครอทตรงหน้า ระบบรับรสและกลิ่นใช้งานง่าย สามารถเปิดหรือปิดรับกลิ่นได้ และหากอยากลองชิมอะไรก็แค่จิ้มไปที่หน้าจอโฮโลแกรมของสิ่งนั้นในสตรีม ที่เราดูอยู่
เค้กแครอทเนื้อหยาบรู้สึกได้ถึงปลายลิ้น รสชาติออกไปทางหวาน หวาน และก็หวาน ก็ถือว่าไม่แย่ สกิลในการทำของสตรีมเมอร์ก็ใช้ได้ แต่ถ้าเลือกได้ชิเอลก็คงไม่ขอกินมันอีก
ชิเอลที่เติบโตมากับดาวที่มีทรัพยากรที่สมบูรณ์ ดาวของครอบครัวซันเดอลาวา มีพร้อมทั้งพื้นที่ป่า พื้นที่การเกษตร แหล่งน้ำ ทะเล แม้กระทั่งโรงเลี้ยงสัตว์สำหรับรับประทานยังมีเป็ของตัวเอง
แต่ซันเดอลาวาไม่แตะต้องธุรกิจทางด้านนี้เลย ทรัพยากรที่พวกเขามี เขาใช้แค่พอกิน สำหรับครอบครัวและบุคลากรภายในดาวเท่านั้น (ใช่ค่ะตะหนูชิเอลมีดาวเป็ของตัวเอ๊งงงง เดี๋ยวพี่ชิออนก็ยกให้น้อง )
ซันเดอลาวาคนน้องได้แต่หน้านิ่วคิ้วขมวด ทำไมไลฟ์สตรีมอาหารสตรีมไหนๆก็มีแต่อาหารสังเคราะห์เป็องค์ประกอบหลัก! แล้วสตรีมทำอาหารที่เป็อันดับหนึ่งนี่อีก
เค้กแครอทไม่ใส่ผงอบเชยยังพอทน แต่เค้กแครอทที่มีแครอทขูดเพียงปลายหยิบมือชิเอลรับไม่ได้!!!
ชิเอลก็ไม่ทราบสาเหตุ ปกติเขาเป็คนที่ทำอาหารเป็อยู่แล้ว เพราะชอบทำอาหารกับแม่ั้แ่เล็กๆ แต่จะชอบทำขนมมากกว่า ไม่ได้ถนัดทั้งของคาวและหวานเหมือนแม่ของเขา
แต่ั้แ่ที่เขาตื่นมาหลังจากถูกยิง เขาก็มีองค์ความรู้ใหม่ๆมากมาย ที่เกี่ยวกับพืชพรรณนานาชนิดและอาหาร
มีอาหารหน้าตาประหลาดหลายชนิดในหัวเขาที่เขาไม่เคยเห็น แต่เขาสามารถบอกส่วนประกอบและสามารถทำมันออกมาได้ แม้แต่อาหารในสมัยก่อน ที่เขาเคยเห็นเพียงหน้าหนังสือในตอนนี้ชิเอลก็สามารถทำมันได้ทั้งหมด
พอชิเอลเล่าให้พี่ชายหรือเจคฟัง ทั้งสองก็บอกว่า ถึงเวลาก็จะรู้เอง หรือไม่ก็ สงสัยว่าชิเอลมีความสามารถพิเศษ น้องพี่นี่อัจฉริยะจริงๆเลย
"ดูไปทำไมขนมที่ชิเอลทำอร่อยกว่าตั้งเยอะ" ชิออนที่ชะโงกหน้ามาดูน้องชาย
"ชิเอลแค่อยากจะลองดู" เขาคิดว่าการสตรีมทำอาหารก็น่าสนใจไม่น้อย และอาจจะมีผลดีกับสิ่งที่เขาจะทำในอนาคตด้วย
ชิเอลคิดมาสักพักแล้วว่าอยากจะฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรรมและอาหาร ในอนาคตอยากให้พืชผักเป็สิ่งที่จับต้องได้สำหรับทุกคน ไม่ใช่ว่าเกษตรผู้ใช้แรงงานในดาวเกษตรกรรมทำงานหนักแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไร ซึ่งนี่คือสิ่งที่ชิเอลอยากทำในอนาคตต่อไป
เพราะในกาแล็กซีนี้ พืชพรรณไม้เป็สิ่งที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง พวกมันทั้งดูแลรักษายาก ใครมีในก็ถือว่าโชคดีสุดๆ
แต่หลังจากที่ชิเอลตื่นขึ้นมา ชิเอลก็ทราบแล้วว่าการจะเพาะปลูกนั้นแท้จริงไม่ได้ยาก เพียงอาศัยปัจจัยหลักที่สำคัญ คือ แสง ดิน น้ำและความชื้น ทั้งหมดต้องมีในปริมาณที่พอเหมาะถึงจะทำให้พืชต้นหนึ่งเจริญเติบโตขึ้นมาได้
และพืชต่างชนิดกันก็มีความ้าที่แตกต่างกันออกไป ส่วนบางดาวที่มีสี่สิ่งนี้แต่มีปริมาณแร่ธาตุมากเกินไปหรือน้อยเกินไปก็อาจทำให้พืชตาย
แท้จริงแล้วไม่ใช่ว่าพืชพรรณเ่าั้ดูแลยาก แต่ผู้คนไม่รู้จักวิธีดูแลมัน และใช่ว่าพืชพรรณจะหายาก แต่ผู้คนที่ใช้เทคโนโลยีมากเกินไปหลงลืมมันไปหมดต่างหาก
ผู้คนเพียงแค่หลงลืมไปว่ามันมีหน้าตาเป็ยังไง หรือไม่เคยเห็นผล เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์หรือมีการดูแลไม่เพียงพอ
ที่มันถูกหลงลืมก็เนื่องจากผู้คนต่างๆหันมาเลือกทานอาหารสังเคราะห์ แทนอาหารที่ปรุงสุก จนหลงลืมวิธีการดูแลและผลิตออกมา เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นธรรมชาติกลับถดถอยลง ช่างน่าเศร้าแทนเหล่าต้นไม้จริงๆ
สิ่งที่ผู้คนรู้จักและมีการเพาะปลูกก็จะเป็พวก พืชตระกูลข้าว ใช่ ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง ข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียว หรือพวกพืชทนแล้ง อื่นๆ แต่ก็จะมีพวกพืชพรรณอื่นๆทั่วไปเช่น แครอท มันฝรั่ง มันเทศ หรือดอกไม้ และอื่นๆ แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ของพวกนายทุนใหญ่ๆผูกขาดตลาด ไว้ทั้งสิ้น
ชิเอลอยากจะเอาพืชพรรณมาแนะนำคนอื่นให้รู้จักและสร้างรายได้ และในอนาคตชิเอลก็จะสร้างร้านอาหารที่ตกแต่งไปด้วยพืชพรรณนานาชนิดซึ่งนั้นก็เป็เื่ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต
"นี่มันอะไรกันชิออน" ชิเอลทักถามพี่ชายขึ้นทันทีที่สองขาก้าวเข้ามาในบ้านหลังงาม
"ชิออนว่าเหมาะดีออก" ชิออนยิ้มอย่างภูมิใจกับรูปชิเอลขนาดใหญ่บนจอโฮโลแกรมที่ลอยคล้ายกับกรอบรูปประดับตั้งอยู่ที่โถงกลางบ้าน
[ผมก็ว่าสวยดีนะครับ] เจคเสริมขึ้น
"เปลี่ยนเป็รูปครอบครัวเราเถอะ" ชิเอลรับกับความคลั่งน้องของชิออนไม่ไหวแล้วจริงๆ
"งั้นชิออนจะไปเลือกรูป" ชิออนได้ยินดังนั้นก็รีบเดินกลับห้อง ชิเอลบอกว่าให้โชว์รูปครอบครัว เขาต้องไปหารูปที่เขากับชิเอลใกล้ชิดกันมากที่สุด
"เจคไปอัปเกรดกันเถอะ จะได้ช่วยงานชิเอลได้ถนัดๆ"
[ได้ครับ!!] การอัปเกรดก็คือการย้ายปัญญาประดิษฐ์เข้าไปรวมกับหุ่นยนต์ ทำให้ปัญญาประดิษฐ์แบบเจคสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ มีแขนมีขา มีสติปัญญา มีรูปลักษณ์แบบคนทั่วไป ไม่ใช่เป็หน้าจอโฮโลแกรมอย่างที่เคยเป็มา
ชิเอลยังรู้สึกผิดกับเื่นี้อยู่เสมอ เจคเป็ปัญญาประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับเขา ั้แ่เขาเกิดมา ชิริว(พ่อ) ก็สร้างปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะได้สำเร็จในวันนั้น ชิเอลและเจคเติบโตมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันมาตลอด
จนวันหนึ่งที่ชิเอลมีความรัก คาร์เตอร์ที่ไม่ชอบเห็นชิเอลอยู่กับเจคในรูปลักษณ์ของหุ่นยนต์พ่อบ้านประจำตัว เขาก็ขอร้องปนออกคำสั่งกับชิเอลทันที
ชิเอลที่ยังอ่อนต่อโลกก็รู้สึกหดหู่และเศร้าจนเจคจับสังเกตได้ เจคจึงยอม ยอมไม่มีแขนขา กลับไปเป็เพียงคนที่อยู่ในโฮโลแกรม เพื่อจะอยู่เคียงข้างชิเอลเท่านั้น
ถึงแม้ชิเอลจะขอโทษเจคแค่ไหน เขาก็ยืนยันว่าไม่เคยคิดที่จะโกรธ…แต่สำหรับชิเอลเจคคือครอบครัวคนหนึ่ง
ชิเอลนึกโกรธตัวเอง นอกจากเขาจะใจร้ายกับตัวเอง เขายังใจร้ายกับคนที่รักตัวเองได้มากขนาดนี้เลยหรือ ไม่ว่าจะเป็ ชิออน หรือเจค หรือเพื่อนๆของเขา
ฟี๊ดดด~ หลังจากเกิดเสียงก็มีควันสีขาวตลบอบอวลทั่วห้องอัปเกรดอุปกรณ์ภายในบ้าน พลันปรากฏชายร่างสูง ราวๆ195 เิเรูปร่างสมส่วน หน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้ชิออน ดวงตาคมกริบสีเทา จมูกคมเป็สันได้รูป คิ้วคมเข้ม หล่อชนิดที่ว่าสามารถไปเป็ดาราชื่อดังของกาแล็กซีได้เลย
[ผมรู้ว่าผมหล่อมาก คุณชิเอลไม่ต้องจ้องขนาดนั้นก็ได้] หุ่นยนต์ยนต์พ่อบ้านหมาดๆพูดขึ้นกับเ้าของ
"ชิ แต่ก่อนเราสูงเท่ากันไม่ใช่หรอ" ชิเอลไม่ได้สนใจหน้าตาของเจคสักเท่าไหร่ เขาเห็นมันจนชินในโฮโลแกรม แต่ที่เขาติดใจคือส่วนสูง ทำไม เจคสามารถสูงได้อีก แต่เขาที่ยังตัวเท่าเดิม!!
[หึ] เจคกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะ เมื่อได้ร่างกายกลับมา เขาก็สามารถเป็ตัวเองได้เต็มที่ เพราะเขาไม่ต้องกลัวว่าเ้านายตัวน้อยของเขาจะสั่งปิดระบบของเขาเมื่อไหร่ อย่างน้อยพอคนคนนี้ทุบร่างกายของเขาไปสักพักก็หายงอแงเอง
"ไม่ต้องมาทำแบบนั้นเลย ไปเลยไปเก็บสตรอว์เบอร์รี มา ชิเอลจะไปทำกับข้าวรอ" ชิเอลไล่หุ่นยนต์หน้าเหม็นไปเก็บสตรอว์เบอร์รีในสวนขนาดกำลังดีที่อยู่ใกล้ๆบ้าน
ก่อนหน้านี้เขาแวะเดินไปดูมาแล้ว เพราะที่ตรงสวนนั้นเป็ที่ที่เขาใช้เวลากับแม่มากที่สุดรองจากห้องครัว ชิเอลอยากจะขอโทษพ่อกับแม่เหลือเกินกับสิ่งที่ตนได้ทำลงไป
ทุกคนในครอบครัวรักและถนอมเขาตั้งเท่าไหร่แต่เขากลับทำร้ายตัวเอง
ชิเอลจะขอชดใช้โดยการใช้ชีวิตต่อจากนี้ให้ดีที่สุด ดีเท่ากับที่ทุกคนรักชิเอล
ไม่นานไฟในครัวที่เคยร้างไปถึงสามปีก็ถูกเปิดขึ้น สามปีแล้วที่ไม่มีใครมาใช้ครัวนี้ ั้แ่ที่ชิเอลแต่งงานไป ดาวSก็ดูเงียบเหงาไปถนัดตา
มือเรียวจับมีดอย่างชำนาญ หั่นเบคอนเป็ชิ้นขนาดสองเิเเท่าๆกัน จากนั้นนำไปผัดในกระทะที่ตั้งจนร้อน เสียงซู่ซ่าของน้ำมันที่ไหลออกจากเบคอนค่อยๆดังขึ้น ชิเอลคนเบคอนเป็ระยะ กลิ่นหอมของมันลอยตลบอบอวลไปทั่ว จนชิออนต้องเดินเข้ามาดู
ตุ๊บ ฉับ ฉับ ฉับ ชิเอลทุบกระเทียมแล้วสับหยาบๆด้วยความชำนาญ จากนั้นก็ใส่ลงไปในกระทะที่มีเบคอนและน้ำมันเบคอนอยู่ เมื่อกระเทียมเริ่มเหลืองจนเกือบจะได้ที่
ชิเอลก็ใส่ข้าวสารเม็ดเรียวยาวที่ผสมกับข้าวสารสีขาวขุ่นเม็ดอวบสั้นลงไปนิดหน่อย ลงไปผัดต่อในกระทะ จากนั้นก็ค่อยๆเติมซอสปรุงรสที่แม่ของเขาเป็คนหมักเอาไว้ลงไปเล็กน้อย เพราะเบคอนมีความเค็มอยู่แล้ว เขาไม่อยากให้อาหารนี้เค็มมากเกินไป
เมื่อผัดข้าว เบคอน และซอสปรุงรสเข้ากันได้ที่แล้ว ชิเอลก็เติมน้ำเปล่าลงไปในกระทะแล้วปิดฟ้า รอให้ข้าวสุกก็เป็อันใช้ได้
ชิออนมองภาพน้องชายอาหารด้วยความคล่องแคล่วอย่างมีความสุข ที่ตรงนี้เคยอบอุ่นแค่ไหนเขายังจำได้ดี
ภาพที่แม่กับน้องช่วยกันทำอาหารอยู่ในครัวโดยมีไอ้หุ่นยนต์หน้าเหม็นทั้งสอง(เจคกับโนแลนด์) คอยเป็ลูกมือ และขอลองกินอาหารที่ตนกินไม่ได้ แต่เขากับพ่อได้แต่ยืนเกาะขอบประตูถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าไป เพราะอาหารจะหมดก่อนตั้งโต๊ะกินข้าว
[สตรอว์เบอร์รีได้แล้วครับ] เจคเดินถือสตรอว์เบอร์รีลูกโตที่มีเกือบเต็มตะกร้ามาให้ชิเอล โดยเดินผ่านหน้าชิออนด้วยความกวน
"เอาไปล้างเลย" ชิเอลสั่งเจค โดยที่มือยังซอยกระเทียมให้เป็แผ่นบางๆ
"ชิออนล้างเอง" ชิออนที่มองภาพเจคและชิเอล จู่ๆก็รู้สึกหวงน้องชายขึ้นมาเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินไปแทรกเจคที่ยืนข้างๆชิเอล
ชิออนแย่งตะกร้า สตรอว์เบอร์รีในมือเจคไปล้าง โดยที่เจคก็มองชิออนนิ่งๆ ไม่ขยับไปไหน
"เจคเดินไปดูแปลงผักให้ชิเอลทีว่าต้นหอมยังมีอยู่ไหม ถ้ามีก็ดึงมาสัก4-5ต้น" ชิเอลสั่งเจค เจคพยักหน้าแล้วเดินออกไป
"ชิออนล้างเบาๆ แล้วก็อย่าแอบกินด้วย!!" ชิเอลเงยหน้าขึ้นมาดูพี่ชายก็อดเอ็ดไม่ได้ ตอนเจคเก็บมามันเก็บเต็มตะกร้าไม่ใช่หรือทำไมตอนนี้เหลือเพียงครึ่ง!!
ชิออนได้ยินดังนั้นก็รีบเช็ดมุมปากที่มีคราบสีแดงขอสตรอว์เบอร์รี่ออกทันที
"พอเลย ไปนั่ง ชิเอลทำเอง" ชิเอลอดที่จะดุพี่ชายไม่ได้ ตอนปกติก็ไม่กิน ทำไมชอบมาแอบกินตอนเขาทำอาหารก็ไม่รู้ มันน่ามันเขี้ยวนักพี่ชายคนนี้
"ชิออนอยากช่วย" คนพี่เสียงหงอย
"ช่วยกินอย่างเดียวก็พอแล้ว" คนน้องก็รีบขานรับ
"อ่ะๆ ไปหยิบนมกับครีมให้ชิเอลหน่อย ห้ามแอบกินนะ!!" สุดท้ายชิเอลก็ทนสายตาน่าสงสารของพี่ชายไม่ได้อยู่ดี
"รับทราบ" ชิออนวิ่งไปที่ห้องสต๊อกวัตถุดิบอย่างกับเด็กน้อยที่แม่เรียกกินขนม ชิเอลเห็นดังนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวขำๆ
ไม่นานเจคก็มาถึงพร้อมกับต้นหอมต้นอวบในมือ ชิเอลให้เจคล้างต้นหอม และหันสตรอว์เบอร์รีที่ชิออนล้างไว้ให้เป็ชิ้นเล็กๆ ส่วนตัวเองก็คนหาแผ่นเจลาตินที่สังเคราะห์มาจากหนังสัตว์ในตู้ แล้วเอามาแช่น้ำเย็น15นาที
ชิเอลนำสตรอว์เบอร์รีที่เจคหั่นเป็ชิ้นขนาดเล็กมาตั้งไฟและใส่น้ำตาลจากนั้นก็ตุ๋นด้วยไฟกลางค่อนไปทางอ่อนเรื่อยๆ จนได้เป็ซอสสตรอว์เบอร์รีสีสดใสที่ยังมีความเหลวอยู่
"ชิออนอย่าเปิดฝา" ชิเอลหันไปดุพี่ชายที่ไม่มีอะไรทำหลังจากไปเอานมกับครีมมาให้เขา ชิออนที่ถูกกลิ่นข้าวในหม้อที่ตั้งไฟเอาไว้ยั่วยวนจนอดใจไม่ไหว จึงอยากจะเปิดดูเพียงสักเล็กน้อย แค่ดูจริงๆนะ ดูแบบแง้มๆเอ๊งงงง
[หึ] เจคหัวเราะ ชิออนผู้เก่งกาจทุกอย่าง ชนะศัตรูมากมาย แต่แพ้ให้กับอาหารและขนมของน้องชาย ไม่น่าขำขันไปหน่อยหรือ
เสียงขำในลำคอของเจคพลันทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าวิ่งแปล๊บๆระหว่างดวงตาของหนึ่งคนกับหนึ่งหุ่นยนต์
"ไปตีกันข้างนอกนะแล้วไม่ต้องกินข้าว" ชิเอลที่เห็นบรรยากาศก็รีบพูดดัก เจคกับชิออนตีกันได้อยู่ร่ำไปั้แ่เขาเล็กๆจนเขาโตไม่เบื่อกันหรือไง ทันทีที่ชิเอลพูดจบการต่อสู้ทางสายตาที่จะเริ่มเป็การต่อสู้ทางกายก็หยุดชะงัก
ชิเอลนำหม้อที่ทำซอสสตรอว์เบอร์รี่ที่เย็นแล้วไปแช่ในตู้เย็น จากนั้นก็มาผสมนมกับครีมอย่างละเท่าๆกันลงหม้อแล้วตุ๋นด้วยไฟอ่อนให้ส่วนผสมพออุ่น จากนั้นก็ใส่น้ำตาลลงไป แล้วคนเบาๆจนน้ำตาลละลายหมด
ตุ๊บ ตั๊บ ชิเอลตีตุ๊บไปที่แขนของพี่ชาย และ ตบตั๊บไปที่หลังแข็งๆของเจคคนละที จากนั่นก็ไล่ให้ไปยืนหน้าประตูกันทั้งคู่
มีอย่างที่ไหนตีกันด้วยมือไม่ได้ ก็แอบโยนเศษผัก เศษใบของสตรอว์เบอร์รีใส่กันข้างหลังเขา มันน่านักทั้งสองคนนี้
เมื่อส่วนผสมของของหวานเข้ากันแล้ว มือขาวก็นำเจลาตินที่แช่ไว้ในน้ำเย็นจัดขึ้นมาบีบน้ำออกแล้วใส่ลงไปในหม้อ คนจนทุกอย่างเข้ากันและเจลาตินละลายดี ก็เทใส่แก้วทรงสวยแล้วนำเข้าไปแช่ในตู้ซุปเปอร์คูลเพื่อทำให้ขนมเซ็ทตัวไวขึ้น
ละมือจากขนมเสร็จ กลิ่นหอมของข้าวก็ตีขึ้นมาตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว ชิเอลค่อยๆเปิดฝากระทะออก ทำให้กลิ่นหอมแผ่ฟุ้งไปมากกว่าเดิม จนชิออนต้องเช็ดน้ำลายที่ไหลออกจากมุมปาก
ชิเอลค่อยๆคนคลุกข้าวในกระทะให้เข้ากันจากนั้นก็ใส่ต้นหอมอวบๆที่ถูกซอยเป็ชิ้นเล็กๆขนาดเท่ากันทั้ง5ต้นเอาไว้และคลุกต่อไปเรื่อยๆ น้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในใบของต้นหอมผสานกับกลิ่นของกระเทียมเจียวกับเบคอนเข้ากันเป็อย่างดี
ส่งผลให้กลิ่นมีความละมุนมากยิ่งขึ้น จากนั้นชิเอลก็นำกระเทียมกลีบใหญ่ที่ตนซอยเป็แผ่นบางแล้วเอาไปเจียวให้กรอบโรยลงไปอีกที
ชิเอลตักใส่จานสี่จานให้มีปริมาณเท่าๆกัน โรยเบคอนกรอบกระเทียมเจียวกรอบและต้นหอมซอยอีกเล็กน้อยในแต่ละจานให้สวยงาม
เสร็จแล้วข้าวอบมันเบคอน
ข้าวที่ถูกหุงอย่างดีเรียงเมล็ดกันสวยงามโดยที่ข้าวเมล็ดอวบนั้นถูกเคลือบไปด้วยกลิ่นและรสของเบคอน ััมีความนุ่มและหนึบหนับจากข้าวเหนียวที่นำมาผัดและหุงผสมกัน ยิ่งกินกับเบคอนหรือกระเทียมกรอบที่มีความกรอบร่วน ทำให้การเคี้ยวสนุกขึ้น
ยิ่งเคี้ยวข้าวมากเท่าไหร่จมูกก็ยิ่งได้กลิ่นความหอมของเบคอนและกระเทียมเจียวมากขึ้นเท่านั้น เบคอนที่ถูกเจียวแล้วนำไปหุงกับข้าวต่อก็นุ่มจนแทบจะละลายในปาก
รสชาติที่กำลังดีไม่เค็มเกินไปมีความหวานและความกลมกล่อมที่มาจากข้าวและน้ำมันของเบคอนกับกระเทียม ทำให้หากได้ลองกินดูแล้วก็ไม่สามารถหยุดได้จริงๆ
ยิ่งกินยิ่งหยุดไม่ได้ อาหารที่ทำง่ายๆ กลับอร่อยจนไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
"เรากินสองคน ตักทำไมสี่จาน" ชิออนที่แอบกระดึ๊บเข้ามาหาชิเอลเพราะอดใจไม่ไหวกับอาหารอันโอชะตรงหน้า แค่กลิ่นก็ทำให้เคลิ้มขนาดนี้แล้ว ไม่อยากจะคิดถึงตอนที่เ้าพวกนี้มันอยู่ในปากเขา เขาจะมีความสุขขนาดไหน
"เจคกับโนแลนด์ก็ต้องกินด้วย"
"แต่พวกนั้นเป็หุ่นยนต์นะ จะมากินแบบเราได้ยังไง" ชิออนจอมหวงของกินปรากฏร่างทันที มี4จานแสดงว่าสามจานต้องเป็ของเขาสิ จะไปเป็ของหุ่นหน้าเหม็น2คนนั้นได้ยังไงกัน
"พวกเขาพิเศษชิออนก็รู้" ชิเอลตอบพี่ชาย
"ไม่รู้แหละ ของชิออนต้องได้เยอะกว่า" ชิออนที่อยู่ต่อหน้าอาหารของชิเอลเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
"เยอะกว่าอยู่แล้วชิออนเป็พี่ชิเอลนะ ชิเอลต้องรักมากกว่า" ได้ยินน้องชายพูดดังนั้นคนพี่ก็ยิ้มกว้าง
ฟอด ชิออนหอมแก้มน้องชายไปหนึ่งทีแล้วยกจานข้าวอบมันเบคอนเดินไปที่โต๊ะอาหารทันที ด้วยรอยยิ้มร่าเริง
ชิเอลได้แต่ส่ายหัวให้การกระทำของคนพี่ ส่วนเจคก็ส่งข้อความไปให้โนแลนด์มายกของ ส่วนตนก็มอง เอ๊ยถ่ายคลิปคุณชิเอลต่อไป
ชิเอลเดินไปหยิบพานาคอตต้าที่แช่ไว้ในตู้เย็นซุปเปอร์คูลที่ตอนนี้ได้ที่แล้วออกมา พร้อมกับราสซอสสตรอว์เบอร์รี่ที่ตอนนี้หนืดได้ที่ตามที่เขา้าแล้วลงไป
ซอสสตรอว์เบอร์รีสีแดงตัดกับตัวพานาคอตต้าสีสาวในแก้วทรงสวย ชวนให้รับประทานมากขึ้น ถึงแม้เขาจะไม่มีเวลาไปเก็บวานิลลา มาใส่แต่ก็นี้ก็ดูอร่อยมากพออยู่แล้ว
ตัวพานาคอตต้าเนื้อเนียนละมุน เด้งดึ๊งละลายในปาก ตัดกับซอสสตรอว์เบอร์รีเปรี้ยวอมหวาน ทำให้รู้สึกสดชื่นเป็อย่างดี
หลังจากกินข้าวเสร็จชิเอลก็มาเดินย่อยอาหารหน้าบ้านโดยมีเจคเดินมาเป็เพื่อน
ชายร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อระบายสีขาวทับด้วยกางเกงเอวสูงสีดำ เผยให้เห็นเอวคอดรับกับสะโพกผายและก้นทรงลูกพีชที่เวลาเดินเด้งดึ๋งดั๋งเสียยิ่งกว่าพานาคอตต้าที่ทานไปได้เป็อย่างดี
เมื่อยามที่ผมและดวงตาสีทองต้องกับแสงตอนอาทิตย์ใกล้จะตกดินยิ่งทำให้คนตรงหน้ายิ่งดูดีมากขึ้นไปอีก ชิเอลไม่ว่าตอนไหนก็สวย แต่จะสวยมากที่สุดก็ตอนที่ยิ้ม
ซ่อนสปอยล์
ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest
[คุณชิเอลยังไม่มีรูปโปรไฟล์สำหรับช่องสตรีมเลยครับ] เจคพูดขึ้นถึงแม้เขาจะแอบเก็บรูปและวีดีโอของคนตรงหน้าในตอนนี้ไปหลายคลิปแล้วก็ตาม
"หรองั้นมาถ่ายรูปกันเถอะ" ชิเอลพูดกับเจคในขณะที่หัวกำลังคิดเื่ของคาร์เตอร์ เขาไม่ได้อยากคิดถึงมัน ไม่อยากคิดถึงมันเลย เพียงแต่สมองมันนึกขึ้นมาเอง
วันนั้น วันที่เขาตกหน้าผา สีของดวงอาทิตย์ก็สวยแบบนี้ อยู่ๆเขาก็คิดแบบนี้ขึ้นมาเท่านั้นเอง
[ตอนนั้นผมไม่มีร่างกาย เป็เพียงโฮโลแกรมที่พูดคุยให้ได้เพียงคำปลอบโยนกับคุณได้เท่านั้น]
[แต่ตอนนี้ผมกลับมามีร่างกาย มือคู่นี้ของผมจะจับมือคุณไว้ให้แน่น คุณจะได้ไม่หลงทางไปไหนอีก] เจคพูดขึ้นพลางใช้มือหนาจับไปที่มือเล็กของชิเอล ััของหนังเทียมที่ห่อหุ้มร่างโลหะของเจคนั้นมันเหมือนจริงจนน่าขนลุกแต่มันกลับรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยอย่างประหลาด
"เจค" ชิเอลเสียงสั่น
[ไม่ต้องเศร้าไปนะครับไม่ว่าเมื่อไหร่คุณจะผมอยู่ข้างๆ เสมอ]
ชิเอลยิ้มกว้าง เป็รอยยิ้มที่สดใสที่สุดั้แ่เขาตื่นขึ้นมาจากอดีต รอยยิ้มที่ส่งไปถึงดวงตา เขาที่รู้สึกผิดกับเจค กับชิออนผิดกับทุกๆ คน
เจคเป็ปัญญาประดิษฐ์ที่อัจฉริยะมาก
และเขาก็ลืมไปว่าปัญญาประดิษฐ์อย่างเจคก็มีหัวใจ มีความรู้สึกนึกคิดเป็ของตัวเอง เพียงเพราะคาร์เตอร์ไม่ชอบ และเจคเห็นเขาเศร้า จึงยอมกลับไปเป็ปัญญาประดิษที่ไม่มีร่างกายอีกครัง
ความผิดของเขามันร้ายแรง และ ใจร้ายมากกับทุกคนเลย แต่ทุกคนก็ยังไม่ทิ้งเขายังอยู่ข้างๆเขา ไม่ว่าเขาจะเป็แบบไหน
ชิเอลขอสัญญาว่าจะให้ชีวิตให้คุ้มค่าและจะรักตัวเองให้มากๆ มากเท่ากับที่ทุกคนรักชิเอล จะดูแลรักษาและตอบแทนความรักของทุกคนเป็อย่างดี
เจคไม่พลาดที่จะเก็บรูปตอนที่ชิเอลยิ้มนั้นไว้หลายๆรูป ไม่นานก็ปรากฏรูปชิเอลคนสวยที่ยิ้มรับกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเป็รัศมีสีส้มโดยที่พื้นหลังเป็ทุ่งหญ้าเขียวขจีของสนามหญ้า และมีสิ่งปลูกสร้างสีขาวนวลตาเเทรกเป็ระยะจากที่ไกลๆ
รูปราวกับเทพธิดาตัวน้อยกลับ์ถูกโพสต์บนไอสตาร์ พร้อมแคปชั่นว่า การเดินทางครั้งใหม่ของชิเอล เจอกันพรุ่งนี้8โมงใน สตาร์ไลฟ์ พร้อมแนบคลิปที่ชิเอลกำลังคลุกข้าวอบมันเบคอนที่หุงเสร็จแล้วกับต้นหอม และคลิปที่ชิเอลกำลังราดซอสสตรอว์เบอร์รีลงบนพานาคอตต้าพร้อมเปิดระบบัักลิ่นและรสเอาไว้