เยี่ยซางปีนขึ้นต้นไม้ในฉับพลันพร้อมส่งเสียงเรียกเสือดาวดังลั่น
น่าเสียดายที่เ้าเสือดาวไม่อาจขยับไปไหนได้ในเวลานี้มันยังยืนตรงๆ ไม่ได้ด้วยซ้ำ นั่นจึงทำให้เยี่ยซางใมากสิ่งที่เห็นตรงหน้าช่างน่าเหลือเชื่อสัตว์ร้ายตัวนั้นต้องเป็สัตว์อสูรอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเสือดาวคงไม่เป็แบบนี้เพราะนี่คือการกดข่ม ทว่าไม่ใช่การกดข่มของสายเืแต่เป็การกดข่มของระดับบ่มเพาะต่างหาก
ขณะที่เยี่ยซางกำลังใกลัวสัตว์อสูรก็ขยับตัวเข้ามาใกล้กับต้นไม้มากขึ้น
แสงสว่างจากกองไฟทำให้เยี่ยซางสามารถมองเห็นหน้าตาของสัตว์อสูรชนิดนี้ได้ชัดเจนสัตว์อสูรตัวนี้คืออูเจียว ขนาดร่างกายของมันใหญ่โตเท่าต้นไม้แต่ไม่รู้ว่าตัวมันจะยาวถึงขนาดไหนเพราะหางของเ้าตัวนี้ยังคงอยู่ภายใต้เงามืดยามค่ำคืน
เมื่อเยี่ยซางหันกลับไปมองอูเจียวอีกคราก็เห็นมันอ้าปากกว้างก่อนจะพุ่งพรวดเข้ามากัดเสือดาวที่ได้แต่ยืนนิ่งอยู่เขาได้ยินเสียงแตกหักดังสนั่น ซึ่งเป็เสียงกระดูกของเสือดาวที่หักออกเป็เสี่ยงๆหลังจากนั้นอูเจียวก็กลืนเสือดาวลงไปไม่เหลือซาก
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในชั่วพริบตาเดียวระหว่างที่เยี่ยซางปีนขึ้นต้นไม้เขาไม่ได้อยู่ใกล้อูเจียวมากนัก แต่หากไม่รีบปีนขึ้นที่สูงแล้วชีวิตของเขาคงจะจบลงอย่างง่ายดายเช่นเ้าเสือดาว
ขณะที่เยี่ยซางกำลังปีนขึ้นต้นไม้อูเจียวที่กลืนกินเสือดาวเสร็จแล้ว มันก็ขยับตัวไปมาอยู่ข้างล่างพยายามะโขึ้นมาพร้อมกับอ้าปากกว้าง้าจะเขมือบเยี่ยซางทั้งตัวด้วยการกัดเพียงครั้งเดียว
เยี่ยซางรู้สึกได้ถึงความตายที่เคลื่อนใกล้เข้ามาเขารีบคว้ากิ่งไม้แล้วเหวี่ยงตัวขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
เด็กหนุ่มเพิ่งจะพ้นออกมาจากจุดที่อูเจียวโจมตีได้
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากด้านหลังเยี่ยซางจึงรีบใช้มือและเท้าเร่งปีนขึ้นไปบนต้นไม้
หลังจากปีนขึ้นไปได้หลายสิบจั้งเยี่ยซางก็หันหลังมองย้อนกลับไปอีกครั้งแต่ไม่มีเสียงใดๆ ตามมาขณะที่อูเจียวก็อยู่นิ่งๆใต้ต้นไม้ใหญ่พร้อมดวงตาสีเขียวทั้งสองข้างยังคงจ้องมองเยี่ยซางอย่างไม่ละสายตา
“บัดซบ!”เยี่ยซางคำรามเสียงต่ำ ตอนนี้เขายังปลอดภัยอยู่ แต่ก็รู้สึกเสียดายเสือดาวตัวนั้นก่อนหน้านี้มันยังอยู่กับเขา ทว่าตอนนี้มันกลับกลายเป็อาหารในท้องอูเจียวเสียแล้ว
สู้กับอูเจียวหรือ? เยี่ยซางไม่กล้าเสียหรอก!เห็นชัดว่าอูเจียวเป็สัตว์อสูร ไม่ใช่สัตว์ร้ายทั่วๆ ไป ทั้งมันยังฉลาดมากหอกเหล็กดำของเยี่ยซางคงไม่สามารถทำลายเกล็ดหนาของมันได้
อย่างไรแล้วก็ถือเป็โชคดีของเยี่ยซางอูเจียวมีร่างกายใหญ่โตและปีนต้นไม้ได้ไม่เก่งนักแม้มันจะสามารถะโเพื่อโจมตีเยี่ยซางได้ แต่ก็ต้องอาศัยแรงจากหางของมันด้วย
หลังจากอูเจียวเฝ้าเยี่ยซางอยู่สักพักหนึ่งมันก็จากไป
เมื่อเยี่ยซางยืนยันจนแน่ใจว่าอูเจียวออกไปแล้วเขาก็รีบไถลลงไปตามต้นไม้แล้วมองไปยังคูน้ำลึกที่อูเจียวอาศัยอยู่มาก่อนที่มันจะปีนขึ้นมาบนพื้นดินเยี่ยซางใช้เวลาไม่นานก็รีบเก็บของทั้งหมดและจากไป เขาต้องจัดการให้เสร็จโดยเร็วไม่อย่างนั้นหากอูเจียวกลับมาเขาอาจจะต้องกลายเป็อาหารของอูเจียวเหมือนกับเสือดาวไปด้วย
ข้าวของต่างๆยังอยู่ใต้ต้นไม้ตรงจุดเดียวกับที่เสือดาวถูกอูเจียวกลืนหายไป
หลังจากเก็บของแล้วเยี่ยซางก็ปีนขึ้นไปพักผ่อนบนต้นไม้หนึ่งคืนจากนั้นเด็กหนุ่มก็เร่งจากไปตามทางที่วางแผนไว้
สองวันถัดมาเยี่ยซางยังคงเดินไปตามทางอย่างระมัดระวัง แต่เขาก็ไม่ได้พบอันตรายใดๆ อีก
เมื่อมองไกลๆจากตรงนี้แล้วก็จะเห็นเมืองกู่หนานตั้งตระหง่านอยู่เยี่ยซางรู้ทันทีว่าเขาได้มาถึงจุดหมายแรกแล้ว นี่คือเมืองกู่หนานสัญลักษณ์ของเมืองก็คือหอคอยกู่หนาน เมืองแห่งนี้เป็เมืองที่ค่อนข้างเจริญการเดินทางจากที่นี่ไปถึงหุบเขาโอสถแม้จะเป็เส้นทางที่ค่อนข้างไกลแต่ก็ยังมีกองคาราวานที่เดินทางผ่านไปมาอยู่เรื่อยๆดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเดินทางเพียงคนเดียว
เมื่อเข้าสู่เมืองกู่หนานแล้วเยี่ยซางก็มองหาโรงน้ำชา ก่อนเขาจะขอน้ำชาหนึ่งกาและหยิบเนื้อแห้งออกมากินให้อิ่มท้อง
ในเมืองมีร้านอาหารมากมายแต่เยี่ยซางลังเลที่จะต้องควักเงินออกมาจ่ายเขาไม่้าใช้เงินจำนวนมากเพียงเพื่ออาหารร้อนๆเพราะแค่เท่านี้เยี่ยซางก็พอใจมากแล้ว
ขณะที่เยี่ยซางกำลังกินอาหารอยู่นั้นผู้ชายสามคนและผู้หญิงเส้นผมสีทองสว่างท่าทางแข็งแกร่งก็ย่างเท้าเข้ามาในโรงน้ำชาพร้อมกับเสียงของสัตว์ร้ายอีกสองสามตัว
เยี่ยซางเหลือบตามองขณะที่กำลังเคี้ยวเนื้อแห้งด้วยประสบการณ์การล่าสัตว์ของตนเอง เขาสามารถััได้ถึงจิตสังหารจากคนเช่นเดียวกับจิตสังหารจากสัตว์ต่างๆ
“พี่ใหญ่ครั้งนี้เราเก็บสมุนไพรได้น้อยเกินไปถ้าเราหาอูเจียวไม่เจอแล้วก็ข้าคิดว่างานของเราต้องล้มเหลวแน่”ผู้หญิงผมทองกล่าวขึ้น
“อืมนี่คือจุดที่คนแซ่จ้าวบอกว่ามีหญ้าชิงหลิงจำนวนมาก อีกอย่างก็เคยมีคนเจออูเจียวแถวๆนี้ด้วย เฮ้อ!” ชายไว้หนวดเคราที่ผู้หญิงคนนั้นเรียกว่าพี่ใหญ่ถอนหายใจดัง
เมื่อได้ยินเสียงคนกล่าวถึงอูเจียวเยี่ยซางก็เงยหน้าขึ้นมอง
“เ้ามองอะไรถ้ายังไม่เลิกมอง ข้าจะควักลูกตาเ้าทิ้งเสีย”ผู้หญิงคนนั้นมองเยี่ยซางแล้วะโใส่โดยพลัน
“น้องสี่ อย่าทำตัวเป็เด็กๆสิ” ชายมีเคราเหลือบมองเยี่ยซางแล้วกล่าว
“เ้าก็หน้าตาพอดูได้เหมาะที่จะพากลับไปเป็สหายของนายน้อยนะ” ผู้หญิงคนนั้นมองเยี่ยซางแล้วพูดต่อ
เยี่ยซางดื่มชาทั้งหมดในคราเดียวจากนั้นก็ลุกขึ้นเตรียมจะจากไป เขาไม่้ามีปัญหา
แต่ความจริงแล้วถึงเ้าจะไม่้ามีปัญหา บางครั้งปัญหาก็จะเข้ามาหาเ้าเอง
“ให้เ้าไปเป็สหายของนายน้อยถือเป็เกียรติของเ้าแล้วแท้ๆนี่กล้าดีอย่างไรถึงได้เดินหนีข้า? หยุดอยู่ตรงนั้นนะ!”ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้น เมื่อเธอยื่นมือออกมาขวางก็ทำให้เยี่ยซางแทบล้ม
“ขอโทษด้วยข้ายังมีเื่ที่ต้องทำ” เยี่ยซางลูบไหล่ของตนเองขณะพูดด้วยเสียงต่ำ
สหาย? นั่นไม่ใช่คนรับใช้หรืออย่างไร? เยี่ยซางไม่เคยคิดเกี่ยวกับเื่นี้ไม่ว่าชีวิตจะแย่แค่ไหน เขาก็รู้สึกว่าตัวเองต้องอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี
“น้องสี่เ้ากำลังทำอะไร? ข้าขอโทษเ้าแทนนางด้วยเ้า้าจะไปไหนกันหรือ?” ชายมีเคราหยุดหญิงสาวที่กำลังกริ้วโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
“ข้ากำลังจะไปนครชื่อเหยียน”เยี่ยซางถามพ่อของเขามาแล้ว ‘นครชื่อเหยียน’เป็เมืองที่ใหญ่ที่สุดระหว่างเส้นทางจะไปยังหุบเขาโอสถทีู่เาตานติ่ง
“นครชื่อเหยียน? พวกเราจะผ่านนครชื่อเหยียนตอนเดินทางกลับแต่ตอนนี้เรายังมีเื่ที่ต้องทำให้เสร็จก่อน”ชายมีเครารู้สึกประหลาดใจขณะพูดกับเยี่ยซางนครชื่อเหยียนอยู่ห่างจากที่นี่หลายพันลี้ เยี่ยซางยังดูเด็กมากจึงเป็เื่น่าเหลือเชื่อที่เด็กหนุ่มเช่นเขาจะเดินทางไกลขนาดนั้น
“แย่ชะมัด ถ้าพวกเราเจออูเจียวเราก็คงได้ออกจากที่บ้าๆ นี่ไปนานแล้ว”ผู้หญิงคนนั้นเหลือบมองเยี่ยซางและยกชาดื่มอย่างโกรธเคือง
เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาวเยี่ยซางก็ครุ่นคิดในใจ เขารู้ว่าอูเจียวอยู่ที่ไหนคนพวกนี้กำลังจะไปนครชื่อเหยียนหลังจากล่าอูเจียวได้แล้ว หากเขาติดตามคนเหล่านี้ไปคงสะดวกกว่าการไปกับกองคาราวานเพราะพวกนั้นใช้เวลานานกว่าจะไปถึงทั้งอาจจะไม่ได้ตรงไปที่นครชื่อเหยียนในคราวเดียวเนื่องจากพวกเขาคงต้องแวะพักหลายจุดซึ่งจะเป็เื่ลำบากสำหรับเขาหากต้องเดินทางผ่านหลายเมืองอีกทั้งเยี่ยซางยังคิดถึงอันตรายที่ตนเองอาจต้องพบเจอระหว่างทางทว่าคนเหล่านี้จะเชื่อถือได้หรือไม่?
“มีอะไรหรือ?” เมื่อเห็นเยี่ยซางครุ่นคิดชายมีเคราก็เอ่ยปากถาม
“ข้ารู้ว่าอูเจียวอยู่ที่ไหนแต่เ้าต้องพาข้าไปนครชื่อเหยียน” หลังจากคิดอย่างถี่ถ้วนเยี่ยซางก็รู้สึกว่าคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะเขาก็ไม่ได้มีของมีค่าอะไรติดตัวดังนั้นจึงไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่นี้ ถ้าคนเหล่านี้รักษาสัญญาเขาจะประหยัดเวลาในการเดินทางได้อย่างมาก
“เ้ารู้หรือว่าอูเจียวอยู่ที่ไหน? ดี! ตราบใดที่เราเจออูเจียวพวกเราจะพาเ้าไปยังนครชื่อเหยียนอย่างปลอดภัย” ชายมีเครากล่าวอย่างตื่นเต้น
“แน่นอนข้ารู้ว่าอูเจียวอยู่ที่ไหน” เยี่ยซางพยักหน้าอย่างมั่นใจ
“ที่นี่ไม่มีเหล้าพวกเราออกไปดื่มกันเถิด หลังจากนั้นค่อยออกเดินทางกัน” ชายมีเครากล่าวต่อ
“ข้ามีเหล้าอยู่แต่ข้าไม่รู้ว่าพวกท่านจะชอบมันหรือไม่?” เยี่ยซางพูดพร้อมกับยกถุงหนังใส่เหล้าในมือของตนเองขึ้น
“ฮ่าฮ่า!ข้าไม่ถือสาหรอก น้องรอง น้องสาม น้องสี่ ดื่มกันเถิด”ชายมีเคราตบไหล่ของเยี่ยซางแล้วกล่าวกับพรรคพวกเสียงดัง
ด้วยแรงตบของผู้ชายมีเคราผู้นี้ทำให้เยี่ยซางแทบล้ม
“พี่ใหญ่เบามือของท่านหน่อย น้องชายคนนี้ยังเด็กอยู่นะ” ชายผู้มีแผลเป็บนหน้าผากที่ชายมีเคราเรียกว่าน้องรองกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เยี่ยซางหยิบถุงหนังวัวขึ้นมารินเหล้าใส่ชามน้ำชาแล้วยกให้ทั้งสี่คนก่อนจะรินให้ตัวเอง
“น้องชายข้าชื่อหยางเซิน นี่น้องรองข้าตู้ชง น้องสามจางจงเสวียน แล้วก็น้องสี่หลินเฉี่ยว” หยางเซินที่มีเครากล่าว
ตู้ชงและจางจงเสวียนต่างก็พยักหน้าให้กับเยี่ยซาง
หลินเฉี่ยวลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า“ข้าขอโทษเกี่ยวกับเื่เมื่อครู่นี้ด้วย”