ตอนที่ 28 ฝันร้าย
“หมายความว่าคุณก็ไม่แน่ใจว่าจะมอบูเาเทียนหูให้ผมได้ใช่ไหม?” หลินเยี่ยถาม
“ตราบใดที่คุณสามารถช่วยปู่ของฉันได้ แน่นอนว่าปู่จะหาทางเอาูเาลูกนั้นมาให้คุณ ยังไงซะูเาเทียนหูมีพลังมากที่สุดในหยุนเฉิง”
“พอเถอะ!” หลินเยี่ยส่ายศีรษะอย่างไม่แยแส เขากล่าวต่ออย่างหนักแน่น “ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะมอบมันให้ผมได้ไหม ผมก็จะไม่ช่วยปู่ของคุณ!”
“แต่…” หลินชิ่งจู๋กำลังไตร่ตรองอย่างหนักว่าจะโน้มน้าวหลินเยี่ยยังไงดี
“รับไปซะ…” หลินเยี่ยกล่าวขึ้นหลังจากเงียบอยู่นาน เขาหยิบยาเม็ดสีดำออกจากกระเป๋าพร้อมยื่นให้อีกฝ่าย “เอายาเม็ดนี้ให้ปู่คุณกิน หลังจากเขาตื่นมาก็ถามเขาดูว่าสามารถยกูเาเทียนหูให้ผมได้ไหม ผม้าคำตอบที่ชัดเจน”
ทั้งหมดนี้ก็เพราะว่าหลินชิ่งจู๋ไม่ใช่ผู้มีอำนาจในตระกูล เช่นนี้จึงต้องขอคำตอบจากผู้าุโของตระกูลหลินแทน
ใบหน้าของหลินชิ่งจู๋เผยความตื่นเต้นออกก่อนจะกล่าวถาม “ยาเม็ดนี้จะช่วยปู่ของฉันได้จริงเหรอ?”
“ไม่ต้องดีใจหรอก มันจะทำให้ปู่ของคุณตื่นขึ้นมาแค่ชั่วโมงเดียว”
“ได้!” ความดีใจก่อนหน้าหายไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินอย่างนั้น
เธอกล่าวขอบคุณพร้อมรีบออกไปพร้อมกับยาเม็ดสีดำในมือ ดูเหมือนหญิงสาวแทบจะรอไม่ไหวแล้วที่จะปลุกปู่ขึ้นมาตอบคำถาม หากปู่สามารถมอบูเาเทียนหูให้เขาได้ ปู่ก็จะรอด!
หลังจากหลินชิ่งจู๋ออกไปแล้ว หลินเยี่ยพาหลงซือหยิงขึ้นไปชั้นบน
ในบ้าน…
หลงซือหยิงถามออกอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก “สาวสวยคนเมื่อครู่นี้เป็ใครเหรอคะ?”
“เพื่อนทั่วไป”
“แค่เพื่อนทั่วไปงั้นเหรอ?” หลงซือหยิงยังไม่คลายสงสัย
เธอเริ่มตื่นตัวขึ้นมาเมื่อเห็นว่าหลินเยี่ยมีสัมพันธ์กับสาวสวย
“อย่าเพิ่งคิดไปไกล ผมเพิ่งรู้จักผู้หญิงคนนั้นเมื่อไม่นานมากนี้ มันไม่ได้มีอะไรอย่างที่คุณกำลังคิดหรอก” หลินเยี่ยพยายามอธิบายอย่างอดทน
“อืม อย่างนั้นก็ดี” หลงซือหยิงพยักหน้ารับแต่ก็ยังไม่วายกล่าวเตือน “ฉันหวังว่าคุณจะไม่ทำตัวสกปรกและไม่ทำให้พี่เยว่เหยาเสียใจ”
แน่นอนว่าในฐานะเพื่อนสนิทของเยว่เหยา เธอจำเป็ต้องดูพฤติกรรมของสามีเพื่อนคนนี้อย่างใกล้ชิด
อย่างไรเธอไม่คิดโทษฝ่ายชาย เพราะหลินเยี่ยนั้นดูดีในทุกด้าน จึงไม่แปลกที่จะกลายเป็ดอกไม้หอมดึงดูดผีเสื้อมาดอมดม
“ไม่ต้องกังวล ฉันไม่มีวันทำร้ายเยว่เหยา”
“อืม ฉันเชื่อใจคุณ” หลงซือหยิงค่อย ๆ เผยยิ้มหวาน
เหมือนว่าเธอจะกังวลมากไปหน่อย ยังไงซะด้วยบุคลิกที่มั่นคงของหลินเยี่ยไม่มีวันทำร้ายเยว่เหยาอย่างแน่นอน
“อืม งั้นฉันจะไปรับยี่ยี่ก่อน” หลินเยี่ยหยิบกุญแจรถพร้อมกับเดินออกไป
หลังจากที่เขากลับมาบ้านพร้อมกับยี่ยี่ เขาเห็นว่าหลงซือหยิงทำอาหารไว้พร้อมแล้ว
ทั้งสามเดินเล่นในสวนหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ หลงซือหยิงวิ่งไล่กับยี่ยี่ในสวนอย่างสนุกสนาน
เมื่อเห็นว่ายี่ยี่และหลงซือหยิงเข้ากันได้ดี มุมปากของหลินเยี่ยพลันยกยิ้มอย่างหาดูได้ยาก
คงจะดีถ้าเยว่เหยาอยู่ตรงนี้ ครอบครัวคงจะสมบูรณ์และมีความสุขไม่น้อย
เมื่อคิดถึงภรรยา มุมปากพลันตกกลับคืนที่เดิม เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้ภรรยาของตนกำลังทำอะไรอยู่...
หลังจากวิ่งเล่นกันจนพระอาทิตย์ตกดิน ทั้งสามก็กลับเข้าบ้าน
กลางดึก หลินเยี่ยถูกปลุกให้ตื่นจากเสียงร้องจ้าของลูกสาว
เมื่อได้ยินเสียงร้องของยี่ยี่ หลินเยี่ยลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าพร้อมวิ่งไปที่ห้องของหลงซือหยิงด้วยความเร็วสูงสุด
“เกิดอะไรขึ้น?” หลินเยี่ยถามออกไปอย่างกังวล เขาบุกเข้ามาในห้องโดยไม่เคาะประตูด้วยซ้ำ
ภาพตรงหน้าคือหลงซือหยิงกำลังกอดเด็กน้อยไว้ในอกอย่างแ่า
เสื้อผ้าของเธอไม่ค่อยจะเรียบร้อยนัก มันค่อนข้างจะโปร่งใสจนหน้าอกอวบอัดแทบจะทะลักออกมา
“กรี๊ด!”
หลงซือหยิงกรีดร้องพร้อมกับรีบดึงผ้าห่มมาคลุมร่างกายไว้อย่างตื่นตระหนก ใบหน้าสวยกลายเป็แดงก่ำอย่างอับอาย
“เกิดอะไรขึ้นกับยี่ยี่?” หลินเยี่ยไม่สนใจหลงซือหยิงพร้อมถามออกอีกครั้ง
“ยี่ยี่น่าจะฝันร้าย” หลงซือหยิงห่มผ้าพร้อมกับกอดยี่ยี่ไว้แน่นดังเดิม
ส่วนยี่ยี่ยังคงร้องไห้ แก้มตุ่ย ๆ นั้นเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
“ยี่ยี่ไม่ต้องกลัวนะ ป่าป๊าอยู่ตรงนี้” หลินเยี่ยเช็ดน้ำตาบนใบหน้านั้นพร้อมกับเอื้อมมือดึงเธอมากอด
แต่ขณะนั้นผ้าห่มถูกเปิดออกและเรือนร่างของหลงซือหยิงถูกเผยต่อสายตาของเขาอีกครั้ง…
“แค่ก แค่ก!”
หลงซือหยิงไอเตือนสติหลงเยี่ยที่กำลังจับจ้องร่างกายของเธออยู่ ก่อนจะรีบห่อตัวด้วยผ้าห่มอีกครั้งหลังจากส่งยี่ยี่สู่อ้อมอกของผู้เป็พ่อ
ชั่วขณะนั้นหัวใจของเธอพลันเต้นแรงและใบหูยิ่งร้อนผ่าวอย่างไม่อาจควบคุม
“เธอนอนเถอะ เดี๋ยวคืนนี้ยี่ยี่ไปนอนกับผม” หลินเยี่ยกล่าวออกอย่างเรียบง่าย เขายังคงสงบเช่นเคย หลังจากพูดจบ เขาอุ้มยี่ยี่ไว้ในอ้อมแขนก่อนจะเดินออกไป
“อื้ม!”
หลงซือหยิงถอนหายใจยาวขณะมองแผ่นหลังของหลินเยี่ยเดินจากไป ขณะเดียวกันเธอยิ่งห่อตัวในผ้าห่มแน่นขึ้น
พอนึกถึงเื่ราวเมื่อครู่พลันทำให้รู้สึกอับอายอีกครั้ง
เธอไม่รู้เลยว่าหลินเยี่ยเห็นอะไรบ้าง…
อย่างไรก็ตาม การแสดงออกบนใบหน้าของหลินเยี่ยนั้นไร้อารมณ์ยิ่ง ดวงตาของเขาราวกับไม่เห็นว่ามีสิ่งเย้ายวนใดอยู่ตรงหน้า
หลงซือหยิงนอนพลิกตัวอยู่บนเตียงไปมา เธอนอนไม่หลับและคิดทบทวนเื่ราวในหัวอย่างบ้าคลั่ง
หลินเยี่ยพายี่ยี่กลับไปที่ห้องนอน
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่นขณะถามลูกสาวอย่างอ่อนโยน “ยี่ยี่ หนูฝันร้ายเหรอคะ?”
“ป่าป๊า ยี่ยี่กลัว” ยี่ยี่กล่าวเสียงสั่นพร้อมกระชับลำคอของหลินเยี่ยไว้แน่น
“โอ๋โอ๋ ตอนนี้ป่าป๊าอยู่ตรงนี้นะ ไม่ต้องกลัว” หลินเยี่ยกล่าวปลอบพร้อมกับลูบหลังลูกสาวเบา ๆ เขากำลังพยายามทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย
“หนูฝันเห็นแม่… ร่างกายของแม่มีแต่เืเต็มไปหมด…”
“แม่ปลอดภัยดี...” หลินเยี่ยลูบศีรษะของเด็กน้อยอย่างอ่อนโยนก่อนจะกล่าวต่อ “แม่บอกว่าจะซื้อของเล่นกลับมาให้ลูกเยอะ ๆ เลย”
“ป่าป๊า… แล้วเมื่อไหร่แม่จะกลับมา?”
“ใกล้แล้วล่ะ” หัวใจของหลินเยี่ยแทบจะสลายเมื่อได้ยินเสียงร้องของลูกสาวในกลางดึก
การที่ยี่ยี่ฝันร้ายบ่อยครั้งเช่นนี้ทำให้เขากังวลใจไม่น้อย
อีกทั้งเขายังไม่รู้ว่าเยว่เหยาอยู่ที่ไหนและอยู่อย่างไร ไม่รู้ว่าเป็หรือตาย… ตอนนี้เขาเริ่มกังวลใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับภรรยา
เหมือนว่าตอนนี้เขาจะต้องรีบฝึกฝนโดยเร็วที่สุดเพื่อช่วยเหลือเยว่เหยาให้ได้ ยี่ยี่ก็จะหลุดพ้นจากฝันร้ายนี้ด้วย
ภายใต้การปลอบประโลมของหลินเยี่ย ทำให้ยี่ยี่ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
วันรุ่งขึ้น หลินเยี่ยตื่นแต่เช้าพร้อมมุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขาเทียนหูเพื่อฝึกฝน
ด้วยความช่วยเหลือของวงแหวนหยก์ทำให้เขาสามารถก้าวข้ามได้อีกระดับ
แต่ขณะที่เขากำลังจะก้าวข้ามไปอีกระดับ ก็พบว่าพลังิญญาเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด มันน้อยลงกว่าสิบเท่าของก่อนหน้า
เป็เพราะเส้นชีพจริญญาบนูเาเทียนหูได้รับความเสียหายอย่างหนัก แล้วพลังิญญาที่หลงเหลืออยู่ถูกดูดซับโดยเขา มันก็คงจะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ อย่างช่วยไม่ได้
วิธีเดียวที่จะทำให้เขาฝึกฝนต่อไปได้คือการเปิดเส้นชีพจรโลหิตนั้นอีกครั้ง
แต่การเปิดเส้นชีพจรโลหิตอีกครั้งไม่ใช่เื่ง่าย ก่อนอื่นเขาต้องเป็เ้าของูเาเทียนหูเสียก่อน จากนั้นจึงต้องใช้ศิลาิญญาจำนวนมากเพื่อปลดปล่อยพลังิญญา
ในทางโลก ศิลาิญญาไม่ได้หายากเย็นนัก พวกมันสามารถพบเจอได้ทั่วไปในหยกธรรมดา
ตอนนี้พลังิญญาของูเาเทียนหูอ่อนแอเกินไป ไม่ว่าเขาจะฝึกฝนเท่าไหร่คงไร้ประโยชน์และทำได้เพียงรอกับตระเตรียมศิลาิญญาเท่านั้น
เมื่อตระหนักได้ถึงเื่ราวทั้งหมด เขาจึงเก็บข้าวของพร้อมกับเดินลงจากูเา
หลินเยี่ยกลับมาที่บ้าน ขณะเดินขึ้นบันไดสองถึงสามขั้นก็พบถึงความผิดปกติ
เขาวิ่งขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว ขณะเปิดประตูออกจึงเห็นว่ามีคนมากมายยืนอยู่ข้างใน
ชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ทั้งสองคือหลินจงไห่และหลิวฉิง ลุงสามกับป้าสามของหลินชิ่งจู๋นั่นเอง
ด้านหลังมีบอดี้การ์ดมากมายยืนคุ้มกันอยู่ราวกับเสาไฟ…