การใช้วิชานี้ทำให้สัดส่วนในร่างกายคนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่หลวงไม่ทราบฤทธิ์เดชชนิดหนึ่งออกมา เขาเองก็มิทราบว่าพอใช้ออกจะเปลี่ยนร่างกายของขอทานน้อยให้มีคุณสมบัติใดขึ้นมาเพียงแต่มันเรียนรู้วิชานี้มาอย่างยาวนานไม่เคยใช้ออกยามนี้เขาใกล้ตายแล้วใช้ให้ศิษย์เพียงคนเดียวมันย่อมไม่เสียดาย
ในอดีตเคล็ดวิชานี้เป็ที่แพร่หลายคนส่วนใหญ่พอใช้ออกส่วนใหญ่มักตกตายแต่มันมีความมั่นใจว่าไม่ตกตาย จึงใช้ออกมากล่าวกันว่าบางครั้งอาจทำให้เกิดพัฒนาการร่างกายมีคุณสมบัติพิเศษดั่งเทพยดาวิเศษขึ้นมา แต่สาเหตุที่น้อยคนจะสำเร็จได้เพราะคนเ่าั้ไม่มีชะตาที่กล้าแกร่งเที่ยงแท้ไม่มีจิติญญาที่สัตย์ซื่อบริสุทธิ์คล้ายดั่งคนที่ไม่เคยถูกเลือกฟ้าอย่างไรก็มิอาจให้สำเร็จได้...
หยางอี้พอใช้วิชานี้ออกก็ตั้งใจกระทำผ่านไปราวห้านาทีจิตใจมันพลันว้าวุ่นตื่นตระหนก เพราะร่างกายของขอทานน้อยผู้เป็ศิษย์กลับไม่เหมือนมนุษย์ปกติทุกสัดส่วนของมันแตกต่างจากคนทั่วไปที่สร้างความตระหนกแก่มันยิ่งกว่าคือเื โลหิตมันไม่ใช่สีแดงสดกลับเป็สีทองทั้งยังดูดกลืนพลังเคล็ดวิชาเปลี่ยนสัดส่วนมนุษย์ที่มันใช้ออกเข้าไปให้มีพัฒนาการที่ยิ่งยวดดีเยี่ยมยิ่งกว่าออกมา หยางอี้สมองโคลงเคลงศิษย์ของตนเองมิใช่มนุษย์หรือ?
หลังจากหยางอี้ใช้เคล็ดวิชาปรับเปลี่ยนสัดส่วนมนุษย์ออก เจี้ยนเว่ยพลันรู้สึกราวกับมีกระแสพลังที่ร้อนรุ่มเย็นเยียบกรีดกรายเข้ากล้ามเนื้อและจุดชีพจรทุกเส้นในร่างเคล็ดวิชานี้ คล้ายการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะแขนงหนึ่งความเ็ปนี้เจ็บมากกว่าถูกมีดผ่ากว่าปกติถึงสองเท่า ผันแปรสรรพธาตุในร่างกายราวกับถูกฟ้าผ่าใส่อย่างต่อเนื่อง
เวลาผ่านไปราวสองชั่วโมงเคล็ดวิชาปรับเปลี่ยนสัดส่วนมนุษย์ค่อยเสร็จลง หยางอี้ลมหายใจหอบหนักหน่วงใบหน้าตอนนี้ยิ่งซีดเผือดเหี่ยวแห้งเจี้ยนเว่ยเห็นอาจารย์ตนเองเพื่อตัวเองจึงกระทำให้ตนเองมีสภาพเช่นนี้ถึงกับขอบคุณซาบซึ้งและรู้สึกผิดอย่างยิ่งรีบร้อนรนใจกล่าวอย่างเป็ห่วงว่า
" อาจารย์ท่านยังสบายดีหรือไม่ท่านใช้แรงออกจำนวนมากท่านพักผ่อนก่อนเดี๋ยวข้าล่าสัตว์ทำอาหารให้ท่าน"
หยางอี้สูดลมหายใจลึกสามครั้งสีหน้าค่อยคืนสู่ปกติไม่คล้ายคนเหนื่อยล้าเลยสักนิดเห็นท่านยิ้มพลางส่ายหน้ากล่าวว่า" ไม่เราไม่เป็ไรการถ่ายทอดความรู้และเคล็ดวิชาให้เ้ายังสำคัญกว่าเรามาก เ้ามิต้องเป็ห่วงเราอาจารย์เ้ามิใช่นักสู้ฝึกหัดที่อ่อนแอฉะนั้นอย่าได้ว้าวุ่นจิตใจ" เจี้ยนเว่ยมองหน้าอาจารย์ผู้เมตตาการุณย์ชั่วขณะพลางผงกศีรษะรับคำหนึ่งจากนั้นตั้งสมาธิมั่นคงราวไม่หวั่นไหวแม้แผ่นดินไหว
เคล็ดวิชาปรับเปลี่ยนสัดส่วนมนุษย์ถูกร่ายออกอย่างเหน็ดเหนื่อยร่างกายของเจี้ยนเว่ย ขณะนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็พิสดารจนไม่คล้ายเป็มนุษย์มาตรแม้นตอนนี้จะมิทราบว่าบังเกิดฤทธิ์เดชใดขึ้นมาแต่ภายในอนาคตผลลัพธ์มันจะค่อยปรากฏผลชัดแจ้งขึ้นมา ขณะนี้ร่างกายมันมิใช่มนุษย์แล้วจริงๆ เพราะมันมีการแปรสภาพสองครั้งแล้วมิทราบมันจะมีอานุภาพสูงล้ำเพียงใด....
หยางอี้พอเห็นการกระทำมันต้องลอบยินดีในใจครุ่นคิดว่า" ปณิธานไม่ธรรมดาจิตใจและสมาธิเข้มแข็งชะตาชีวิตแกร่งกล้าตายยาก เราหากสั่งสอนมันให้ดีในอนาคตมันย่อมสามารถเป็วีรชนผู้กล้ายิ่งใหญ่คนหนึ่ง ใช้พลังความคิดกอบกู้ยุทธจักรและอาณาจักรสักครา! " มันตอนแรกมองดูขอทานน้อยรู้สึกมันคนนี้อาจเป็ตัวอันตรายและเภทภัยในยุทธจักรในอนาคต
มันสามารถแสดงอารมณ์หลอกล่อได้อย่างยอดเยี่ยมมิดชิด แม้แต่ตัวมันยังไม่ทันสงสัยครุ่นคิดมันยังมีอาถรรพ์จิตที่ทรงพลังน่าสะพรึง ผ่านชีวิตที่ขมขื่นมามันทราบดีว่าคนประเภทนี้น่าสะพรึงกลัวมิใช่น่ากลัวในตอนนี้ หากแต่เป็ในอนาคตหากมันมีจิตชั่วร้ายจะเป็มารร้ายที่เป็ศัตรูตัวอันตรายที่สุดของยุทธจักรและแผ่นดิน
ดังนั้นตอนแรกคิดกำจัดมันไปเพราะเกรงว่ามันหากถูกสั่งสอนแบบผิดๆ อาจกลายเป็มารร้ายคนหนึ่งแต่ตอนนี้ความคิดนั้นแปรเปลี่ยนไปเพราะหากมันสามารถเติบโตในทางที่ดี มันอาจสามารถกอบกู้ยุทธจักรในตอนนี้ได้เขาคิดสั่งสอนให้มันเป็วีรชนผู้กล้าคนหนึ่ง มีปณิธานดีไม่กลายเป็มารให้แก่มันในอนาคตมันพอเติบโตก็สามารถเป็นักสู้ผู้กล้าที่ยิ่งใหญ่ได้ผู้หนึ่ง
ที่สามารถช่วยเหลือกอบกู้สถานการณ์ยุทธจักรในอาณาจักรเก้าเซียนในตอนนี้ หยางอี้หลับตาไปห้านาทีจากนั้นค่อยเริ่มขยับกายอีกครั้งเห็นท่านตอนนี้ปราศจากอาการเหนื่อยล้าถึงกับรู้สึกเคารพนับถือขึ้นในใจ อาการเหนื่อยล้าแค่เพียงชั่วครู่ก็สามารถหายได้แสดงว่าท่านมีกำลังภายในและลมปราณที่ลึกล้ำ
คิดไปก็รู้สึกน่าเสียดายยิ่งท่านหากไม่ใช่คนสภาพแวดล้อมบีบคั้นไหนเลยกลายเป็เช่นนี้ได้มันกับท่านพบเจอกันช้าเกินไป เพราะตอนเป็ศิษย์อาจารย์ท่านก็เหลือเวลาชีวิตเพียงไม่กี่วันแล้ว มันมาตรแม้นไม่ยินยอมแต่ก็มิได้กระทำหรือคิดความอันใดความตายเป็สิ่งที่ธรรมชาติสร้างมา ช้าเร็วคนต้องตายท่านเพียงแค่คิดว่าความตายไม่ใช่เป็เื่เศร้าโศก
แต่เป็เื่น่ายินดีเป็เส้นทางที่เดินสู่ความสงบกลับคืนเป็หนึ่งเดียวกับธรรมชาติและแผ่นดินจิตใจก็อาจไม่อาลัยอาวรณ์อีกหยางอี้หยิบกล่องยาสี่สียื่นให้เจี้ยนเว่ยพลางกล่าวว่า
" นี้คือยาจตุพรชีวิตมีฤทธิ์ยารุนแรงคล้ายถูกเคี่ยวกรำในหม้อดินแต่มีสรรพคุณยาเป็เลิศยอดเยี่ยมสามารถให้พลังสี่ประการคือ อายุวรรณะ สุขะ พละ เ้ามีชะตากล้าแข็งปณิธานทรงพลังความเ็ปแค่นี้ย่อมทนได้" หยุดเล็กน้อยมองมันชั่วครู่พลางกล่าวสืบต่อว่า" เราจะตบจุดที่ทรวงอกเ้าสองครั้งพอเราลงมือทำให้เ้าก็กลืนเม็ดยานี้ลงไปจำเอาไว้ว่าจิตใจอย่าว่อกแว่ก"
จากนั้นยื่นกล่องยาที่ทำจากไม้เงินสนพิสุทธิ์ที่ภายในบรรจุยาเม็ดสี่สีเอาไว้เจี้ยนเว่ยตอนแรกไม่อาจรับไว้กล่าวกับอาจารย์ตนเองว่า" ข้ามิอาจรับไว้ยานี้ไว้ให้ท่านอาจารย์กินอาจสามารถรักษาให้ท่านมีชีวิตยืนหยัดได้สักนิด" แต่ไม่ว่าอย่างไรอาจารย์ก็บอกปัดปฏิเสธคำเดียวมันได้แต่รับเอาไว้กล่าวคำขอบคุณอาจารย์คำหนึ่ง
จากนั้นรับกล่องยามาพอเปิดออกกลิ่นหอมหวนก็กระจายคล้ายควันขาวพลุ่งขึ้นมา จนมันอดสูดลมหายใจลึกมิได้กลิ่นยานี้คล้ายกลิ่นของหวานสี่ชนิดผสมกันหากเป็ขนมหวานมันต้องเป็สุดยอดอาหารหวานเลิศล้ำพิภพจบแดนแน่นอน
ยาจตุพรชีวิตนี้เป็ยาวิเศษหายากในยุทธจักและแผ่นดินอาณาจักรเก้าเซียน ซึ่งยานี้ปรุงมาจากยาสมุนไพรหลักหายากสี่ชนิดและยากับมณีอีกสี่สิบชนิด ซึ่งสมุนไพรหลักหายากสี่ชนิดนี้ราวกับงมเข็มในมหาสมุทร เพราะเป็สมุนไพรสายพันธุ์เฉพาะพิเศษที่มีอายุหนึ่งพันปีทั้งสี่ต้นคำว่าล้ำค่าและหายากยังยากจะพรรณนาได้ กล่าวกันว่ามีแต่พระจักรพรรดิเท่านั้นที่สามารถได้มันมิทราบอาจารย์ตนได้มาได้อย่างไรตอนนั้นมันรู้สึกตื้นตันซาบซึ้งอย่างยิ่ง
มาตรแม้นเจี้ยนเว่ยอยู่แต่ในกะลาแต่เื่ยาระดับสูงเช่นนี้กลับเคยได้ยินแว่วจากปากคนอื่นมาบ้าง ยาจตุพรชีวิตนี้พอกลืนลงไปจะเพิ่มอายุขัยคนให้ยืนยาวมีผิวพรรณร่างกายที่อ่อนหยุ่นแต่แข็งแรงอย่างมิธรรมดา มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแกร่งมีกล้ามเนื้อและองคาพยพที่แกร่งกร้าวดุจเหล็กทนทานดั่งเพชรกระทั่งอวัยวะภายในยังแข็งแรงไม่ว่าโรคภัยใดๆ ก็มิอาจกล้ำกรายเข้าหา และมีสุขภาพจิตใจที่ทรงพลังความนึกคิดลึกล้ำกว้างขวาง ประหนึ่งมหรรณพอันไพศาลมีแต่สุขใจไม่ทุกข์ใจทำให้ิญญาบริสุทธิ์ไร้สภาพมิอาจถูกทำร้ายทำลายลงได้
นี้จึงเป็ยาวิเศษล้ำค่าที่สุดของยุทธจักรอย่างแท้จริงข้อมูลความจริงทั้งสี่ประการนี้ มันมิทราบที่มันรู้มีเพียงเป็ยาล้ำค่าหายากประเภทหนึ่งเท่านั้นหากมันรู้มันย่อมไม่ยอมรับเอาไว้ง่ายดาย กระทั่งยัดเยียดให้อาจารย์ตนเองกินเข้าไปเองแต่น่าเสียดายที่แม้แต่ยาวิเศษสุดล้ำค่านี้ยังมิอาจฟื้นฟูสภาพให้หยางอี้ กลับมามีชีวิตได้เพราะมันตอนนี้กระทั่งิญญายังแทบสูญสลายเพราะอาถรรพ์จนหมดแล้ว
ถึงแม้ยานี้อาจสามารถยืดชีวิตมันได้จริงๆ เขาก็ไม่ยอมกินอาจเพราะเขามิ้าให้ยาล้ำค่านี้ใช้ไปอย่างเปล่าประโยชน์ ในเมื่อเขาต้องตายไฉนต้องรับประทานยานี้อีกและความจริงนี้ชายชราหยางอี้ก็มิได้บอกให้มันรู้เพราะมิได้ใส่ใจว่าสำคัญอันใด
ตอนนั้นเสียงชายชราหยางอี้พลันดังกระทบโสตว่า
" เตรียมพร้อม" พอกล่าวจบคำเสียงแหวกฝ่าอากาศดังหนักๆ พลันดังขึ้นสองข้าง ฝ่ามือกระจกที่ระยิบระยับกระแทกใส่ทรวงอกของเจี้ยนเว่ยจนสะทกสะท้านกระอักเืออกคำหนึ่ง ตอนนั้นชายชราหยางอี้ยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อเพราะรอบแรกที่กระแทกฝ่ามือกระทบถูกความรู้สึกกลับคล้ายปะทะกับกำแพงเหล็กมหึมาอันหนึ่งจนต้องเพิ่มแรงไปอีกหลายส่วน
ความลับของลูกศิษย์ตนคืออะไรมันมิใช่มนุษย์จริงๆ หรือเขาพอกระแทกฝ่ามือกระจกใส่ทรวงอกก็ร้องคำเสียงดังว่า" กิน" เจี้ยนเว่ยพอกระอักเืออกคำหนึ่ง ก็ไม่สนใจความเ็ปอึดอัดก็กลืนยาลงไปเม็ดยานี้พอแตะกับปลายลิ้นความอร่อยที่สามารถกระชากิญญาพลันอบอวลอยู่ในปาก เป็กลิ่นที่หอมหวานคล้ายขนมหวานสี่ชนิดคล้ายดอกไม้ที่งดงามสี่อย่าง คล้ายความรู้สึกสดชื่นหลากหลายในสี่ฤดูกาลคล้ายชีวิตในสี่ดินแดน"นภา พสุธา มหรรณพ ปรภพ" ก็มิปาน
ความรู้สึกที่เกินจะบรรยายนี้โลดแล่นหลั่งไหลไปทั่วเรือนร่างมันตอนนั้นราวกับเป็คนที่ได้ขึ้น์ดุจคนผู้สำเร็จมรรคผลนิพพานผู้หนึ่ง มันเองยังมิอาจเชื่อว่าความรู้สึกทั้งหมดนี้จะมาจากการกลืนยาเม็ดเดียวนี้ความหอมหวานเลิศรสหลากหลายท่วมปากไหลลงไปอย่างแช่มช้า ความรู้สึกหลังจากรสชาติล้ำเลิศกลับเป็ความสดชื่นที่แผ่ซ่านสายหนึ่งแหวกฝ่าอยู่ในร่างราวัทองจำนวนมาก
พลังงานหลากหลายมหาศาลทะลักทลายอยู่ในร่างเรากับมหานวดาราในเอกภพที่แตกออก ยาวิเศษชนิดนี้ปรุงจากสมุนไพรที่บรรจุพลังงานฟ้าดินจำนวนมากอายุพันปีสี่ต้นและสมุนไพรกับมณีอายุหลายร้อยปีอีกจำนวนมาก ดังนั้นยาวิเศษนี้จึงคล้ายพลังฟ้าดินดั่งนิวเคลียร์ลูกหนึ่ง พลังฟ้าดินในยาหลั่งไหลไปทั่วร่างตะกรุยผ่านจุดชีพจรที่ถูกแปรเปลี่ยนจนพิสดารของมันอย่างรุนแรง
พลังงานหมุนอยู่ในร่างทะลักเข้าจุดตันเถียนร่างกายมันสั่นสะท้านวูบหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงคล้ายถูกกระแทก จากนั้นพลังงานลึกลับที่อยู่ในร่างพลันพลุ่งพล่านเืสีทองของมันปรากฏแรงกดดันที่สะท้อนกับพลังมหาศาลในยาวิเศษ จากนั้นความรู้สึกหลากหลายพลันประดังพลุ่งพล่านจนสมองปรากฏดาวทองระยิบระยับ
แวบแรกใบหน้าและร่างกายมันยิ่งซีดเผือดจวนเป็สีเทาเข้มเย็นเยียบดุจตกไปในอวกาศและห้วงเอกภพ ที่มีความเย็นน่าสะพรึงกลัวเสียดแทงกระดูกและร่างกายมันจนสั่นสะท้าน แวบสองทั่วร่างมันกลายเป็แดงก่ำอบอ้าวราวกับผลชมพู่สีแดงสดกลับเป็ความร้อนรุ่มลนลานที่ปะทุอยู่ในร่าง ความร้อนดั่งราวกับมีพลังงานมหาศาลในร่างกำลังถูกแผดเผาอยู่หน้าดวงอาทิตย์ที่กำลังไขแสง