ชายหนุ่มรู้สึกถึงมือใครบางคนที่แตะลงบนร่างกายของเขาอย่างแ่เบา ััหยาบกร้านชวนให้คิดถึงฝ่ามือของพ่อแม่ที่ตรากตรำทำงานหนักนั้นช่างอบอุ่นเหลือเกิน
“นายน้อย เช้าแล้วนะครับ”
ทว่านํ้าเสียงนั้นกลับน่าเกรงขามทำเอาเขาขนลุกชันจนต้องลืมตาขึ้นทันทีแต่แทนที่จะเห็นแสงแดดยามเช้าส่องสว่างผ่านหน้าต่างเข้ามาอาบไล้ดวงตาของชายหนุ่มอย่างอบอุ่นทำไมถึงกลายเป็ชายชราคนหนึ่งที่กำลังมองมาด้วยแววตาชื่นบานไปเสียได้
“ทำไมวันนี้ปลุกแค่ครั้งเดียวก็ตื่นแล้วล่ะครับ”
“หา?”
“นายท่านบ่นว่าอยากรับประทานอาหารกับนายน้อยหลังจากไม่ได้ร่วมโต๊ะกันมาพักใหญ่เห็นทีวันนี้คงจะเป็ไปได้แล้วสินะครับ”
เขามองข้ามไหล่ของชายชราไปยังภาพสะท้อนในกระจกภาพที่เห็นคือชายหนุ่มอายุราวไม่เกินยี่สิบปีกำลังสบตากลับมาด้วยสีหน้ากลํ้ากลืน ไม่ว่ามองอย่างไรก็ดูเหมือนว่าชายคนนั้นจะเป็ตัวเขาเอง
“นายน้อยเคล?”
เมื่อชายหนุ่มหันไปตามนํ้าเสียงที่เปี่ยมด้วยความเป็ห่วงเป็ใยเขาก็พบกับสายตาเจือแววกังวลจากข้ารับใช้ชราทว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความห่วงใยและความกังวลใจนั้น
ชายหนุ่มได้ยินที่อีกฝ่ายเรียกอย่างชัดเจน
‘นายน้อยเคล’
ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้นักแต่แล้วก็เผลอพูดมันออกมาจนได้
“เคล เฮนิทุส?”
ชายชรามองเขาราวกับกำลังมองหลานชายแท้ ๆของตนเอง
“ครับ นายน้อย ดูท่าคงยังไม่สร่างเมาดีสินะครับ”
คำตอบนั้นคือการยืนยันชายหนุ่มพลันนึกถึงอีกชื่อหนึ่งที่มีความสำคัญกับอีกฝ่ายยิ่งกว่าเคล เฮนิทุส ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
“...บีครอส”
“หมายถึงลูกชายของกระผมเหรอครับ”
“...หัวหน้าพ่อครัว”
“ใช่ครับ ลูกชายกระผมเป็หัวหน้าพ่อครัววันนี้นายน้อยอยากให้ทำอะไรที่ช่วยแก้อาการเมาค้างด้วยหรือเปล่าครับ”
ทันใดนั้นชายหนุ่มก็รู้สึกหน้ามืดและเวียนหัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาก้มหน้าลงแล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมขมับ
“นายน้อยยังไม่หายเมาค้างเหรอครับจะให้กระผมเรียกหมอ หรือว่านายน้อยจะอาบนํ้าเลยดีครับ”
ชายหนุ่มมองเห็นปลายผมสีแดงระใบหน้าขณะก้มศีรษะลงเส้นผมสีแดงสดนี้ต่างจากตัวเขาที่มีผมสีดำสนิทอย่างสิ้นเชิง
‘เคล เฮนิทุส’ ‘บีครอส’ และ ‘รอน’ พ่อของบีครอส
ทั้งหมดล้วนเป็ตัวละครที่ปรากฏขึ้นใน่ต้นของนิยายเื่กำเนิดวีรชนที่เขาอ่านเมื่อคืนแล้วเผลอหลับไป
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นก่อนกวาดตามองไปรอบ ๆภาพของห้องนอนที่ปรากฏสู่สายตาทำให้นึกถึงคฤหาสน์เก่าแก่ในยุโรปซึ่งแตกต่างจากเกาหลีโดยสิ้นเชิงทุกมุมห้องล้วนได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรหรูหราและมีรสนิยม
“นายน้อย?”
ชายหนุ่มเอ่ยกับรอนตาแก่ที่แสร้งทำเป็อ่อนโยนและมีเมตตา
“นํ้าเย็น”
“ครับ?”
ตอนนี้เขา้าอะไรสักอย่างมากระตุ้นให้ตนเองได้สติและเมื่อมองไปทางชายชราผู้มีชื่อว่า ‘รอน’ อีกครั้ง เขาก็ยังคงเห็นภาพของเคลเฮนิทุส สะท้อนบนกระจกที่อยู่ด้านหลังอีกฝ่ายเช่นเดิม
ยังปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนอยู่แฮะ
ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะยังไม่ได้ปะทะกับตัวเอกของนิยาย
ใบหน้านี้หล่อเหลาสะอาดสะอ้านดึงดูดให้มองจนไม่อาจละสายตา
พอลืมตาขึ้นมาอีกทีเขาก็กลายเป็เคล เฮนิทุส ไปเสียแล้ว
ใน่ต้นของนิยายกำเนิดวีรชน เคลเฮนิทุส คือจอมอันธพาลที่โดนตัวเอกอัดจนปางตาย ซึ่งนั่นก็คือตัวเขาเอง
“ปกตินายน้อยไม่อาบนํ้าเย็นคงจะหมายถึงนํ้าดื่มใช่ไหมครับ”
เคลเหลือบตากลับมามองรอนผู้แสร้งทำเป็โอบอ้อมอารีทว่าความจริงกลับซุกซ่อนธาตุแท้และนิสัยอันโหดร้ายไว้ภายใน ชายหนุ่มเอ่ยกับอีกฝ่าย
“ขอเป็นํ้าดื่มแล้วกัน”
ดื่มนํ้าเย็นตั้งสติก่อนแล้วค่อยว่ากัน
“กระผมจะจัดเตรียมให้เดี๋ยวนี้ครับ”
“ดี ขอบใจ”
รอนชะงักไปชั่วขณะและเผยสีหน้าซับซ้อนเกินบรรยายทว่าชายหนุ่มกลับไม่ทันสังเกตเห็น
ในห้องนอนมีเพียงนํ้าอุ่นรอนจึงต้องออกไปเอานํ้าเย็นจากข้างนอก เคลที่อยู่ในห้องเพียงลำพังลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินเข้าไปในห้องอาบนํ้าเป็อันดับแรกหากว่านี่เป็โลกในนิยายจริง ๆ ละก็ จะต้องมีกระจกบานใหญ่ที่สุดอยู่ในนั้น
ในห้องอาบนํ้ามีกระจกขนาดเต็มตัวติดอยู่จริงดังคาดเคล เฮนิทุสต่างจากคนทั่วไป เขาให้ความสนใจในรูปร่างหน้าตาของตนมากกว่าสิ่งใด ถึงขนาดติดกระจกขนาดมหึมาเอาไว้ในห้องอาบนํ้าส่วนตัวเลยทีเดียว
ภาพของชายหนุ่มที่สะท้อนให้เห็นนั้นมีรูปร่างยอดเยี่ยมทีเดียวต้องเรียกว่าเป็หุ่นที่ใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็ดูดีหรือเปล่านะ
“เคลจริง ๆ ด้วยแฮะ”
ชายหนุ่มในกระจกมีลักษณะตรงกับเคล เฮนิทุส ตามนิยายทุกประการในกำเนิดวีรชน ได้บรรยายเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของเขาเอาไว้ละเอียดยิบ ด้วยเหตุนั้นทันทีที่เห็นภาพสะท้อนของตน เขาจึงไม่อาจนึกถึงใครได้อีกนอกจากคนผู้นี้
เป็ไปได้ไหมว่าเวลาคนเราใและสับสนมาก ๆก็จะยิ่งสงบลง เคล ไม่สิ คิมรกซูครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนอย่างใจเย็น
ในวันหยุดที่ไม่มีอะไรพิเศษเขานึกอยากอ่านนิยายแฟนตาซีจากหนังสือเล่มที่ไม่ได้แตะมานานมากกว่าอ่านผ่านหน้าจอโทรศัพท์เลยแวะเช่านิยายจากร้านเช่าหนังสือ ด้วยความตั้งใจว่าจะอ่านให้จบภายในหนึ่งวัน เขาจึงเช่าทั้งหมดั้แ่เล่มแรกถึงเล่มสุดท้าย
ชื่อของหนังสือเล่มนั้นคือ กำเนิดวีรชน
เขาอ่านจนถึงเล่มห้าก่อนจะผล็อยหลับไปพอลืมตาขึ้นมาอีกทีก็กลายเป็ เคล เฮนิทุส ผู้โดนตัวเอกอัดจนน่วมในนิยายเล่มที่หนึ่งไปเสียแล้ว
นี่มันดำเนินเื่ตรงตามในนิยายเลยนะเนี่ย
สวมร่างงั้นเหรอ
หลังจากข้ามผ่านความสับสนงุนงงมาได้แล้วจิตใจของชายหนุ่มก็เริ่มสงบนิ่งจากนั้นเนื้อหาใน่ต้นของนิยายก็เริ่มผุดขึ้นมาเองในหัว
กำเนิดวีรชน
หนังสือเล่มนี้เป็เื่ราวเกี่ยวกับการถือกำเนิดของเหล่าวีรบุรุษในทวีปตะวันตกและตะวันออกความขัดแย้ง รวมถึงการเติบโตของพวกเขา แน่นอนว่าตัวละครหลักเป็ชาวเกาหลีและเป็เพียงเด็กหนุ่มชั้นม.ปลายปีหนึ่งที่ทะลุมิติเข้าไปใน่เวลานั้นอีกทั้งเขายังเป็มนุษย์ที่ไม่มีวันแก่ชรา เนื่องด้วยอายุขัยโดยเฉลี่ยซึ่งยืนยาวเทียบเท่ากับเผ่าั
“...เป็เื่แล้วสิเนี่ย”
เขาโดนคนแบบนั้นทุบตีจนน่วมแต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือความจริงที่ว่าตอนนี้ตนยังไม่ถูกตัวเอกกระทืบเคลละสายตาจากกระจกแล้วแช่ตัวลงในอ่างอาบนํ้าที่เติมนํ้าอุ่นไว้จนเต็มเอนศีรษะพิงขอบอ่างพลางเงยหน้ามองเพดานที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนราคาแพงซึ่งก็เป็เื่ที่แน่นอนอยู่แล้ว เพราะหินอ่อนเป็วัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอาณาเขตที่เคลอาศัยอยู่
เคลจ้องมองเพดานก่อนจะโพล่งออกมา
“ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจสักหน่อย”
ชีวิตในฐานะคิมรกซูไม่มีเื่อะไรให้รู้สึกอาลัยอาวรณ์เป็พิเศษเขาเป็เด็กกำพร้า ไม่มีทรัพย์สินเงินทองใด ๆ ไม่มีคนที่รักสุดหัวใจจนตายแทนกันได้ไม่มีแม้แต่เพื่อนพ้องที่เขายินยอมพร้อมจะสละชีวิตให้เขาเพียงมีชีวิตอยู่เพราะยังตายไม่ได้ก็แค่นั้น
ใช่ ยังตายไม่ได้
คิมรกซูนั้นเกลียดความตายมากความเ็ปเองก็เช่นกัน
พ่อแม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ั้แ่ตอนที่เขายังเด็กมีเพียงเขาคนเดียวที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้นไม่ว่าจะความเ็ปหรือความตายเขาล้วนเกลียดมันทั้งหมด ไม่ว่าอย่างไรก็ตามต่อให้ต้องเกลือกกลิ้งบนทุ่งที่เต็มไปด้วยขี้หมาแต่ว่าการมีชีวิตอยู่ต่อก็ย่อมดีกว่าเป็ไหน ๆ[1]
นั่นหมายความว่า ฉันจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยไม่ถูกอัดให้ได้
เคลไม่รู้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่ใน่เวลาไหนกันแน่แต่ที่มั่นใจได้อย่างหนึ่งก็คือจนถึงตอนนี้เขายังไม่ได้เจอกับตัวเอกของเื่แน่นอนซึ่งเหตุผลรองรับนั้นช่างเรียบง่าย
ยังไม่มีแผลเป็ตรงสีข้างแฮะ
เคล เฮนิทุส จอมอันธพาลแห่งตระกูลเคานต์เฮนิทุสนั้นก่อนจะพบกับตัวเอกของเื่ เขาออกไปดื่มเหล้าและอาละวาดด่าทอขว้างปาข้าวของไปทั่วแล้วลงเอยด้วยการถูกขาโต๊ะที่หักทิ่มจนเกิดรอยแผลเป็ตื้น ๆ ตรงสีข้าง
ช่างเป็คนที่น่าสมเพชสิ้นดีไม่ได้มีใครทะเลาะกับเขาด้วยซํ้าแต่เ้าตัวกลับโมโหไปเองเพียงเพราะเหล้าไม่ถูกปากเลยทำลายข้าวของจนได้แผลเป็มาหลังจากแผลนั้นหายดี เคลก็ได้พบกับตัวเอกของเื่และหลังจากพบกันไม่กี่ครั้งก็จบลงด้วยฉากปะทะชวนสะใจในท้ายที่สุด
“อืม”
เคลยกมือขึ้นกอดอก จมดิ่งอยู่ในห้วงความคิด
หลังจากฉากนั้นในนิยายเล่มหนึ่งเขาก็ไม่รู้อีกเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเคลต่อจากนั้นรู้เพียงว่าตัวเอกอย่างชเวฮันได้เผชิญกับเื่ราวมากมายที่คาดไม่ถึงเขาต้องฟันฝ่าอุปสรรคสารพัดและเติบโตเป็วีรบุรุษอย่างเต็มตัวพร้อมกับพวกพ้อง
่เวลาเปิดเผยโฉมหน้าของวีรบุรุษเองก็ใกล้เข้ามาแล้วากำลังปะทุขึ้นทั่วทวีปและอีกไม่นานความเสียหายก็จะลุกลามไปทั่วทั้งทวีปฝั่งตะวันตกและตะวันออกรวมถึงอาณาจักรโรอุนที่เคลอาศัยอยู่ก็จะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกันยุคสมัยที่เหล่าวีรชนทั้งหลายจะได้สยายปีกออกเพื่อแสดงความกล้าหาญได้มาถึงแล้วนั่นเอง
เขาขมวดคิ้วมุ่นคิมรกซูที่กลายมาเป็เคลนั้นมีคติประจำใจในการใช้ชีวิตอันสุดแสนจะเรียบง่าย
มีชีวิตยืนยาว ไม่เจ็บไม่ป่วยและเพลิดเพลินไปกับความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ
ใช้ชีวิตอย่างสุขใจ
“...ก่อนอื่นฉันต้องไม่โดนอัดส่วนเื่อื่นนอกเหนือจากนั้นก็ปล่อยให้มันดำเนินไปตามเนื้อเื่เพราะเดี๋ยวตัวเอกก็จัดการส่วนที่เหลือต่อเองแหละ”
เนื้อหา่ต้นเื่นั้นไม่ต้องเค้นสมองเขาก็จำบทบรรยายเกี่ยวกับรูปลักษณ์ตัวละครได้ทุกบรรทัดไม่มีลืมเลือนถึงขนาดที่ว่าหากคนอื่นรู้เข้าก็คงมองว่าเขาประหลาด
เคลแช่นํ้าอุ่นผ่อนคลายความเหนื่อยล้าและได้ข้อสรุปหลังจากที่สมองปลอดโปร่งขึ้น
“ก็น่าลองดูสักตั้งแฮะ”
อันดับแรกเขาควรหาทางหลีกเลี่ยงาที่กำลังจะเกิดขึ้นบนทวีปแห่งนี้และมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้เพราะถึงอย่างไรภูมิหลังของเ้าอันธพาลนี่ก็ดีกว่าชีวิตของคิมรกซูมากโขไหนจะตำแหน่งของอาณาเขตที่อยู่ด้านในทวีปตะวันตกซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับการหลีกเลี่ยงาอันที่จริงยังมีอาณาจักรอีกหลายแห่งในนิยายเื่นี้ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากา
“นายน้อย อยู่ในห้องอาบนํ้าหรือเปล่าครับ”
เสียงของรอนดังขึ้นหลังบานประตูเคลพลันนึกถึงตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่าย
อดีตนักฆ่าที่นั่งเรือข้ามมาจากทวีปตะวันออกแม้ภายนอกจะแสร้งทำตัวเป็คนอ่อนโยนจิตใจดีแต่ตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายคือตาแก่จอมเ้าเล่ห์
“ใช่ เดี๋ยวจะออกไปแล้ว”
เขาพูดเป็กันเองกับชายชราได้อย่างเป็ธรรมชาติเคลตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้และตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไป
ก่อนอื่นต้องไล่ตาแก่นี่ออกไปและโยนให้เป็ภาระของตัวเอก
แม้ชายชราคนนี้จะสามารถสังหารเคลได้ด้วยการฟาดเพียงครั้งเดียวแต่กลับปฏิบัติต่อเขาประหนึ่งลูกหมาน่าสงสารที่ถูกทิ้งต่อให้แสร้งยิ้มอย่างมีเมตตา ทว่ารอนกลับไม่มีความรู้สึกรักใคร่ใด ๆต่อเคลเลยแม้แต่น้อย และหลังจากที่เคลโดนตัวเอกอย่างชเวฮันอัดจนน่วมรอนกับบีครอสผู้เป็ลูกชายก็จากไปพร้อมชเวฮัน
เคลสวมเสื้อคลุมแล้วเดินออกจากห้องอาบนํ้าในทันทีจากนั้นรอนผู้มีใบหน้าโอบอ้อมอารีก็ยื่นถาดที่มีแก้วนํ้าวางอยู่มาให้เขาอย่างระมัดระวัง
“นี่ครับ นายน้อย”
เคลหยิบแก้วนํ้าแล้วเดินผ่านชายชราไปเขายังไม่อยากเผชิญหน้ากับตาแก่เ้าเล่ห์ในตอนนี้
“อืม ขอบใจ”
แม้รอนจะเผยสีหน้าแปลกใจอีกครั้งทว่าเคลกลับเดินผ่านไปโดยไม่ทันสังเกตเห็น
ชายหนุ่มครุ่นคิดขณะจิบนํ้าเย็น
ที่นี่เต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่งมากมาย
เรียกได้ว่ามากเกินไปด้วยซํ้าไม่ว่าตัวเอกจะเดินทางไปที่ใดก็มักจะได้พบกับมนุษย์ผู้แข็งแกร่งซึ่งซุกซ่อนความลับเอาไว้รวมถึงเผ่าพันธุ์ุ์ทั้งหลาย
ฉันต้องมีพลังพอที่จะปกป้องตนเองได้ก่อนสินะ
เขาจำต้องแข็งแกร่งขึ้นในระดับหนึ่งเพื่อมีชีวิตยืนยาวและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บท่ามกลางทวีปที่ากำลังจะปะทุขึ้นทั่วทุกแห่งหนและแน่นอนว่าแข็งแกร่งเกินไปก็ไม่ได้เช่นกันเพราะแบบนั้นมีแต่จะเกิดเื่ให้ต้องเจ็บตัวหนักกว่าเดิม
เคลนึกถึงโชคชะตาอันคาดไม่ถึงนับครั้งไม่ถ้วนที่ปรากฏขึ้น่ต้นเื่ในบรรดาพลังที่เสริมความแข็งแกร่งให้แก่ตัวเอกและพวกพ้องเขาพลันนึกถึงพลังหนึ่งซึ่งสามารถได้มาง่าย ๆ โดยไม่ต้องเสียเืเนื้อตามด้วยพลังอีกสองสามอย่างที่ผุดขึ้นในหัว เขาแค่ต้องเลือกหนึ่งในนั้นก็พอ
“นายน้อย กระผมจะเข้าไปแต่งตัวให้นะครับ”
“อ้อ ได้สิ ขอบใจ”
ไม่นานประตูก็เปิดออกพร้อมบรรดาข้ารับใช้ที่เข้ามาช่วยรอนแต่งตัวให้ผู้เป็นายเคลเอ่ยขึ้นขณะมองเสื้อผ้าที่ข้ารับใช้ถือเข้ามาโดยไม่ทันสังเกตว่ารอนมีสีหน้าเรียบเฉยต่างจากปกติ
“เอ่อ วันนี้ขออะไรเรียบ ๆ หน่อย”
เคลปฏิเสธเสื้อผ้าที่มีระบายกรุยกรายทั้งหมดไม่ว่าอย่างไรเขาก็ชอบเสื้อผ้าเรียบง่ายที่ใส่แล้วหายใจสะดวกมากกว่า
“ครับ นายน้อย”
ข้ารับใช้ผู้มีหน้าที่จัดเตรียมเสื้อผ้ารีบกุลีกุจอนำชุดเรียบๆ สองสามชุดออกมาให้เคลจึงเปลี่ยนไปใส่ชุดที่ดูเรียบง่ายที่สุดในบรรดาเสื้อผ้าเ่าั้
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยเคลก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะชุดที่เลือกมาโดยคิดว่าดูธรรมดาที่สุดแล้วก็ยังหรูหราเกินไปอยู่ดีซึ่งเขาไม่ค่อยชอบใจเท่าไรนักแต่ถึงอย่างนั้นภาพที่สะท้อนผ่านกระจกก็ออกมาดูดีทีเดียว
นี่สินะ หน้าตาดีใส่อะไรก็ดูดีไปหมดจริง ๆ
สมแล้วที่เป็ใบหน้าอันสมบูรณ์แบบตามอุดมคติเคลมองตนเองในกระจกพลางขยับจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะหันไปหารอนซึ่งยังคงแสร้งแย้มยิ้มใจดีอยู่เช่นเดิม
“ไปกันเถอะ รอน”
“ครับ นายน้อย”
เคลเดินตามหลังรอนแม้จะไม่รู้แผนผังคฤหาสน์อย่างละเอียด แต่หากเดินตามอีกฝ่ายไปคงไม่มีปัญหาอะไรบรรดาข้ารับใช้ชายหญิงที่สบตากับเขาต่างพากันทำตัวลีบพลางค้อมศีรษะทักทายอย่างสุภาพก่อนจะรีบเผ่นหายไปอย่างรวดเร็ว
ถึงจะทำตัวแบบนั้น แต่เคลก็ไม่เคยทุบตีใครสักหน่อย
เขาแค่ชอบดื่มเหล้าและเที่ยวเล่นไปวัน ๆเท่านั้น มีบางครั้งที่เมาแล้วอาละวาดทำลายข้าวของตามประสาอันธพาลอีกทั้งเคลยังไม่คิดคบค้าสมาคมกับใคร ยกเว้นแค่ไม่กี่คนที่ตนถูกใจเท่านั้น
เอาเถอะ ไม่มีใครมาวุ่นวายด้วยก็ดีแล้ว
เคลคิดในใจอย่างเป็สุขความจริงแล้วหากเขาได้เข้าไปอยู่ในร่างของพวกบุคคลตัวอย่างก็คงจะเหนื่อยกว่านี้กลับกันแล้ว การอยู่ในร่างของอันธพาลแบบนี้ทำให้เขาสามารถทำตัวสบาย ๆได้โดยไม่ต้องถูกใครควบคุม
“กระผมจะเปิดประตูให้นะครับ”
“อืม”
เคลพยักหน้ารับในนิยายบอกว่ารอนเลี้ยงดูเคลมาั้แ่ยังเล็กเสมือนเป็ปู่แท้ ๆเขาจึงปฏิบัติต่ออีกฝ่ายเป็อย่างดีเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อพ่อของตนคอยโต้ตอบกับชายชราทุกครั้ง และปฏิบัติต่ออีกฝ่ายในฐานะมนุษย์คนหนึ่งแม้ว่าภายในใจของรอนจะรู้สึกตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงก็ตาม
ด้วยเหตุนั้นการปฏิสัมพันธ์กับรอนจึงเป็เื่ง่ายสำหรับเคล เพียงแค่คอยเออออตอบรับอย่างสมํ่าเสมอและปฏิบัติต่ออีกฝ่ายอย่างมนุษย์คนหนึ่งก็พอ
“รับประทานมื้อเช้าให้อร่อยนะครับ”
“อืม นายเองก็ไปกินข้าวเถอะ รอน”
เคลเดินผ่านรอนเข้าไปในห้องอาหารโดยปราศจากความลังเล
เคานต์เดรูธบิดาของเคลซึ่งเป็ผู้นำตระกูลเฮนิทุสคนปัจจุบัน เคาน์เตสผู้มีศักดิ์เป็แม่เลี้ยงรวมถึงบุตรชายและบุตรสาวของเธอต่างหันมองเคลอย่างพร้อมเพรียง
“วันนี้ก็สายเหมือนเคยนะ”
ชายหนุ่มปรายตามองเคานต์เดรูธที่เอ่ยปากทักทายในนิยายกำเนิดวีรชน มีการกล่าวถึงความรู้สึกของเคลที่มีต่อบิดาของตนไว้ว่า
‘เคลเชื่อฟังคำพูดของบิดาเพียงคนเดียว ต้องขอบคุณเคานต์เดรูธเฮนิทุส ที่สามารถผูกสายจูงจอมอันธพาลเอาไว้ไม่ให้ออกไปก่อเื่นอกเขตปกครองของตนได้’
แต่น่าเสียดายที่บิดาของเคลไม่ได้แข็งแกร่งหรือมีพลังวิเศษเฉกเช่นบิดาของผู้กล้าคนอื่นอีกมากมายในนิยายเขาก็แค่มีเงินมากนิดหน่อยเท่านั้น แน่นอนว่าเคลชื่นชอบในจุดนี้เพราะสภาพแวดล้อมในครอบครัวนี้ช่างเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตเรียบง่ายไร้กังวลเป็อย่างยิ่ง
[1]หมายถึง แม้จะมีชีวิตอยู่อย่างตํ่าต้อยและลำบากแต่ก็ดีกว่าต้องเผชิญกับความตาย