ณ ดินแดนใดดินแดนหนึ่งมีร่างของชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเหาะเหินอยู่บนอากาศย่างองอาจและทั้งสองนั้นก็คือ เทียนต้ากับลี่อิน ตอนนี้พึ่งจะผ่านมาเพียงแค่สามเดือนเท่านั้นที่เขาทั้งคู่ตองออกมาสูโลกแบบไม่มีอาจารย์และรองเ้าสำนักของพวกอยู่ด้วยซึ่งสีหน้าของลี่อินไม่มีความสุขอย่างชัดเจน
“เฮ้อ..ข้าคิดไปคิดมาพวกเราก็โตเป็ผู้ใหญ่กันแล้วและเราคงไมหวังพึ่งอาจารย์ไปจนแก่ตายหรอก ชีวิตคนเรานั้นควรที่จะเดินก้าวหน้าต่อไป อย่าหมกมุ่นอยู่กับอดีต”
ด้วยความที่เทียนต้าเป็ห่วงศิษย์น้องเขาเป็อย่างมากแล้วเขาที่เป็พี่ใหญ่เพราะอย่างนั้นเขาควรที่จะปลอบประโลมจิตใจของนางให้ก้าวเดินไปข้างหน้าได้ และถึงแม้เขาจะพูดมันซ้ำไปมาอยู่ทุกวันจนดูเซ้าซี้แต่ลี่อินก็เข้าใจเทียนต้า
“อืมข้าจะพยายาม”
ลี่อินเริ่มรู้สึกสงสารเทียนต้าที่พร้ำบอกเธอทุกวันนางจึงตัดสินใจที่จะเข้มแข็งขึ้น เพื่อทำให้เป็กำลังใจและไม่บั่นทอนจิตใจของตัวเอง
“ดีแล้วข้าจะได้สบายใจงั้นพวกไปที่ป่าตะวันลับกันเถิด”
เทียนต้าเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับบอกชื่อป่าที่มีความอันตรายสูงป่าที่มีแต่ความมืดมิดและสัตว์อสูรที่แสนจะอันตราย อีกทั้งยังมีสัตว์อสูรระดับมารขึ้นไปอยู่มากมายและเ้าแห่งป่านี้นั่นก็คือนั่นก็คือัทมิฬระดับมารราชันย์ขั้น 3 มันนั้นได้ขึ้นชื่อด้วยความดุร้ายและอันตรายในดินแดนตำนานการที่มันนั้นเป็สิ่งมีชีวิตที่อันตรายเทียนต้าและลี่อินตัดสินใจว่า พวกเขานั้นจะ ไม่เข้าไปยุ่งย่ามกับมาเนื่องจากว่าัทมิฬตัวนี้นั้นหาได้มีเื่บาดหมางกันมาก่อนเขาเพียงอยากเห็นกับตาตัวเองก็เท่านั้นว่าความน่ากลัวของมันก็เท่านั้น
การเดินทางผ่านไม่นานพวกเขานั้นก็เจอสัตว์อสูรมากมายที่ต่างทางการออกล่าหาอาหารตามวิถีชีวิตของพวกมัน สิ่งพวกนี้นี้ล้วนเป็วัฏจักรของป่าหากมีผู้ล่าก็ต้องมีผู้ถูกล่า และสิ่งที่จะกำหนดได้นั่นคือกฎของความแข็งแกร่งที่เป็ตัวชี้นำ ว่าผู้ใดจะอยู่หรือตาย
ณ ที่ใดที่หนึ่งในดินแดนเทวะมีร่าวของชายหนุ่มสองคนรูปร่างงามหาสิ่งใดมาเปรียบ แค่กระพริบตาครั้งเดียวพวกเขานั้นก็เคลื่อนที่ไปด้วยความไวแสนลี้ ด้วยความที่ดินแดนเทวานั้นเปรียบได้ดั่งอนันต์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดไม่ว่าพวกเขาน่าจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วหรือไกลแค่ไหนก็ตามมันก็ยังคงไม่ถึงจุดสิ้นสุดเป็จุดมุ่งหมายของพวกเขาเสียที
"ท่านเ้าสำนักพวกเราต้องเดินทางอีกนานหรือไม่ขอรับ
ไป๋หลางบอกเฟยหลงด้วยสีหน้าที่เหนื่อยล้าเพราะเขาเดินทางมาอย่างนี้เป็เวลา 3 เดือนโดยที่ไม่มีเวลาได้พักเลยสักครั้งเดียว
“หากเ้านั้นมีระดับพลังเทียบเคียงกับข้ามันคงถึงั้แ่แรกที่เรานั้นอยู่ในดินแดนตำนานกันแล้ว และหากเ้าให้ข้าช่วยเ้าคงไม่มีวันที่จะก้าวเดินไปเองได้”
เฟยหลงส่งยิ้มและส่งสายตาพิฆาตเตือนสติของไป๋หลาง ว่าตนควรเป็ที่พึ่งตนดีที่สุด และหากทำสิ่งใดก็ควรจะเตรียมตัวให้พร้อม
“ขอรับ"
หลังจากที่ไป๋หลางพูดจบเขาทั้งสองคนก็เดินทางกันต่อด้วยความรวดเร็วแต่แม้จะเร็วมากเพียงใดก็คงใช้เวลาอีกนับปีถึงจะถึงจุดหมายที่ใฝ่หา
ตัดกลับมาเทียนต้าและลี่อินตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนได้เดินทางมายังเขตของัทมิฬเป็แม้ทั้งสองนั้นจะอยู่ไกล200ลี้แต่เนื้องจากพวกเขามีเนตรหมื่นลี้ซึ่งเป็วิชาที่น่ากลัวเป็อย่างมันมากสามารถที่จะมองเห็นการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ได้ไกลนับหมื่นลี้อย่างไม่ยากเย็นพวกเขาได้เฝ้ามองัทมิฬมันนั้น กำลังนอนอยู่บนเกาะที่ลอยอยู่เหนือพื้นดินประมาณ 5 ลี่ รูปร่างสีดำสนิทลำตัวยาว 1,000 จ้าง หรือประมาณ4ลี่รูปร่างดูองอาจสายตาที่แฝงไปด้วยสิ่งต่างๆมากมายด้วยความที่พวกเขาทั้งสองคนนั้นอยู่ไกลมากพอสมควรจึงทำให้ัตัวนี้ไม่สามารถจับััได้ว่ามีคนกำลังเฝ้าดูมันอยู่
“ศิษย์น้องจะคิดว่าัทมิฬตัวใหญ่ตัวนี้มีอะไรที่ผิดแปลกรึเปล่า”
ด้วยความที่เทียนต้านั้นเป็คนที่มีสายตาที่เฉียบแหลมและสามารถที่จะมองทะลุจุดต่างๆสำคัญของร่างกายสิ่งมีชีวิตได้จึงทำให้เขารู้สึกว่าเส้นพลังของ ัตัวนี้ดูผิดแปลกไป มีหลายจุดที่ถูกทำลายและยังมีสิ่งที่น่ากลัวอยู่ในร่างกายซึ่งเทียนต้านั้นก็เห็นได้ยังไม่ชัดเจนมากนัก
“ข้าคิดว่าัตัวนี้นั้นน่าจะถูกพิษชนิดใดชนิดหนึ่งโจมตีเข้าเ้าค่ะศิษย์พี่”
ลี่อินนางเป็คนที่เชี่ยวชาญพิษเป็อย่างมากทำไมนางจะดูไม่ออกว่าัตัวนี้นั้นมีอาการาเ็และมีพิษมีติดอยู่ในร่างกายมากมาย ซึ่งนางก็ยังไม่รู้อย่างแน่ชัดว่ามันเป็พิษอะไรแต่ที่รู้มันต้องเป็พิษที่อันตรายเป็อย่างมากเพราะมันสามารถทำให้ัที่สุดแสนจะแข็งอ่อนแอลงได้ขนาดนี้
“งั้นเราเข้าไปดูไหมล่ะศิษย์น้อง”
เทียนต้านั้นพูดเพราะคิดจะทำให้ลี่อินนั้นรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขได้แต่นางกลับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่บึ้งตึงว่า
“นี่ศิษย์พี่ลืมคำสอนของอาจารย์แล้วอย่างนั้นหรือเ้าคะท่านอาจารย์เพิ่งก่อนที่ท่านจะไปเกียวกับคำสอนนี้ว่าให้เราไดใช้ชีวิตปลอดภัยแต่ท่านกับที่จะเข้าหาสิ่งมีชีวิตที่สุดแสนจะอันตราย...”
หลังจากนั้นเทียนต้าก็โดนเทศนาอย่างยาวนานแต่เขาก็อดยิ้มไม่ได้เนื่องจากว่าศิษย์น้องของเขาในตอนนี้ช่างพูดจาไม่แตกต่างจากอาจารย์ของเขาเลยทั้งคำพูดและนิสัย
แต่ในขณะที่ลี่อินพูดอยู่นั้นจู่ๆก็มีสายตาที่แหลมคมจับจ้องมาที่พวกเขาเสียงโบราณและเก่าครึกได้เอ่ยขึ้นมาว่า
“พวกเช้ามาได้ไงนี่มันอาณาเขตของข้าโฮก!!!”
เสียงที่แหบแตกซ่านขยายไปทั่วบริเวณป่าชั้นในของตะวันลับเหล่าอสูรมากมายต่างผวาและหวาดกลัว
แต่เทียนต้ากับลี่อินหาได้เป็แบบนั้นพวกเขาทั้งสองคนได้หยิบจับอาวุธประจำตัวขึ้นมาเทียนต้านั้นได้ตัดสินใจยิงลูกศรดอกแรกตรงเข้าไปหาัทมิฬแต่เนื่องจากว่าได้ขึ้นชื่อว่าเป็ัทมิฬระดับเทพมาแล้วฝีมือของมันย่อมไม่ธรรมดา มันได้ใช้กรงเล็บของมันสะบัดเบาๆทำให้เกิดแรงลมมหาศาล พุ่งเข้าปะทะเข้ากับลูกศรของเทียนต้าแต่ด้วยความที่ระดับพลังต่างกันมากจนเกินไป ทำให้ลูกศรแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ
ก้าวเท้าแสนลี้ นานปียังไม่ถึง
ก้าวเท้าคำนึง หวังพึ่งจุดหมาย
เป็ทางพักผ่อน คลายร้อนผ่อนคลาย
เส้นทางเลวร้าย ถึงหมายหายดี
นานปีเฝ้ารอ ก่อร่างสร้างสี
สำนักมั่งมี เป็ที่ภูมิใจ
เหล่าศิษย์ทั้งสอง ศิษย์น้องฝักใฝ่
สำนักแห่งใด หาญสู้ศาสตรา