ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 1 บทที่ 14 ฝีมือของผู้เฒ่าจันทรา

    บทที่ 14 ฝีมือของผู้เฒ่าจันทรา

         ผู้เฒ่าจันทราต้องการเพิ่มเพื่อน!

          นี่เป็นครอบครัวเซียนคนที่สองต่อจากราชาวานรที่เป็นฝ่ายมาขอเพิ่มเพื่อนเย่จื่อเฉินก่อน

         นึกถึงด้ายแดงในหีบสมบัติ ดูท่าว่านี่จะเป็นฝีมือของผู้เฒ่าจันทราสินะ

          เพิ่มเพื่อน

          'สหายเซียน!'

          ทันทีที่เพิ่มเพื่อน ผู้เฒ่าจันทราก็ส่งข้อความมาหาเย่จื่อเฉินทันที

          'ท่านผู้เฒ่าจันทราทักมาหาข้ามีเรื่องอะไรหรือ?'

          เย่จื่อเฉินตอบกลับ

          'ไม่ทราบว่าสหายเซียนได้รับด้ายแดงแล้วหรือยัง?'

          เป็นฝีมือของผู้เฒ่าจันทราจริงๆ ด้วย

         เย่จื่อเฉินตอบตัวเองในใจแล้วชำเลืองมองระดับความสนิทที่ต่อท้ายประโยค

         100

         เหมือนยกภูเขาออกจากอกในเมื่อระดับความสนิทของทั้งสองฝ่ายอยู่ที่เป็นเพื่อนกันแล้ว ถ้าอย่างนั้นเย่จื่อเฉินก็ไม่กลัวว่าจะเกิดปัญหาอะไร

         'ด้ายแดงของผู้เฒ่าจันทราข้าน้อยได้รับแล้ว ขอบคุณผู้เฒ่าจันทรามาก'

         'เรื่องเล็กน้อยข้าก็แค่ทำหน้าที่ในการเชื่อมสัมพันธ์และสร้างความรู้สึกดีให้กับสหายเซียนหลังจากนี้จะเป็นยังไงก็ต้องอาศัยความพยายามของตัวสหายเซียนเอง'

         ผู้เฒ่าจันทราพูดจาแตกต่างจากราชาวานรโดยสิ้นเชิงถ้าเป็นราชาวานร...

         หึหึ ต้องขอของตอบแทนแน่นอน

          'เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณท่านผู้เฒ่าจันทรามากที่จับคู่ให้'

         มีคำกล่าวหนึ่งบอกไว้ว่า

         ไม่มีสิ่งใดได้มาฟรีๆ ทุกคนทำดีล้วนหวังผล

         ในทุกวันผู้เฒ่าจันทราต้องดึงเชือกตั้งมากมายแต่กลับจงใจทักมาหาเย่จื่อเฉินเป็นพิเศษ เห็นชัดว่ามีจุดประสงค์แอบแฝง

         ไม่ผิดจากที่เย่จื่อเฉินคาดเอาไว้ เขาเพิ่งจะส่งข้อความไปได้ไม่นานผู้เฒ่าจันทราก็ตอบกลับมา

          'ข้าเพิ่งกลับมาจากบ้านของซุนหงอคง...'

         จะเอาอั่งเปาส่วนตัว!

          ถึงแม้คำพูดของผู้เฒ่าจันทราจะสละสลวยกว่ามาก แต่เมื่อพูดถึงซุนหงอคงก็บ่งบอกชัดเจนว่าเขารู้เรื่องที่เกี่ยวกับเย่จื่อเฉินมาจากซุนหงอคงบ้างแล้ว

          ครุ่นคิดถึงสิ่งของที่มีในมือ บวกกับอายุของผู้เฒ่าจันทรา...

         ทำการสแกนบุหรี่ในมือ แล้วส่งไปให้

         ติ๊ง!

          ผู้เฒ่าจันทราได้รับอั่งเปาของคุณแล้ว

          'สหายเซียน ไม่ทราบว่าสิ่งนี้คือสิ่งใด'

         'นี่คือสิ่งที่ข้า...'

          แล้วเย่จื่อเฉินก็คุยกับผู้เฒ่าจันทราอยู่นานและได้สแกนไฟแช็กส่งไปให้ด้วย

          'ท่านผู้เฒ่าจันทรา ของสองสิ่งนี้เป็นของหายาก ให้เทพเซียนท่านอื่นรู้ไม่ได้เด็ดขาดไม่อย่างนั้นข้าจะไม่มีตุนเอาไว้ให้เทพเซียนท่านอื่น'

          'ได้เลย ได้เลย'

         ติ๊ง!

          ระดับความสนิทของคุณกับผู้เฒ่าจันทราเพิ่มขึ้น 150 ห่างจากระดับความไว้ใจอีก50

         บุหรี่กล่องเดียวเพิ่มระดับความสนิทได้ตั้ง 50 เยอะมากอยู่นะเนี่ย

          'ส่งมาแล้วไม่ส่งกลับมันเสียมารยาท สหายให้ของล้ำค่าขนาดนี้กับข้าข้าเองก็ไม่สามารถเพิกเฉยได้'

         ติ๊ง!

         อั่งเปาซองหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์

         ดูเอาไว้!

          อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าความเป็นคน คุณดูผู้เฒ่าจันทราไว้

         แถมยังบอกว่าส่งมาแล้วไม่ส่งกลับมันเสียมารยาทอีกต่างหาก...

         กับซุนหงอคงนั้นแต่ไหนแต่ไรมาก็ต้องแลกของกันส่วนผู้เฒ่าจันทราผู้นี้รู้จักส่งอั่งเปากลับมาด้วย

         กดเปิดอั่งเปา

         กดรับอั่งเปาของผู้เฒ่าจันทรา จี้หยกซานชิงศักดิ์สิทธิ์หนึ่งอัน

         'นี่เป็นจี้หยกที่ข้าให้องค์เง็กเซียนซานชิงปลุกเสกให้เมื่อไม่นานมานี้สามารถคุ้มครองให้สหายปลอดภัย'

          'ขอบคุณมากท่านผู้เฒ่าจันทรา'

         แทบรอไม่ไหวที่จะหยิบจี้หยกออกมาสวมคอไอเย็นสบายแผ่กระจายไปทั่วทั้งตัวเย็นสบายจนทำให้รูขุมขนทั่วร่างกายเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

         ของชั้นดีเลย

         เมื่อมองดูผู้เฒ่าจันทรากับราชาวานรในรายชื่อผู้ติดต่อเย่จื่อเฉินก็อดยิ้มไม่ได้

         นี่มันเพิ่งจะเริ่มต้นถ้าหลังจากนี้มีคนมาขอเพิ่มเพื่อนกับเขามากขึ้นแล้วละก็...

         เมื่อนั้นสวรรค์คงจะ...

         ดื่มน้ำอัดลม สูบบุหรี่ แล้วก็เล่นไพ่นกกระจอกกันเต็มไปหมด

         แค่คิดก็สนุกแล้ว

         เมื่อกลับมาถึงหอ รูมเมทก็กำลังเริ่มเล่นเกมMOBAกันอยู่พอดี หลังจากที่บอกปัดคำชวนของรูมเมทเย่จื่อเฉินก็อาบน้ำแค่พอเป็นพิธีแล้วล้มตัวลงนอน

         หนึ่งคืนที่ไร้ซึ่งคำพูด

          "ลุกกันให้หมดเลย!"

          เสียงคำรามลั่นดังขึ้นกลางห้อง รูมเมทพากันลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือแล้วก็เห็นจางรุ่ยที่อยู่เตียงชั้นบนกำลังถือโทรศัพท์ส่งเสียงโหวกเหวกอยู่

          "เสียงดังอะไรเนี่ย คนจะหลับจะนอน"

          "นอนอะไรกันเล่า เทพธิดานอกใจแล้ว"

          "อะไรนะ?"

          กลุ่มรูมเมทไม่มีกะจิตกะใจจะนอนขึ้นมาในทันที

         เทพธิดาที่จางรุ่ยพูดถึงคือซูเหยียนส่วนความหมายของคำว่านอกใจก็หมายถึงเทพธิดานั้นไม่อยู่ในสถานะโสดสำหรับพวกเขามันก็คือการนอกใจไปมีคนอื่น

          "แม่เจ้า ฉันอยากเห็นจริงๆ ว่าใครที่กล้ามาจีบเทพธิดา"

          เย่จื่อเฉินหัวใจเต้นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ คนที่ว่าคงจะไม่ใช่เขาหรอกนะ

         แอบชำเลืองตามองดูเล็กน้อย บรรยากาศอันคุ้ยเคยทำให้เขาขนหัวลุกจากนั้นจึงพูดอะไรนิดหน่อยกับรูมเมทแล้วก็รีบวิ่งออกจากห้องไปเลย

          "เดี๋ยวนะ คนในรูปนี้..."

          "เจ้าห้า!"

         "ตามไป!"

          ไม่รู้ว่าใครที่ตะโกนขึ้นมา คนในห้องทั้งหมดจึงได้รีบสวมกางเกงวอร์มแล้ววิ่งตามออกไป

          "ซูซู บนเว็บไซต์มหาลัยมีข่าวลือเกี่ยวกับเธอด้วย"

         ในระหว่างทางที่กำลังไปโรงอาหาร ในดวงตาของเขอเข่อลุกโชนไปด้วยไฟแห่งการซุบซิบนินทามองซูเหยียนที่อยู่ข้างๆแล้วพูด

          "ผู้ชายในรูปคือคนที่ได้ขึ้นกระทู้ผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นด้วยนะ"

          "ข่าวลือทั้งนั้น"

         ซูเหยียนหน้าแดงขึ้นมาเสียดื้อๆ เขอเข่อยิ้มกรุ้มกริ่ม แต่ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที แล้วจึงโบกมือไปฝั่งตรงข้าม

         "เฮ้ อาเสี่ย"

         เย่จื่อเฉินกำลังโดนรูมเมทหิ้วปีกไปโรงอาหารเขารู้ว่าต้องเกิดเรื่อง ถึงได้รีบหนีไปก่อน

         แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่คังเผิงเป็นนักกีฬาถ้าต้องการไล่จับเขามันก็ง่ายนิดเดียว

          เมื่อมันทำอะไรไม่ได้ เขาจำต้องโดนเหล่ารูมเมทขู่ให้เลี้ยงข้าวเช้า

          "เย่จื่อ ดูเหมือนจะเรียกนายนะ"

         คังเผิงกระทุ้งศอกใส่เย่จื่อเฉินทันที แล้วคนที่อยู่รอบๆก็หันไปตามเสียง

          "ดาวมหาลัยเซี่ยเขอเข่อ แล้วนั่นคนข้างๆ เธอก็...เทพธิดา!"

          จางรุ่ยดันกรอบแว่นที่ไม่มีเลนส์แว่น เย่จื่อเฉินจึงเงยหน้าขึ้นซึ่งบังเอิญกับที่ซูเหยียนก็มองมาทางเขาพอดี

         ฉ่า

         หน้าของทั้งคู่แดงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

          "อาเสี่ย บังเอิญจังเลย"

         เซี่ยเขอเข่อลากซูเหยียนเดินเข้าไป เย่จื่อเฉินแอบชำเลืองตามองซูเหยียนแวบหนึ่งก่อนจะมึนงงหลังจากได้ยินคำเรียกของเซี่ยเขอเข่อ

         อาเสี่ยบ้าบออะไร

          "อาเสี่ยเป็นชื่อเรียกของนายบนเว็บไซต์มหาลัย กลุ่มแฟนคลับของนายเป็นคนตั้งให้..." คังเผิงกระซิบบอกอยู่ข้างๆ

         กลุ่มแฟนคลับ!

          เย่จื่อเฉินพลันทำหน้าเหนื่อยใจในเวลาเดียวกันก็เงยหน้าขึ้นยิ้มให้เซี่ยเขอเข่อ

          "สวัสดี เย่จื่อเฉิน"

          "คิกคิก ฉันชื่อเซี่ยเขอเข่อ เป็นเพื่อนสนิทของซูเหยียน"

         เซี่ยเขอเข่อยื่นมือเล็กขาวผ่องออกมา เย่จื่อเฉินจับมือเบาๆ แล้วคลายออกทันทีท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของรูมเมทที่อยู่รอบๆจากนั้นก็หันไปทักทายซูเหยียน

          "หวัดดี"

          "หวัดดี"

         ซูเหยียนหัวเราะเบาๆ แต่บนใบหน้ากลับมีความเขินอายแฝงอยู่จางๆ

         สีหน้าของซูเหยียนอยู่ในสายตาของเซี่ยเขอเข่อทั้งหมด เมื่อมองไปทางเย่จื่อเฉินความอยากรู้ในดวงตาก็ลุกโชนขึ้น

         แรงปะทุที่ลุกโชนนั้นราวกับจะแผดเผาเย่จื่อเฉินให้มอดไหม้

          "อาเสี่ย พวกนายก็กำลังจะไปโรงอาหารเหมือนกันสินะ พอดีเลยฉันกับซูซูก็จะไปเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้น ไปด้วยกันเลยไหม?"

          ในดวงตาของเซี่ยเขอเข่อเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เย่จื่อเฉินไม่อยากตอบตกลงเลยด้วยซ้ำ

         ข่าวอื้อฉาวของเขากับซูเหยียนแพร่กระจายไปบนเว็บไซต์ของมหาลัยถ้าไม่ร่วมโต๊ะกินข้าวเช้าด้วยกันก็ไม่รู้ว่าจะมีลูกไม้อะไรอีก

         แต่กลุ่มหมาป่าที่อยู่ข้างกายกลับไม่เห็นด้วยเนี่ยสิ!

         ดาวมหาลัยเซี่ยเขอเข่อกับดาวมหาลัยซูเหยียนเลยนะ!

         การที่ได้ร่วมกินข้าวกับเทพธิดาทั้งสองคนมันเป็นเกียรติอย่างหาที่สุดไม่ได้เชียวนะ

         "เจ้าห้า ตอบตกลงเธอไป!"

         "เย่จื่อ ถ้านายไม่ตอบตกลงเธอความเป็นเพื่อนกันมานานหลายปีของเราก็สิ้นสุดกันแค่นี้"

          "เจ้าห้า ฉันจะไม่ขู่นายหรอกนะ แต่ถ้านายไม่ตอบตกลง เกิดอันดับในเกมของนายหล่นลงมาอยู่ที่ระดับซิลเวอร์นายก็อย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน"

         ให้ตายเถอะ นี่คือไม่ขู่ใช่ไหม!

         "โอเค งั้นก็ไปด้วยกัน"

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน