“ฝ่าาขบวนเสด็จขององค์หญิงสามกับเครื่องบรรณาการ เดินทางออกจาก เผ่าตงกุ้ยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ร่างสูงยืนหันหลังขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะหันหน้ามามองคนพูดใบหน้าหล่อจน ต้องหันมองคิ้วคมเข้ม ผิวขาวสะอาดตา กับ ริมฝีปากแดงระเรื่อน่ามองเหมือนหญิงสาวทว่ากับมีแววตาดุดัน หยางหยางนี่มันหยางหยางชัดๆ
"เครื่องบรรณาการครบครันตามที่้าหรือไม่"
"เอ่อ ได้ตามที่ฝ่าาบัญชาไปทั้งผ้าใหม่สำหรับฮองเฮา และอัญมณีเนื้อดีของไทเฮา"
"ดีมาก ดีจริงๆไม่ทำให้ผิดหวัง"
“ฝ่าาจะให้พระสนม รั้งที่ตำหนักไหนหรือว่าจะสร้างตำหนักใหม่คอยต้อนรับนาง”
“ใครบอกว่าข้ารับนางมาอยู่สุขสบาย แค่องค์หญิงชนเผ่า เทียบกับแค้นเราไม่ได้แม้แต่น้อย”
“อ่า แล้วฝ่าาเหตุใดถึงส่งสาสน์บีบบังคับให้ซาถัวส่งองค์หญิงสามมาที่นี่”
“แคว้นฉิน เองตอนนี้ก็ตั้งตา ที่จะส่งคนสู่ขอนางข้าแค่เพียงขัดขว้างแคว้นฉินเสีย ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าข้าให้ความสำคัญกับเครื่องบรรณาการมากกว่าการมาของนางเสียอีก"
“แล้วจะให้องค์หญิงสามอยู่ในฐานะใดกัน”
“แค่เพียงสนมบรรณาการ ย้ำบอกทุกคนในวังหลวงว่านางแค่เพียงสนมบรรณาการ ข้า้า กดหัวเผ่าตงกุ้ยให้พึงพึงระลึกอยู่เสมอว่าเผ่าตงกุ้ยเป็เพียงชนเผ่าที่ข้าจะบดขยี้เมื่อไหร่ก็ได้และข้า้าสิ่งใดพวกเขาจะต้องหามาให้ข้าให้จงได้แบบไม่มีข้อแม้”ยิ้มย่องด้วยความสาสมใจ
ขบวนเดินที่ยาวเกือบครึ่งลี้ครั้งนี้ของชิงซีหาได้มีเพียงเกี้ยวเท่านั้นแค่แทนที่จะรับสินสอดกับต้องส่งส่วยหรือเครื่องบรรณาการให้กับแคว้นหานอีกชั้นมิใช่แค่เพียงส่งขิงซีผู้งดงามล่มเมืองไปเป็สนมแค่เครื่องบรรณาการครบครัน ชนเผ่าเล็กๆ หรือจะต้านทานแคว้นหานที่ยิ่งใหญ่
แต่ฝันร้ายของฮ่องเต้แคว้นหานและความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นในวังหลวงต่อจากนี้เพราะในเมื่อตัวป่วนอย่างวีวี่เซเลบคนดังผู้เอาแต่ใจที่สุดของประเทศที่ไม่ได้ดังใจก็ หายใจหอบเหนื่อย อาการหอบกำเริบจนคนรอบข้างต่างพากันตามอกตามใจเสียยกใหญ่
ขบวนเดินทางที่ทุลักทุเลผ่านมายังไม่ถึงยี่สิบลี้เบื้องหน้าการซุ่มโจมตีเพื่อชิงตัวชิงซีด้วยดินแดนชนเผ่าทรัพยากรที่มีคุณค่าทั้งเนื้อสัตว์ผ้าไหมมากมายจนแคว้นน้อยใหญ่้าแย่งชิงผูกขาด
"โจมตี"เหล่านักรบปูกล้าแห่งแดนทะเลทรายต่างชักอาวุธคู่กายเข้าห้ำหั่น
"เฉวียนตี้อ๋องนั่นเป็เกี้ยวขององค์หญิงสามชิงซี"เฉวียนตี้อ๋องทะยานขึ้นไปบนฟ้าเหาะเหินราวกับร่างไร้น้ำหนักตัวขึ้นไปเกาะอยู่บนหลังคาเกี้ยว
"โปะ"หลังคาเกี้ยวถูกเปิดออกด้วยกำลังภายใน รอยยิ้มปรากฏที่ริมฝีปากเมื่อพบว่าวีวี่หรือชิงซีนั่งประสานมือดังนางงามเจนเวทีไม่ได้ทุกข์ร้อนต่อความวุ่นวายโกลาหลข้างนอก
"ไปกับข้าบอเตี่ยชิงซี"
"ผลั๊กกกกก"ขาเรียวสวยถีบเข้าที่ชายโครงของร่างสูงตรงหน้าด้วยความใ
"เ้า"ท่อนแขนเรียวบางถูกกระชากเ้าหาตัว
เงยหน้าที่เต็มไปด้วยท่าทีใขึ้นมองเฉวียนตี้อ๋อง
"ไปกับข้า เ้าไม่มีทางได้เป็สนม ของหยางจื้อฮ่องเต้อย่างที่เขา้า
เจียงยี้ถลาเ้ากอดรวบบำตัวของวีวี่ไว้
"องครักษ์อารักขาองค์หญิงสาม"พูดจบ ก็รั้งตัววีวี่ไว้สุดฤิทธิ์ ยื้อกันกับเฉวียนตี้อ๋อง องครักษ์ที่ถือดาบยาวเฟื้อยกับรูปร่างกำยำต่างรายล้อมเกี้ยวของวีวี่ไว้
"เซ้งงงงง"เสียงกระบี่ที่ถูกดึงออกจากฝักในท่าสุดหวาดเสียวเพียงแค่ครึ่งกระเบียดนิ้วจะบาดลึกเ้าไปในผิวเนื้อที่ลำคอของวีวี่
"ถึงเวลาแล้ว"เสียงในหัวแว่วในหู วีวี่แกล้งใส่แอคติ้งสะบัดคอพรึบ….ขอให้เป็แผลที่คอ เืสดๆ ไหลออกจากลำคอระหง
"กรี๊ดดดดด"เฉวียนตี้อ๋องใปล่อยกระบี่หลุดจากมือเหล่าองครักษ์ต่างกรูกันเข้ามา วีวี่ไม่ได้รู้สึกเจ็ยปวดอะไร แต่เสียงกรีดร้องที่ได้ยินเป็ของเจียงยี้ที่บมแทบจับเมื่อเห็นาแอุปโบกของวีวี่
"องค์หญิงงงงง"เฉวียนตี้อ๋องจนมุม แต่คนสนิทที่ฝีมือร้ายกาจทะยานลงจากคาคบไม้พาเฉวียนตี้อ๋องที่อยู่ในอาการตกตะลึงหนีไปได้ทัน
“เล่นใหญ่”
“ช่วยองค์หญิงช่วยองคืหญิงก่อน”เจียงยี้ะโลั่นใอย่างที่สุด
“องค์หญิงเ้าขาทำไมคิดทำเื่อะไรแบบนี้ หรือเป็เพราะไม่อยากเป็สนมของหยางจื้อฮ่องเต้ แม้จะใช้ชีวิตขององค์หญิงก็ไม่อาจลบล้างสิ่งที่เรียกว่าการรุกรานได้ เราแค่เพียงชนเผ่าเล็กๆ ที่พวกเขาพร้อมจะรุกรานยึดครอง”
“ข้าหวังเพียงแค่ เหล่าผู้ที่มาแย่งชิงตัวข้าจะได้รู้เสียทีว่าข้า ไม่ได้อยากจะเป็สนมของฮ่องเต้แคว้นหาน”น้ำเสียงเศร้าสร้อยแววตาขุ่นมัวก่อนจะบังคับตัวเองให้ หลับตาลงแสร้งหมดสติไปเสีย
“โธ่องค์หญิง ช่างน่าสงสารเสียจริง”
“คำว่า ...สงสาร ….ครบหนึ่งร้อยเมื่อไหร่ภารกิจของเ้าจึงจะเสร็จสมบูรณ์”ร้อยเลยหรือ
เฉวียนตี้อ๋องทรุดกายนลงกับพื้นหญ้า ก้มหน้านิ่งก่อนจะใช้มือลูบใบหน้าอย่างแรงเหมือนกำลังเตือนสติตัวเองไม่ให้เตลิดไปไกล
“ท่านอ๋อง”
“นางจะตายไหม”
“ข้าน้อยตอบไม่ได้”
“นางช่างมีจิตใจเด็ดเดี่ยว ยอมสละชีวิตเยี่ยงนี้ เกรงว่านางคงมิได้ดีใจจนเนื้อเต้นที่จะเป็สนมของหยางจื้อ"
“กระบี่เนื้อดี ผ่านการหลอมและดีด้วยเหล็กชนิดพิเศษมีความคมยิ่งนัก อีกอย่างพันปีผ่านมายังไม่มีรอยสนิม นางคงไม่ตายเพราะาแกำเริบแน่ๆ แต่ด้วยความคมนั้นนางอาจสิ้นใจไปแล้วก็ได้ป่านนี้ พวกเขาคงเชิญพระศพขององค์หญิงสามกลับเผ่าตงกุ้ยแล้ว”เฉวียนตี้อ๋องส่ายหน้าไปมายกมือขึ้นลูบใบหน้าอีกครั้ง
“ข้า ไม่อยากจะพูดว่าข้านับถือองค์หญิงสามผู้นี้ยิ่งนัก”นึกถึงใบหน้างดงามกับท่าทีนิ่งเฉยที่ยกเท้าขึ้นถีบเขาอดที่จะอมยิ้มเสียไม่ได้