บทที่ 7 ทักษะกระบี่เงาจันทร์ ลำดับที่หนึ่งเสี้ยวจันทร์เฉือนฟ้า
หลานซูเหยียนกำลังนั่งฟื้นฟูกำลังตนเองอยู่ใต้ต้นไม้
ศิษย์พี่หลาน! เสียงอันอ่อนหวานจากศิษย์หญิงเรียกขึ้น หลานซูเหยียนพลันลืมตาขึ้นแล้วกล่าวถามไป“เ้ามีอะไร แล้วเ้าฟื้นฟูกำลังแล้วหรือ”
ศิษย์หญิงได้ยินเช่นนั้น แล้วส่ายหัว“ขอบคุณที่เป็ห่วงเ้าค่ะ การต่อสู้ครั้งที่แล้วข้าไม่ได้ช่วยอะไรมากเลยไม่ได้เสียกำลังเท่าไหร่ ท่านต่างหากเป็ตัวหลักในการโจมทีคงใช้พลังปราณไปเยอะ”
หลานซูเหยียนพยักหน้าตอบรับ
ศิษย์หญิงเห็นเช่นนั้นแล้วหยิบขวดขาวออกมาแล้วยื่นให้ พร้อมกล่าว “นี่เป็ยาฟื้นฟูกำลัง ที่ศิษย์พี่หลี่หยางฝากมาให้ท่าน เขาอยากจะขอโทษท่านที่การต่อสู้ก่อนหน้านี้ทำพลาดไป”
หลานซูเหยียนเหลือบมองขวดยาในมือแล้วกล่าวขึ้น“เ้ากินเถอะ ข้าใช้ยาของข้าแล้ว ข้าไม่ได้ใส่ใจเื่ในวันนี้แค่พวกชอบอวดเก่งข้าไม่มาคิดมากหรอก” พูดเสร็จนางก็หลับตาลงฟื้นกำลังต่อ
ศิษย์หญิงเมื่อเห็นหลานซูเหยียนฟื้นกำลังนางก็จะฟื้นกำลังบ้าง เลยตบยาเขาปากแล้วนั่งลงข้างซูเหยียน
“ศะศิษย์พี่หลี่หยาง! แม่นางซูเหยียนไม่ได้กินยาแต่เป็ศิษย์น้องหญิงกินแทน”ศิษย์ชายที่ยืนมองเหตุการณ์กับหลี่หยางกล่าวอย่างตระหนก
บ้าเอ๊ย! หลี่หยางสบทขึ้น แล้วกล่าวขึ้น“พวกเ้าถ้าเห็นท่าไม่ดีเราจะร่วมมือกันจัดการพวกนางด้วยกัน เดิมทีถ้าหลานซูเหยียนกินยาคงไม่ใช่งานยากเพราะนางฝีมือดีสุดในนี้ ต่อให้นางใช้พลังปราณไปเยอะยังรับมือยากอยู่ดี”
ขอรับ! ศิษย์ชายทั้งสองขานรับพร้อมกัน
ด้านศิษย์หญิงที่กินยาเข้าไปเริ่มคั่นเนื้อคั่นตัวรู้สึกแปลกๆ “ทำไมข้ารูสึกร้อนอยากถอดเสื้อผ้าคั่นเนื้อคั่นตัว” นางพึมพำในใจ
นางพลันลืมตาขึ้นแล้วเรียกหลานซูเหยียน “ศิษย์พี่หลาน ข้ารู้ศึกแปลกๆคั่นเนื้อคั่นตัวภายในตัวข้าร้อนๆแปลกๆ”นางพูดพร้อมกับบิดตัวไปมา
หลานซูเหยียนลืมตาขึ้นพร้อมเข้าไปดูอาการเมื่อนางเห็นก็รู้ได้ทันทีว่าถูกวางยา “บ้าจริงไอ้หลี่ยางจะวางยาข้าแต่ดันเป็ศิษย์น้องที่โดนแทน เดรัจฉาน ”นางลอบด่าในใจ
จากนั้นหลานซูเหยียนเริ่มตั้งสติไม่กระโตกกระตาก แล้วกระซิบบอกศิษย์หญิงว่า“เ้าใจเย็นฟังข้าให้ดีได้ยินแล้วอย่าเพิ่งโวยวายเ้าสูดให้ใจเข้าลึกๆแล้วตั้งสติ” ศิษย์หญิงคนนั้นก็ทำตาม
เมื่อเห็นเช่นนั้นหลานซูเหยียนกระซิบบอกเบาๆ “ฟังข้าดีๆแล้วไม่ต้องตอบอะไรข้าแค่ทำตามที่ข้าพูดเ้าโดนวางยาคาดว่าน่าจะเป็ยากาม น่าจะเป็ยาที่หลี่หยางให้เ้านำมาให้ข้า” ศิษย์หญิงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็แววตาฉายความโกรธ
หลานซูเหยียนเห็นเช่นนั้นแล้วจับแขนศิษย์หญิงไว้แล้วกล่าวว่า“เ้าใจเย็นตอนนี้เราไม่สามารถรับมือกับพวกมันทั้งสามคนได้ เราต้องหาทางหนีพวกเราเดินไปอีกทางอย่างปกติอย่าให้พวกมันสงสัย”พูดเสร็จพวกนางทั้งสองสองก็เริ่มเดินออกห่างจากกลุ่มหลี่หยาง
พวกนางไปไหนกัน! ศิษย์ชายที่ยืนข้างหลี่หยางอุทานขึ้น
หลี่หยางเห็นเช่นนั้นแล้วขมวดคิ้วแล้วโพล่งขึ้น “พวกนางรู้ตัวแล้ว มันกำลังหนี รีบตามไป”พูดเสร็จหลี่หยางก็พุ่งตัวไปข้างหน้า
ศิษย์ชายทั้งสองเห็นเช่นนั้นหันมาพยักหน้ากันแล้วพุ่งตัวตามหลี่หยางไป
ด้านหลานซูเหยี่ยนรู้ตัวแล้วว่าถูกหลี่หยางตามมา นางก็เริ่มเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เพียงไม่นานด้านศษย์หญิงที่ตามมาด้านหลัง พลันะโขึ้น “ข้าไม่ไหวแล้วศิษย์พี่หลานตอนนี้เรี่ยวแรงข้าไม่เหลือแล้ว”
ด้วยฤทยาทำให้ศิษย์หญิงไร้ซึ้งเรี่ยวแรงที่จะวิ่งต่อ
หลานซูเหยี่ยนเห็นเช่นนั้นก็ชะงักนิดนึงแล้วหันหลังไปแบกศิษย์หญิงคนนั้นไว้บนบ่า แล้วออกวิ่งต่อ
ศิษหญิงที่กำลังถูกแบกอยู่นั้นก็รู้สึกซาบซึ้งน้ำตานางเริ่มไหลออกมา แล้วกล่าวว่า “ท่านทิ้งข้าไปเถอะเพียงตัวท่านลำพังสามารถหนีพวกนั้นได้อยู่แล้ว” นางพูดไปพลางร้องให้ไป
หุปปาก! หลานซูเหยียนพลันตะคอกขึ้น แล้วรีบเร่งฝีเท้าขึ้น
ณ ถ้ำเล็กๆจ้าวหลินที่ปรับสภาพหลังทะลวงขั้นเสร็จ ก็เก็บสำภาระเตรียมตัวออกจากป่า“ข้าออกจะตระกูลมาเกือบเดือนแล้วน่าจะได้เวลากลับแล้วเผื่อก่อนที่ใครจะสงสัยว่าข้าหายไปไหน” เขาพึมพำเสร็จก็เดินออกจากถ้ำเล็กๆ
ทันใด้นั้นเองเขาััได้ว่า กำลังมีอะไรกำลังใกล้เข้ามาเขาจึงรีบะโขึ้นไปซ้อนตัวบนต้นไม้จากนั้นก็เฝ้ารอสังเกต
ทันใดนั้นได้มีหญิงงามที่กำลังแบกผู้หญิงวิ่งผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็วแล้วมีชายสามคนไล่ตามอย่างไม่ห่าง พร้อมเสียงะโ “หลานซูเหยียนเ้าหนีไม่รอดหรอก!”
จ้าวหลินเห็นเช่นนั้นก็เข้าใจได้ทันทีว่าเป็ศิษย์สำนักพรายฟ้าแตกคอกันเองเนื่องจากจ้าวหลินได้ยินแผนทั้งหมดของหลี่หยางทั้งแต่โรงเตี๊ยมก่อนเข้าป่า เห็นเช่นนั้นเขาได้แต่ส่ายหน้าแล้วคิดว่า
“เอาไงดีจะช่วยดีหรือไม่”เขาพึมพำพร้อมหยิบมีดสั้นขึ้นมาแล้วโยนลงข้างล่าง
“ถ้ามีดปักลงพื้นข้าจะช่วย ถ้าไม่ปักก็ถือว่าไม่มีบุญต่อกัน”
ฉึก มีดสั้นลงบ่นพื้นดินจ้าวหลินเห็นเช่นนั้นได้แต่สายหน้า เขาะโลงต้นไม้เก็บมีดแล้วพุ่งตัวตามไป
ด้านหลานซูเหยียนที่กำลังวิ่งนั้นความเร็วของนางกำลังลดลงเรื่อยๆเสียงหอบหายใจเริ่มถี่ขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ “บ้าจริงปราณข้ากำลังจะหมด”นางสบถขึ้นมา
ทันใดนั้น มีแสงสว่างวาบขึ้นมาจากด้านหลัง
ปั้ง! พลังปราณซัดมาจากด้านหลังจากหลี่หยางเขากลางหลังหลานซูเหยียนเต็มๆ ทำให้นางและศิษย์หญิงกระเด็นไปอัดกับต้นไม้
ฮัก! หลานซูเหยียนกระฮักเืออกมาคำโต
“ฮะฮ่า หลานซูเหยียนข้าบอกเ้าแล้วว่าอย่าหนี ยังไงวันนี้เ้าก็กลายเป็ของเล่นของข้า เสียเวลาจริงๆ”เสียงของหลี่ดังขึ้นอย่างลำพองใจ พร้อมกับเดินมากับศิษย์ชายอีกสองคนอย่างลำพองใจ
หลานซูเหยียนที่นอนาเ็อยู่นั้นพยามลุกขึ้นอย่างลำบาก
เมื่อหลี่หยางเดินมาถึงเขาเอามือจิกไปที่ผมของหลานซูเยี่ยนแล้วพูดว่า“เหย่อหยิงดีนัก ตอนนี้ป็นไงล่ะเ้าต้องโดนพวกเราเล่นกันจนหนำใจ”
พรึดด ! หลานซูเหยีนพ่นเืออกมาเต็มหน้าของหลี่หยาง
“อีนี้!” ป้าบ! เสียงคบดังสั่น หลานซูเหยี่ยนกลิ่งไปหลายตะหลบหลี่หยางเมื่อโดนพ่นเืใส่ ก็โมโหเืขึ้นหน้าจึงตบไปอย่างสุดแรง
แกว้กก! หลี่หยางตามไปขึ้นคร่อมแล้วฉีกเสื้อผ้าหลานซูเหยียน เผยให้ผิวอันขาวเนียนและเนินอกที่อวบอิ่มหลี่หยางที่เห็นเช่นนั่นก็เลียปากตัวเองอยากหื่นกระหาย
ด้านศิษย์ชายอีกสองคนเห็นเช่นนั้นก็ลูบปากด้วยสายตาที่หื่นกามแล้วหันมาพยักหน้ากัน จากนั้นก็เดินไปที่ศิษย์หญิงอีกคนลงมือฉีกเสื้อผ้าเนื่องด้วยศิษย์หญิงคนนั้นโดนวางยาจึงไม่มีแรงต่อต้านใดๆ
แต่ในขณะที่สองคนกำลังจะปู้ยี่ปู้ยำนั้น
ฉึก! มีดสั้นปักลงที่กลางหลังทะลุออกมาหน้าอกของศิษย์ชายคนหนึ่ง พร้อมกับร่างเด็กหนุ่มที่กำลังกดมีดจนมิดด้าม
ฮากกกก! ศิษย์ชายอีกคนร้องออกมาอย่างใ แต่ก่อนที่จะตอบสนองใดๆเด็กหนุ่มก็ชักมีดอีกเล่มเข้าปาดคอศิษย์คนนั้นเืสาดกระเซ็นลงไปนอนชักอยู่กับพื้นดิน
ด้านหลี่หยางเมื่อได้ยินเสียงร้องก็หันกลับไปมองภาพที่เขาเห็นคือศิษย์ชายคนนึงนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งโดยที่มีปักอยู่กลางหลัง ส่วนอีกคน กำลังชักนอนอยู่บนกองเื
หลี่หยางที่เห็นภาพนั้นหัวใจเขาหล่นวูปขนตั้งชันมือเย็นเชียบ
ในตอนนี้เองหลานซูเหยียนรีบถอยออกมาเว้นระยะจากหลี่หยาง
ใคร! หลี่หยางะโออกมา พร้อมชักดาบขึ้นพร้อมตั้งท่าพร้อมต่อสู้
ในความเงียบที่ตึงเครียด เด็กหนุ่มในชุดธรรมดาก้าวออกมาจากเงามืดใบหน้าของเขาสงบนิ่ง ดวงตาคมปลาบประดุจสายฟ้า นั่นคือจ้าวหลิน ในมือของเขาถือกระบี่สั้น
"เ้าเป็ใคร! คิดจะมาสอดมือเื่ของข้ารึ!"หลี่หยางคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว แต่ลึกลงไปในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“หึ่! คนตายจะรู้ชื่อข้าไปทำไม” จ้าวหลินกล่าวเสียงเรียบก่อนจะกระโจนเข้าหาหลี่หยางด้วยความเร็วปานสายลม
หลี่หยางพุ่งเข้าปะทะจ้าวหลินทันทีดาบในมือของเขาฟาดฟันออกมาอย่างรุนแรง ปล่อยคลื่นปราณระดับรวมจิต
แต่จ้าวหลินไม่ได้แสดงความหวาดกลัวเขาเบี่ยงตัวหลบการโจมตีอย่างง่ายดายด้วย เท้าเงาจันทราร่างของเขาเลือนหายไปในเงาเพียงเสี้ยววินาทีเขาก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งด้านหลังของหลี่หยาง
ทักษะกระบี่เงาจันทร์ ลำดับที่หนึ่ง เสี้ยวจันทร์เฉือนฟ้า!
กระบี่ของจ้าวหลินก็เปล่งแสงสีเงิน ทันใดนั้นจ้าวหลินฟันกระบี่ไปที่กลางหลังของหลี่หยาง
ฟึบ! ปราณกระบี่รูปจันทร์เสี่ยวสีเงิน บางๆ ตัดผ่านตัวของหลี่หยางตัวของหลี่หยางขาดสะพายแล่ง
“ตอนนี้ข้าคงทำได้เท่านี้ไว้การบ่มเพาะคืบหน้าน่าจะใช้ทักษะกระบี่ได้ดีกว่านี้”เขายืนพึมพำอยู่กับตัวเองเหมือนไม่พอใจกับการต่อสู้เมื่อสักครู่ โดยที่ไม่แยแสกับสบหลี่หยาง
หลานซูเหยียนที่มองดูอยู่ด้านหลัง สูดลมหายใจลึกเธอไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะสามารถจัดการหลี่หยางได้อย่างง่ายดาย
จ้าวหลินหันไปทางหลานซูเหยียนที่กำลังยืนตะลึงอยู่แล้วพูดว่า รีบตามข้ามา “ก่อนสัตว์อสูรจะมา”หลังจากพูดเสร็จจ้าวหลินก็พุ่งตัวไปแบกร่างศิษย์หญิงที่นอนบิดไปบิดมาด้วยฤทยาแล้วมุ่งหน้ากลับไปทางถ้ำก่อนหน้านี้
หลานซูเหยียนเห็นเช่นนั้นนางก็ตั้งสติแล้วพุ่งตัวตามจ้าวหลินไป
จ้าวหลินเมื่อมาถึงถ้ำ ก็วางศิษย์หญิงลงแล้วจักการบดสมุนไพรสองสามชนิดจนแหลกแล้วคั้นเป็น้ำให้ศิษย์หญิงกิน หลังจากได้กินเข้าไปร่างกายก็สงบลงแล้วก็สลบไป
“เป็ยังไงบ้าง” เสียงของหลานซูเหยียนถามขึ้นเมื่อเห็นศิษย์หญิงสลบไป
จ้าวหลินได้ยินคำถามก็ยิ้มบางแล้วตอบกลับว่า “วางใจเถอะ นางโดนวางยาที่ออกฤทธิ์ชั่วคราวเท่านั้นข้าให้ยาที่มีฤทธธิ์ทำให้หลับชั่วคราวเท่านั้น เดี๋ยวนางตื่นขึ้นก็จะหายปกติ
ในขณะเดียวกันที่ตระกูลจ้าว
ปัง! เสียงประตูห้องจ้าวตี้ถูกถีบเปิดออก
“พ่อบ้านจ้าวตี้ ไอจ้าวหลินมันอยู่ไหนทำไมที่ห้องมันจึงไม่มีใครอยู่” เสียงอันเหยอหยิ่งของจ้าวหลิงหลานดังขึ้น