บทที่ 145 ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน
คนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังของสิงโตน้อยที่ขนาดตัวไม่ได้น้อยอย่างชื่อ ส่วนอีกคนใช้เพียงกำลังกายและการฝึกฝนของตนเองเพื่อเคลื่อนไหวผ่านกิ่งไม้ขนาดเล็กใหญ่พร้อมกับคนของตน ผ่านไปเพียงไม่ถึง 3 นาที พวกเขาก็สามารถออกจากหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยน้ำท่วมสูง มาจนถึงเนินเขาที่ขบวนองค์รัชทายาทเลือกให้ชาวบ้านพักอาศัยได้
การมาถึงของสิงโตตัวใหญ่ทำให้ชาวบ้านมากมายต่างก็หวาดกลัว ดีที่องค์รัชทายาทรู้เรื่องสิงโตตัวใหญ่นี้ก่อนแล้ว ดังนั้นหลังจากที่เห็นอีกฝ่ายตั้งแต่ไกลๆ เขาก็รีบออกมาต้อนรับทันที รู้แล้วว่าตอนนี้ผู้ช่วยเหลือตนเองที่น่าจะนำโดยแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรได้มาถึงแล้ว
ซือซือเป็นหนึ่งในคนที่ออกมาดูสถานการณ์เหมือนกัน ไม่สิ! ต้องบอกว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างหากที่กำลังให้ความสนใจกับการมาถึงของคนนอกเช่นนี้ จางหลิวอี้เองก็ยังผ่อนคลายความกังวลหลังจากที่รู้ว่าอีกไม่นาน ปัญหาทั้งหมดควรจะจบลงได้แล้ว ช่วงนี้นางต้องอดทนกล้ำกลืนความแค้นใจเอาไว้ทั้งหมด แล้วพยายามปั้นสีหน้าที่น่าเคารพต่อหน้าผู้คนเหมือนเดิม
จางหลิวอี้เป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ความยากลำบากเช่นนี้ถือเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้พบเจอนัก ยังดีที่ก่อนหน้านี้นางเคยถูกลงโทษให้ไปช่วยทหารสร้างกำแพงเมืองยามที่มีศึกสงคราม ไม่อย่างนั้นคงจะต้องร่ำไห้ออกมาอย่างแน่นอน
องค์รัชทายาทเอง หลังจากที่รู้สึกผิดต่อสตรีผู้นั้น เขาก็เอาแต่หมกตัวอยู่กับนาง ถึงจะใช้ข้ออ้างที่ว่าต้องการช่วยเหลือซือซือเตรียมเสบียงคืนให้ชาวบ้านก็เถอะ แต่จางหลิวอี้รู้ดีว่าเขากำลังหลงใหลได้ปลื้มสตรีผู้นั้นมากขนาดไหน นางอยากจะเข้าไปแย่งชิงความสนใจนั้นกลับมา ทว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็น
ยิ่งลดตัวลงไปต่อสู้ด้วย ก็เท่ากับว่านางลงไปอยู่ในระดับเดียวกันกับอีกฝ่าย ก่อนหน้านี้นางต้องสู้เพราะซือซือผู้นี้มีโอกาสสร้างผลงานและยกระดับฐานะของตนเองขึ้นมาได้ กระนั้น...หลังจากที่นางกลายเป็นสตรีของรัชทายาทก่อนแต่งเข้าวังแล้ว นางไม่สามารถเชิดหน้าชูคอในตำแหน่งอื่นได้อีก นอกจากจะเป็นสนมระดับต่ำผู้หนึ่ง
ที่บ้านไม่มีคนคอยสนับสนุน แถมนางก็ยังพลาดท่าเสียที จางหลิวอี้ยังเก็บข้อได้เปรียบของตนเองเอาไว้ หากองค์รัชทายาทโง่เขลาเกินไป เช่นนั้นนางก็พร้อมที่จะเดินออกจากเขา ตัวเลือกของนางมีอยู่มากมายทั่วทั้งอาณาจักร คนที่ต้องการสกุลจางมากที่สุดสมควรเป็นองค์รัชทายาทมากกว่า!
“ท่านแม่ทัพใหญ่” จางหลิวอี้ทำความเคารพเขา
นางรู้สึกได้ว่าหลังจากที่นางวางมือจากเขาแล้ว แม่ทัพใหญ่ก็วางตัวต่อนางดีมากขึ้น แม้จะไม่ได้ดีเฉกเช่นที่ปฏิบัติต่อคุณชายหลี่ แต่ก็ไม่ได้แสดงออร่าฆ่าฟันมาให้เหมือนกับก่อนหน้านี้ ถือว่านางเลือกเส้นทางที่ถูกต้องให้ตนเองได้จริงๆ
ทว่า ก่อนที่แม่ทัพใหญ่จะได้หันกลับมาหาจางหลิวอี้ จู่ๆสตรีที่อยู่กับชาวบ้านก็พุ่งพรวดออกมา นิ้วเรียวที่เปื้อนดินจากการเพาะปลูกชี้ไปที่บุรุษตรงหน้า ปากของนางอ้ากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ซือซือ เจ้าอย่าเสียมารยาทต่อแม่ทัพใหญ่เช่นนั้น กลับมาเสีย...” คิ้วของรัชทายาทขมวดมุ่น
ซือซือมีท่าทางประหลาดอย่างแท้จริง กล้าวิ่งเข้าไปหาบุรุษและชี้หน้าเขา ทำราวกับว่าเขาติดหนี้ชีวิตของนางอย่างไรอย่างนั้น นางอาจจะไม่รู้ว่าบุรุษตรงหน้าเป็นใคร แต่ทุกคนที่นี่ไม่มีใครไม่รู้!!
“มะ แม่ทัพใหญ่หรือ?” ซือซือไม่อยากจะเชื่อ นางหันกลับไปสบตากับองค์รัชทายาท ทั้งยังได้เห็นสายตาจับผิดของจางหลิวอี้ด้วย แสดงให้เห็นแล้วว่าคนตรงหน้าของนางก็คือแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรเซินจริงๆ
“เป็นไปได้อย่างไร เฉิงเซี่ย....เจ้าคือแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรเซินหรือ?” ซือซือเอ่ยถามอีกครั้ง หัวใจของนางหล่นวูบ ไม่คาดคิดว่าจู่ๆเฉิงเซี่ยที่ความจำเสื่อมคนนั้นจะมีฐานะสูงศักดิ์เช่นนี้
นางยังคงหวั่นไหวต่อเขา ใช่! ถ้าเทียบกันแล้ว ซือซือชอบเฉิงเซี่ยมากที่สุด ถึงแม้ว่าเขาจะปฏิเสธนางซ้ำไปซ้ำมา ทั้งยังไม่เคยเห็นคุณค่าของนาง แต่ซือซือรู้ดีว่านางชอบเขา
ทว่า....เวลานี้ เหตุใดจึงเป็นเวลานี้...ทำไมจึงต้องเป็นเวลาเช่นนี้ เวลาที่นางไม่อาจจะแก้ไขย้อนกลับได้แล้ว นี่...หรือว่าจะเป็นเพราะโชคชะตาของนางและเขาไม่เหมาะสมกันจริงๆ
“เฉิงเซี่ยอันใด? ท่านแม่ทัพใหญ่ของเรามีนามว่า ท่านแม่ทัพหวงซีเฉิง...” องค์รัชทายาทมาจับแขนของซือซือลง
ก่อนหน้านี้เขาเสียพระชายาไปเพราะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ตระกูลทั้งตระกูลถูกทำลายลงไปอย่างนั้น แต่เวลานี้...ซือซือที่เป็นสตรีของเขากำลังจะก่อเรื่องขึ้นมาอีกแล้ว หากแม่ทัพใหญ่ผู้นี้คิดจะเล่นงานใครสักคนอีก ต่อไปจะไม่ใช่เขาหรอกหรือ?
สตรีผู้นี้เป็นคนของเขา ไม่มีตระกูลอยู่เบื้องหลัง เช่นนั้นคนที่ต้องสั่งสอนนางก็คือเขาเอง เขาย่อมต้องรับผิดชอบต่อนาง
“องค์รัชทายาทเพคะ เขาก็คือเฉิงเซี่ยของหม่อมฉัน! หม่อมฉันไม่มีทางจำผิดแน่นอนเพคะ” ซือซือยังไม่อยากจะยอมรับ เหมือนกับท้องฟ้าที่นางอาศัยอยู่กำลังจะล่มสลายใส่ตัวนางเอง
ถ้าตอนนี้นางไม่ได้กลายเป็นสตรีของรัชทายาท มีโอกาสกลายเป็นเพียงสนมชั้นต่ำตลอดชีวิต นางก็อาจจะได้เป็น “ฮูหยินใหญ่ของท่านแม่ทัพในอาณาจักรเซิน” ใช่ไหม? ตำแหน่งหนึ่งเป็นเพียงสนมที่มีข้ารับใช้ 2-3 คน แต่อีกผู้หนึ่งเป็นถึงผู้มีอำนาจรองจากเจ้าของจวน
ดูเอาเถอะ ยิ่งเห็นการแสดงออกขององค์รัชทายาทที่เป็นเชื้อพระวงศ์ก็ยังเกรงกลัวเขา เห็นได้ชัดว่าอำนาจของเฉิงเซี่ยนั้นมากกว่าอีกฝ่ายเสียอีก
เกียรติและศักดิ์ศรีที่นางยึดมั่นมาตลอดได้ถูกทำลายลง นางจะกลายเป็นแค่ภรรยาน้อยของผู้อื่นเท่านั้นหรือ? ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ ดวงตาของซือซือค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
“เฉิงเซี่ยของเจ้างั้นหรือ? คำพูดนี้...กล้าพูดออกมาได้อย่างไร แม้ว่าเจ้าจะเป็นเพียงสาวชาวบ้านผู้หนึ่ง แต่ธรรมเนียมปฏิบัติก็ยังไม่รู้หรือ? เจ้ากล่าวเช่นนี้ราวกับว่าเจ้าและคนที่เจ้าเรียกว่าเฉิงเซี่ยนั้นมีความสัมพันธ์..........” จางหลิวอี้เม้มริมฝีปาก นางแสดงออกราวกับว่ากำลังเป็นตนเองที่ถูกรังแก
เห็นว่านางออกโรงปกป้องความรู้สึกของตนเช่นนี้ องค์รัชทายาทก็มองนางด้วยท่าทางขอบคุณ สตรีของเขากลับกล้าบอกว่าบุรุษอื่นเป็นของตนเองงั้นหรือ?
เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่รู้จักซือซือดีพอ การกระทำของนางยิ่งทำให้เขาเข้าใจผิดได้ง่ายๆ หากไม่ใช่เพราะคนๆนั้นที่นางกำลังชี้ตัวเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้นี้ เขาคงจะสั่งสอบสวนและลงโทษทั้งสองคนที่กล้าหลอกลวงเบื้องสูงไปแล้ว!!
เมื่อครั้งที่พวกเขามีความสัมพันธ์กัน เป็นช่วงเวลามืดค่ำพอดี แถมไม่ได้นอนบนเตียงขาวจึงไม่สามารถเห็นหยดเลือดบนเตียงนอนได้ ถึงเขาจะมีความรู้สึกเฉกเช่นได้หลับนอนกับสตรีอื่น แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของตนเองเวลานั้นเลย บางที...อาจจะเป็นเพราะเขาได้รับพิษด้วยกระมัง ทุกอย่างจึงดูรุนแรงเกินไป
หากนางไม่ได้บริสุทธิ์จริงๆ เช่นนั้นการที่เขาจะรับผิดชอบนาง ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วหรือ?
ความคิดนี้ขององค์รัชทายาท หากซือซือรับรู้เข้า นางย่อมต้องขอออกมาจากเขาอย่างแน่นอน บุรุษที่ไม่คิดจะเชื่อใจสตรี แถมยังกล้าดูแคลนนางถึงเพียงนี้ ซือซือไม่มีทางจะใช้ชีวิตร่วมกับเขา สนับสนุนเขาให้ได้ดีได้ !!
ถือเป็นโชคดีขององค์รัชทายาทที่ไม่ได้พูดออกมาทั้งหมด หาไม่แล้ว...คนที่จะหนุนหลังเขาจนได้ดีในอนาคตผู้นี้คงวิ่งหนีออกไป แล้วปล่อยให้เขาต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงคนเดียว!
“ข้า ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่เมื่อก่อนนี้...เฉิงเซี่ยได้รับบาดเจ็บและความจำเสื่อม เป็นข้าที่ช่วยเหลือเขาเอาไว้ ทั้งยังมอบชื่อเฉิงเซี่ยให้แก่เขาด้วย ข้าไม่ได้รู้เลยว่าเขาคือแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักร ไม่เช่นนั้นข้าจะรีบส่งเขาไปรักษาให้ดีกว่าที่ข้าทำ...”
ซือซือเรียกสติของตนเองกลับมาได้ นางรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาวิ่งหาเฉิงเซี่ยอีกแล้ว นางพลาดโอกาสนั้นไปแล้ว และเฉิงเซี่ยคงไม่ยอมรับสตรีมือสองเช่นนาง แต่ถึงอย่างนั้น...สิ่งที่นางได้ช่วยเหลือเขาเอาไว้ ก็น่าจะเอามาใช้ประโยชน์ได้บ้าง
แม้เขาจะพูดออกมาชัดเจนว่าบุญคุณระหว่างทั้งสองคนจบสิ้นแล้วตั้งแต่ที่เขาช่วยเหลือนางตอบแทน ทว่า...บุญคุณช่วยชีวิต จะมีค่ามากเท่ากับบุญคุณในการช่วยเหลือเรื่องเล็กๆน้อยๆได้อย่างไร
วันข้างหน้า ถ้านางต้องการเติบโตขึ้น หากนางต้องการตำแหน่งที่สูงขึ้น นางจะต้องใช้ฐานะคนสนิทของแม่ทัพใหญ่เพื่อจัดการขวากหนามมากมายเหล่านั้น การเปิดเผยว่านางเคยเป็นผู้มีพระคุณต่อแม่ทัพใหญ่สมควรเป็นเรื่องที่ดี
“นี่...เป็นเรื่องจริงหรือท่านแม่ทัพ” องค์รัชทายาทตกใจ หูของเขาเกือบจะกระดิกได้ด้วยซ้ำเมื่อได้ยินเช่นนี้
ซือซือเป็นสตรีของเขา ถ้าสตรีของเขาเคยช่วยแม่ทัพใหญ่เอาไว้ อย่างนั้น...เขาก็จะได้รับเส้นสายที่แข็งแกร่งนี้ด้วย
“เป็นเรื่องจริง แต่ข้าตอบแทนนางทั้งหมดแล้ว”
“โอ้ ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่โชคดีจริงๆที่ท่านได้ซือซือช่วยเอาไว้ ยามนั้นข้าและเสด็จพ่อสั่งให้คนตามหาพวกท่านพ่อลูกตลอดเวลา น่าเสียดายที่พวกเราไม่สามารถหาพบ ไม่เช่นนั้นคงไม่ต้องรอให้ท่านกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง”
“..........” หวงซีเฉิงไม่ตอบอะไร ทั้งยังไม่สนใจเรื่องการทวงบุญคุณอะไรนั่นด้วย
เขารู้ว่าซือซือไม่ใช่ผู้หญิงซื่อตรงและจริงใจมาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่สิ! ถ้าบอกว่านางซื่อตรง นางก็ซื่อตรงจริงๆ แต่เป็นการซื่อตรงกับความรู้สึกของนางเท่านั้น ไม่ใช่ซื่อตรงต่อผู้อื่น
เมื่อนางต้องการสิ่งใด นางแทบจะไม่สนใจด้วยซ้ำว่าคนอื่นรู้สึกอย่างไร สตรีเช่นนี้...หวงซีเฉิงไม่ต้องการจะเข้าใกล้มากนัก หากนางรู้ว่านางเห็นแก่ตัวก็ดีไป แต่กลายเป็นว่านางไม่เคยรู้ตัว และมั่นใจทุกครั้งว่าตนเองทำสิ่งที่ถูกต้อง
คนเช่นนี้ต่างหากที่น่ากลัว...
ชิงหมินนั่งอยู่บนหลังของสิงโตน้อยไม่ขยับ มองดูการแสดงของคนทั้งหมดอย่างตั้งใจ เขารู้สึกว่าตนเองกำลังคิดผิดที่ติดตามมาที่นี่ด้วย ตอนนี้เขารู้แล้วว่าซือซือนั้นกลายเป็นสตรีขององค์รัชทายาท และสมควรจะเพิ่งกลายเป็นของเขาด้วย เนื่องจากก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่ องค์รัชทายาทยังไม่ได้พบเจอซือซือเลย
ความสัมพันธ์ของทั้งสองที่เกิดขึ้นรวดเร็วเช่นนี้นับว่าน่าแปลกมาก กระนั้น...ที่น่าอึดอัดใจยิ่งกว่าก็คือ ท่าทางของซือซือยามมองหวงซีเฉิง
นางเอกของเขายังมองพระเอกของเรื่องด้วยความรักใคร่และเสียดาย ฉากนี้น่าประทับใจจริงๆ ทว่า...หลังจากที่นางกล้าพูดถึงบุญคุณของตนเองต่อหน้าทุกคน ชิงหมินก็ได้รู้แล้วว่านางเอกผู้นี้ต้องการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เคยทำมา
หากเขาปรากฏตัวขึ้น ไม่ใช่ว่าจะถูกเปิดโปงให้อับอายว่าเคยไล่ตามนางเหมือนสุนัขมาก่อนหรือ? นางจะใช้ประโยชน์จากเขาอย่างไรได้บ้างนะ...ชิงหมินรู้สึกหวาดกลัวจริงๆ
แม้เขาอยากจะย้อนเวลากลับไปตัดสินใจใหม่ แต่มันย่อมไม่ประสบความสำเร็จแล้ว ไม่ช้าก็มีคนทักทายเขาขึ้นมา เป็นขุนนางผู้หนึ่งที่เอ่ยทักทายก่อน ทว่าคนสูงศักดิ์ทั้งหลายที่นี่ล้วนอึดอัดกับความเงียบที่แม่ทัพใหญ่สร้างขึ้น ดังนั้นจึงรีบเบนความสนใจมาหาเขาทันที
“คุณชายหลี่ก็มาหรือ?”
“โอ้ อยู่บนหลังของสิงโตนั่นเอง”
ทุกคนรีบทักทายเขา ชิงหมินอยากจะซ่อนตัวในขนของสิงโตน้อย แต่ทำได้แค่หัวเราะแห้งๆแล้วออกคำสั่งให้สิงโตน้อยพาตนเองลงไปด้านล่าง
เมื่อเห็นเขาเต็มตา ซือซือที่ยังคิดไม่ตกกับเรื่องของแม่ทัพใหญ่ก็ชะงักไป นางไม่คิดว่าจะได้เจอคุณชายหลี่เร็วขนาดนี้ เขายังคงเหมือนเดิม งดงามยิ่งกว่าสตรี แต่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ห่างไกลออกไป ถึงเขาจะยิ้มให้นาง แต่ก็เหมือนไม่ได้ยิ้มให้...
“คุณชายหลี่ ไม่เจอกันนาน...”
ซือซือทักทายเขาอย่างเรียบง่าย นางไม่รู้ว่าทำไมทุกคนที่นี่แม้แต่องค์รัชทายาทก็ยังรู้จักขุนนางระดับต่ำผู้นี้ด้วย แต่ในเมื่อทุกคนรู้จักเขา เช่นนั้นนางก็ควรจะต้องแสดงออกด้วยเช่นกัน
“อืม ซือซือ เจ้า...สบายดีหรือไม่”
“ใช่ ข้าสบายดี” หญิงสาวตอบกลับ ถึงทั้งสองจะกระอักกระอ่วนเมื่อได้เจอกัน แต่การทักทายที่ไม่มีคำสุภาพของนาง โดยที่คุณชายหลี่ก็ไม่ได้โกรธเคืองนั้น ทำให้ทุกคนเข้าใจได้ว่าพวกเขาทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อน
“ซือซือ เจ้าก็รู้จักกับคุณชายหลี่มาก่อนหรือ?” องค์รัชทายาทเอ่ยถาม ปรากฏว่าซือซือผู้นี้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อครอบครัวของแม่ทัพใหญ่จริงๆ
ไม่เพียงแค่ช่วยชีวิตของแม่ทัพใหญ่เอาไว้เท่านั้น แต่ยังรู้จักกับว่าที่ฮูหยินใหญ่ของเขาอีกด้วย เช่นนั้น...ในอนาคต ความสัมพันธ์ของพวกเขาคงจะแนบแน่นขึ้นไม่น้อย
ในขณะที่องค์รัชทายาทกำลังมีความสุข จู่ๆร่างสูงใหญ่ของหวงซีเฉิงก็เข้ามาบังสายตาทุกคนเอาไว้ เขาปรายตามองซือซือเป็นครั้งแรก
“เจ้าอย่าได้คิดรังแกคนของข้าอีก” คำพูดประโยคเดียวแต่เต็มไปด้วยออร่ากดดันนั้นทำให้ทุกคนสะอึก
คนมากมายสบสายตาต่อกัน นึกฉงนอยู่ในใจว่าสรุปแล้ว...แม่นางซือซือผู้นี้ เป็นมิตรกับแม่ทัพใหญ่จริงๆหรือไม่? เหตุใดสายตาจะฆ่าจะแกงของเขาจึงมอบให้นางโดยตรงกันล่ะ! ไหนบอกว่าเป็นผู้ช่วยชีวิตกันมาก่อน แล้วทำไม....
…………………………………….