ตอนที่ 1 : นี่นายยังเป็ผู้ชายอยู่ไหม ?
“เฮ้ ตื่น ตื่นได้แล้วอย่ามัวแต่ขี้เซานัก ตอนนี้มีคนกำลังรอเจอกับนายอยู่ที่ข้างนอก ! ”
ในอาคารหอพักของวิทยาลัยการละครฮัวเซียซึ่งเป็ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นที่ 10 ชายอ้วนสูง 170เิเมีคิ้วหนาตาโตและหนักราว ๆ 150 กิโลกรัมกำลังเขย่าร่างของชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง
ชายหนุ่มคนนั้นสูงประมาณ 183เิเในร่างผอมแห้งซึ่งสวมใส่กางเกงยีนส์สีน้ำเงินและเสื้อเชิ้ตสีขาวทำให้ชายหนุ่มที่ดูดีเป็ทุนเดิมอยู่แล้วนั้นกลับดูสง่างามขึ้นยิ่งกว่าเดิม
ขณะที่กำลังนอนอยู่บนเตียงหลิวจือเซียเริ่มขมวดคิ้วและยกมือขึ้นมาเขารู้สึกเวียนหัวราวกับว่าถูกตีศีรษะอย่างหนักเขาใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อจะลืมตา
“ที่นี่ที่ไหน ?ฉันกำลังอยู่ในงานเลี้ยงค็อกเทลของบริษัท ทำไม...”
หลิวจือเซียมองไปที่ชายอ้วนที่กำลังเขย่าร่างของเขาด้วยความว่างเปล่าก่อนที่จะมองบรรยากาศรอบๆ เขาพยายามคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นจากเมื่อคืนนี้
ในขณะนั้นเขารู้สึกว่าศีรษะของตัวเองแกว่งไปมาอย่างกระทันหันความทรงจำบางอย่างที่ไม่ใช่ของเขาก็เข้ามารุมเร้าในหัว
มันเหมือนกับะเิปรมานูมันกลายเป็ก้อนเมฆรูปเห็นขนาดั์ที่กวาดล้างจิตใจของหลิวจือเซียจนทำให้เขาต้องอ้าปากค้างและะโออกมา
“อ้าก ! ”
“เล่าซาน เล่าซาน จือเซีย นายเป็อะไรอย่าทำให้ฉันใกลัวไปด้วยสิวะ ! ”
ชายอ้วนรีบดึงมือของเขากลับไปด้วยความใเขาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความประหม่าตอนนี้หลิวจือเซียเอาแต่นอนขดอยู่บนเตียงและกอดร่างของตัวเองเอาไว้
“อ้าก ! ”
หลิวจือเซียไม่ตอบเขาเอาแต่กุมศีรษะและะโออกมา
.................
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนก่อนที่หลิวจือเซียจะลืมตาขึ้นอีกครั้งเป้าหมายในการมองเห็นของเขากลายเป็สีขาวกลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อลอยเข้ามาที่ปลายจมูกเขา
“ที่นี่ที่ไหน ? ใช่ห้องพยาบาลหรือเปล่า? ”
เขาพยายามเผยอเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมาหลิวจือเซียวางมือลงบนเตียงและลุกขึ้นนั่ง “มันวิเศษมาก เอิ่มฉันไม่คาดฝันเลยว่าจะเจอกับเื่แปลก ๆ แบบนี้มันปล่อยให้ฉันข้ามผ่านไปที่นั่นจริง ๆ ”
ผ่านไป ใช่หลิวจือเซียผ่านเข้ามาอีกโลกหนึ่ง !
หลิวจือเซียเป็ผู้จัดการาุโของบริษัทบันเทิงั์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงบนโลกนี้เมื่อชีวิตก่อนหน้าเขาเป็นักร้องที่หาตัวจับยาก ก่อนที่จะข้ามไปเขาเป็ตัวแทนของบริษัทในการเข้าร่วมงานเลี้ยงค็อกเทลของช่องโทรทัศน์ชื่อดัง
แต่หลังจากที่เขาเมาแล้วเมื่อเขาลืมตาอีกครั้ง เขาก็กลายเป็เ้าของร่างกายนี้
บังเอิญที่เ้าของเดิมของร่างกายนี้ก็มีชื่อว่าหลิวจือเซียแต่เ้าของร่างนั้นอายุน้อยยิ่งกว่าตัวเขา เ้าของร่างมีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้นด้วยเส้นผมและดวงตาสีดำ เขาจึงเรียกได้ว่าเป็คนจีนสายเืบริสุทธิ์เขาเป็นักศึกษาระดับปริญญาตรีปีที่สี่สาขาวิชาการละครภาพยนตร์และโทรทัศน์ในวิทยาลัยการแสดงฮัวเซีย
หลิวจือเซียได้สำเร็จการศึกษาแต่ทว่าเขาแค่รอพิธีมอบปริญญาบัตรแก่ตัวเองเท่านั้น เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเขาก็จะเป็เหมือนกับปลาที่แหวกว่ายในท้องทะเลเขาจะทะยานขึ้นฟ้าอย่างไม่สามารถหาใครเปรียบได้
หลิวจือเซียยอมรับตัวตนของชายหนุ่มผู้นี้ได้อย่างรวดเร็วเขาประหลาดใจมากที่โลกคู่ขนานแตกต่างถึงขนาดนี้
นี่คือโลกคู่ขนานที่คล้ายกันกับโลกประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาก็มีความคล้ายคลึงกับโลกเป็อย่างมากแต่โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่นั้นก็เกิดขึ้นกับประเทศฮัวเซียเช่นกัน ไม่ว่าจะทั้งความโกลาหลทั้งห้าในจีน าโลกครั้งที่ 1 แต่าโลกครั้งที่ 2นั้นยังไม่เกิดขึ้นมา
ดังนั้นด้วยพลังอำนาจของชาติจีนจึงค่อนข้างแข็งแกร่งในโลกคู่ขนานแห่งนี้จีนคือมหาอำนาจอันดับหนึ่งซึ่งแม้แต่รองมหาอำนาจอย่างสหรัฐก็ถึงกับต้องอยู่อย่างนิ่งเฉย
แน่นอน มีหนึ่งก็ต้องมีสอง
ถ้าจะบอกว่าสิ่งเดียวที่ประเทศสหรัฐอเมริกาล้ำหน้าประเทศจีนไปแล้วนั้นก็คือด้านความบันเทิง
มันไม่มีทาง..แม้ว่าประวัติศาสตร์ที่นี่จะคล้ายคลึงกับของโลกแต่นักกวีในประวัติศาสตร์และนักวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงโด่งดังบางคน เช่น หลี่ไป๋ตู้ฟู่ และซินคินฉีจี้ก็ไม่เคยปรากฏมาก่อน มีข้อบกพร่องเป็อย่างมากกับบทกวีตั๋งและบทกวีสง
ในยุคปัจจุบัน เพลง ภาพยนตร์ละครโทรทัศน์ หรือแม้แต่รายการวาไรตี้นักแสดงเหล่านี้รวมถึงนักเขียนก็ได้หายตัวไปแล้ว....
สิ่งนี้ส่งผลให้เขตฮัวเซียหรือว่าประเทศจีนมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวัฒนธรรมและความบันเทิงให้เป็รากฐานมีการก่อตั้งวิทยาลัยศิลปะและการแสดงทั่วทั้งประเทศวิทยาลัยการละครฮัวเซียก็ถือว่าเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เมื่อเทียบกับวิทยาลัยอื่นๆ ทั้งหมด
หลิวจือเซียเป็หนึ่งในคนหนุ่มสาวจำนวนนับไม่ถ้วนที่ไล่ตามความฝัน!
……………
“เอิ่ม คือว่า คุณตำรวจมันเกิดเื่อะไรกัน ทำไมจะต้องมาตามหาพี่สามของเราด้วย ? ”
เมื่อหลิวจือเซียกำลังครุ่นคิดเสียงที่คุ้นเคยและแปลกประหลาดก็ดังเข้ามาจากนั้นชายร่างอ้วนคิ้วหนาก็เดินเข้ามาหาเขา มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินตามเขามาทั้งสองคนนั้นก็สวมเสื้อผ้าที่เป็เครื่องแบบของตำรวจ
“ไอหยา พี่สาม ในที่สุดก็ตื่นสักทีนายทำให้ฉันใกลัวแทบแย่ ! ”
เมื่อเห็นว่าหลิวจือเซียตื่นขึ้นมาแล้วชายอ้วนนั้นก็ะโข้ามมาหาด้วยความยืดหยุ่นที่ไม่เข้ากันกับร่างของเขา“ฉันไปถามหมอลี่ที่ห้องพยาบาล เขาบอกว่านายอยู่ภายใต้แรงกดดันมากเกินไปหน่อยเอาเถอะ พักผ่อนมาก ๆ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง ! ”
ชายอ้วนนั้นมีชื่อว่าซู่ปางจือ เขาเรียนสาขาวิชาการบริหารและวัฒนธรรมเขาเป็เพื่อนที่ดีที่สุดและเป็เพื่อนร่วมห้องของหลิวจือเซีย
“ขอบใจนะเ้าอ้วน”
หลิวจือเซียพยักหน้าเล็กน้อยเขามองไปที่ซู่ปางจือก่อนที่จะมองไปยังสองคนด้านหลังพร้อมกับถามด้วยความสงสัย“ว่าแต่สองคนนี้เป็ใครกันน่ะ ? ”
ซู่ปางจือหันกลับมาแล้วกล่าวขึ้นว่า “หลิวจือเ้าหน้าที่ตำรวจสองคนนี้บอกว่า้ามาพบกับนาย...”
“หลิวจือเซียพวกเรามาจากสำนักงานความมั่นคงสาธารณะเขตเซียงหยางพวกเราได้รับความไว้วางใจให้พาลูกสาวกลับมาหาคุณ” ก่อนที่ซู่ปางจือจะพูดจบเ้าหน้าที่ตำรวจหญิงก็ก้าวไปข้างหน้าและพูดด้วยใบหน้าที่ค่อนข้างดูถูก
“ลูกสาว ? ”
หลิวจือเซียมีท่าทางสับสน เขาโสดมาตลอดสี่ปีนับั้แ่อยู่มหา’ลัยเขาไม่มีแม้กระทั่งแฟนสาว เขามักจะพึ่งพาแม่นางทั้งห้าเสมอแล้วเขาจะไปเอาลูกสาวมาจากที่ไหน ?
ตำรวจหญิงก้าวไปด้านข้างสองก้าวและดึงเด็กหญิงตัวเล็กๆ ออกมาจากด้านหลัง
เด็กหญิงตัวเล็กอายุประมาณ 4 ขวบเธอมีใบหน้าที่บอบบางเหมือนกับตุ๊กตา ใบหน้าที่เป็สีแดงจมูกเล็กและริมฝีปากบางเฉียบพร้อมกับตากลมโตคู่หนึ่งทำให้เธอดูราวกับว่าเป็เ้าหญิงตัวน้อย
“คุณเ้าหน้าที่นี่มันเป็เื่เข้าใจผิดกันหรือเปล่า ? ผม ผมไม่รู้จักเธอมาก่อนเลยนะ ? ”
เมื่อมองดูเด็กหญิงคนนั้นอย่างละเอียดแล้วแม้ว่าเธอนั้นจะน่ารัก แต่หลิวจือเซียก็ไม่กล้าถือตัวว่าเขาเป็พ่อ
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวจือเซียเ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่พูดอะไร แต่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ก็เม้มริมฝีปากแดงก่ำของเธอตาของเธอเต็มไปด้วยความเปียกชื้นและเธอนั้นกำลังจะร้องไห้ออกมา
ตำรวจหญิงคนนั้นรู้ว่ามันคือสถานการณ์เร่งด่วนเธอรีบดึงอมยิ้มออกมาจากกระเป๋า ก่อนที่จะก้มตัวลงเพื่อปลอบใจเด็กหญิงคนนั้น
เ้าหน้าที่ตำรวจชายมองไปที่หลิวจือเซียด้วยสายตาเ็าเห็นได้ชัดว่าเ้าหน้าที่คนนั้นคิดว่าหลิวจือเซียเป็เฉินจือเม่ยที่มักจะละทิ้งทุกอย่างเสมอ
“สหายหลิวจือเซีย”
เ้าหน้าที่ชายหยิบเอกสารจากกระเป๋าออกมาเขากล่าวขึ้นว่า
“นี่คือหนังสือมอบอำนาจที่ออกโดยแม่ของลูกนอกจากนี้ยังมีใบรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนายสามารถตรวจสอบมันด้วยตาตัวเอง”
หลิวจือเซียรับมันมาไว้ในมือเขามองดูตัวอักษรต่าง ๆ เป็เวลานาน ในที่สุดเขาก็ส่ายหัวและกล่าวขึ้นว่า“แค่ของพวกนี้ยังไม่สามารถทำให้ผมเชื่อได้”
“หลิวจือเซีย นายไม่ใช่ผู้ชายงั้นหรือ ?” ตำรวจหญิงคนนั้นโกรธจัด เธอโยนเอกสารอีกฉบับไปให้หลิวจือเซีย“เธอใช่ลูกสาวของนายหรือเปล่า ? ลองดูมันดี ๆ อีกทีสิ ! ”
……………….
เฉินจือเม่ย (คนไม่มีความรับผิดชอบ)