“ตกลงๆ ไม่พูดแล้ว”เขายอมลงให้อีกครั้ง ก็แค่ไม่อยากให้เรื่องบานปลายเลยอ่อนให้ “นี่คุณกั้งผมตั้งใจว่าวันนี้ผมไม่ไปทำงาน สายๆ จะพาน้ำใสไปหาคุณพ่อคุณแม่ คุณโอเคไหม”
กัญญาภัคเงียบไปอึดใจ เขาจะพาลูกไปหาปู่ย่าเธอควรดีใจ แต่ทำไมรู้สึกเหมือนเขาจะพรากลูกไป หญิงสาวพยายามขจัดความรู้สึกปั่นป่วนนี้เพราะเขากำลังดำเนินการให้น้ำใสเป็นลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย เธอต้องปรับตัวยอมรับเธอเปลี่ยนความคิดตั้งแต่ในงานเปิดตัวเดอะสกายแล้ว น้ำใสควรใช้นามสกุลกุลธรวรวิทย์เพราะมันคือป้อมปราการชั้นดีของลูกและมันเป็นสิทธิ์ที่ลูกควรได้รับ
“ค่ะ เดี๋ยวฉันจะอาบน้ำแต่งตัวให้ลูกแล้วก็จัดตะกร้าของใช้ให้ คุณพาแกไปได้ค่ะ ว่าแต่ในรถคุณมีคาร์ซีตหรือเปล่ายังไงให้ป้าพิณไปด้วยไหมคะ”
“ผมจะเอาคุณไปด้วยไม่ต้องให้ป้าพิณไปหรอก”
“คุณจะให้ฉันไปด้วยหรือคะ”
“ใช่ คุณดูแลลูกได้ดีกว่าพี่เลี้ยงผมไว้ใจคุณมากกว่า”
ที่แท้เขาต้องการคนดูแลลูกนี่เองกัญญาภัคอยากทุบหัวตัวเองนักที่เผลอคิดไปว่าเขาอยากพาเธอไปบ้าน ทำไมนะ ทำไมถึงได้หวั่นไหวง่ายดายแบบนี้นะ
“คุณกั้ง คุณไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม”เขาดึงสติเธอกลับมาอีกครั้ง “ผมจะจัดการรับน้ำใสเป็นลูกผมจะบอกให้คุณพ่อคุณแม่ทราบ ช่วงนี้คุณอาจจะยุ่งๆ หน่อยเพราะต้องไปทำธุระกับผมบ่อยทั้งที่ศาลและที่โรงพยาบาล”
“ฉันไม่มีปัญหาหรอกค่ะคุณแค่นัดวันมาก็พอ”
กัญญาภัคตกลงกับเขาแล้วก็มองเขาอุ้มลูกไปเดินเล่นที่สวนหน้าบ้านคณินชี้ชวนให้น้ำใสดูดอกกุหลาบที่เธอปลูกอยู่ในแปลง ทั้งสองดูมีความสุขน้ำใสไม่ร้องไห้งอแงเลย หนำซ้ำยังดูมีความสุขมาก แบบนี้ละมั้งที่เขาเรียกสายสัมพันธ์ของพ่อลูกที่มีถึงกันเธอควรดีใจไม่ใช่มองเศร้าๆ แบบนี้ กัญญาภัคเตือนตัวเอง
ตอนที่ออกมาจากบ้านกัญญาภัคก็อุ้มลูกวางบนคาร์ซีตแล้วไปนั่งคู่กับน้ำใสที่ด้านหลัง คณินมองขรึมๆไม่ได้เอ่ยอะไร เขาสตาร์ตรถแล้วขับพาทั้งสองคนไปยังคฤหาสน์ของเขา
คฤหาสน์ตระกูลกุลธรวรวิทย์มีหลายที่ทั้งที่ภูเก็ตสงขลา กระบี่ บ้านหลังนี้ที่เขาพากัญญาภัคกับลูกมาไหว้บิดามารดานั้นพวกเขาไม่ได้มาพักบ่อย แต่ช่วงนี้มาพักเพราะต้องมาดูแลเดอะสกายที่เพิ่งเปิดตัวไปพอเสร็จธุระทางนี้บิดามารดาก็จะเดินทางกลับภูเก็ต แต่หลังจากที่ได้ยินคณินเปรยว่าจะเอาน้ำใสมาให้เลี้ยงบ้างจึงปรับแผนใหม่จะอยู่ที่กระบี่เป็นหลัก เพราะอยากใกล้หลานสาวและมีโอกาสได้ดูแลน้ำใส
คณินจอดรถที่หน้าโถงทางเข้าบ้านเมื่อจอดสนิทดีแล้วชายหนุ่มก็เปิดประตูลงมาแล้วไปช่วยอุ้มน้ำใสจากคาร์ซีต เขาอุ้มลูกสาวไว้แนบอกวันนี้กัญญาภัคแต่งตัวธีมเดียวกับลูก สีชมพูลายดอกไม้กระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักมองแล้วสดชื่น น่าเอ็นดูทั้งแม่และลูก
เขาชอบหญิงสาวที่แต่งตัวตามกาลเทศะวันนี้เธอดูเรียบร้อยผิดจากความเป็นจริงที่เปรี้ยวหวานเซ็กซี่
“ผมบอกคุณพ่อคุณแม่ไว้แล้วว่าน้ำใสกับคุณจะมาคุณทำตัวตามสบายนะ”
“คุณบอกท่านทั้งสองเกี่ยวกับฉันว่ายังไงคะ”กัญญาภัคอยากรู้ เธอกับเขาไม่มีสถานะต่อกัน มีเพียงสถานะพ่อแม่ของน้ำใสเท่านั้น
คณินรู้ดีว่าเรื่องนี้ยากตรงที่เขากับเธอไม่ใช่สามีภรรยาแบบปกติทั่วไปแต่เขาก็จะทุกอย่างให้ดีที่สุด ให้เกียรติเธอมากที่สุดจนกว่าจะมีสถานะที่ชัดเจนต่อกัน ถึงจะคลุมเครือ แต่เขามั่นใจว่าเขาชอบเธอจริงๆ
“คุณพ่อคุณแม่ของผมท่านไม่เคยลงรายละเอียดในชีวิตของผมนานแล้วผมบอกท่านในสิ่งที่จำเป็น ท่านเชื่อใจผมว่าผมต้องมีเหตุผลในทุกการกระทำ”
ทว่ากัญญาภัคก็ยังหนักใจอยู่ไม่น้อยเพราะไม่อยากถูกมองไม่ดีว่าเป็นสาวใจง่าย ปล่อยตัวจนท้อง แม้ว่าตอนที่เจอในงานเปิดตัวโรงแรมเดอะสกายท่านทั้งสองไม่ได้มีท่าทีรังเกียจก็ตาม
“หมายถึงว่าคุณบอกท่านแล้วว่าน้ำใสเป็นลูกคุณ”
“ใช่สิครับ ผมบอกท่านไปแล้ว”
ถ้าอย่างนั้นก็อย่าคิดมากเลยท่านทั้งสองคงมองเรื่องราวระหว่างเธอและเขาออก ตอนนี้ขอให้ท่านเอ็นดูน้ำใสก็พอ กัญญาภัคมองไปที่ลูกสาวตัวน้อยที่ตอนนี้ยิ้มสดใสน่ารักน่าเอ็นดู
“ท่านใจดี คุณไม่ต้องกลัวไปหรอกนะ” คณินเข้ามากุมมือหญิงสาว
“ค่ะ ฉันทราบแล้ว”
“เราเข้าไปข้างในกันเถอะท่านรอนานแล้ว” กัญญาภัคถูกเขาจูงมือเข้าไปในบ้าน
เธอไม่ได้ดึงมือกลับแต่ปล่อยให้เขาจับไว้แบบนั้นเธอมองเขาที่มือหนึ่งอุ้มลูก อีกมือกุมมือเธอไว้แน่น พลันหัวใจรู้สึกอบอุ่นเมื่อมีมือแข็งแรงคอยปกป้องอยากให้เป็นแบบนี้ไปตลอด กัญญาภัคคิดในใจ
ความรู้สึกแรกที่ได้เข้ามาเหยียบบ้านของนายหัวคณินคือเขาร่ำรวยมากเฟอร์นิเจอร์ของใช้ถ้ามองไม่ผิดล้วนเป็นของนำเข้าจากต่างประเทศทั้งนั้นเมื่อเดินเข้ามาแล้ว ท่านทั้งสองก็เปิดยิ้มต้อนรับ
“มากันแล้วเหรอ”คุณนันทนาเดินตรงมาหาคณิน แล้วยื่นมือมาขอรับแม่หนูน้อยตัวขาวไปอุ้ม
“คุณแม่มาถึงก็เรียกแต่น้ำใสผมตกกระป๋องไปแล้ว”
“โตแล้วจะมาพูดจาเป็นเด็กอีก”คุณนันทนาอุ้มหลานตัวน้อยแล้วเดินไปหาคุณคำรณที่นั่งรออยู่
กัญญาภัคมองผู้สูงวัยทั้งสองคนที่เอ็นดูลูกสาวก็ทำให้สบายใจริมฝีปากอิ่มยิ้มหวานมองลูกสาวที่ไม่งอแงใส่ แถมยังยิ้มอวดเหงือกที่ไร้ฟันจนผู้สูงวัยยิ้มตาม
“ตามสบายเลยนะ”คุณนันทนาละสายตาจากหลานสาวแล้วหันมาเอ่ย “หนูกั้ง ฉันดีใจนะที่หนูกั้งพาน้ำใสมาหาฉันที่บ้านฉันเห็นน้ำใสแวบแรกก็ให้นึกรักเอ็นดู ยิ่งรู้ว่าเป็นลูกของคณินกับหนูฉันก็ยินดีมาก ถ้าฉันจะขอเอามาเลี้ยงบ้างจะได้ไหม หนูจะขัดข้องไหม”
หัวใจของคนเป็นแม่ทั้งดีใจและเศร้าใจปนกันมีคนรักลูกก็ดีใจอยู่หรอกแต่ก็หวงห่วงลูกน้อยไม่อยากให้อยู่ไกลอกไกลตา
“ตั้งแต่แกคลอดมากั้งไม่เคยห่างลูกเลย ถ้ายังไงกั้งขอเป็นเช้ามารับเย็นส่งกลับได้ไหมคะ”
คุณนันทนามองหน้าสามีเรื่องนี้นางเข้าใจดี หัวอกคนเป็นแม่ย่อมรักลูกห่วงลูก “ได้สิ ป้าไม่มีปัญหาหรอกแค่หนูกั้งให้น้ำใสมาอยู่บ้านย่าบ้าง แค่นี้คนเป็นปู่เป็นย่าก็ดีใจแล้ว”
“กั้งยินดีค่ะ”
“แอ๊ะ”เสียงแม่หนูเรียกร้องความสนใจจากคนทั้งหมด กัญญาภัคเลยเอ่ยขึ้น“แกชอบส่งเสียงเล่นด้วยค่ะ สงสัยจะอยากคุยกับคุณปู่คุณย่า”