หนี?
เซี่ยฮุยแอบยิ้มอยู่ภายในใจ อีกฝ่ายคิดว่าเขาจะหนีงั้นเหรอ?
สายตาของเขาเหลือบมองไปที่กล่องที่อยู่ในมือของโจวหลาง
ในเมื่อยังไม่ได้ในสิ่งที่้า เขาจะหนีไปได้อย่างไรกัน?
“ฉันไม่ได้คิดอยากจะหนีอยู่แล้ว!”
เขาเปิดหน้าต่างควบคุมขึ้นมาและเพิ่มแต้มเสริมความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มีไปที่เลเวลของอาชีพนักมวย
“ยินดีด้วยค่ะ! เลเวลอาชีพของผู้เล่นเข้าสู่เลเวล 7 แล้ว ท่านปลดล็อกสกิล: หมัดัตระหง่าน ขาัขนดตัว ะโตลบวายุ รำมวย
หมัดัตระหง่าน : กำปั้นก่อเกิดวายุประหนึ่งัวายุหมุนวนรอบตัว สามารถสร้างค่าดาเมจให้เป้าหมายพร้อม ๆ กับทำให้เป้าหมายลอยตัวขึ้นจากพื้นดิน
ขาัขนดตัว : ถีบเตะก่อเกิดวายุประหนึ่งัเพลิงหมุนวนรอบตัว สร้างค่าดาเมจรอบเป้าหมาย สามารถลากเป้าหมายให้ขยับเข้ามาใกล้ผู้ใช้งานได้
ะโตลบวายุ : ะโดีดตัวขึ้นจากพื้นดิน หมัดคู่ปะทะเข้าใส่เป้าหมาย เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เมตร
รำมวย : วิ่งเผ่นราวพยัคฆ์ ปะทะหมัดดุจร่ายรำ สร้างค่าดาเมจให้เป้าหมายพร้อม ๆ กับเอฟเฟคโจมตีถอยผงะ”
หลังจากเพิ่มเลเวลติดต่อกันถึงสี่เลเวล เซี่ยฮุยก็สามารถปลดล็อกสกิลทั้งสี่ได้ในทันที
ในเวลาเดียวกันความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นถึงขั้น 7 แล้ว
พลังขั้น 7 งั้นเหรอ
เขารู้สึกได้ถึงพลังที่หมุนเวียนอยู่ภายในร่างกาย ภายในใจก็แอบรู้สึกผ่อนคลายลง
แต้มเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มพลังให้กับร่างกายโดยตรงและไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวใด ๆ เพียงแค่ชั่วพริบตาเขาก็สามารถควบคุมพลังขั้น 7 ได้แล้ว
เข้ามาเลย!
เซี่ยฮุยเปิดใช้พลังภายในร่างกาย เขากระทืบเท้าลงบนพื้นจนพื้นโคลนเกิดรอยแยกออกจากกัน
วินาทีที่ร่างของเขาวิ่งทะยานเข้าใส่นักรบโครงกระดูกดำ หลังจากที่ร่างของเขาหายไปจากจุดเดิมเศษดินเศษทรายก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็เส้นสีเทาสองสายลากยาวถึงสองเมตร
เป็ไปไม่ได้!
หลิวซิ่นจ้องมองท่าทางแข็งกร้าวของเซี่ยฮุย เขาก็รู้สึกได้ถึงระดับพลังของอีกฝ่ายที่ถูกส่งออกมา
“ขั้น 7 เหรอ?!”
มือของหลิวซิ่นที่ถือคทาสั่นระริกเล็กน้อยราวกับควบคุมไม่อยู่
เขาแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เซี่ยฮุยเป็เพียงแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษขั้น 2 แท้ ๆ เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะหนีออกไปในฐานะของผู้พ่ายแพ้ เพียงชั่วพริบตาอีกฝ่ายกลับมีพลังขั้น 7
ผ่านไปได้ไม่กี่วินาทีเซี่ยฮุยก็พุ่งทะยานเพื่อสู้กับนักรบโครงกระดูกดำอีกครั้ง สิ่งนี้ทำให้เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
หลิวซิ่นไม่ได้สนใจนวมที่อยู่ในมือของเซี่ยฮุยอีกต่อไป ภายในใจของเขาเริ่มรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ดีที่ค่อย ๆ ผุดขึ้นมา
ถ้าหากไม่สามารถฆ่าเซี่ยฮุยได้ คนที่ต้องตายอยู่ที่นี่อาจจะเป็ตัวเขาเอง
ตึง!
หมัดของเซี่ยฮุยปะทะเข้าร่างของนักรบโครงกระดูกดำอย่างดุเดือดจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว
ครั้งนี้เซี่ยฮุยรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง ถ้าหากเทียบกับก่อนหน้านี้ หลังจากที่เซี่ยฮุยซัดหมัดออกไป เขารู้สึกได้ว่าการโจมตีของเขาไม่ได้ถูกกีดกันโดยสนามพลังไร้รูปร่างเหมือนกับก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้หมัดหนักของเขายังกระแทกเข้าใส่กระดูกหน้าอกของนักรบโครงกระดูกเข้าอย่างเต็มแรง
“แกรก!”
กระดูกหน้าอกของนักรบโครงกระดูกดำหักสองท่อน หมัดของเซี่ยฮุยทะลุเข้าไปอยู่ในอกของมันก่อนจะทะลุไปฉีกสะบักหลังของมันด้วยความเร็วคงที่
หมัดนี้...ทะลุร่างของนักรบโครงกระดูกดำได้
แต่การโจมตีในครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับมันได้ไม่มากเท่าไหร่นัก
นักรบโครงกระดูกแผดเสียงคำรามออกมา จากเดิมที่ยืนอยู่บนขาทั้งสองข้าง มันได้เปลี่ยนมาใช้ทั้งแขนและขาเพื่อตะกุยตะกายเข้าใส่เซี่ยฮุย
เซี่ยฮุยดึงหมัดกลับมาและสูดหายใจเข้าเต็มปอด
เมื่อเห็นท่าทางของนักรบโครงกระดูกดำ เขาก็ดึงข้อศอกไปด้านหลังและปล่อยหมัดออกไปอีกครั้ง
เขาพุ่งเป้าไปที่กลางหน้าผากของมันด้วยความเร็วสูง การโจมตีก่อนหน้านี้ของเขาเป็แค่การลองเชิงเท่านั้น และเขาก็สามารถเจาะทะลุสนามพลังของนักรบโครงกระดูกดำได้แล้ว
การโจมตีในครั้งนี้เขาจะจัดการมันด้วยการโจมตีไปที่จุดอ่อนของมัน นั่นก็คือกะโหลกศีรษะ
“ตอนนี้แหละ!”
ตอนที่เซี่ยฮุยกำลังจะโจมตีเข้าใส่นักรบโครงกระดูกดำ เจี่ยไท่ก็แผดเสียงคำรามทุ้มต่ำออกมาและพุ่งเข้าใส่ร่างของหลิวซิ่นทันที
ส่วนสองพี่น้องเจี่ยเม่ยและเจี่ยปิงอวี่ก็เข้าไปห้อมล้อมหลางโจวไว้เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายออกไปช่วยเหลือหลิวซิ่น
เมื่อเห็นว่าเจี่ยไท่กำลังพุ่งตัวเข้ามา หลิวซิ่นแอบชำเลืองมองมาที่เขาเพียงเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามองฉากต่อสู้ของเซี่ยฮุยต่ออย่างไม่แยแส
สำหรับเจี่ยไท่ที่มีความแข็งแกร่งขั้น 3 เขาแทบไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตา
“เถาวัลย์ของฉันสามารถต้านการโจมตีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษขั้น 5 ได้หนึ่งชั่วโมง ต่อให้โจมตีเข้าใส่ก็ไม่มีทางที่จะทำลายได้”
ยังไม่ทันที่หมัดหนักของเจี่ยไท่จะเข้าใกล้ร่างของหลิวซิ่น เขาก็ถูกเถาวัลย์ของอีกฝ่ายสกัดไว้
แม้ว่าจะอยู่ห่างกันเพียงแค่หนึ่งเมตร แต่พลังของเจี่ยไท่กลับไม่สามารถเข้าใกล้อีกฝ่ายได้มากไปกว่านี้
เซี่ยฮุยเห็นว่าสามพ่อลูกตระกูลเจี่ยเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ภายในใจของเขากลับไม่ได้รู้สึกกระวนกระวายแม้แต่น้อย หมัดของเขายังคงส่งไปที่กะโหลกศีรษะของนักรบโครงกระดูกดำอย่างมั่นคงและแม่นยำ
แม้ว่าพลังของเขาในเวลานี้จะสูงกว่านักรบโครงกระดูกดำเล็กน้อย แต่เซี่ยฮุยรู้ดีอยู่แก่ใจว่าสาเหตุที่เขาอยู่เหนือกว่าก็เป็เพราะเขายังเปิดใช้พลังลมปราณอยู่
หากเวลาล่วงเลยผ่านไปและค่าพลังลมปราณของเขาหมดลง พลังที่เขามีอยู่ก็จะลดลงอย่างมากเช่นกัน
ตอนนี้เขาต้องรีบจัดการและจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด!
คิดเช่นนี้เขาก็ใช้พลังปราณทั้งหมดที่มีส่งไปที่หมัดทั้งสองข้าง
เขาไม่แม้แต่จะสนใจวงเวทย์สีเขียวที่ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของตัวเอง อีกทั้งยังมีสกิลเถาวัลย์พัวพันที่กำลังก่อตัวเป็รูปร่าง
ะโตลบวายุ!
เซี่ยฮุยแอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวราวกับเปิดใช้วาร์ป วินาทีต่อมาเขาก็ปรากฏตัวขึ้น้าหัวของนักรบโครงกระดูกดำ
เขาใช้หมัดซัดเข้าใส่หัวของนักรบโครงกระดูกดำอย่างดุเดือดด้วยพลังสูงสุดที่มีอย่างไม่ลังเล
“ผัวะ!”
กะโหลกศีรษะของนักรบโครงกระดูกแตกเป็ผุยผง เพลิงกาฬสีแดงที่อยู่ด้านในนั้นสาดกระจายออกมา และถูกลมวายุขนาดใหญ่จากหมัดคู่ของเซี่ยฮุยปัดเป่าออกไปในเวลาไล่เรี่ยกัน
ร่างของนักรบโครงกระดูกดำแข็งทื่อไปทั้งตัว กะโหลกศีรษะของมันแตกกระจายออกจากกันเป็ทอด ๆ ราวกับโดมิโน่ เศษกระดูกสีดำแยกออกจากกันและถูกทำลายลง...
“อ๊าก!!!”
หลิวซิ่นแผดเสียงคำรามออกมา ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปทั้งหน้า
ร่างกายของเขาราวกับถูกพลังขนาดใหญ่ฟาดเข้าใส่จนถอยผงะออกไปสองก้าว หลังจากที่ร่างของนักรบโครงกระดูกดำถูกทำลายลง เขาก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน
เจี่ยไท่ที่กำลังถูกพันร่างด้วยเถาวัลย์ก่อนหน้านี้ จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา ทันทีที่สบตากับหลิวซิ่นที่กำลังไขว้เขว ดวงตาของเขาก็เป็ประกายขึ้น
ได้โอกาสล่ะ!
ดวงตาของเจี่ยไท่เกิดแรงสังหารขึ้นอย่างฉับพลัน เขาะโลอยตัวไปด้านหน้า หมัดของเขาขยายใหญ่ขึ้นและซัดเข้าใส่หลิวซิ่นที่อยู่ตรงหน้าจนเกิดระลอกคลื่นพลังปราณที่ทรงพลัง
การเผชิญหน้ากับการโจมตีที่รุนแรงจนน่าสะพรึงกลัว หลิวซิ่น้าควบคุมจิตใจของตัวเองให้กลับคืนมา ทว่าเป็เพราะรู้สึกปวดหัวอย่างหนักจึงยากเกินกว่าที่จะควบคุมจิติญญาได้
“ปัง!”
หมัดของเจี่ยไท่ซัดเข้าใส่กะโหลกศีรษะของหลิวซิ่นอย่างแรงจนสมองะเิ ร่างไร้หัวที่ยังไม่ทันได้ตอบสนองยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับโลหิตสีแดงสดที่ไหลทะลักพรั่งพรูออกมาอย่างไม่หยุด
โลหิตทะลักออกมาจากลำคอราวกับน้ำพุ อีกทั้งยังกระจายไปทั่วพื้นไกลกว่าสิบเมตร และกระเด็นไปถึงจุดที่สองสาวตระกูลเจี่ยยืนอยู่ด้วย
โจวหลางที่พยายามจะฝ่าวงล้อมออกไปก่อนหน้านี้เห็นร่างไร้หัวก็เกิดอาการหน้าซีดเป็ไก่ต้ม อีกทั้งยังมีเหงื่อไหลซึมออกมาทั่วทั้งตัวด้วยความประหม่า
การตายของหลิวซิ่นเป็สิ่งที่อยู่เหนือความหมาย คนเ้าเล่ห์อย่างเขาตระหนักขึ้นได้ในทันทีว่าถ้าหากยังสู้ต่อไป ชีวิตของเขาคงจบสิ้นอย่างแน่นอน
โจวหลางกวาดตามองไปรอบ ๆ ก็พบว่าตอนนี้เขายืนอยู่ใกล้กับกำแพง จู่ ๆ ภายในใจของเขาก็ผุดความคิดบางอย่างขึ้น
เขาใช้พลังที่อยู่ภายในร่างกายฝ่าวงล้อมของสองสาวตระกูลเจี่ย จากนั้นก็ะโดีดตัวขึ้นสูงเพื่อหนีไปทางด้านหลังกำแพง
“แย่แล้ว!”
เจี่ยไท่สังหารหลิวซิ่นได้สำเร็จแล้ว เดิมทีเขาก็รู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อย
ทว่าเมื่อเห็นว่าโจวหลางกำลังจะหนีออกไป ใบหน้าที่กำลังจะมีความสุขของเขาก็เปลี่ยนไป
ถ้าหากโจวหลางหนีออกไปจากที่นี่และนำเื่นี้ไปบอกตระกูลหลิว หลังจากนี้แก๊งไท่ซานต้องถูกคนทางฝั่งนั้นแก้แค้นอย่างแน่นอน
ตอนที่เขากำลังจะไล่ตามไป จู่ ๆ พลังภายในร่างกายของเขาก็หมดลงราวกับถูกสูบออกไปจนหมด ยังไม่ทันจะดีดตัวขึ้นจากพื้นดิน จู่ ๆ ร่างของเขาก็หล่นตุบลงมากองอยู่ที่พื้น
“พ่อคะ!”
สองสาวเห็นพ่อของตัวเอง หลังจากที่กำลังคิดว่าจะตามโจวหลางไปดีหรือไม่ ท้ายที่สุดพวกเธอก็เลือกที่จะกลับมาดูพ่อของพวกเธอด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ไม่ต้องเป็ห่วงพ่อ อย่าปล่อยให้มันหนีไป”
เจี่ยไท่ที่กำลังถูกพยุงขึ้นมาชี้ไปที่โจวหลาง พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงรีบร้อน
ไม่ทันแล้ว!
แม้ว่าอีกฝ่ายจะหนีไปได้ไม่นาน แต่ถ้าโจวหลางะโหนีออกไปจากกำแพงโรงงานได้สำเร็จ ด้วยความเร็วที่เขามีสองสาวตระกูลเจี่ยไม่มีทางตามทันแน่
เมื่อเห็นว่าตัวเองหนีเอาตัวรอดลงมาจากกำแพงได้สำเร็จ ใบหน้าของโจวหลางก็เผยรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจถึงขั้นสุด
อีกฝ่ายหันไปมองเจี่ยไท่ที่กำลังยอมรับชะตากรรมของตัวเอง และมองไปยังสมาชิกคนอื่น ๆ ภายในแก๊งเฮยหลางที่ถูกฆ่าตายอยู่ในโรงงาน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็ความโเี้
“รอก่อนเถอะ รอให้ฉันออกไปจากที่นี่ได้เมื่อไหร่ แก๊งไท่ซานของแกต้องชดใช้ให้แก๊งเฮยหลางของฉันด้วยความตาย แล้วก็...”
สายตาของเขาจ้องมองไปที่เซี่ยฮุย จู่ ๆ เขาก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังะโลอยตัวขึ้นจากพื้น
มันคิดจะทำอะไร อยู่ห่างกันขนาดนี้แล้วแท้ๆ!
หลังจากนั้นคำถามที่อยู่ภายในใจของโจวหลางก็ได้รับคำตอบ
สกิละโตลบวายุ...อย่างต่อเนื่อง!
เมื่อเห็นเซี่ยฮุยะโลอยตัวขึ้นจากพื้นดิน แสงสว่างก็สว่างวาบขึ้นกลางอากาศราวกับกำลังลอยตัว เพียงชั่วอึดใจเดียวอีกฝ่ายก็โผล่มาจากทางด้านหลังของเขา
ขาัขนดตัว!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้น วินาทีต่อมาโจวหลางก็รู้สึกได้ถึงพลังดุเดือดที่ส่งมาจากทางด้านหลัง
โจวหลางถูกพลังขนาดใหญ่ที่ลอยลงมาจากเบื้องบนโจมตีเข้าใส่ เขาเปล่งเสียงร้องโหยหวนก่อนจะล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น
ตอนที่หน้าเขากระแทกลงกับพื้น สายตาของเขาแสดงออกถึงความหวาดกลัว แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาถูกเซี่ยฮุยโจมตีจนล้มไปั้แ่เมื่อไหร่
สามพ่อลูกตระกูลเจี่ยที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ แต่กลับเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนเต็มสองลูกตา หลังจากที่เซี่ยฮุยะโลอยตัวเข้าหาโจวหลาง เขาก็ยกขาขวาขึ้นและเต้นไปที่กลางหลังของอีกฝ่าย จากนั้นัเพลิงตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นและทุบไปที่ร่างของโจวหลางจนล้มคะมำลงกับพื้น
โจวหลางนอนอยู่บนพื้นด้วยความเ็ป ทุกคนที่อยู่ที่นี่รับรู้ได้ในทันทีว่าใครคือผู้ชนะภายในสนามต่อสู้ครั้งนี้
“นะ...นายอย่าฆ่าฉันนะ!”
เมื่อเห็นเซี่ยฮุยค่อย ๆ ก้าวเท้ามาทีละก้าว โจวหลางก็ใบหน้าขาวโพลนด้วยความหวาดกลัว
เซี่ยฮุยไม่ได้มองเขาแต่กลับหยิบกล่องที่อยู่ข้างตัวของเขาขึ้นมา หลังจากเขาเปิดกล่องปราดหนึ่งเขาก็ปิดกล่องนั้นอีกครั้ง
เซี่ยฮุยหันไปมองสามพ่อลูกตระกูลเจี่ยที่อยู่ด้านหลัง หลังจากจัดเสื้อผ้าของตัวเองเขาก็ะโขึ้นไป้ากำแพงและหายตัวไปท่ามกลางความมืดโดยไม่มีแม้แต่คำบอกลา
ไปแล้วเหรอ?!
ทุกคนต่างพากันชะงักด้วยความตะลึง อีกทั้งยังงุนงงกับการตัดสินใจของเซี่ยฮุยในครั้งนี้
เจี่ยเม่ยได้สติเร็วที่สุด เธอรีบวิ่งไปข้าง ๆ โจวหลางและใช้กริชจ่อไปที่คอของเขา “บอกฉันมา...ของอยู่ที่ไหน?”
“เธอฆ่าฉันไม่ได้นะ ไม่งั้นตระกูลหลิว...”
ยังไม่ทันที่โจวหลางจะพูดจบประโยค กริชในมือของเจี่ยเม่ยก็ปาดเข้ากลางคอหอยของอีกฝ่าย ลมหายใจของโจวหลางจึงหมดลงในทันที
“ลืมไปว่าของชิ้นนั้นถูกแลกเปลี่ยนไปแล้ว”
เจี่ยเม่ยพึมพำขณะเช็ดคราบเืที่เกาะอยู่บนกริชในมือของเธอ จากนั้นเธอก็เดินไปข้าง ๆ ศพของหลิวซิ่น
เธอย่อตัวลงและเริ่มควานหาของบนตัวของหลิวซิ่น วินาทีต่อมาเธอก็พบกับกล่องไม้ประณีตกล่องหนึ่ง
วินาทีที่เธอเปิดออก เธอก็พบผลไม้สีฟ้าโปร่งแสงลูกหนึ่งวางอยู่ในนั้น
ผลไม้ประหลาดหิมพานต์!
เจี่ยเม่ยรู้สึกดีใจเป็อย่างมาก เธอปิดกล่องในมือและรีบเดินกลับมายืนข้าง ๆ เจี่ยไท่ จากนั้นเธอก็กระซิบข้างหูพ่อของเธอเกี่ยวกับสิ่งที่เธอได้รับเมื่อสักครู่
เจี่ยไท่ได้ยินเช่นกันก็รู้สึกดีใจเป็อย่างมาก เขาหันไปส่งสายตาบอกกับลูกสาวว่าค่อยกลับไปคุยเื่นี้ต่อที่บ้าน
หลังจากนั้นพวกเขาก็ลุกขึ้นยืน เขาหันไปมองพี่น้องในแก๊งที่เหลืออยู่พร้อมกับออกคำสั่งให้พวกเขาเก็บกวาดที่นี่ให้เรียบร้อย จากนั้นเขาก็รีบนำลูกสาวทั้งสองเดินทางกลับบ้านทันที