"เ้ากินอิ่มแล้วต้องรีบเข้าบ้านเลยนะ ข้างนอกอากาศเริ่มเย็นแล้วเดี๋ยวจะไม่สบายอีก" เอะอะก็ไล่ให้เข้าบ้านร่างกายของคนผู้นี้อ่อนแอขนาดนั้นเลยหรือ
"อือ ท่านก็เอาไล่แต่ข้าเข้าบ้านแล้วท่านจะไปไหน" นางเอ่ยตัดพ้อเขาด้วยความน้อยใจ
"ข้าจะไปเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้เ้าอาบ ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว"
"เตรียมน้ำให้ข้าอาบ แล้วเ้าก็อาบให้ข้าเสียเลยดีไหม"
"ข้าก็รอเ้ากินอิ่มก่อนนี่ไง จะได้ไปอาบน้ำให้เ้า" นี่เขาจะอาบน้ำให้ภรรยาของเขาจริงหรือเธอ
"วันนี้ข้าขออาบเองได้ไหม"
"ได้สิ เดี๋ยวข้าไปเตรียมน้ำไว้ให้เ้าแล้วกัน" ฟางจิ่งลุกเดินหายไปทางด้านหลังบ้าน หลังจากที่กินโจ้กอิ่มแล้วซิงเหยียนจึงได้เดินตามฟางจิ่งไป ซูฮวาช่างเป็ผู้หญิงที่โชคดีมากที่มีสามีปรนนิบัติดูแลให้ทุกอย่างเช่นนี้
หลายวันต่อมา
ข่าวการหายป่วยของซูฮวาแพร่ไปทั่วละแวกบ้านใกล้เรือนเคียงต่างก็พากันแวะเวียนมาเยี่ยม แต่ละคนที่เข้ามาเธอก็ไม่รู้จักใครเลยจึงได้แต่กระซิบถามสามีเรื่อยๆ ซึ่งสามีเธอก็เข้าใจว่าเธออาจจะป่วยจนเลอะเลือนไปบ้างซึ่งหลายวันมานี้ฟางจิ่งรับรู้ได้ถึงอาการแปลกๆ ในตัวของภรรยาแต่เขาก็ไม่ได้ปริปากถามอะไรหากนางกลับมาแข็งแรงได้ดั่งคนปกติก็ดีมากแล้ว ถึงจะไม่ใช่ซูฮวาภรรยาคนเดิมของเขาก็ไม่เป็ไร วันนี้เป็อีกวันที่เพื่อนบ้านแวะมาเยี่ยมด้วยกลัวว่าตัวเองจะพูดอะไรเลอะเลือนไปเธอจึงไม่ยอมให้สามีได้อยู่ห่างกาย
"ซูฮวา อาการของเ้าเป็อย่างไรบ้าง หายดีแล้วใช่ไหมข้าละเป็ห่วงกลัวเ้าจะเป็อะไรมาก" นางหลี่ฮวนเพื่อนบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียง
"ข้าไม่เป็อะไรมากหรอก กินยาของท่านหมอก็หายดีขึ้นมากแล้ว" เธอต้องทนดื่มยาขมมาหลายวันไม่รู้ว่าคนที่นี่กินเข้าไปได้ยังไงรสชาติขมขนาดนั้น
"หายดีแล้วข้าก็เบาใจ วันนี้ข้าแวะเอาซุปไก่ดำตุ๋นยาจีนมาให้เ้าเป็ยาบำรุงชั้นเยี่ยมเชียวนะ รีบกินซะกำลังร้อนๆ" นางหลี่ฮวนยื่นถ้วยที่ใส่ยาบำรุงให้ก่อนซูฮวารับมาถือไว้
"เช่นนั้นข้ากลับก่อนนะเ้าจะได้พักผ่อน" ซูฮวาพยักหน้ารับก่อนที่นางหลี่ฮวนจะเดินจากไป
"เมื่อก่อนร่างกายข้าอ่อนแอขนาดนั้นเลยหรือ ถึงได้มีแต่คนคอยเป็ห่วงมากมายขนาดนี้" ซูฮวาเอ่ยถามสามีเมื่อป้าหลี่กลับไปแล้ว
"เมื่อก่อนเ้าก็แข็งแรงดีทุกอย่างนั่นแหละ แต่เมื่อสองเดือนก่อนเ้าเกิดล้มป่วยด้วยโรคประหลาด หมอที่ไหนก็รักษาไม่หายทำได้แค่ประคองอาการนานวันเขาอาการของเ้าก็ไม่ดีขึ้นจนเมื่อสิบวันก่อนหน้านี้เ้าได้หมดสติหลับไปสามวันสามคืน" ฟางจิ่งเล่าถึงสาเหตุที่ร่างกายของภรรยาอ่อนแอ
"แล้วทำไมท่านถึงเลือกแต่งงานกับข้า"
"เพราะข้าชอบเ้า แล้วอีกอย่างเพราะป้าเ้าเห็นแก่เงินจึงรีบยกเ้าให้ข้าทันทีเมื่อข้าส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอเ้า" เขาตอบตามความจริง
"นี่เ้าหลับแค่ไม่กี่วันก็ลืมเื่ราวก่อนหน้านี้แล้วหรือ"
"สงสัยข้าจะเลอะเลือนจริงๆ แต่ท่านก็ช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิข้าอยากรู้ว่าท่านแต่งงานกับข้าท่านรู้เื่ข้ามากน้อยแค่ไหน" นางพูดแก้ต่างเพื่อให้ฟางจิ่งคลายความสงสัย
"ก็ได้ เ้ากำพร้าพ่อแม่ั้แ่ยังเล็กอาศัยอยู่กับท่านลุงและท่านป้า เมื่อหลายปีก่อนหลังจากที่ลุงเ้าเสียไปป้าของเ้าก็ไม่อยากให้เ้าอยู่ในบ้านอีกต่อไป นางจึงพยายามหาทางไล่เ้าออกจากบ้านประจวบเหมาะที่ข้าไปสู่ขอเ้าพอดีนางจึงรีบยกให้ทันที" ทำไมชีวิตของนางช่างอาภัพอย่างนี้นะ กำพร้าั้แ่เด็กซ้ำยังมาถูกป้าใจร้ายไม่ชอบหน้าอีก
"แล้วท่านก็พาข้าออกมาอาศัยอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ"
"ใช่ ข้าสู่ขอเ้ามาด้วยสินสอดห้าตำลึงทองมันเป็เงินที่ข้าเก็บสะสมมาเกือบทั้งชีวิตของข้า" ห้าตำลึงทองถ้าหากลองคิดคำนวณเปรียบเทียบกับค่าเงินปัจจุบันกค่อนข้างเยอะพอสมควร
"โห...เยอะขนาดนั้นเชียว แล้วท่านทำงานอะไรถึงมีเงินเก็บมากมายขนาดนั้น"
"ข้าก็รับจ้างทั่วไปนี่แหละ ข้าอยู่ตัวคนเดียวจึงไม่จำเป็ต้องใช้อะไรมากหามาได้ก็ต้องเก็บไว้ใช้ยามที่ไม่มีงานบ้าง เ้าอายหรือไม่ที่มีข้าเป็สามี" ั้แ่ภรรยาฟื้นขึ้นมาฟางจิ่งกลับรู้สึกแปลกไปเหมือนนางไม่ใช่ซูฮวาคนเดิมอย่างนั้นนิสัยใจคอก็ต่างกันมาก
"เอ่อ...คือ....ข้า" ก่อนจะได้ตอบออกไปก็มีเสียงเรียกดังมาจากหน้าบ้าน
"ฟางจิ่ง ฟางจิ่ง เ้าอยู่ในบ้านหรือเปล่า" เสียงะโจากหญิงวัยกลางคนที่ชะเง้อคอยาวอยู่ด้านหน้าของประตูบ้านก่อนที่ฟางจิ่งจะขานรับออกไป
"ขอรับท่านป้าเจียง มีอะไรหรือ"
"วันนี้เ้าว่างไหมไปช่วยข้าซ่อมหน้าต่างหน่อยสิ" นางเจียงหญิงหม้ายวัยห้าสิบเดินเข้ามา
"ได้สิ เดี๋ยวข้าขอเตรียมอาหารไว้ให้ภรรยาข้าก่อนเดี๋ยวข้าตามท่านไป"
"แหม ท่าทางรักเมียมากเลยนะพ่อหนุ่ม" ฟางจิ่งได้แต่ยิ้มเขินๆ กับคำเอ่ยแซวของป้าเจียง
"นี่ท่านทำงานเหนื่อยแล้วยังต้องมาดูแลข้าอีกหรือ"
"ไม่เป็ไรหรอกข้าเต็มใจ"
"เ้ารีบไปเถอะ ไม่ต้องเตรียมอะไรไว้ให้ข้าหรอกเดี๋ยวข้าหาทำเองได้"
"แต่เ้ายังไม่แข็งแรงดี" ฟางจิ่งยังคงไม่วางใจในอาการของภรรยา
"ข้าแข็งแรงดีแล้วท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอก"
"เช่นนั้นข้าไปก่อนนะ ขากลับเดี๋ยวข้าซื้อซาลาเปามาฝากเ้าแล้วกัน" หลังจากที่ฟางจิ่งออกไปแล้วซิงเหยียนที่อยู่ในร่างซูฮวาจึงได้ลุกออกไปทำอาหารไว้รอสามี เสร็จจากทำอาหารนางก็ไปซักผ้าต่อ มือเรียวเล็กนี้ค่อนข้างหยาบกร้านต่างจากมือหญิงสาวทั่วไปคงผ่านการทำงานหนักมากมาย เมื่อถึงเวลาที่ฟางจิ่งกลับมาเขาได้ซื้อซาลาเปาร้านประจำที่ซูฮวาชอบมากฝากเมื่อมาถึงนางกลับกินไปแค่ครึ่งลูกซึ่งปกตินางจะชอบกินซาลาเปามากสร้างความแปลกใจให้ฟางจิ่งไม่น้อย
"ทำไมเ้ากินไปแค่ลูกเดียวล่ะ"
"ข้าอิ่มแล้ว"
"ปกติเ้าจะชอบกินซาลาเปามากเลยนะ"
"เอ่อ ข้าเพิ่งกินข้าวไปก่อนท่านจะกลับมาเองนะให้ข้ากินเยอะขนาดนั้นเดี๋ยวก็ได้ท้องแตกกันพอดี"
"อ๋อ" ฟางจิ่งรู้สึกถึงการเปลี่ยนไปของภรรยาหลังจากที่ฟื้นขึ้นมาแล้วดูเหมือนสติของนางจะเลอะเลือนจริง
"ท่านหิวหรือยัง ข้าจะไปยกสำรับมาให้"
"ยังก่อน ข้าว่าจะไปจับปลาที่ลำธารท้ายหมู่บ้านสักหน่อย"
"ข้าไปด้วยสิ " ซูฮวาตื่นเต้นอยากตามฟางจิ่งออกไป
"เ้าจะไปทำไม มันไกลเดินเหนื่อยเสียเปล่า"
"ข้าอยากไปด้วยท่านให้ข้าไปด้วยเถอะนะ"
"ก็ได้ แต่หากเ้าเหนื่อยก็บอกข้านะ"
"ได้เลย" ฟางจิ่งเริ่มคุ้นชินกับการพูดจาแปลกประหลาดของภรรยา ั้แ่ฟื้นมาจากอาการป่วยคราวนี้เหมือนนางอยากออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเสียมากกว่าอยู่ในบ้าน ทั้งที่เมื่อก่อนนางไม่เคยอยากออกไปไหน
"น้ำในลำธารนี้ไหลตลอดทั้งปีไหม" เธอถามฟางจิ่งด้วยความตื่นเต้นน้ำใสจนเห็นพื้นดินใต้น้ำด้านล่าง
"น้ำในลำธารสายนี้ไหลตลอดทั้งปี ผู้คนในหมู่บ้านต่างก็ใช้น้ำจากลำธารสายนี้ทั้งนั้น เ้าถามข้ามีอันใดหรือ"
"ข้าก็แค่ถามดูเฉยๆ ข้าอยากลงไปเล่นน้ำได้ไหม"
"ได้สิ แต่เ้าอย่าไปไกลนะข้าเป็ห่วง"
"ข้าไม่ไปไหนไกลหรอก" พูดจบนางก็เดินลงในลำธารอย่างตื่นเต้นน้ำเย็นมากจนเธอไม่กล้าลงทั้งตัว เพราะถ้าหากเป็โลกที่เธออยู่คงไม่ได้มีโอกาสได้เที่ยวแม่น้ำคูคลองแบบนี้