ปกฉัตรที่กำลังผ่อนคลายอยู่บนโซฟาตัวยาวในวันหยุด เอื้อมมือเปิดโทรทัศน์และบังเอิญได้เห็นข่าวหนึ่งเข้าพอดี
ดูเหมือนว่าระยะนี้ สื่อหลายช่องจะชอบนำเสนอข่าวของมาเฟียหนุ่มเ้าวงการคาสิโนั์ใหญ่ ที่หลังกลับมาประเทศไทยคราวนี้ ก็ขยันปรากฎตัวตามสถานที่ต่างๆ เขาได้บริจาคเงินจำนวนมากเพื่อสร้างโรงเรียนขึ้นมาใหม่ในหลายพื้นที่ห่างไกล อีกทั้งยังบริจาคเงินแก่องค์กรการกุศลมากมาย ไฮโซสาวมองใบหน้าหล่อเหลาที่ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวด้วยใบหน้านิ่งเฉย ไร้ความรู้สึก
“มาเฟียหนุ่มสุดหล่อ แถมจิตใจดีงั้นเหรอ? เชอะ ทำความดีลบล้างความผิด ไม่เห็นจะน่าชื่นชมตรงไหน” หล่อนหมายถึงการทำบุญสร้างความดีด้วยเงินที่มาจากธุรกิจสีเทาของชายหนุ่ม เงินนั่นไม่ได้ขาวสะอาดสักนิด เขาก็แค่สร้างภาพ แต่คนในสังคมส่วนใหญ่ก็เป็แบบนี้ ชื่นชมกับสิ่งหลอกลวงจอมปลอม แค่ทำดีให้เห็นเข้าหน่อยก็ยกย่องเชิดชู หล่อนเลื่อนผ่านไปยังอีกช่อง ภาพชายหนุ่มคนเดิมก็ยังปรากฎอยู่ในหน้าจออีก คราวนี้เป็สกุ๊ปภาพนิ่งที่บอกเล่าเื่ราวของชายหนุ่ม ผู้บรรยายสาวที่กำลังนำเสนอเื่ราว ทำตาปรอยชวนฝันเมื่อพูดถึงมาเฟียหนุ่ม ว่าเป็ขวัญใจของสาวๆทั้งประเทศ หล่อนทวนคำพูดบางประโยคที่ได้ยินบาง่บางตอนจากคลิปนั้น
“ไม่สนใจผู้หญิงงั้นเหรอ เ็า ตายด้านงั้นเหรอ?” เชอะ คนเ็า แต่ตอนเมาก็จูบกับผู้หญิง แบบเอาเป็เอาตายขนาดนั้น แถมคำพูดของเขาที่ตอกกลับหล่อนมาคราวนั้น มันช่างน่าโมโหนัก หลังมีอะไรกับผู้หญิงที่เขานอนด้วย ก็จำหน้าพวกหล่อนไม่ได้แล้วอย่างนั้นเหรอ? ฟังแล้วมันช่างเป็การดูถูกผู้หญิงอย่างร้ายกาจ เห็นผู้หญิงเป็ตัวอะไร? ขนาดหล่อนไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้นแค่ได้ยินยังรู้สึกโกรธแทน
แล้วความรู้สึกคับแค้นใจจากส่วนลึก มันทำให้หล่อนอยากจะเอาชนะ หล่อนอยากจะสั่งสอนให้อีกฝ่ายได้รับบทเรียนซะบ้าง เขาทำท่ารังเกียจผลักไสหล่อน สายตาที่มองมายังหล่อนดูเฉยชาไร้ความรู้สึก ความรู้สึกของการถูกปฎิบัติอย่างไม่ให้เกียรติแบบนั้น ทำให้หล่อนยากจะยอมรับ ไม่เคยมีใครกล้าทำกับหล่อนอย่างนี้
“สักวัน..ฉันนี่แหละจะทำให้นาย ต้องคุกเข่าลงต่อหน้าฉัน และเสียใจกับสิ่งที่นายเคยพูดออกมา!” ถึงไม่เคยจะได้ใช้เสน่ห์กับใคร และไม่มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถทำให้เพศตรงข้ามสนใจได้มากแค่ไหน แต่หากยังมีผู้ชายที่คุณสมบัติดีพร้อมอย่าง อาเธอร์ หว่อง ที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนใจในตัวหล่อนแล้ว นั่นก็แสดงว่า เสน่ห์ของหล่อนก็ยังคงใช้การได้ งานนี้หล่อนจะลองทุ่มสุดตัว งัดทุกวิธีการ มาดูกันว่าผู้ชายเ็าคนนั้น จะหลงกลหรือไม่?
ร่างสูงของมาเฟียหนุ่มกำลังนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์บรรยากาศเป็ส่วนตัวแห่งหนึ่ง ในมือมีแก้วเหล้าที่ถูกดื่มพร่องไปค่อนแก้ว เขานั่งมองน้ำสีอำพันในมือที่กลอกกลิ้งไปมาอยู่ในแก้วทุกครั้งที่มือเรียวแข็งเอียงแก้วไปมา ก่อนจะส่งเหล้าที่เหลือเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว รสชาดขมปร่าผ่านลำคอลงไป พร้อมๆกับความทรงจำในอดีตที่ค่อยๆแจ่มชัดหวนคืน
ใบหน้าหญิงสาวที่ยังคงอยู่ในส่วนลึกในหัวใจของเขา ทำไมเขาถึงยังลืมหล่อนไม่ได้นะ? นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าชีวิตจะผ่านผู้หญิงมากมายกี่คนมาแล้วก็ตาม แต่คนที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของเขา ก็คือหล่อน ผู้หญิงที่ชื่อ เวธิกา รักแรกของเขาคนนั้น
รักแรกยากจะลืมเลือน เห็นจะเป็เื่จริง เวลาผ่านมาหลายปีแล้ว ถึงหล่อนจะกลายเป็ภรรยาของผู้ชายที่เพียบพร้อมและมีชีวิตที่ดีมากแล้ว แต่เขาก็ยังคงคิดถึงหล่อน ช่างน่าตลกสิ้นดี
“มาร์การิต้าแก้วหนึ่งค่ะ” เสียงหวานใสคุ้นหู ดังขึ้นใกล้ๆ สายตาคมหันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็หญิงสาวที่ดูดีไร้ที่ติคนหนึ่ง บุคลิกที่ดูสูงสง่า กำลังหย่อนกายนั่งลงข้างๆเก้าอี้ตัวถัดจากเขาไป แทบไม่รู้ตัวว่าเขาได้เผลอมองสำรวจหล่อนไปทั่วทั้งตัว หล่อนอยู่ในชุดเปิดไหล่สีแดงทั้งชุด กระโปรงที่สั้นอยู่แล้วเมื่อนั่งลงถูกดึงรั้งให้สูงขึ้นไปอีก มองเห็นต้นขาขาวเนียนละเอียดและเรียวขาสวยคู่นั้น หล่อนดูดีมากเมื่ออยู่ในชุดนั้น ผมยาวสยายที่ถูกปล่อยเคลียไหล่ขาวนวลจากชุดเปิดไหล่กว้าง ทำให้หล่อนดูเซ็กซี่และดึงดูดสายตาของเพศตรงข้ามที่อยู่รายรอบได้เป็อย่างดี ชายหนุ่มดึงสายตากลับมาเมื่อเห็นใบหน้าของหล่อนถนัด
ที่แท้หล่อนก็คือไฮโซสาวทายาทนักธุรกิจผู้มีทรัพย์สินรวมแสนล้านคนนั้น ปกฉัตร เกียรติก้องธรานนท์ ทำไมเขาจะต้องมาเจอหล่อนที่นี่อีก? ชายหนุ่มล้วงหยิบบัตรเครดิตเพื่อจะจ่ายเงิน
“อ้าว! นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณนี่เอง คุณธนาธร ธรรมปกรณ์ราชภักดิ์ เจอกันอีกแล้วนะคะ โลกมันกลมจังค่ะ” หล่อนหันมาทักทายด้วยรอยยิ้มหวาน และดวงตาที่เป็ประกาย จงใจเอ่ยชื่อเสียงเรียงนามของเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำ เขามองรอยยิ้มนั่นแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่สนใจจะสานสัมพันธ์โดยการทักทายกลับ เขากับหล่อนไม่มีเื่ที่จะต้องพบเจอและพูดคุยกันอีก คนตระกูลนี้ทุกคน เขาไม่อยากข้องเกี่ยวด้วย และเขาคงไม่รู้หรอกว่าท่าทางเฉยชา ไม่สนใจของเขานั้นในสายตาของผู้หญิงอีกคน มันเป็การเสียมารยาทอย่างร้ายกาจ แต่ถึงจะไม่พอใจ แต่หล่อนก็ได้แต่เก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้อย่างมิดชิด หล่อนก็ไม่คิดว่าการมาเจอเขาโดยบังเอิญที่นี่จะทำให้หล่อนบรรลุเป้าหมายหรอก ก็แค่แกล้งเข้ามาทักทายเล่นตามประสาคนเคยพบเจอกันเท่านั้น พอเห็นเขาทำท่าล้วงหยิบบัตรเครดิต หล่อนจึงเดาว่าอีกฝ่ายกำลังจะลุกหนีไป จึงแกล้งรั้งไว้
“จะรีบไปไหนล่ะคะ? นั่งดื่มต่อเป็เพื่อนกันก่อนสิคะ” และได้ผล เขาชะงักมองมาทางหล่อนอย่างชั่งใจ ก่อนจะนั่งนิ่งเฉยตามเดิม เก็บกระเป๋าสตางค์ที่เพิ่งล้วงหยิบออกมาเมื่อครู่กลับคืน หญิงสาวเห็นอย่างนั้นจึงเริ่มชวนคุยต่อ
“ฉันจำได้ว่า ที่ผ่านมาเราเจอกันด้วยเื่ที่ไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่ วันนี้ขอทำความรู้จักและขอแนะนำตัวเองอย่างเป็ทางการกับคุณนะคะ ฉัน..ปกฉัตร เกียรติก้องธรานนท์ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” หญิงสาวยื่นมือออกไปตรงหน้า แต่อีกฝ่ายได้แต่มองมันเฉย จนหล่อนเป็ฝ่ายลดมือลงเสียเอง ตอนนี้หล่อนก็มีอารมณ์กรุ่นๆขึ้นมาแล้ว เพียงแต่สีหน้ายังคงมีรอยยิ้มระบายอยู่บนใบหน้า
“ไม่เป็ไรค่ะ คุณอาจจะไม่อยากรู้จักฉัน เอาเป็ว่ายังไงเราก็ต่างรู้จักกันแล้ว อืม..ที่นี่บรรยากาศดูเป็ส่วนตัวดี คุณชอบมาที่แบบนี้คนเดียวบ่อยเหรอคะ?” ถามออกไปแล้วหล่อนก็นึกขึ้นได้
“ขอโทษค่ะ ถ้าฉันบังเอิญถามคำถามที่เป็ส่วนตัวจนเกินไป ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบก็ได้ค่ะ พอดีฉันก็เพิ่งมาที่นี่เหมือนกัน ก็แค่อยากหาเพื่อนคุยน่ะค่ะ” หล่อนพยายามใจเย็น นายคนนี้นอกจากจะมีนิสัยไม่น่าคบแล้ว มนุษย์สัมพันธ์ยังแย่เอามากๆด้วย ชวนคุยอะไรก็เอาแต่นิ่งเฉย ทำเหมือนหล่อนเป็อากาศธาตุ แต่หล่อนก็ยังไม่ละความพยายาม
“ว่ากันว่า..คนที่มาหาเหล้าดื่ม ถ้าไม่ได้มาเพื่อหาความสนุกส่วนตัว ก็มักจะมีเื่ไม่สบายใจ หรือมีปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ ฉันเดาว่าคุณก็น่าจะเป็อย่างหลังมากกว่า” การคาดเดาของหล่อนทำให้เขาต้องหันมอง แต่ก็แค่ชั่วเสี้ยววินาทีเท่านั้น
“ฉันคงเดาถูกสินะคะ?” เขาไม่ตอบ แต่ความเงียบก็เป็คำตอบของเขาได้ดี
เขาสั่งเหล้าดื่มต่ออีกโดยไม่พูดอะไร เมื่อหมดแก้วนั้น ก็สั่งใหม่ จากท่านั่งนิ่งกลายเป็โงนเงนเสียการทรงตัวเล็กน้อย และหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็สังเกตุเห็น ดูเหมือนหล่อนจะทำให้อีกฝ่ายหันมาสนใจไม่ได้มากไปกว่าเหล้าที่อยู่ในมือของเขาแก้วนั้น รู้สึกเสียหน้า เมื่ออีกฝ่ายไม่สนใจหล่อนก็เลยต้องดื่มเหล้าในมือของตัวเองไปแบบเงียบๆ ผู้ชายคนนี้ นอกจากนิสัยเสียมากแล้วยังสายตาแย่เอามากๆ มีผู้หญิงทั้งสาวทั้งสวยเซ็กซี่ออกขนาดนี้นั่งอยู่ใกล้กันแค่นี้ ยังทำเมินเฉยไม่สนใจ คิดๆแล้วช่างหงุดหงิดใจ หล่อนเกลียดสายตาที่มองมาอย่างเฉยชาคู่นั้นของเขาซะจริง
ผ่านไปสักพักเขาก็จ่ายเงินและลุกจากที่นั่ง เพราะท่าทางที่ยืนได้ไม่มั่นคงนักของเขาทำให้เซเสียหลัก หล่อนที่อยู่ใกล้มองเห็นอยู่ก่อนแล้วจึงรีบช่วยประคองแขนไว้ได้
“ระวังค่ะ!!” แต่แทนที่เขาจะเอ่ยปากขอบคุณในความมีน้ำใจของหล่อน กลับผลักไสโดยแรงจนร่างบางของหล่อนเสียหลักกระแทกเข้ากับเก้าอี้โดยแรง แถมยังออกปากไล่หล่อนเสียงดังอีก
“ออกไปให้พ้น! อย่ามายุ่งกับผม!!” แล้วเขาก็เดินจากไปทิ้งให้หล่อนได้แต่งงเป็ไก่ตาแตก อุตส่าห์หวังดีช่วยเหลือไม่ให้เขาต้องล้มลงไป แต่เขากลับตอบแทนหล่อนอย่างนี้ หญิงสาวโกรธจนเืขึ้นหน้า แต่เหนือสิ่งอื่นใดหล่อนก็รู้สึกอับอายสายตาของผู้คนรอบข้างที่กำลังมองมายังหล่อน สายตาเ่าั้มันแปลความหมายได้ว่า หล่อนเป็ผู้หญิงใจง่ายที่มายั่วผู้ชาย และมาคอยตามตื้อแต่เขาไม่เล่นด้วยสินะ?
หญิงสาวรีบจัดการชำระเงินก่อนจะรีบผลุนผลันออกจากร้าน เดินตามอีกฝ่ายมาทันกันตรงลานจอด เขายืนอยู่ตรงรถของตัวเองกำลังควานหากุญแจจากกระเป๋ากางเกง เพราะความโมโห หล่อนตรงเข้าไปกระชากไหล่คนตัวโตกว่าให้หันกลับมา
“เดี๋ยว! เรามีเื่ต้องเคลียร์กันก่อน!”
ร่างสูงหันกลับมา ดวงตาคมมองหญิงสาวจอมวุ่นวายตรงหน้าอย่างไร้อารมณ์
“มีอะไร?”
“ฉันอุตส่าห์ช่วย แต่คุณ!..นอกจากจะไม่ขอบคุณสักคำแล้ว ยังมาผลักฉันจนแทบหัวขมำ ถ้าฉันเกิดหกล้มจนหัวร้างข้างแตกจะทำยังไง จะบอกอะไรให้ คนอย่างฉันแม้แต่มดหรือว่ายุงสักตัวก็ไม่เคยต้องทำให้ระคายผิว แล้วคุณมีสิทธิ์อะไร? แถมยังไล่ฉันต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะอย่างไม่ไว้หน้ากันอีก คุณทำเกินไปแล้วนะ!” หล่อนะเิอารมณ์ใส่พร้อม้ามีเื่เต็มที่ ถึงชายหนุ่มตรงหน้าจะอยู่ในอาการสติไม่เต็มร้อย แต่ก็ควรรับผิดชอบจากผลของการกระทำของตัวเองด้วย ที่มานี่ หล่อน้าได้ยินแค่คำขอโทษคำเดียวเท่านั้น
“แล้วยังไง? หรือ้าคำขอบคุณงั้นเหรอ? ได้สิ ผมจะให้มากกว่านั้นอีก”
แล้วโดยไม่ทันตั้งตัวร่างบางของหล่อนก็ถูกกระชากเข้าหาอกกว้าง ด้วยเรี่ยวแรงที่มีมากกว่าทำให้เขาดันร่างของหล่อนไว้กับตัวรถอย่างง่ายดาย ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าหา เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากจนหญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัว รู้ตัวอีกทีปากร้อนๆผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์นั่นก็ประกบลงมาบนเรียวปากนุ่มของหล่อนแล้วอย่างหลบหลีกไม่พ้น และดูเหมือนมันจะดุดันรุนแรงจนหล่อนรู้สึกเจ็บจากแรงบดขยี้ คาดว่าตอนนี้มันคงบวมเจ่อแล้ว หญิงสาวพยายามดิ้นรนผลักไสเต็มที่ เมื่อเป็อิสระได้ หล่อนก็ตบอีกฝ่ายกลับไปจนใบหน้าหัน ปรากฎรอยฝ่ามือแดงชัดบนใบหน้าคมนั่น ก่อนจะเดินหนีจากไปทันที
เมื่อมาถึงรถของตัวเองได้ หล่อนก็กระชากประตูเปิดเข้าไปนั่งอย่างกระแทกกระทั้น ก่อนจะปิดตามเสียงดังโครมสนั่นตามแรงอารมณ์ แล้วส่งเสียงกรีดร้องออกมาเต็มที่อยู่อย่างนั้นอยู่พักใหญ่อย่าง้าระบายอารมณ์
“กรี๊ดๆๆๆ ไอ้บ้า! ไอ้คนเลว! สักวันฉันจะทำให้นายต้องคุกเข่าขอโทษฉันให้ได้! คอยดู!” มือบางเอาแต่เช็ดริมฝีปากตัวเองแรงๆอยู่อย่างนั้น ราวกับว่าทำอย่างนั้นแล้วร่องรอยจูบของอีกฝ่ายที่ประทับไว้จะหายไปได้ยังไงยังงั้น
เพราะแรงตบจากฝ่ามือเล็กๆนั่นของหล่อน ทำให้เขาแทบจะหายเมาเป็ปลิดทิ้ง เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไป ปกติเขาไม่ใช่คนเช่นนี้ ต่อให้เห็นผู้หญิงสวยแค่ไหนมายืนอยู่ตรงหน้า ไม่เคยทำตัวกักขฬะ ไร้มารยาทใส่ แต่กับผู้หญิงคนนั้นทำไมปฎิกิริยาตอบกลับหล่อนถึงเป็แบบนี้ไปได้ เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเอง หรืออาจเป็เพราะหล่อนมีนามสกุลนั้น เป็พี่สาวของคนที่เคยเป็ศัตรูหัวใจของเขา ทุกครั้งที่เห็นหล่อนถึงได้รู้สึกหงุดหงิดรำคาญหัวใจ
แต่ก็ช่วยไม่ได้ หล่อนอยากมายุ่งวุ่นวายกับเขาเอง และเพราะไม่อยากเก็บเอาเื่ไร้สาระของผู้หญิงคนนั้นมาไว้ให้รกหัวสมองอีก มาเฟียหนุ่มจึงขึ้นรถขับออกไปจากที่ตรงนั้นทันที