Fall in love : 26
เพิ่งกลับ
ญารินเดินลงมาจนถึงที่รถแล้วนำกระเป๋าเสื้อผ้าของตนเองไว้ที่ด้านหลังรถเก๋งคันสีดำหรู ก่อนที่ทั้งสองคนจะขึ้นรถพร้อมกัน
"อยู่ที่นี่เป็ยังไงบ้าง?"แม่ของเธอเอ่ยถามขึ้นมาในระหว่างที่กำลังขับรถอยู่
"ก็...ดีนะคะ สนุกดี"ญารินตอบกลับโดยที่สายตาจ้องมองไปทางข้างหน้า แม่ของเธอหันมองเล็กน้อยแล้วหันกลับ
"ไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่ไหม?"แม่ของเธอเอ่ยถามอีกครั้ง
"ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ"ญารินตอบกลับ
"อะตอมโทรมาบอกแม่ว่ารินอาการกำเริบอีกแล้ว ไปเที่ยวที่ไหนกันมาถึงทำให้อาการกำเริบอีก?"เมื่อแม่เอ่ยถามแบบนั้น ทำให้หญิงสาวนิ่งเงียบไป
"เอ่อ...ไป...เที่ยวผับค่ะ..."หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงแ่เบา ใบหน้าจิ้มลิ้มก้มลงเพื่อเตรียมตัวรอฟังคำบ่นจากผู้เป็แม่
"เห้อ...เอาเถอะ แม่คงห้ามไม่ได้เื่การไปเที่ยวเข้าผับเข้าบาร์"แม่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แต่ทำไมถึงไม่หัดระวังเนื้อระวังตัวฮะ!? จะไปคนเดียวทำไม? ถ้าอะตอมไม่ไปเจอก่อนมีหวังได้เกิดเื่อีกแน่"
"ขอโทษค่ะ"ญารินเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบาอย่างรู้สึกผิด
"ไม่ต้องขอโทษหรอก นี่ไม่ใช่ความผิดของเธอ แล้วอย่าลืมด้วยนะว่าถ้าได้ออกไปแล้วจะกลับเข้ามาอยู่ต่อหลายครั้งไม่ได้"แม่เธอตอบกลับ จากนั้นทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อจนกระทั่งมาถึงที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
แม่ของเธอขับรถเข้ามาจอดที่โรงรถ จากนั้นทั้งสองคนลงมาจากรถพร้อมกัน ผู้เป็แม่เปิดท้ายรถให้กับญาริน ญารินโน้มตัวลงไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของตนเองออกมา แล้วทั้งสองคนเดินไปที่หน้าหอพักสำหรับเด็กกำพร้า
"ไงจ๊ะ ญาริน"เมื่อเดินมาจนถึงหน้าหอพัก...หญิงสาวคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็ผู้ดูแลที่นี่ เอ่ยทักทายหญิงสาวร่างเล็กด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"สวัสดีค่ะ"หญิงสาวเอ่ยทักทายกลับโดยที่ส่งยิ้มหวานให้ด้วย
"เอากุญแจห้องเดิมให้ญารินด้วยนะ"แม่พูดสั่ง หญิงสาวผู้ดูแลจึงพยักหน้าตอบรับแล้วเดินไปหยิบกุญแจห้องเพื่อนำมาให้ญาริน "เดี๋ยวแม่จะตามหมอมาให้นะ"
"ต้องพบหมออีกแล้วหรอคะ?"หญิงสาวเอ่ยถามด้วยสีหน้านิ่งเฉย
"ใช่สิ เพราะเธอต้องได้รับการบำบัดนะ แม่ถึงต้องตามหมอมาให้"เธอตอบ ญารินจึงพยักหน้ารับ ผู้เป็แม่ส่งยิ้มแล้วเดินไปทันที
"อ่ะ นี่จ่ะ"หญิงสาวผู้ดูแลหอพักเดินมาส่งกุญแจห้องพักให้กับญาริน
"ขอบคุณค่ะ"หญิงสาวเอ่ยพูดเสียงหวานพร้อมกับส่งยิ้ม จากนั้นเธอเดินขึ้นไปที่ห้องพักของตนเองทันที
เมื่อเดินมาจนถึงห้องนอนญารินเดินไปเปิดหน้าต่างห้องและเริ่มเปิดกระเป๋า เพื่อหยิบเสื้อผ้าของตนเองออกมานำไปแขวนจัดเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า
"ไงยัยลูกรักผ.อ."หญิงสาวหันขวับมองต้นเสียงที่เอ่ยทักทันที พบว่าเป็ชายหนุ่มกลุ่มเดิมที่เคยรังแกเธอก่อนที่เธอจะได้ย้ายออกไป ญารินรีบถอยหนีอย่างอัตโนมัติด้วยความรู้สึกกลัว
"ยะ...ยังอยู่อีกหรอ!?"เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สายตาจ้องมองชายหนุ่มกลุ่มนี้ด้วยสายตาสั่นกลัว
"ถามแบบนี้อยากให้ฉันตายหรอ!?"ชายหนุ่มคนเดิมเอ่ยถามอีกครั้งด้วยสีหน้าดุดัน ฝีเท้าก้าวเข้าใกล้ญารินจนเธอถอยหนีติดกับหน้าต่างห้องพัก
"นี่...พอเถอะ นายก็รู้ไม่ใช่หรอว่าเธอเป็โรคกลัวผู้ชาย แล้วนี่เพิ่งกลับมาวันแรกจะแกล้งเธอเลยหรอ? รินได้ออกไปแล้วแต่กลับมาอีกครั้งคงเกิดเื่อะไรร้ายแรงแน่ๆ ปล่อยเธอไปเถอะ"จู่ๆชายคนหนึ่งที่ดูตัวโตที่สุดในกลุ่มนั้นเอ่ยขึ้นมา
ชายหนุ่มคนเดิมหันขวับมองทันทีด้วยสีหน้านิ่งเฉย เขาหันกลับไปมองญารินแล้วหันกลับมาพร้อมกับเดินเข้าหาชายคนที่เอ่ยห้าม
"ทะ...ทำไม!?"ชายหนุ่มคนเดิมเอ่ยถาม "นายชอบเธอหรอ?"
"เปล่า"เขาตอบกลับสั้นๆแค่นั้น "ถือว่าฉันขอ...ในฐานะที่เป็หัวหน้ากลุ่ม ปล่อยเธอไป แล้วไปหาอะไรทานกันเถอะ ฉันหิว"
ชายหนุ่มตอบกลับอีกครั้งด้วยสีหน้านิ่งเฉย จากนั้นคนอื่นๆจึงยอมเดินออกไปอย่างง่ายดาย โดยที่หญิงสาวยังคงยืนชิดติดกับหน้าต่างห้อง
"ขะ...ขอบใจนะพลัม"ญารินเอื้อนเอ่ยน้ำเสียงอันสั่นเครือและแ่เบา ดวงตากะพริบปริบๆพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
"อย่าร้อง ฉันแค่รู้สึกผิดที่เคยแกล้งเธอตอนเด็กๆ...จนทำให้อาการของเธอหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้วอย่าไปยืนติดหน้าต่างแบบนั้น เดี๋ยวซวยพลัดตกหน้าต่าง"พลัมตอบกลับด้วยสีหน้านิ่งเฉยเหมือนอย่างเคย
"อืม...ช่างมันเถอะ เื่มันผ่านมาแล้ว"เธอตอบกลับพร้อมกับค่อยๆเดินมาจัดของของตนเองต่อ
"พักเถอะ ฉันไปล่ะ"เขาเอ่ยลาแล้วเดินออกไปทันที ชายหนุ่มเดินลงมาเรื่อยๆจนเกือบถึงชั้นล่าง แต่ต้องรีบหันหนีกลับขึ้นไปทันที...
"พลัม!"เสียงดุของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยเรียกเขา ทำให้ชายหนุ่มต้องชะงักฝีเท้าหยุดทันที เขาค่อยๆหันกลับไปพร้อมกับส่งยิ้มแห้ง "มานี่"
หญิงสาวผู้ดูแลหอพักของผู้หญิงเอ่ยสั่งด้วยสีหน้าดุดันปะปนกับจริงจัง พลัมจึงต้องยอมลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ตัวต้นคิดใช่ไหมฮะ!?"หญิงสาวเอ่ยถามโดยที่ทำท่าจะตีด้วย พลัมถึงกับหลบอย่างอัตโนมัติ "ก็รู้ว่านี่มันหอพักผู้หญิงจะขึ้นไปทำไม!?"
"ผมแค่จะไปทักทายรินเฉยๆเอง เธอเพิ่งกลับมาผมเลยอยากจะทักทายเล่นๆ"เขาตอบกลับด้วยสีหน้าใสซื่อ
"อย่าทำแบบนี้อีก! ถ้าจะทักทายก็รอมาเจอกันข้างนอก"เธอสั่งเสียงดุ
"ค้าบบบ~"พลัมตอบรับเสียงลากยาวอย่างนอบน้อม
"ไป"เธอเอ่ยไล่ ชายกลุ่มนั้นจึงรีบเดินหนีไปพร้อมกัน
"บอกแล้วว่าอย่ามาไม่เชื่อเอง!"ชายหนุ่มคนเดิมที่หาเื่ญารินเอ่ยขึ้นมา
"เปลี่ยนรองหัวหน้าเลยป่ะ!?"พลัมเอ่ยถามอย่างไม่จริงจังมากนัก
"เห้ยๆๆ! ล้อเล่นเฉยๆเอง"เขาตอบกลับ พลัมยกยิ้มขึ้นมาแล้วส่ายหน้าไปมาเบาๆ ตอนนี้พวกเขาก็กำลังจะเดินไปที่โรงอาหารกัน
"สรุปแกชอบรินหรอวะ?"ชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยถามบ้าง
"ก็บอกว่าเปล่าไง แค่รู้สึกผิด...เพราะพวกเราไปบูลลี่เธอไม่ใช่หรอ? เธอถึงอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ เธอเจอเื่เลวร้ายมามากพอแล้ว ฉันไม่อยากไปแกล้งใครอีกแล้ว มันน่าเบื่อด้วย"เขาตอบกลับด้วยสีหน้านิ่งเฉย
ทุกคนต่างเงียบไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก จนกระทั่งเดินมาจนถึงที่โรงอาหารขนาดใหญ่ มีผู้คนมากมายอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา
วันต่อมา~
"ไงจ๊ะ เรามาเจอกันอีกแล้วนะ"ในขณะที่ญารินกำลังนั่งอยู่ในห้องพยาบาล จู่ๆมีหญิงสาวในชุดสีขาวคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วเอ่ยทักทายพร้อมกับส่งยิ้ม คาดว่าน่าจะเป็หมอที่คอยดูอาการของญาริน เธอเดินเข้ามาโดยที่ไม่ลืมหันไปล็อคประตู
"สวัสดีค่ะ"ญารินเอ่ยทักทายกลับพร้อมกับส่งยิ้มเช่นกัน คุณหมอจึงเดินมานั่งที่เก้าอี้เลื่อนตัวยาวตรงหน้าหญิงสาว
"มาเริ่มคุยเกี่ยวกับอาการของเธอกันเลยดีกว่าเนาะ"คุณหมอพูด หญิงสาวจึงพยักหน้าตอบรับ "ลองเล่ามาได้ไหมว่าไปที่ไหนมาอะไรยังไงถึงได้อาการกำเริบหนักกว่าเดิมอีก ตอนแรกท่านผ.อ.บอกว่าอาการเธอน่าจะเริ่มดีขึ้นแล้ว มันเกิดจากอะไร?"
"ที่อาการหนูกำเริบอีก...เพราะไปเที่ยวกับเพื่อนค่ะ ไปเที่ยวผับ..."เธอตอบโดยที่พูดด้วยน้ำเสียงแ่เบาในประโยคสุดท้าย "ตอนนั้นหนูเดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วเดินออกมากำลังจะกลับไปหาเพื่อนๆ แต่โดนใครไม่รู้ดึงมือพยายามจะให้หนูไปด้วย แต่ดีที่ตอนนั้นอะตอมกับเดซี่มาเจอก่อน"
"อันที่จริงเธอไม่ควรไปผับหรือบาร์เลยนะ เพราะเป็เหมือนศูนย์รวมผู้คนมากมายทั้งชายและหญิง"คุณหมอพูด ญารินพยักหน้ารับเบาๆ
"แล้วที่ตอนแรกอาการหนูเริ่มดีขึ้น...เพราะอะตอมค่ะ เขาเป็รูมเมทหนูเอง...ตอนเจอเขาครั้งแรกพอรู้ว่าเป็ผู้ชายหนูก็อาการกำเริบเลย...หลังจากนั้นพอคุยกันไปคุยกันมาก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นแบบแปลกๆ คุยกับเขาแล้วรู้สึกว่าเขาต่างจากคนอื่นๆที่หนูเคยคุยด้วย มันดูเป็กันเอง...เหมือนเพื่อนแท้ๆ ดูสบายๆสงบๆดี อยู่ไปเรื่อยๆอาจจะมีตีกันบ้างเถียงกันบ้าง แต่อยู่กับเขาคุยกับเขาสนุกดีค่ะ"
"แค่รู้สึกดีหรอ? แค่รู้สึกดีแบบเพื่อน?"คุณหมอเอ่ยถาม
"ชะ...ใช่ค่ะ"